INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

คำพูดอ้างอิงที่มีชื่อเสียงของกอดฟาเธอร์

คำพูดอ้างอิงที่มีชื่อเสียงของกอดฟาเธอร์

“มันเป็นนิสัยเก่า ผมใช้ชีวิตของผมพยายามไม่ประมาท ผู้หญิงและเด็ก สามารถประมาทได้ แต่ไม่ใช่ผู้ชาย”เมื่อเขาได้ถูกเเนะนำครั้งแรกต่อผู้ชม วีโต คอร์ลีโอเนดูเหมือนไม่สามาถเอาชนะได้ เขาจุติลงมาด้วยอำนาจ ด้วยความมั่งคั่ง กำลังคน และอิทธิพลเขาเยือเย็นและฉลาด แลเขารู้ว่าทำอะไรอยู่เสมอ ถ้อยคำของวีโต แสดงภาระของความรับผิดชอบที่ผู้ชายมักจะแบกอยู่ มันได้เสนอเเนะว่าผู้ชายได้ถูกคาดหวังใช้ความระมัดระวังและคุ้มครองบุคคลที่อ่อนแอ การมุ่งเน้นการเสียสละ และการเลือกที่พวกเขาต้องทำ เพื่อบุคคลที่รักของพวกเขาคำพูดอ้างอิงนี้ได้สะท้อนความเชื่อที่ติดตัวอย่างลึกซึ้งภายในบทบาทเพศสมัยเดิม และความคาดหวังทางสังคม เขาเสนอแนะว่าผู้ชายมีภาระที่ยิ่งใหญ่ของความรับผิดชอบ และควรจะระวังอยู่เสมอหลีกเลี่ยงผลตามมาที่อันตราย”พ่อของผมไม่แตกต่างจากบุคคลที่มีอำนาจใครก็ตาม ใครก็ตามด้วยอำนาจ เหมือนประธานาธิบดีหรือวุฒิสมาชิก”ไมเคิล คอร์ลีโอเนไม่เหมือนบุคคลอื่นของครอบครัวของเขา เขาจะเป็นทหารผ่านศึกที่น่าเคารพเข้าใจถูกหรือผิด แต่กระนั้นเขาไม่โง่ และความจงรักภักดีต่อพ่อและพี่ชายของเขานำเขาให้เหตุผลการกระทำของพวกเขา โดยการเปรียบเทียบพวกเขาต่อนักการเมือง และการเปรียบเทียบอย่างมีเหตุผล เนื่องจากนักการเมืองหลายคสอยู่ภายในกระเป๋าของวีโตคำถามที่ไร้เดียงสาของเคย์ อดัมส์ เพื่อนสาวของไมเคิลเริ่มต้นภายในฉากแรกของภาพยนตร์ พิสูจน์ว่าเธอไม่มีความคิดอะไรสะสมเพื่ออนาคตของเธอกับลูกชายของหัวหน้ามาเฟียไมเคิลและเคย์ได้โต้ตอบระหว่างกัน
เคย์ : ฉันคิดว่าคุณไม่ได้กลายเป็นชายเหมือนพ่อของคุณ นั้นจะเป็นสิ่งที่คุณได้บอกฉัน

ไมเคิล : พ่อของผมไม่ได้แตกต่างจากบุคคลที่มีอำนาจใครก็ตาม บุคคล ใดก็ตามด้วยอำนาจเหมือนประธานาธิบดีหรือวุฒิสมาชิก

เคย์ : คุณรู้หรือไม่คุณดูเหมือนไร้เดียงสาอย่างไร ไมเคิล ประธานาธิบดีและวุฒิสมาชิดไม่ได้ฆ่าคนไมเคิล : โอ ใครไร้เดียงสา เคย์คำพูดอ้างอิงนี้ยึดวิวัฒนาการรับรู้ของอำนาจและศีลธรรมของไมเคิลและยกตัวอย่างวิถีทางครอบครัวต้องการแสดงและรับรู้ การเปรียบเทียบของ
