อิหร่านบนเส้นทางใหม่: เดิมพันทางยุทธศาสตร์ในเวที BRICS ท่ามกลางแรงกดดันจากตะวันตก

อิหร่านบนเส้นทางใหม่: เดิมพันทางยุทธศาสตร์ในเวที BRICS ท่ามกลางแรงกดดันจากตะวันตก
อารีฝีน ยามา
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสมดุลอำนาจโลกที่ยังคงเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดนิ่ง การที่อิหร่านเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS ซึ่งเดิมประกอบด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ และต่อมาได้ขยายสมาชิกภาพครอบคลุมถึงอิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ เอธิโอเปีย และอาร์เจนตินา ได้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในหมู่นักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก การเข้าร่วมครั้งนี้ซึ่งรัฐบาลเตหะรานยกย่องว่าเป็นหมุดหมายสำคัญทั้งในทางการทูตและเศรษฐกิจ เกิดขึ้นในจังหวะสำคัญที่สาธารณรัฐอิสลามยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า BRICS จะเปิดโอกาสใดให้อิหร่าน และอิหร่านเองจะสามารถสร้างบทบาทหรือส่งอิทธิพลกลับคืนสู่เวทีใหม่นี้ได้มากน้อยเพียงใด
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อิหร่านถูกลดบทบาทให้เป็นเพียงผู้เล่นชายขอบในระเบียบโลกที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของชาติตะวันตก โดยเฉพาะหลังจากที่สหรัฐอเมริกาถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ในปี 2015 และทยอยประกาศมาตรการคว่ำบาตรหลายระลอก รัฐบาลเตหะรานจึงตอบสนองด้วยการพลิกทิศทางทางยุทธศาสตร์ไปสู่ “นโยบายมองตะวันออก” ซึ่งเน้นการกระชับความร่วมมือกับประเทศนอกค่ายตะวันตก โดยเฉพาะกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ กลุ่ม BRICS ควบคู่กับองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization – SCO) จึงกลายเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ใหม่นี้อย่างเป็นรูปธรรม
การเข้าร่วมกลุ่ม BRICS เปิดโอกาสให้อิหร่านขยายเครือข่ายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ท้าทายอำนาจของระบบการเงินโลกที่ผูกติดอยู่กับเงินดอลลาร์สหรัฐ และตอกย้ำบทบาทของตนในฐานะผู้สนับสนุนระเบียบโลกแบบหลายขั้วมาอย่างต่อเนื่อง ศาสตราจารย์ซัยยิด รัคมัตตุลโลโซดะ (Sayyid Rakhmatullozoda) ให้ความเห็นว่า การที่อิหร่านตัดสินใจเข้าร่วมกับกลุ่ม BRICS ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์เท่านั้น หากยังสะท้อนถึงอุดมคติร่วมของประเทศสมาชิกในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการยืนหยัดต่อต้านระเบียบโลกแบบขั้วเดียว ความต้องการปฏิรูประบบการเงินระหว่างประเทศให้มีความยุติธรรมมากขึ้น รวมถึงการแสวงหาความร่วมมือในด้านพลังงานและการค้าอย่างยั่งยืน
แก่นกลางของยุทธศาสตร์อิหร่านต่อกลุ่ม BRICS คือความหวังอันมีเหตุผลว่า ประเทศจะสามารถบรรเทาแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากชาติตะวันตกได้ โดยอาศัยสถาบันและพันธมิตรทางเลือกที่เปิดกว้างต่อแนวทางการพัฒนาในรูปแบบใหม่ กลุ่ม BRICS ได้ริเริ่มเครื่องมือทางการเงินนอกกรอบเดิม เช่น การจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งใหม่ (New Development Bank) และการผลักดันแนวคิด “ลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์” ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระยะยาวของรัฐบาลเตหะรานที่มุ่งเสริมสร้างความเป็นอิสระจากระบบการเงินโลกที่ถูกกำหนดโดยตะวันตก แม้มาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ จะยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเข้าถึงแหล่งทุนในระยะสั้น แต่อิหร่านกลับมองเห็นทั้งคุณค่าทางสัญลักษณ์และความหมายเชิงยุทธศาสตร์จากการเข้าร่วมกลุ่มที่มุ่งสลัดพ้นจากกลไกทางการเงินที่อยู่ภายใต้การครอบงำของโลกตะวันตก ขณะเดียวกัน หุ้นส่วนเศรษฐกิจหลักของอิหร่านในกลุ่ม BRICS อย่างจีนและรัสเซีย ก็ได้เริ่มใช้สกุลเงินประจำชาติในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศมากขึ้น สะท้อนถึงแนวโน้มที่ชัดเจนในการลดการพึ่งพาระบบการเงินกระแสหลักของตะวันตกอย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่มั่นคง
