Talent Mobilityทางไบโอเทคโนโลยีทางการสืบพันธุ์ทางสัตวแพทย์ การเชื่อมต่อกับภาคเอกชน
Talent Mobilityทางไบโอเทคโนโลยีทางการสืบพันธุ์ทางสัตวแพทย์
การเชื่อมต่อกับภาคเอกชน
ศาสตราจารย์ น.สพ. ดร. มงคล เตชะกำพุ
วิชาชีพสัตวแพทย์เป็นวิชาชีพที่เกี่ยวพันสองด้าน คือ ที่เกี่ยวข้องทั้งด้านการแพทย์และด้านการเกษตร ด้านหนึ่งเกี่ยวกับการป้องกันโรคสัตว์ติดคน ส่งเสริมให้คนได้มีอาหารจากสัตว์ที่มีคุณภาพ ปลอดโรคปลอดภัย และอีกด้านหนึ่งคือการเพิ่มผลผลิต ด้วยองค์ความรู้ก้าวหน้าที่สามารถผลิตสัตว์ให้มีพันธุกรรมดีและปลอดภัยต่อผู้บริโภค
สำหรับผมทำงานด้านปศุสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับการนำสัตว์เป็นอาหารมนุษย์ โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพด้านวิทยาการสืบพันธุ์ หรือเรียกให้โก้เก๋ว่า “Reproductive Biotechnology” ซึ่งมีมากมายหลายประเภทตั้งแต่รีดน้ำเชื้อสัตว์มาผสมเทียม ทำตัวอ่อนไปย้ายฝากให้อุ้มบุญแทน หรือจะทำตัวอ่อนจากหลอดแก้ว ทำโคลนนิ่งให้สัตว์หน้าตาเหมือนกัน พันธุกรรมเหมือนกัน การสร้างสัตว์สายพันธุ์ใหม่ด้วยการทำทรานเจนิกส์ และต่อยอดด้วยการทำสเต็มเซลล์ เป็นต้น เทคโนโลยีเหล่านี้กล่าวได้ว่าประเทศไทยมีความก้าวหน้าไม่แพ้ประเทศที่เจริญแล้ว และบางอย่างหากได้มาปรับใช้กับบริบทและสภาพแวดล้อมของประเทศไทย จะช่วยให้มีผลผลิตที่ดีขึ้นอย่างมาก
แต่ใช่ว่าเทคโนโลยีทั้งหมดนี้จะนำมาใช้เชิงพาณิชย์ได้หมด เพราะต้องคำนึงถึงความคุ้มการลงทุน และผลสัมฤทธิ์ และบางครั้งต้องใช้เวลากว่าจะมีภาคเอกชนยอมรับจากการที่ผมมีประสบการณ์และสอนวิชาไบโอเทคทางการสัตวแพทย์ พบว่ามีโอกาสค่อนข้างมากในการนำเอาเทคโนโลยีสองเทคโนโลยีคือการผสมเทียมและการย้ายฝากตัวอ่อนไปปรับใช้เชิงพาณิชย์ และนี่คือที่มาของการทำทาเลนท์ โมบีลิตี้ด้านไบโอเทคโนเลยีทางวิทยาการสืบพันธุ์กับภาคเอกชน
โครงการทาเลนท์ โมบิลิตี้ (TM)เชื่อมต่อกับภาคอุตสาหกรรม
โครงการทาเลนท์ โมบิลิตี้ (TM)เป็นโครงการดีๆ โครงการหนึ่งของรัฐบาล มีมติ ครม เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ให้คนเก่งในมหาวิทยาลัยไปทำงานกับภาคเอกชนโดยนับเป็นอายุราชการหรืออายุงานของหน่วยงาน สามารถใช้เป็นเวลาในการชดใช้ทุน และสามารถเอาผลการปฏิบัติงานไปขอตำแหน่งทางวิชาการได้
ทั้งนี้จุดมุ่งหมายหลักคือเพื่อเพิ่มศักยภาพของภาคเอกชน ให้มีศักยภาพในการวิจัย ซึ่งจะตรงกับเป้าหมายของรัฐบาลที่อยากให้ภาคเอกชนลงทุนด้านการวิจัยมากขึ้น ซึ่งหมายถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศมากขึ้น โดยมีกรอบแนวคิดคือ การวิจัยและพัฒนา การแก้ปัญหาทางเทคนิคและวิศวกรรม การวิเคราะห์ทดสอบและมาตรฐาน และการจัดเทคโนโลยีและนวัตกรรม
