ซีเรีย-ปาเลสไตน์ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณแห่งวันสิ้นโลก (52)

ซีเรีย-ปาเลสไตน์ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณแห่งวันสิ้นโลก (52)
โดย อดุลย์ มานะจิตต์
ต่อ….
ที่จะวิ่งหนีมัน พวกเจ้าพูดและรู้เห็นกันว่าอัลลอฮ์ทรงเห็น (ทุกการกระทำ) และกระนั้นพวกเจ้ากลับไม่กลัวว่า พระองค์ทรงล้อมรอบการกระทำต่างๆ ที่เลวทรามของพวกเจ้าไว้รอบด้านแล้วจะมีใครสามารถมายืนยันต่อคำกล่าวอ้างของพวกเจ้าที่เป็นผู้ศรัทธาได้อย่างไรกัน พระองค์ทรงให้เห็นคำพูดของพวกเจ้าและคงเป็นพยานต่อการทำงานของพวกเจ้า
แท้จริงแล้วผู้พูดโดยไม่รู้ตัวอาจถือว่าเป็นคนที่สิ้นหวังมากกว่าคนที่เขาพูดไม่จริง ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจ อย่างไรก็ตามแม้การโกหกใดๆ ก็จะได้รับการอภัย ฉันขอบอกความจริงกับพวกเจ้าว่าถ้าหากพวกเจ้าจะไม่ขึ้นชื่อว่าสัตว์ตัวหนึ่งและจะไม่ทำงานหนักดังมัน มันก็จะไร้ประโยชน์ และรูปแบบของมันจะเปลี่ยนไปเช่นกัน ในทำนองเดียวกัน ถ้าหากพวกเจ้าไม่ทำให้หัวใจของพวกเจ้าให้แหลกด้วยกับการรำลึกถึงความตายของพวกเจ้า และจะไม่ทำให้มันงานหนัก หัวใจของพวกเจ้าก็เช่นกันมันก็จะก่อขบฏ มันจะเป็นประโยชน์อันใดกับการจุดตะเกียงไว้ที่ระเบียงบ้านในขณะที่บ้านหลังนั้นทึบและน่าหวั่นกลัว ในทำนองเดียวกันที่ว่า ความรู้ของพวกเจ้าไม่สามารถให้ประโยชน์กับพวกเจ้าได้ ตราบที่มันจะเปล่งออกมาจากปากของพวกเจ้า แต่หัวใจของพวกเจ้าก็ยังคงว่างเปล่าและกลวง ดังนั้นจงจุดไฟขึ้นภายในบ้านของพวกเจ้าให้สว่างไสวโดยเร็ว และจะทำให้หัวใจอันมืดบอดของพวกเจ้าส่องประกายด้วยกับรัศมีของวิทยาความรู้และวิทยาปัญญา ก่อนที่มันจะเป็นสนิมด้วยกับบาปต่างๆ ของพวกเจ้าและเกิดการแข็งกระด้างราวกับหินผา
เขาสามารถยกของที่หนักๆ ได้หากเขาขอแรงให้คนอื่นมาช่วย การแบกบาปต่างๆ ของเขาไว้มันจะเบาบางได้อย่างไร หากเขาไม่ขอความช่วยเหลือของอัลลอฮ์(การขออภัย)จากอัลลอฮ์ เสื้อผ้าของผู้หนึ่งจะคงความสะอาดคงอยู่ได้อย่างไร หากเขาไม่ยอมซักมันออกเสียไปซ้ำ ในทำนองเดียวกัน บุคคลผู้หนึ่งที่จะมีความรวมและสะอาด(จากบาปต่างๆ)ได้อย่างไร หากเขาไม่กำจัดความสกปรกในบาปต่างๆ ด้วยกับสบู่ของการทำกุศลกรรม เขาจะรักแผ่นดินได้อย่างไรถ้าหากเขาผู้นั้นต้องการเช่นนั้น โดยไม่ใช้เรือเพื่อให้เขาปลอดภัยจากการจมน้ำตาย คนๆ หนึ่งจะปกป้องตนเองจากความหายนะอันยิ่งใหญ่หลวงของโลกนี้ได้อย่างไร หากเขาไม่พยายามที่จะรักษาตนด้วยกับวิธีการเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์ นักเดินทางจะถึงจุดหมายปลายทางของเขาได้อย่างไรโดยไม่มีมัคคุเทศก์ ในทำนองเดียวกัน ผู้ที่จะเข้าสวรรค์ได้อย่างไรนอกเสียจากว่าเขาต้องเรียนรู้ถึงข้อกำหนดต่างๆ ของศาสนา และผู้หนึ่งจะทำให้อัลลอฮ์ทรงพอพระทัยได้อย่างไรนอกเสียจากว่า เขาจะต้องเชื่อฟังปฏิบัติตามพระบัญชาต่างๆ ของพระองค์
