อเมริกา อยู่อีกไม่นาน ก็กลับแล้ว (ครั้งที่ ๖ )

อเมริกา อยู่อีกไม่นาน ก็กลับแล้ว (ครั้งที่ ๖ )
นับเป็นเวลา อีก ๑๐ วัน ก็กลับบ้านไปใช้ชีวิตตามปกติที่เมืองไทย เมื่อกลับไปแล้ว คงจะคิดถึงความ
สงบสุข ผู้คนเบาบาง และทุกคนที่ปฏิบัติตามกฎของสังคมเป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่น ที่ลานจอดรถตามศูนย์การค้า หรือถนนย่านการค้า ถ้ารถขับมาเห็นเรากำลังจะเดินข้ามหรือผ่านไป ก็จะหยุดรอให้เราผ่านไปก่อนทุกครั้ง หรือตามแยกต่างๆที่เราจะออกถนน จะรอให้รถผ่านไปให้หมด จึงจะออกได้ ทั้งนี้ เพราะที่นี่รอได้ ไม่ต้องตัดหน้า เนื่องจากรถวิ่งมาน้อยมาก ทำนองเดียวกับการต่อคิวตามที่ต่างๆ ซึ่งที่นี่ถือเป็นเรื่องธรรมดา
เมื่อต้องเติมน้ำมันรถ ตามสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ปกติจะเป็นส่วนหนึ่งของร้าน shopping เช่น Sam’s Club, Costco หรือ BUC-EES อย่างไรก็ตาม มีสถานีบริการอิสระเหมือนกัน แต่เห็นว่างๆ ไม่ค่อยมีลูกค้า สำหรับที่สถานีบริการตามศูนย์การค้านั้น เมื่อไปถึงสถานีบริการน้ำมันแล้ว จะเห็นรถจอดรอคิวยาว ทั้งด้านซ้ายและขวาของปั๊มทุกปั๊ม ที่ต้องรอ เพราะไม่มีพนักงานเติมน้ำมันให้ คนขับรถแต่ละคันต้องเติมเอง
สำหรับกรรมวิธีการเติมน้ำมันนั้น ลูกของผมเป็นสมาชิกของ Sam’s Club และ Costco บางคนเป็นสมาชิกลง app ไว้ เมื่อถึงคิว ก็เปิด app ในมือถือ scan ไปที่ bar หรือ QR code ที่ตัวปั๊ม สำหรับลูกผม มีแต่บัตรสมาชิกของศูนย์การค้า ก็ใช้บัตรสมาชิก scan ซึ่งก็คงเป็นการเปิดรายการบัญชีของลูกค้า ต่อจากนั้น ก็ใช้บัตรเครดิต scan ไปให้บันทึกไว้ สำหรับ จะเติมจำนวนเท่าใด ก็ดู meter ที่ปั๊ม หรือจะเติมเต็มถัง ก็ค้างตัวสายท่อเติมน้ำมันจากปั๊มไว้เลย ซึ่ง หัวปิดเปิดจะคลิกปิดเองเมื่อเต็มถังเหมือนบ้านเรา สำหรับราคา คงจะ charge จากบัตรเครดิต ที่เรา scanไว้แต่แรก ที่ใช้ app หรือบัตรสมาชิกเพื่อเปิดรายการบัญชีลูกค้า คิดว่าคงจะเหมือนที่บ้านเรา คือได้สะสมคะแนน สามารถนำมาใช้ลดราคาเวลาซื้อของได้ภายหลัง การสะสมคะแนนนี่เอง ทำให้รถมาเติมน้ำมันตามสถานีที่เป็นของศูนย์การค้า และทำให้รอเป็นคิวยาว
สำหรับสถานีบริการน้ำมันอิสระ ที่รับเงินสด จะมี cashier อยู่ ซึ่งจะต้องไปจ่ายเงินก่อน สมมติว่า เราจอดรถรอเติมที่ปั๊มไหน ก็แจ้งจำนวนเงินและเลขที่ปั๊มที่จะเติม cashier จะเปิด ให้เติมได้ที่ปั๊มนั้น ตามจำนวนเงินที่จ่าย เมื่อครบแล้ว ก็ปิดโดยอัตโนมัติ
