ประวัติศาสตร์มนุษยชาติ (51)

ประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
ผู้เขียน อ.อดุลย์ มานะจิตต์
ให้มันไขว้เขวผิดพลาดไป พวกเขาเป็นเสมือนเสาหลักที่ค้ำยันอิสลาม พวกเขาเป็นเครื่องป้องกันอย่างแท้จริงที่ซึ่งอิสลามสามารถหาที่หลบ ภัยได้ เป็นเพราะพวกเขาโดยแท้ที่ศาสนามีจุดยืนอันเหมาะสมท่าม กลางมวลมนุษยชาติ และเป็นผู้ที่ทำให้ความโง่เขลาเบาปัญญาและ ความโป้ปดมดเท็จถูกมองว่าเป็นสิ่งที่น่าดูถูกดูแคลน และเป็นสิ่งที่ น่ารังเกียจเดียดฉันท์ พวกเขามีความเข้าใจในจิตวิญญาณที่แท้จริง ของอิสลามและสารัตถะสำคัญต่างๆ ของศาสนา โดยนำเอาข้อบัญญัติต่างๆ ของศาสนามาสู่การปฏิบัติด้วยความรอบคอบ ในหมู่ มนุษย์นั้นมีผู้คนจำนวนมากหลายที่เทศนาสั่งสอนในสิ่งที่ดีงามและ ยิ่งใหญ่ แต่มีจำนวนน้อยนิดเหลือเกินที่จะหาพบได้ว่าพวกเขาเป็น ผู้ปฏิบัติตามในสิ่งที่พวกเขาเทศนาสั่งสอน (กิจกรรมต่างๆ ของ อาลิ มุฮัมมัด จะสอดคล้องต้องกันกับคำเทศนาสั่งสอนของพวกเขาอย่าง สมบูรณ์)” คำเทศนาของอิมามอะลี ข้างต้นสมจริงแล้ว
เนื่องจากกระแสรายงานเรื่องราวของอิมามมะฮ์ดีและศาสดาอีชา (ขอความสันติสุขจงประสบแด่ท่านทั้งสอง) มีกระจายอยู่ในหนังสือหลาย เล่ม จึงเห็นเป็นการสมควร ณ ที่นี้ที่จะรวบรวมเรื่องดังกล่าวทั้งหมดเอาไว้ ในบทที่สิบสอง เท่าที่หน้ากระดาษจะอำนวย เพื่อความสะดวกต่อการศึกษา ค้นคว้าและการอ้างอิงสืบไป
หลักฐานจากอัล ฮะดิษ (วจนะของท่านศาสดามุฮัมมัด)
ก่อนที่วันกิยามัตจะบังเกิดขึ้นจริงๆ นั้น ผู้คนจะเอาทรัพย์สมบัติที่ ได้มอบให้ในวิถีทางของพระเจ้า (วะกัฟและอื่นๆ) ไปเป็นของตนเอง การจ่ายซะกาตจะถูกกระทำเสมือนหนึ่งเป็นภาระอันหนักอึ้งหรือเป็นค่าปรับ ความไว้เนื้อเชื่อใจจะสูญสิ้นไป และสามีจะเชื่อฟังภรรยาของเขาในการ กระทำที่ขัดต่อหลักชะรีอะฮ์ (กฎหมายอิสลาม) เด็กๆ จะไม่เชื่อฟังบิดามารดาของเขาและจะถือเอาบิดาเป็นศัตรู และกลับไปไว้วางใจผู้ใกล้ชิดเป็น เสมือนบิดาของตนเอง การเรียนศาสนาจะกระทำกันเพื่อการหาเงิน การเป็น ผู้นำและการบริหารจะตกอยู่ในมือของผู้คนที่ไร้คุณค่า ผู้ซึ่งกระทำความชั่ว ละโมบโลภมากและมีมารยาทอันต่ำทราม
มนุษย์จะเสื่อมคลายความศรัทธาต่อพระเจ้า มนุษย์จะมัวเมาอยู่กับ กามารมย์ การผิดประเวณีจะแพร่หลาย แผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง สองฝ่ายจะต่อสู้กันเพื่อเรียกร้องไปสู่สัจธรรม คนเลี้ยงแกะจะแข่งขันกัน สร้างตึกสูงๆ เงินทองจะมีมากโดยปราศจากคุณค่า ผู้หญิงจะมีมากกว่า ผู้ชาย ทะเลทรายจะอุดมสมบูรณ์และที่อุดมสมบูรณ์จะแห้งแล้ง