ผู้ใดจะกำจัดความบกพร่องในหน้าของเขาได้อย่างไร ถ้าหากเขามิได้ส่องกระจกดูในหน้าของเขาเอง ในทำนองเดียวกันผู้หนึ่งจะทำให้มิตรภาพของเขาสมบูรณ์กับคนที่เขารักได้อย่างไร จนกว่าเขาจะได้มอบของที่เป็นของเขาให้กับคนรักของเขา ฉันขอบอกความจริงกับพวกเจ้าว่าทะเลนั้นมิได้สูญเสียอะไรเลย หากเรือสักลำหนึ่งจะจมลงในนั้น ฉันใดก็ฉันนั้นความยิ่งใหญ่ตระการตาของอัลลอฮ์ย่อมสามารถลดน้อยลงได้เลย อันเนื่องมาจากบาปต่างๆ ของเจ้าและการดื้อดึงฝ่าฝืนของเจ้า ก็ไม่ได้ทำให้พระองค์ต้องเสียหายในแต่ประการใด แต่มันกลับจะทำให้ตัวของเจ้าเองเสียหายต่างหากเลขเช่นเดียวกันกับผู้หนึ่งที่อาศัยอยู่ใต้ดวงอาทิตย์และได้รับผลประโยชน์จากมัน ก็มิได้ทำให้แสงสว่างของมันลดน้อยลงในประการใด ปัจจัยทั้งหลายนี้มิได้เกิดขึ้นที่พระผู้อภิบาลทรงจัดหามาให้ ให้เคยที่จะลดน้อยลงเลย อันเนื่องมาจากการใช้จ่ายไปในชีวิตที่ฟุ่มเฟือยและหรูหรา อัลลอฮ์ ทรงให้กับผู้หนึ่งที่เขาขอบคุณพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานรางวัลตอบแทนและทรงบริญาณ
ความวิบัติจงมีแต่พวกเจ้าโอ้บรรดาผู้เป็นกรรมกร พวกเจ้าทำงานอย่างไม่ซื่อสัตย์ แต่กลับจะเอาค่าแรงอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยพวกเจ้าบริโภคจากปัจจัยที่อัลลอฮ์ทรงจัดหาไว้ให้อย่างใจบุญดุจความเหลือเกิน สวมเสื้อผ้าอาหารที่พระองค์ทรงทำให้ สร้างบ้านบนแผ่นดินของอัลลอฮ์ เพื่อการอยู่อาศัย แต่กลับมาทำลายบ้านของพระองค์ที่ทรงมอบให้ ในไม่ช้านี้ พระเจ้าจะทรงเรียกผ้าร่างกายที่เหล่านั้นแล้วจะมีใครสามารถมายืนยันต่อคำกล่าวอ้างของพวกเจ้าทำเป็นผู้ศรัทธาได้อย่างไรกัน พระองค์ทรงให้เห็นคำพูดของพวกเจ้าและคงเป็นพยานต่อการทำงานของพวกเจ้า
อันเหตุผล ที่จะทำให้พวกเจ้าต้องเสียเกียรติ พระองค์จะทรงเก็บข้ออันทุจริต ของพวกเจ้า และทวงทำให้ข้อต่อต่างๆ ของพวกเจ้าเกิดมาจ้าทางไปจากฐานของพวกมัน และทำให้มือของพวกเจ้าคัดค้านออกจากข้อต่อของพวกมัน ร่างกายของพวกเจ้าจะได้รับบทเรียน จากเหตุการณ์นี้ และสถานการณ์ของพวกเจ้าจึงอาจเป็นแหล่งที่เกิดของบทเรียนสำหรับบรรดาสรรพสัตว์ ความวิบัติจงมีแต่พวกเจ้า โอ บรรดาผู้ทรงภูมิที่ไร้ดุลยภาพความวิบัติจงมีในใจของพวกเจ้า ไอ้อัลลอฮ์ทรงรังเกียจการตายของพวกเจ้าไว้ด้วยกับการมีเจตนารมณ์นี้……