ด้านการทูตพลังงานนับเป็นอีกหนึ่งเสาหลักสำคัญของความร่วมมือระหว่างอิหร่านกับกลุ่ม BRICS ด้วยสถานะของอิหร่านในฐานะหนึ่งในประเทศที่ครอบครองแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จึงทำให้อิหร่านเป็นพันธมิตรด้านพลังงานที่มีมูลค่าสูง โดยเฉพาะสำหรับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างจีนและอินเดีย ซึ่งต้องการพลังงานจำนวนมากเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม แม้ว่าทิศทางของโลกกำลังมุ่งสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน เชื้อเพลิงฟอสซิลก็ยังคงเป็นแหล่งพลังงานหลักของระบบเศรษฐกิจโลก และอิหร่านยังคงมีบทบาทสำคัญในโครงสร้างพลังงานระดับโลกอย่างน้อยอีกสองทศวรรษข้างหน้า โครงการโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่าเรือจาบาฮาร์ ซึ่งอิหร่านพัฒนาร่วมกับอินเดีย ยิ่งตอกย้ำถึงศักยภาพทางภูมิยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยเฉพาะหากได้รับการสนับสนุนจากกลุ่ม BRICS ทั้งในด้านเงินทุนและการแก้ไขข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ที่ยังเป็นอุปสรรคอยู่ในปัจจุบัน
แม้การเข้าร่วมกลุ่ม BRICS จะเปิดประตูสู่อาณาบริบทใหม่ทางเศรษฐกิจและการทูต แต่อิหร่านยังคงต้องเผชิญกับข้อท้าทายหลายด้านในการบูรณาการกับประเทศสมาชิกอื่นอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในแง่ของความแตกต่างทางกฎหมาย โครงสร้างภาษี และข้อจำกัดของระบบราชการภายในที่อาจชะลอการดำเนินงานร่วมกันให้เป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอิหร่านกับบางประเทศสมาชิก เช่น ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แม้มีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากความพยายามฟื้นฟูผ่านการเจรจาของจีน แต่ก็ยังเป็นบริบทที่ต้องการการจัดการอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กลายเป็นอุปสรรคต่อความร่วมมือในอนาคต ยิ่งไปกว่านั้น การที่กลุ่ม BRICS ยังขาดกลไกในการระงับข้อพิพาทที่มีประสิทธิภาพ อาจกลายเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ขัดขวางความร่วมมือในระยะยาว โดยเฉพาะในบริบทที่สมาชิกบางประเทศมีประวัติความขัดแย้งกันในเชิงยุทธศาสตร์
นักวิจารณ์บางรายมองว่า BRICS เป็นเพียงกลุ่มที่มีนัยเชิงสัญลักษณ์ในการคานอำนาจตะวันตก มากกว่าจะเป็นองค์กรทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีอิทธิพลอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม สำหรับอิหร่านแล้ว “สัญลักษณ์” นั้นกลับมีความหมายลึกซึ้ง การเข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มนี้ถือเป็นการส่งสารทั้งต่อประชาชนภายในประเทศและประชาคมโลกว่าอิหร่านมิได้ถูกโดดเดี่ยว หากแต่ยังคงเป็นผู้เล่นที่มีบทบาทในระเบียบโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง หากรัฐบาลเตหะรานสามารถต่อยอดบทบาทนี้ด้วยการปฏิรูปเศรษฐกิจภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการใช้นโยบายการทูตอย่างยืดหยุ่นและสร้างสรรค์ ก็มีแนวโน้มว่าอิหร่านจะสามารถใช้เวที BRICS เป็นกลไกต่อรองที่ทรงพลังในการขับเคลื่อนผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของตนในระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ การเข้าร่วมของอิหร่านยังสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของกลุ่ม BRICS ที่มุ่งผลักดันการปฏิรูประบบธรรมาภิบาลโลก อิหร่านซึ่งยืนหยัดสนับสนุนแนวคิดเรื่องความยุติธรรมและความเสมอภาคในเวทีระหว่างประเทศมาโดยตลอด ได้ช่วยเสริมพลังให้แก่เสียงเรียกร้องของ BRICS ในการปรับโครงสร้างองค์กรระหว่างประเทศสำคัญอย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก ซึ่งมักถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเอื้อประโยชน์แก่โลกตะวันตกเป็นหลัก
ในแง่นี้ อุดมการณ์และยุทธศาสตร์ของเตหะรานจึงประสานเข้ากับวาระของ BRICS ได้อย่างกลมกลืน และสะท้อนถึงความพยายามร่วมกันในการวางรากฐานระเบียบโลกใหม่ที่เปิดกว้างและเท่าเทียมมากขึ้น การเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS ของอิหร่านถือเป็นจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ ที่สะท้อนทั้งข้อจำกัดจากมาตรการคว่ำบาตรและโอกาสใหม่จากการเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลก ท่ามกลางแรงกดดันจากการถูกโดดเดี่ยวและความหวังในความร่วมมือระหว่างประเทศ เตหะรานไม่ได้เพียงมองหาหนทางอยู่รอดเท่านั้น หากแต่กำลังแสวงหาบทบาทใหม่ในเวทีโลก
ไม่ว่ากลุ่ม BRICS จะสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นพลังทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความเป็นเอกภาพ หรือจะดำรงอยู่ในฐานะกลุ่มพันธมิตรที่มีลักษณะหลวมเช่นเดิม การมีส่วนร่วมของอิหร่านย่อมส่งอิทธิพลต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศของตนในระยะยาว อย่างน้อยที่สุด ณ ห้วงเวลานี้ สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านได้เลือกวางเดิมพันอนาคตของประเทศไว้กับพลังของโลกใต้ (Global South) และ BRICS ก็คือบทล่าสุดของวิสัยทัศน์นั้นที่กำลังถูกถักทอขึ้นอย่างเข้มข้นบนเวทีการเมืองระหว่างประเทศ