ที่นี่ เห็นว่า ไม่ค่อยมีการจ้างพนักงาน หรือ ถ้ามีก็น้อยมากๆ ยกตัวอย่างตาม counter จ่ายเงินในศูนย์การค้า ก็มีคล้ายๆกับ hand scanner หรืออาจจะมี scanner ไร้สาย เวลาไปซื้อของ ก็จบลงที่ counters เพื่อใช้ scanner ด้วยตัวเอง หรือ เอาที่ไร้สายไป scan ที่รถเข็นใกล้ๆ counters ถ้าจะดูว่า scan ครบไหม ก็นับจำนวนสินค้าที่ซื้อในรถเข็น กับรายการใน slip ที่ออกมา ว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าจำนวนตรงกัน ก็คงถูกต้อง สำหรับ scannerทั้งที่countersหรือไร้สายนั้น คงต้องใช้กับบัตรเครดิต
ถ้าจะมีการลักไก่ โกงกันบ้างเล็กน้อย ผมว่าคงมีอยู่ แต่เดาว่า เจ้าของกิจการ อาจจะยอมเสียหายบ้าง สมมติว่า ปีละ ๕ หมื่นบาท แต่ถ้าจ้างพนักงาน คงต้องสูงกว่านั้น เกิน ๑๐ เท่า ก็เป็นได้ สรุปแล้ว ใช้ระบบไว้ใจลูกค้า อาจจะคุ้มกว่า สำหรับ บ้านเรา จ้างพนักงานเป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า เพราะ มีแรงงานเหลือเฟือ
กล่าวถึงแรงงานในครอบครัว เป็นที่แน่นอนว่า ครอบครัวส่วนใหญ่ที่นี่ ไม่มีแรงงานลูกจ้าง ต้องทำงานบ้านกันเอง ปกติ พ่อบ้านจะเป็นผู้ออกไปทำงานนอกบ้าน เป็นรายได้หลัก เหลือแม่บ้านเป็นผู้ดูแลบ้าน บางครอบครัว นอกจากแม่บ้านจะทำอาหาร ทำความสะอาดภาชนะ กวาดถูบ้าน จัดของใช้ และดูแลนอกบ้าน เช่นปลูกต้นไม้ ตกแต่งบริเวณภายนอก โดยมีพ่อบ้านเป็นแรงงานสนับสนุน บางครอบครัว พอลูกโตขึ้น ก็อาศัยลูกช่วยงานบ้าน สามารถไปทำงานข้างนอกเป็นการเพิ่มเติมรายได้ให้กับครอบครัว
ลูกผม มีลูก ก็คือหลาน ๓ คน คนโตอายุ ๑๔ ปี คนกลาง ๑๒ และคนเล็ก ๗ ขวบ คนเล็กชื่อว่า โนแลน เป็นลูกไล่ของพี่ทั้งสองคอยปล้ำ หรือแกล้งรังควาญ ปกติเป็นคนรื่นเริง ไม่อยู่เฉย นอกจากจะเป็นเวลาเล่นเกม จึงอยู่เฉยๆได้ เวลาไปข้างนอก เขาจะมาคอยจูงมือผม กลัว ตาจะล้ม ถ้าเข้าประตู เขาจะเปิดประตูให้ผมเข้าไปก่อน เวลาจะทำอะไรต้องอาศัยหลาน วางของหาไม่เจอไม่รู้อยู่ตรงไหน หลานจะไปหยิบให้ เป็นสุภาพบุรุษที่ดูแลตาของเขาดีมาก โนแลนออกกำลังเก่งวิ่งเร็ว คงจะโตเร็ว ในเวลาข้างหน้า
คนกลาง ชื่อแอนดรู ชื่อนี้ เป็นชื่ออาของเขาที่เป็นทหาร ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ Afghanistan เสียชีวิตเมื่ออายุ ๒๕ ปี จึงเอามาตั้งชื่อเป็นอนุสรณ์ หลานคนนี้ เหมือนแม่ และชอบกินข้าวและข้าวเหนียว ชอบเผ็ดนิดๆ และชอบต้มยำ เวลาจะเข้านอน หรือตื่นเช้า หรือไปโรงเรียนเขาจะต้องมาหาตายายก่อน เมื่อคืนนี้ ก็มานอนกับตายาย บอกว่า ตายายจะกลับบ้านที่เมืองไทยแล้ว หลานคนนี้ ตั้งแต่ยังเล็กๆเพิ่งเดินได้ไม่นาน ตาอุ้มเล่นน้ำในสระ ให้โผเข้าฝั่งก็โผตามที่ตาบอก ดูเป็นคนกล้า ตอนเย็นๆขณะนี้ ก็ออกไปเล่น สะเก็ตบอร์ดกัน และแน่นอน โนแลนเป็นคู่ซ้อมของเขา เขาแกล้ง โนแลนก็ไม่โกรธ ทั้ๆที่จะดูทีวี