พวกเจ้าจะต้องตายในไม่ช้า และจะถูกนำเอาออกไปจากสถานพำนักต่างๆ ของพวกเจ้า ดังนั้นจงใช้ให้พึ่งกับการเชิญของอัลลอฮ์ไว้ในโสตประสาทของพวกเจ้า(จงตื่นจงมีสติใจในวันนี้ (ทำเป็นเดี๋ยวนี้) จงทำให้ได้รับสภาพของพวกเจ้าเองนับจากวันนี้ไปจงเริ่มการสละอันนี้ให้กับบาปกรรมต่างๆ ของพวกเจ้า นับจากวันนี้ไปและจงเตรียมตัวอย่างเข้มข้นเพื่อการเดินทางของพวกเจ้าไปสู่ปรภพของสววงหากการอภัยโทษจากพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า ฉันขอบอกความจริงกับพวกเจ้าว่า ดังที่คนป่วยไข้มองดูอาหารที่โอชา แต่กลับไม่มีความอยากอาหารที่ละกินมัน และก็ยังมีเขาจะกินมัน เข้าก็จะรู้สึกเบื่อหรืออร่อยอะไร เพราะการป่วยไข้ของเขา ในทำนองเดียวกันผู้ที่หัวใจของเขาป่วย เนื่องจากความรักที่มีต่อโลก ย่อมไม่สามารถมีความสุขใดๆ กับการเคารพสักการะได้ เขาไม่สามารถเข้าถึงความหวานชื่นของการเคารพภักดีต่อพระผู้อภิบาลของเขาได้ ทั้งนี้เพราะความหลงรักที่มีต่อวัตถุ ทำให้เกิดอาการป่วย คนป่วยนั้นย่อมถูกดึงดูดไปสู่การหายารักษากินตามคำสั่งของแพทย์เพื่อหวังจะให้หายจากโรคของเขา แต่การคิดถึงรสชาติที่ย่ำแย่ของยาก็ทำให้เขาเกิดความระอาใจขึ้น จึงทำให้การหายจากอาการป่วยไข้ยืดยาวออกไป ในทำนองเดียวกัน ผู้คนได้รับความสุขสบายจากสิ่งต่างๆ อันมลสเปรี้ยวในโลกนี้ และความหรูหราฟุ่มเฟือยกลายเป็นความรู้สึกที่อึดอัด มันขอบอกความจริงกับพวกเจ้าว่า ทุกคนต่างมองดูดวงดาวแต่พวกเจ้าทั้งหมดนั้นมิได้รับการนำทางอันใด(ของทางที่เที่ยงตรง)ยกเว้นบรรดาผู้ที่มีความรู้เท่านั้น ฉันใดก็ฉันนั้นที่ให้บทเรียนต่างๆ ของสัจธรรมและวิทยาปัญญา แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบทเรียนต่างๆ ของมันได้ในสภาพนั้น มันขอบอกความจริงกับพวกเจ้าว่า ยกเว้นแต่ผู้ที่เขาปฏิบัติตามมันเท่านั้น
ความวิบัติจงมีแต่พวกเจ้า โอ้ผู้เป็นทาสของโลกนี้ พวกเจ้าทำความสะอาดข้าวสาลีอย่างหมดจด และบดมันให้เป็นแป้งเพื่อจะได้รสชาติของมันที่อวบอริโภค ในทางทำนองเดียวกันทำไมพวกเจ้าจึงไม่ทำความสะอาดความศรัทธาของพวกเจ้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความกลับกลอก และทำไมพวกเจ้าจึงไม่ทำให้มันสมบูรณ์ โดยอาศัยการทำกุศลกรรม เพื่อพวกเจ้าจะได้ลิ้มรสแห่งความหวานชื่นของมัน และเพื่อพวกเจ้าอาจจะได้ผลลัพธ์ต่างๆ ที่ดีของมัน