ความไว้วางใจจะถูกมอบให้กับบุคคลที่ไม่เหมาะสม การดื่มสุราจะ ทำกันอย่างกว้างขวางและเปิดเผย นักดนตรี นักร้องและนักเต้นรำจะได้ รับความนิยมยกย่อง เครื่องดนตรีจะมีมากมายดาษดื่น และในหมู่มุสลิม นั้นคนรุ่นหลังจะประณามคนรุ่นก่อน
ท่านศาสดามุฮัมมัดได้มีวจนะไว้ว่า ในเวลานั้นผู้คนอาจรอคอยภัย พิบัติที่จะเกิดขึ้น เช่น พายุสีแดงที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง การหายตัว ไปจากโลกของคนบางคน ฝนหินจะตกลงมาจากท้องฟ้า รูปร่างจะเปลี่ยน ไป (ใบหน้า) เช่น มนุษย์จะมีหน้าตาเหมือนสุนัขและสุกร และจะมีภัยพิบัติ อื่นๆ ติดตามมาเป็นระลอกๆ อย่างรวดเร็วประหนึ่งเชือกที่ใช้ร้อยลูกประคำ ได้ขาดลง และลูกประคำก็จะร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็ว
ยังมีสัญญาณอื่นๆ อีกที่ปรากฏอยู่ในรายงาน (ฮะดิษ) เช่น การเรียน การสอนศาสนาจะเสื่อมคลายลง การโกหกจะกลายเป็นศิลปะ การไว้เนื้อเชื่อใจ (อะมานะฮ์) จะสูญหายไป การอ่อนน้อมถ่อมตนและความละอาย จะสูญสลายไป ผู้กราบไหว้เทวรูปจะปกครองไปทุกแห่งหน เมื่อสัญญาณ ทั้งหมดที่ได้กล่าวถึงข้างต้นนั้นจะได้ปรากฏขึ้นจริงแล้ว พวกคริสเตียนจะ เข้าปกครองโลกและมาเป็นผู้นำของโลก ในช่วงเวลานี้จะมีชายคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นมาในก๊กของอบูซุฟยานในซีเรีย และเขาจะฆ่าชัยยิด (เชื้อสายของ ท่านศาสดา) เป็นจำนวนมาก และจะมาปกครองเหนือซีเรียและอียิปต์
ในระหว่างช่วงเวลานี้ จะเกิดสงครามระหว่างผู้ปกครองมุสลิมแห่ง โรมกับคริสเตียนสองพวก แต่จะมีการปองดองกันระหว่างมุสลิมกับ คริสเตียนอีกพวกหนึ่ง คริสเตียนฝ่ายที่เป็นศัตรูจะเข้าโจมตีคอนแสตน ติโนเปิล และกษัตริย์จะถูกขับไล่ออกนอกประเทศไปอยู่ซีเรีย จะเกิดการ สู้รบกันอย่างดุเดือดระหว่างฝ่ายคริสเตียนที่เป็นศัตรูกับมุสลิม ที่ได้รับการ สนับสนุนจากคริสเตียนอีกฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายมุสลิมและพันธมิตรคริสเตียนจะ ได้รับชัยชนะ