ไมเคิลระหว่างพ่อของเขาและผู้นำนักการเมืองทาสีภาพของวีโตเป็นบุคคลสาธารณะเมื่อไมเคิลกลับมาอเมริกาภายหลังปีของการเนรเทศภายในซิซิลีของเขาเมื่อเขาได้ฆ่าซอลลอซโซและเเมคคลัสกีย์ และเขาได้ตัดสินใจที่จะติดตามเพื่อนหญิงเก่าของเขา เคย์ และต้องการนำเสนอต่อเธอ หลายปีผ่านไปนับตั้งเเต่การเริ่มต้นของภาพยนตร์ เมื่อทั้งคู่ได้นัดหมายกัน ไปงานแต่งงานของคอนนี่ ไมเคิลได้เปลี่ยนแปลงอย่างมาก นับตั้งแต่เคย์ได้เห็นเขาครั้งสุดท้าย ตอนเริ่มต้นของภาพยนตร์ไมเคิลใส่เครื่องแบบกองทัพ ในขณะนี้เขาใส่หมวกกลมทรงสูงและสูทลายทางของมาเฟีย การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือไมเคิล คอร์ลีโอเน เริ่มต้นทำงานกับพ่อของเขา เขาได้กลายเป็นสมาชิกของครอบครัวมาเฟียคอร์ลีโอเน ไมเคิลได้ป้องกันอย่างไม่คลุมเครือ ต่อพ่อของเขาและชีวิตมาเฟียเป็นครั้งแรก การส่งสัญญานการเปลี่ยนแปลงของไมเคิลจากประชาชนไปสู่มาเฟีย กระบวนการที่เริ่มต้นเมื่แมคคลัสกีย์ได้ต่อยหน้าของเขา เราได้รับรู้วีโต คอร์ลีโอเน คาดหวังว่าไมเคิลวันหนึ่งอาจจะกลายเป็นวุฒิสมาชิกหรือประธานาธิบดี การเสริมแรงการประชดของถ้อยคำนี้”ทิ้งปืน เอาแคนโนลี่ไป”คำพูดอ้างอิงนี้ ได้เริ่มต้นภายหลังการลอบสังหาร วีโต คอร์ลีโอเนไม่บรรลุความสำเร็จ ลูกชายของเขา ไมเคิลและซอนนี ได้ตระเตรียมการตอบสนองการเริ่มต้นด้วยการฆ่าพอลลี่ ผู้คุ้มครองวีโตการทรยศเป็นบาปที่ยกโทษให้ไม่ได้ภายในโคซา นอสตรา – มาเฟียซิซิลี ซอนนี มุ่งที่การฆ่าเขา ไว้วางใจและมอบหมายปีเตอร์ เคลเมนซากับงานนี้ ดังนั้นเคลเมนซาได้เริ่มต้นกระทำทันที เมื่อเขารับรู้ว่ามือขวาของเขาพอลลี่ กาโต มีบางสิ่งบางอย่างทำกับความพยายามการลอบสังหารวีโต คอร์ลีโอเนเคลเมนซาได้ใช้กลอุบายบอกพอลี พวกเขาต้องการหาสถานที่สงบบางแห่งซ่อนร่างกายที่ถูกฆ่า เนื่องจากคอร์ลีโอเน กำลังทำสงครามกับซอลลอซโซ เมื่อพอลีและรอคโค รับคลีเมนซาตอนเช้า ภรรยาของเคลเมนซาได้เตือนเขาอย่าลืมแคนโนลี่ บนเส้นทาง เคลเมนซาได้แวะซื้อแคนโนลี่เพื่อภรรยาของเขาเมื่อพวกเขามาถึงสถานที่เงียบสงบใกล้แนวชายฝั่ง เคลเมนซาได้อ้างว่าเขาต้องไปปัสสาวะ รอคโคได้ยิงพอลี่ที่หัว