หลานคนโต ชื่อเลียม เป็นหลานที่ใกล้ชิดมาก เพราะมาหาหลานตั้งแต่เกิดใหม่ๆ อายุประมาณ ๑ เดือน ยายประคบประหงมมาตลอด เวลานอน ก็นอนกับตายาย จนถึงขณะที่ไปเมืองไทยในปัจจุบัน ถ้าอยู่ด้วยกัน ตาจะเป็นคนอุ้มตลอด มักจะมีคนขออุ้มเลียมไม่เคยขัดข้อง ไปกินไก่ย่างนิตยาที่คลองประปา พนักงานเสริพมาต่อคิวขออุ้มเลียมกัน เลียมอ่านหนังสือออกตั้งแต่เข้าโรงเรียนปีแรก ที่หัวหินสามารถอ่านป้ายที่เขียนถวานพระพร พระเจ้าอยู่หัวว่า long live the king สมัยเด็กๆ เลียมพูดเก่งมาก เจอใครๆก็คุยหมด เลียมชอบเล่าเรื่องต่างๆกับเพื่อน ครูที่โรงเรียน หรือบางครั้ง เจอใครมาทักทาย บางครั้ง เมื่อแม่ไปโรงเรียน เจอครู ปรากฎว่า ครูรู้เรื่องทางบ้าน เลียมเล่าให้ฟังหมด มาตอนนี้เป็นวัยรุ่น ไม่ค่อยคุย
เลียมเป็นผู้ช่วยของ แม่ (Mommy ) ในปัจจุบัน สามารถทำครัว ทอดไข่ ทอดขนมปังชุบไข่ เอาอาหารใส่ตู้อบ คั้นน้ำส้มเองได้หมด ตอนไหนที่แม่ไม่อยู่ เลียมเป็นคนดูแลหาอาหารให้น้องๆทั้ง ๒ คนกิน มีอยู่เย็นวันหนึ่ง ตาและยาย พยายามเรียกโนแลนไปกินข้าว แต่โนแลนไม่กิน บอกว่าอิ่ม เลียมคงได้ยินตายายกำลังตี๊อคนเล็ก เลียม มาถึง ปิดทีวี อุ้มโนแลนไปนั่งกินข้าว กินจนอิ่ม ถึงจะปล่อยมานั่งดูทีวีต่อ โนแลนก็ไม่ได้โกรธพี่ คงจะเคยชินมาหลายครั้งแล้ว เวลากลางคืนก่อนนอน เลียมจะเตรียมกระเป๋าเรียน กระเป๋าใส่อาหารเที่ยง และกระติกของ ทั้ง ๓ พี่น้องวางเรียงกัน และเมื่อหลานๆกลับจากโรงเรียน ทุกคน จะต้องเก็บรองเท้า เสื้อแจ้กเก็ต กระติกน้ำ กระเป๋าทั้ง ๒ ใบ แต่ละใบในที่ของมัน โดยไม่ต้องบอก ทำกันเองหมด ตอนอาบน้ำ แปรงฟัน ล้างมือ ดื่มนม ก็ทำกันเองตามระบบ ประจำทุกวัน
สังเกตดู ๓ พี่น้องนี้มีจิตใจที่ผูกพันกัน จะห่างกันก็ตอนเรียนหนังสือ ที่แยกโรงเรียนกันเท่านั้น เลียมกับแอนดรูจะผูกพันกันตั้งแต่ยังเล็กๆ เลียมตอนเพิ่งเข้าเรียน ถึงตอนลงรถ ต้องกอดน้องที่ยังไม่เข้าโรงเรียนก่อน และอีกครั้งหนึ่งขณะที่ยังเล็กๆ ตอนที่รอแอนดรู โรงเรียนเลิก แม่ชวนเลียมไปเดินเล่น เลียมไม่ยอมไปไหน รอน้องกลัวน้องหาไม่เจอ ตอนนี้พี่ทั้งสอง ก็เล่น แกล้ง กับโนแลน ซึ่งไม่เคยโกรธ เล่นกันทั้ง ๓ พี่น้องที่บ้าน
อ่าน Facebook เห็นโฆษณานาฬิกา Timex จึงสั่งซื้อ ราคาพันกว่าบาท คิดว่าของคงจะมาทันกลับ จะเอามาทดแทนนาฬิกา digital ที่กำลังจะหมดอายุแล้ว Timex นี้ สมัยที่เรียนที่เกษตร เคยใช้หลายปี เป็นนาฬิกาไขลาน ซื้อหลุดจำนำมา ๓๐๐ บาท
กลับไปบ้าน คงจะคิดถึงหลานๆ แบบที่เคยคิดถึงต่อไป
บู๊ คนเคนหนุ่ม
Allen 20 August 2024