วันหนึ่งในทันทีทันใดนั้น ชายคนหนึ่งจากฝ่ายคริสเตียนจะประกาศ ขึ้นว่า ชัยชนะที่เกิดขึ้นนั้นก็เนื่องมาจากความจำเริญของไม้กางเขน มุสลิม จะกล่าวตอบโต้ว่ามันเป็นเพราะมุสลิมต่างหาก ความขัดแย้งนี้จะทวีความ ตึงเครียดและก็จะเกิดสงครามระหว่างทั้งสองฝ่าย โดยมุสลิมเป็นฝ่ายพ่าย แพ้ กษัตริย์จะถูกฆ่า และซีเรียจะถูกปกครองโดยพวกคริสเตียน มุสลิม ที่รอดชีวิตมาได้ก็จะอพยพไปอยู่มะดีนะฮ์ และการปกครองโดยพวกคริส เตียนจะขยายมาถึงคอยบัร (สถานที่หนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับนครมะดีนะฮ์)
ภายใต้สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและผิดหวัง มุสลิม จะบังเกิดความห่วงใยเพื่อการแสวงหา “อิมามมะฮ์ดี” เพื่อมาขจัดภัยพิบัติ ดังกล่าวทั้งหมดนั้น ในช่วงเวลานี้อิมามมะฮ์ดีจะมาอยู่ที่มะดีนะฮ์ แต่ เมื่อตระหนักว่าผู้คนจะบังคับท่านให้รับหน้าที่เป็นผู้บริหาร ท่านจึงไปยัง มักกะฮ์ จะมีผู้เสแสร้งปรากฏตัวขึ้นเช่นเดียวกัน โดยอ้างตนเองว่าเป็น “อิมามมะฮ์ดี
จะมีผู้ทรงคุณธรรมบางคนจดจำอิมามมะฮ์ดีได้ ในขณะที่ท่านกำลัง ฏอวาฟ (เวียน) กะฮ์บะฮ์อยู่ระหว่างหะญะรอลอัสวัด (หินดำ) กับมะกอม อิบรอฮีม ท่านจะถูกบังคับโดยผู้ทรงคุณธรรมเหล่านั้นให้รับการบัยอะฮ์ (สาบาน) ของพวกเขา เพื่อเป็นผู้ปกครองของพวกเขา ในระหว่างการกระทำ สัตย์สาบานอยู่นั้น จะมีสุรเสียงมาจากฟากฟ้าซึ่งจะได้ยินกันทั่วไปสำหรับ ผู้ที่ปรากฏตัวอยู่ที่นั้นว่า “นี่คือคอลีฟะฮ์ของพระเจ้า อิมามมะฮ์ดี”
ภายหลังจากการปรากฏตัวของอิมามมะฮ์ดี สัญญาณอันสำคัญที่สุด ของกิยามัตจะเริ่มปรากฏให้เห็น สัตยาบัน ด้วยกับข่าวของอิมามมะฮ์ดีและการทำ กองทัพมุสลิมแห่งมะดีนะฮ์จะมายังมักกะฮ์ และผู้เสียสละจาก ซีเรีย อิรัก ฟีเมน และกองทัพอาหรับอื่นๆ อีกมากมายจะเข้าร่วมกับท่าน ชายคนหนึ่งจากคูราชาน (เปอร์เซีย) จะนำทัพขนาดใหญ่โดยเป็นแม่ทัพ มาช่วยเหลืออิมามมะฮ์ดี และทัพหน้าของกองทัพนี้จะอยู่ภายใต้การบังคับ บัญชาของชายคนหนึ่งซึ่งมีนามว่า มันชูร กองทัพนี้จะทำลายล้างผู้กราบไหว้ เทวรูปจำนวนมากในระหว่างทาง
ชายคนนั้นจากก๊กของอบูซุฟยาน จะส่งกองทัพกองหนึ่งมาสู้รบกับ อิมามมะฮ์ดี ในขณะที่กองทัพนี้กำลังจะตั้งกระโจมพักในทะเลทรายระหว่าง มักกะฮ์กับมะดีนะฮ์ที่เชิงเขาลูกหนึ่ง พื้นโลกจะแยกออกและกองทัพนี้จะ จมลงสู่ก้นเหว จะมีเพียงสองคนเท่านั้นที่รอดชีวิตมาได้ คนหนึ่งจะไปราย งานต่ออิมามมะฮ์ตีถึงชะตากรรมของกองทัพ และอีกคนหนึ่งไปยังคน ของอบูซุฟยาน