ภายหลังจากที่นายของเขาออกไปจากรถยนต์คลีเมนซาห่วงใยขนมมากกว่าฆาตกรรมที่เพิ่งเกิดขึ้น ทำให้คำพูดอ้างอิงเป็นตำนาน พวกเขาอาจจะเป็นเพื่อนใกล้ชิดกันแต่เนื่องจากการทรยศของเขา พอลีไม่สำคัญต่อเขาอีกแล้ว แคนโนลีเป็นขนมอิตาลีเหมือนครีม และอร่อย เเต่มรดกของเเคนโนลี ภายในภาพยนตร์จะเกี่ยวพันกับการฆ่าพอลีอย่างโหดร้ายด้วยมือของรอคโคปีเตอร์ เคลเมนซามีเทคนิคงัดแงะปืนที่พวกเขาได้ใชัดังนั้นมันจะไม่มีรอยพิมพ์นิ้วมือ ปีนไม่เคยสามารถจะย้อนรอยไปสู่ผู้ยิงได้ ดังนั้นมันดีที่สุดต่อการทิ้งปืนภายในฉากอาชญากรรม แทนการซ่อนมันไว้ที่ไหนก็ตาม มิฉะนั้นปืนได้กลายเป็นความรับผิดชอบเมื่อตำรวจสามารถเชื่อมโยงกับกระสุนที่ยิงได้ มันได้เกิดขึ้นต่อมาภายในภาพยนตร์ เมื่อเขาได้สอนไมเคิลยิง
ซอลลอซโซและเเมคคลัสกีย์ เขาได้บอกไมเคิลชัดเจนให้ทิ้งปืน เมื่อเขาพูดถ้อยคำนี้กับรอคโคเขาเพียงแค่ระมัดระวัง เขาได้เอาแคนโนลีที่ภรรยาของเขาได้เตือนเขา – อย่าลืมแคนโนลี่ – ก่อนที่เขาออกไป มันจะเเปลกที่ไปปัสสาวะด้วยแคนโนลี่ ด้งนั้นเขาได้ทิ้งมันไว้ภายในรถยนต์ เขาทำงานกับพอลลี่นานหลายปี แต่เมื่อเขากลายเป็นยอมทิ้งดอน เขาต้องตาย มันไม่มีอารมณ์ยุ่งเกี่ยวที่นี่ เขาไม่เสียใจที่พอลลีได้ทรยศพวกเขา พอลลีรู้ว่าเขากำลังทำอะไร มันไม่ได้เป็นการแก้แค้น มันไม่ได้เป็นส่วนบุคคล มันเป็นงานประจำวัน ณ จุดนี้ เขาดูแลเกี่ยวกับแคนโนลี่ภายในรถยนต์มากกว่าสมองของพอลโลกระจายไปทั่วรถยนต์”ผมไม่ชอบความรุนเเรง ทอม ผมเป็นนักธุรกิจคนหนึ่ง เลือดเป็นค่าใช้จ่ายที่ยิ่งใหญ่”ระหว่างการเจรจาต่อรองกับครอบครัวอาชญากรรมคอร์ลีโอเน ซอลลอซโซ แสดงการครอบงำอย่างรวดเร็ว และสร้่างเงื่อนไขของเขาอย่างชัดเจน ถ้อยคำข้างบนเป็นการคุกคามบอกเป็นนัย ซอลลอซโซได้ยืนยันว่าเขาไม่ชอบความรุนแรง เพราะว่ามันแทรกเเซงธุรกิจ แต่ถ้าใครก็ตามเลือกไม่ที่จะยอมความมุ่งหมายของเขา เขาเต็มใจยอมให้เกิดการนองเลือดถ้อยคำทำนองนี้เป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลทำไม ซอลลอซโซได้กลายเป็นอาชญากรที่ยิ่งใหญ่ เขาประกายด้วยความเชื่อมั่น และมองไมมีปัญหาต่อการผลักดันความมุ่งหมายของเขาต่อบุคคลอื่น โชคไม่ดีต่อเขา เขาเริ่มต้นยุ่งยากจากภาพลวงตาของความยิ่งใหญ่ มากจนเขาได้ประเมินไมเคิลค่าต่ำไป บางสิ่งบางอย่างในที่สุด ได้นำเขาไปสู่ความหายนะของเขา เวอร์จิลซอลลอซโซ ราบรื่นกับการคุกคามของเขาต่อครอบครัวคอร์ลีโอเนซอลลอซโซได้ซ่อนเร้นความมุ่งหมายของเขากับทอม เฮเกน ราวกับเขาต้องการสงบศึกอย่างแท้จริง เป้าหมายแท้จริงของซอลลอซโซคือเงินทุนสนับสนุนธุรกิจยาเสพย์ติดของเขา และเขาพร้อมจะทำมันอะไรก็ตามเริ่มต้นธุรกิจของเขาเมื่อวีโต คอร์ลีโอเน รอดชีวิตจากการถูกยิงหลายครั้ง ซอลลอซโซได้ให้บุคคลของเขาหอบหิ้วทอม เฮเกนด้วยความหวังเขาสามารถทำให้ซอนนีใจเย็นลง และพยายามที่จะนำความสงบสุขมาสู่ห้าครอบครัวมาเฟีย เขาได้พยายามโน้มน้าวเฮเกนต่อความคิดเห็นของเข ด้วยการเปิดเผยความมุ่งหมายที่แท้จริงของความพยายามคิดข้อแก้ปัญหา ไม่ใช่การใช้ความรุนแรง และได้คุกคามเขาในขณะเดียวกันด้วย
คำพูดของซอลลอสโซ ได้เปิดเผยด้านทางการฑูตของเขา แต่ในขณะเดียวกัน มันได้ถูกใช้เป็นการเตือนว่าเขาได้ตระเตรียมตามหาดอนวีโตอีกครั้งถ้ามันต้องทำ เขาไม่ใช่บุคคลบางคนใช้ความรุนแรง เพราะว่ามันเป็นต้นทุนต่อเขา แต่ถ้าทั้งหมดล้มเหลว เขาเต็มใจที่จะใช้มัน ถ้ามันเป็นวีถีทางไปสู่เป้าหมาย

“นั้นเป็นครอบครัวของผม เคย์ นั้นไม่ใชผม” ไมเคิล คอร์ลีโอเนภายในหลายวิถีทาง กอดฟาเธอร์ เป็นโศกนาฏกรรมสมัยใหม่ ไม่ใช่เพราะว่าบุคคลจำนวนมากถูกฆ่า แต่เพราะว่าไมเคิล คอร์ลีโอเน เขาเป็นแทรจิค ฮีโร ไมเคิลได้เล่าเคย์เกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงจากอดีตพ่อของเขา แสดงประเภทบุคคลของครอบครัวของเขาเป็นอยู่ แต่เขารับรองเธออย่างรวดเร็วว่าเขาแตกต่างกัน แต่กระนั้นไมเคิลได้นำพาต่อไปเข้าไปสู่ธุรกิจครอบครัวคอร์ลีโอเนตลอดภาพยนตร์ ณ งานแต่งงานของคอนนี เคย์ ประหลาดใจที่เห็นจอห์นนี ฟอนเทน มา และถามไมเคิลเขารู้จักเขาอย่างไร ไมเคิลได้บอกเธอพ่อของเขาเป็นกอด ฟาเธอร์ของฟอนเทน และเเม้แต่ครั้งหนึ่งได้ช่วยเหลือเขากับลูคา บราซี่ ภายหลังยืนกรานที่เขาจะให้รายละเอียด ไมเคิลได้ตามใจเธอด้วยการเล่าเธอ วิธีการที่ตกตะลึงวีโตและลูคาช่ายเหลือฟอนเทนออกจากสัญญาของเขากับหัวหน้าวง ลูคาจ่อปืนที่หัวของเขา และพ่อของผมยืนยันเขาว่าสมองของเขา หรือลายมือชื่อของเขาจะอยู่บนสัญญา