ฉันขอบอกความจริงกับพวกเจ้าว่า ถ้าหากมันเป็นคืนหนึ่งที่มืดมิด พวกเจ้าก็จะไม่เคียงดวงหนึ่งที่จุดไฟไหม้ด้วยกับน้ำมันรสเผ็ด(น้ำมันที่ซึมมีกลิ่นเหม็น) พวกเจ้าก็จะได้รับประโยชน์จากมัน ถึงแม้จะมีกลิ่นเหม็นก็ตาม ในทำนองเดียวกัน พวกเจ้าก็ควรจะเอาความสว่างไสวแห่งวิทยาปัญญา และความรู้ไม่ว่ามาจากผู้ใดก็ตาม ไม่เป็นอันใดดอกว่า บุคคลผู้นั้นจะไม่ปฏิบัติไปตามวิทยาปัญญาของเขาก็ตาม
ความวิบัติจงมีแต่พวกเจ้า โอ้บรรดาผู้คนที่รับบุคลลิก พวกเจ้าไม่เหมือนกันกับบรรดาผู้ที่พวกเขามีความรู้ ผู้ที่สามารถรับสัจธรรมด้วยกับสติปัญญาของพวกเขา และพวกเจ้าก็ไม่เหมือนกันกับบรรดาผู้ที่พวกเขามีความอดทน ผู้ที่รับรู้ถึงปัญหาต่างๆ ในทางศาสนาด้วยกับการคิดคำนึงและใคร่ครวญถึงปัญหาเหล่านั้น หากแต่พวกเจ้าเป็นดั่งบรรดาผู้รู้ ผู้ซึ่งสามารถเข้าถึงศาสตร์ต่างๆ ของพระผู้อภิบาลได้ พวกเจ้าก็มิใช้เป็นในข้าทาสผู้ซื่อสัตย์ และเป็นอัครสาวกผู้อดทนธรรม ผู้ซึ่งปลดเปลื้องตนเองจากกิเลสตัณหา โดยหาการเคารพอย่างมุ่งมั่นของพวกเขาในการเคารพภักดี เวลาได้ผ่านไปมาแล้ว เมื่อโลกนี้จะจัดการถอนรากถอนโคนพวกเจ้า และขว้างพวกเจ้าให้ล้มคว่ำ และมันจะเอาความเคารพยำเกรงของพวกเจ้าไปบาปกรรมต่างๆ ของพวกเจ้า จนกระทั่งพวกเจ้าจะฟาดเข้า ไปที่ต้นคอของพวกเจ้า ความรู้ของพวกเจ้าจะฟาดเข้าไปที่ต้นคอของพวกเจ้า จนกระทั่งพวกเจ้าก็อยู่อย่างเดียวดาย และเปลือยเปล่าต่อหน้าผู้ปกครองผู้ทรงอำนาจอธิปไตย ผู้ซึ่งจะจัดการลงโทษพวกเจ้า อันเนื่องมาจากบรรดาอกุศลกรรมต่างๆ ของพวกเจ้า บรรดาผู้ควบคุมพญาโลก พวกเจ้าก็มิต้องมอบให้จัดการปกครองเหนือมวลสรรพสิ่งทั้งปวงโดยอาศัยความรู้และวิทยาปัญญา(ที่มอบให้กับพวกเจ้า) ทั้งนี้เพราะพวกเจ้าได้โยนเอาความรู้ของพวกเจ้าทิ้งไปบ้างดุและก็มิได้ปฏิบัติตามมัน และพวกเจ้าจึงมีความโน้มเอียงอย่างเต็มที่ไปสู่โลกีย์ และมีการสั่งการต่างๆ เพื่อความมุ่งหวังที่เห็นแก่ตัวและผลประโยชน์ในทางโลก และยอมเลือกเอาโลกนี้วันแทนโลกแห่งปรภพ พวกเจ้ากำลังสร้างโลกนี้เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้เป็นผู้หนึ่งของบรรดาผู้มีความหลงรักโลก พวกเจ้าประพฤติตนราวกับว่าอัลลอฮ์ทรงมีสิทธิ์เหนือตัวพวกเจ้า! ฉันขอบอกความจริงกับพวกเจ้าว่า พวกเจ้าจะไม่ไม่อั้นได้รับเกียรติ และสถานะในโลกปรภพ จนกว่าที่หรือนอกเสียจากว่าพวกเจ้าจะยอมเลิกเลี้ยงวอนต่างๆ ในทางโลกเหล่านี้เท่านั้นซึ่งเป็นที่ชอบของพวกเจ้าเหลือเกิน เพราะฉะนั้น จงอย่าได้เลื่อนการสำนึกผิด และการขอ