พวกคริสเตียนจะรวบรวมกองทัพจากทั่วทุกมุมเพื่อต่อต้านมุสลิม มุสลิมก็จะเตรียมเช่นกัน กองทัพมุสลิมจะมีแปดสิบธงรบ และแต่ละธงรบ จะมีทหารจำนวนหนึ่งหมื่นสองพันคน อิมามมะฮ์ดีจะเดินทางจากมักกะฮ์ มายังมะดีนะฮ์ และภายหลังจากที่ได้เยี่ยมหลุมศพของท่านศาสดามุฮัมมัด แล้ว ก็จะเคลื่อนทัพต่อไปยังดามัสกัสในซีเรีย กองทัพของคริสเตียนจะรุก คืบหน้าเข้ามาเช่นกันเพื่อเผชิญทัพกัน กองทัพของอิมามมะฮ์ดีจะแยกออก เป็นสามกลุ่ม กลุ่มหนึ่งจะระหน กลุ่มที่สองจะถูกสังหารในสมรภูมิ และ ในที่สุดกลุ่มที่สามจะได้รับชัยชนะด้วยกับความเมตตาปรานีของพระเจ้า ท่านอิมามจะสถาปนาการปกครองของท่านเหนือประเทศนี้ จากนั้นท่านจะ เดินทัพต่อไปยังคอนแสตนติโนเปิล เมื่อไปถึงแม่น้ำโรมแล้วท่านจะตั้งทหาร จำนวนเจ็ดหมื่นคนจากก๊กของ อบูอิสฮาก เพื่อเข้าไปโจมตีเมือง เมื่อเข้า ไปถึงเชิงเทินของเมืองทหารจะตะโกนร้องขึ้นว่า “อัลลอฮุอักบัร” (พระเจ้า ผู้ทรงเกรียงไกร) และด้วยกับความจำเริญนี้กำแพงเมืองก็จะล้มลง และพวก เขาก็จะเข้าไปในเมืองทำการฆ่าสังหารทหารพวกกราบไหว้เทวรูป พวกเขา จะเข้าปกครองเมืองนี้ พวกเขาจะปกครองด้วยความยุติธรรมและนำเอากฎ ระเบียบกลับคืนมา สิ่งเหล่านี้จะถูกกระทำภายในหกหรือเจ็ดปีหลังจากการ กระทำสัตย์สาบาน (บัยอะฮ์) โดยอิมามมะฮ์ดี เมื่ออิมามมะฮ์ดีวุ่นวายอยู่ กับการจัดการบริหารการปกครองแห่งนครคอนแสตนติโนเปิลให้เข้ารูปเข้า รอยอยู่นั้น ข่าวลือจะแพร่สะพัดออกไปว่า ดัจญาล (บุคคลที่มีดวงตาข้าง เดียว, ผู้หลอกลวง) ได้ปรากฏตัวขึ้นที่ซีเรีย เมื่อได้ยินเช่นนี้ท่านอิมามมะฮ์ ดีจึงรุดไปยังซีเรีย และจะส่งม้าเร็วล่วงหน้าไปเพื่อสอบสวนข่าวลือให้แน่ชัด ม้าเร็วคนนั้นจะกลับมาเพื่อแจ้งข่าว ข่าวลือนั้นไม่เป็นความจริง เมื่อพอใจ แล้วอิมามมะฮ์ดีก็จะลดความเร็วของกองทัพลง และจะมาถึงซีเรียภายหลัง จากที่ได้จัดกิจการของประเทศต่างๆ ในระหว่างทางให้เรียบร้อย
ภายหลังจากที่อิมามมะฮ์ดีมาถึงซีเรียได้ไม่นานนัก ดัจญาลก็จะ ปรากฏตัวขึ้นมาจริงๆ เขาจะมาจากพวกยิว เขาจะปรากฏตัวระหว่างซีเรีย กับอิรัก และจะอ้างตนเองเป็นศาสดาคนหนึ่ง เขาจะไปยังอิสฟาฮานที่ซึ่งพวก ยิวจำนวนเจ็ดหมื่นคนเข้าร่วมกับเขา จากนั้นเขาก็ประกาศตนเองขึ้นเป็น พระเจ้า จะเข้ารุกรานกดขี่บีฑาประเทศสองประเทศ จนมาถึงเขตแดนของ ประเทศเยเมนในทุกหนแห่ง พวกกราบไหว้เทวรูปจะเข้าร่วมกับเขาเป็น จำนวนมหาศาลจนกระทั่งมาถึงนอกเมืองมะดีนะฮ์ แต่ก็ไม่สามารถจะเข้า สู่เมืองได้ เมื่อมาถึงขั้นนี้ นครมะดีนะฮ์ก็จะเกิดแผ่นดินไหวขึ้นสามครั้ง และบรรดาผู้ที่มีความศรัทธาอ่อนแอจะรีบละออกจากมะดีนะฮ์และตกเป็น