นั้นเป็นเรื่องจริง นั้นเป็นครอบครัวของผม เคย์ นั้นไม่ใช่ผมคำพูดอ้างอิงนี้ไม่ได้สร้างความคิดเห็นของไมเคิล ต่อครอบครัวของเขาเท่านั้น มันได้ใช้เป็นการเล่าเรื่องแบบอ้อมด้วย มันไม่ใช่ว่าเขาไม่รักครอบครัว เขาเป็นเพียงแค่ไม่ยุ่งเกี่ยวภายในธุรกิจของพวกเขา และต้องการทำให้ชัดเจนแก่เคย์ว่าเขาไม่ชอบมัน “ชายที่ไม่ใช้เวลากับครอบครัวของเขาไม่เคยสามารถเป็นชายที่แท้จริง”ระหว่างงานแต่งงานของคอนนี่ วืโตไดเพบกับลูกทูนหัวและนักร้องที่มีชื่อเสียงของเขา จอห์นนี ฟอนเทน เขา ต้องการความช่วยเหลือของกอดฟาเธอร์ให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ที่สามารถนำเขา กลับไปสู่จุดสูงสุด ภายหลังการรับฟังปัญหาของฟอนเทนแล้ว วีโต คอร์ลีโอเนได้ร้องตะโกนแก่เขาต่อน้ำตาที่ไหลออกมา ลูกชายคนโตสุดของเขา ซอนนี เข้ามาภายในห้อง เเละดูประหนึ่งได้ถามฟอนเทน ถ้าไม่ใช้เวลากับครอบครัวเขาแวบเเรกที่เห็นซอนนี ไม่เป็นบุคคลครอบครัวที่ซื่อสัตย์”อย่าบอกผมคุณบริสุทธ์ เพราะวามันดูถูกปัญญาของผม และทำให้ผมโกรธมาก” ตอนช่วงเวลาสุดท้ายของกอดฟาเธอร์ ไมเคิลได้บอกคาร์โลว่าพวกเขาไม่ค่อยแน่ใจ เเละพวกเขากลับไปบ้าน ในขณะที่คาร์โลได้หมุนโทรศัพท์อย่างกังวล ไมเคิลได้กล่าวหเาเขาอย่างไม่อ้อมค้อมของความรับผิดชอบต่อการฆ่าซอนนีภายหลังที่ไมเคิลเกลี้ยกล่อมคาร์โลไปสู่การยอมรับว่าบาร์ซินีเข้าหาเขาเขาไม่ได้ให้การตอบสนองเหมือนที่บุคคลส่วนใหญ่จะคาดหวัง แม้ว่าด้วยคำพูดของเขา การขาดการแสดงออกทางสีหน้าหรือารมณ์ใดก็ตามของไมเคิลเป็นการบอกอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปแก่คาร์โล การพูดของไมเคิลต่อคาร์โลเป็นการคุกคามอย่างเป็นมิตรทำให้เกิดความกลัวต่อน้องเขยของเขามากกว่าการกระทำทางร่างกายใดก็ตามที่สามารถมี ณ ช่วงเวลานั้น


เพื่อที่จะให้คาร์โลยอมรับว่าเขาจะเป็นส่วนหนึ่งภายในการลอบสังหารซอนนี ไมเคิลรับรองว่าเขาจะถูกเนรเทศ และไม่ถูกฆ่าต่อการทรยศของเขา ตลอดเวลารู้ว่าเขาต้องฆ่าคาร์โลถ้าเขาสารภาพ มันเป็นไปได้ทั้งหมดที่ไมเคิลจะต้องฆาคาร์โล ไม่มองว่าเขาได้พูดอะไร ไมเคิลมีสัญชาติญาณที่หกเมื่อมันมาสู่การทรยศ

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com