จากข้อมูลของ สวทน. ที่ผ่านมาในปี 2560 มีบุคลากรเคลื่อนย้ายเข้าไปทำงานร่วมกับภาคเอกชนแล้วเกือบหนึ่งพันคน เป็นนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยประมาณเกือบห้าร้อย และนักวิจัยจากสถาบันวิจัยอีกประมาณหนึ่งร้อยคน บริษัทเข้าร่วมเกือบสามร้อยแห่ง โดย 90% เป็นด้านอุตสาหกรรมการเกษตร แนวโน้มในปีต่อไปจะมีการลงทุนจากภาครัฐมากขึ้นเป็น 150 ล้านบาทเลยทีเดียว
การเชื่อมกับภาคเอกชนนั้นมีหลายวิธี ทาเลนท์ โมบิลิตี้ก็เป็นวิธีหนึ่งที่ส่งคนเข้าไปเชื่อม ผลพลอยได้ คือ อาจารย์และนักวิจัยรู้ว่าทางภาคเอกชนไปถึงไหนกันแล้ว ในขณะเดียวกันเอกชนก็ได้ประโยชน์จากการที่อาจารย์และนักวิจัยไปแนะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ ที่จริงแล้วในวงการสัตวแพทย์เราก็ทำทาเลนท์เป็นเรื่องประจำผ่านการเรียนการสอน อาจารย์จะนำนิสิตเข้าฟาร์ม อย่างผมก็จะพอจะรู้ว่าแนวทางการทำฟาร์มและปัญหาของฟาร์มหมูเป็นอย่างไรบ้าง
การทำงานในมหาวิทยาลัยค่อนข้างอิสระ ในฐานะที่เคยกำกับงานวิจัยของมหาวิทยาลัย สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การตั้งกฎเกณฑ์ของนักวิจัยและอาจารย์ที่จะไปทำงานกับภาคเอกชน โดยการปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาให้กับภาคเอกชนจะต้องเป็นประโยชน์ต่อการสอน การวิจัย หรือประโยชน์ต่อวิชาการของมหาวิทยาลัย โดยอาจเป็นการปฏิบัติ ภายในประเทศหรือต่างประเทศก็ได้ และจะต้องไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อภารกิจของส่วนงานหรือของมหาวิทยาลัย
ทำทาเลนท์ ที่ตนถนัด
ผมเป็นคนที่ทำงานด้านเทคโนโลยีโยชีวภาพด้านวิทยาการสืบพันธุ์ตลอดกว่า 30 ปี ที่ภาควิชาสูติศาสตร์ เธนุเวชวิทยาและวิทยาการสืบพันธุ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ นับแต่เรียนจบปริญญาเอกมา วนไปกับน้ำเชื้อและตัวอ่อน จนหากไปแข่งแฟนพันธุ์แท้น่าจะดูออกว่าเป็นตัวอ่อนของสัตว์ชนิดไหนก็ว่าได้ การที่ได้นำเอาองค์ความรู้จากที่วิจัยและสอนมาไปต่อยอดร่วมกับภาคเอกชน ดูจะเป็นเรื่องท้าทายค่อนข้างมาก
โครงการที่เราทำได้รับการคัดเลือกจาก สกอ. ให้จัดทำ TMคือ โครงการการวิจัยและพัฒนาธุรกิจการผสมเทียม และการย้ายฝากตัวอ่อนในโค แพะ และแกะ (ระยะที่ 1)โดยที่การผสมเทียม และการย้ายฝากตัวอ่อน เป็นเทคโนโลยีชีวภาพทางระบบสืบพันธุ์ที่สำคัญในการปรับปรุงพันธุ์สัตว์พันธุ์ดีและช่วยป้องกันโรคที่ติดต่อผ่านทางระบบสืบพันธุ์ อาทิ โรคแท้งติดต่อในโค โรคข้อขาเสื่อมเรื้อรังในแพะแกะ และโรค IBR, BVD ในโค ซึ่งเป็นโรคที่ทำความเสียหายในวงการปศุสัตว์อย่างมหาศาล ในประเทศไทยนั้นได้มีการใช้การผสมเทียมในโคนมใน 50 ปีที่ผ่านมาจนได้สายพันธุ์ที่ดี และสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมแบบร้อนชื้น อุตสาหกรรมการผลิตสัตว์เคี้ยวเอื้อง
ขนาดเล็กได้แก่ แพะ และแกะ มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมาโดยตลอดระยะเวลาหลายที่ผ่านมา การใช้เทคโนโลยีการผสมเทียมและการย้ายฝากตัวอ่อน จะสามารถปรับปรุงพันธุ์โดยเฉพาะสายแม่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว
วัตถุประสงค์ของโครงการ
1. เพื่อพัฒนาต้นแบบธุรกิจการค้าขายตัวอ่อนและน้ำเชื้อ โค แพะและแกะผ่านทางงานวิจัย
2. เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีชีวภาพทางระบบสืบพันธุ์ ได้แก่การผสมเทียมและการย้ายฝากตัวอ่อน ให้แก่ผู้ประกอบการ โดยสร้างความร่วมมือ
3. เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ (น้ำเชื้อ ตัวอ่อน และลูกสัตว์สายพันธุ์ดี) เป็นไปตามความต้องการของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้มีแผนดำเนินการทั้งหมด 3 ปี ตั้งแต่ปี 2559 ถึง 2561 โดยร่วมงานกับภาคเอกชน คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด พรชัยอินเตอร์เทรด ที่เป็น เอสเอ็มอี ทำการค้าขายและจำหน่ายสินค้าด้านปศุสัตว์ ที่พร้อมเข้าร่วมกับทางทีมงานจากการศึกษาความเป็นไปได้ของการนำเอาเทคโนโลยีไปลงปฏิบัติ จนถึงการมุ่งให้เอกชนมีการลงทุนด้านการวิจัยและจัดตั้งหน่วยวิจัยเพื่อรองรับ
การสร้างทีมทาเลนท์ โมบีลิตี้
ประเด็นที่สำคัญของความสำเร็จของงานทาเลนท์ โมบิลีตี้ นอกจากจะต้องอาศัยความร่วมมือกับภาคเอกชนแล้ว สิ่งหนึ่งคือการสร้างทีมทำงานและพัฒนาไปด้วยกัน โดยมีได้เสนอแนวทางปิรามิดของทาเลนท์ โมบิลิตี้ ที่มีอาจารย์ระดับศาสตราจารย์ คือ ตัวผมเป็นหัวหน้าโครงการฯ และมีทีมงานทั้งอาจารย์ นักวิจัยและนิสิตปริญญาตรีโทและเอก เข้ามาร่วม จากโครงการนี้ ทางเราได้ทีมงานทาเลนท์ โมบิลิตี้ ทางไบโอเทคโนโลยีที่เข้มแข็ง และสามารถที่จะทำวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องในอนาคต
โครงการดีเด่นประจำปี2560
จากผลของโครงการทาเลนท์ โมบิลีตี้ ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้แก่หน่วยงานและสาธารณะ และได้รับการคัดเลือกเป็นจาก สำนักงานนโยบายนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) และสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) ให้เป็นโครงการดีเด่นประจำปี 2560 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2560 ณ ศูนย์การประชุมแห่สิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยได้รับรางวัลจาก นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นับเป็นความภูมิใจเล็กๆ ของทีมงานจากภาควิชาสูติศาสตร์ฯ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ได้รับเกียรติครั้งนี้
บทเรียนจากการไปทาเลนท์ โมบิลิตี้ ครั้งนี้นับว่าเป็นการเปิดฉากการร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรมที่รัฐบาลจะใช้แนวทางนี้ในการกระตุ้นให้ภาคเอกชนมีการลงทุนด้านการวิจัย และก่อให้เกิดนวัตกรรม ตามแผนยุทธศาสตร์การสร้างเศรษฐกิจที่มีมูลค่า เพื่อให้ประเทศไทยสามารถมีการแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างดีในอนาคต













