ระบบเศรษฐกิจ

ระบบเศรษฐกิจ
โดย รศ.ดร.สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย
“ระบบ” หมายถึงองค์ประกอบหรือกระบวนการต่างๆที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน เช่น ระบบสุริยะจักรวาล ระบบไหลเวียนของโลหิตในร่างกาย
“ ระบบเศรษฐกิจ” (economic system) หมายถึงองค์ประกอบของสถาบันหรือหน่วยเศรษฐกิจที่ร่วมดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบหรือกฎเกณเดียวกัน ระบบเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน จะมีลักษณะกิจกรรมเศรษฐกิจ ด้านต่างๆ เช่น การผลิต การบริโภค และการจัด สรรทรัพยากร ที่แตกต่างกัน
ระบบเศรษฐกิจที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆสามกลุ่ม คือ ระบบทุนนิยม(capitalism ) สังคมนิยม (socialism) และระบบเศรษฐกิจแบบผสม(mixed economy) ซึ่งเป็นระบบเศรษฐกิจที่มีลักษณะผสมกัน ระหว่างระบบเศรษฐกิจ ทุนนิยม และสังคมนิยมที่ประเทศส่วนใหญ่ในโลกใช้กันในเวลานี้
ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมยม และสังคมนิยมจะมีแนวทางในการบริหาร และการแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน ลักษณะสำคัญของ ระบบทุนนิยม คือ เปิดเสรีให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการผลิต การจำหน่าย และการบริโภค มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของตนเอง กิจกรรมทางเศรษฐกิจขับเคลื่อนโดยกลไกตลาด ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการประกอบกิจกรรมเศรษฐกิจโดยรัฐบาลจะไม่แทรกแซง หรือแทรกแซงในวงจำกัด
ส่วนระบบเศรษฐกิจสังคมนิยม(socialism) เป็นระบบที่เน้นเรื่องความเป็นธรรมหรือความเท่าเทียมกัน ในศตวรรษที่19 มีการเผยแพร่แนวคิดลัทธิคอมมิวนิสต์(communism) ต่อมา ความคิดนี้ ได้มีการนำมาใช้ในทางปฏิบัติในศตวรรษที่ 20 ปัจจุบัน ประเทศที่มีการใช้ระบบเศรษฐกิจตามลัทธิคอมมิวนิสต์อย่างเคร่งครัดมีน้อยมาก แต่ประเทศเหล่านี้ ส่วนใหญ่ยังเรียกประเทศของตนว่าเป็นประเทศสังคมนิยมอยู่
ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมและสังคมนิยม มีการดัดแปลงและ“กลายพันธุ์” ออกเป็นหลายรูปแบบ ในช่วงศตวรรษที่ 20 วิธีการบริหาร เศรษฐกิจในประเทศสังคมนิยมหลายประเทศได้เปลี่ยนแปลงไปมาก หลายประเทศ เช่น จีน สหภาพโซเวียต ประเทศในยุโรปตะวันออก มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายบริหารเศรษฐกิจ หันมาใช้ระบบตลาด ที่ใกล้เคียงกับประเทศระบบเศรษฐกิจทุนนิยม การเปลี่ยนแปลงในประเทศสังคมนิยมนี้ ถือว่า เป็นเหตุการณ์ ที่ชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของระบบฝสังคมนิยม หรือชัยชนะของระบบทุนนิยมในเวลานั้น
ระบบเศรษฐกิจที่พึงปรารถนา คือ ระบบที่สามารถแก้ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจได้ ทำให้ประเทศและสังคม มีการพัฒนา ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ในวิชาเศรษฐศาสตร์ ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ คือ
จากทรัพยากรที่มีอยู่ จะมีการผลิตอะไร อย่างไร และเพื่อใคร ผู้บริหารเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ย่อมมีความปรารถนาที่จะเห็นประเทศของตนมีความเจริญรุ่งเรือง ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ไม่อดอยากยากแค้น ไม่มีสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ที่เป็นภัยต่อชีวิต และทรัพย์สิน ทั้งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และที่สร้างขึ้นโดยมนุษย์ ประชาชนในประเทศ มีการ กระจายรายได้ ทรัพย์สินที่เป็นธรรม สังคมสงบสุข มีความสมานฉันท์ ปรองดอง ประชาชนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ มีสุขภาพดี และสามารถใช้ความความสามารถของตนให้เป็นประโยชน์ ฯลฯ
อย่างไรก็ดี ในโลกนี้ มีน้อยประเทศ ที่ประสบผลสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจนมีสภาพที่ตามความปรารถนา ตั้งแต่สมัยโบราณเป็นต้นมา มีนักคิดทั้งในโลกตะวันตกและตะวันออก ได้วาดภาพสังคมที่พึงปรารถนาในลักษณะต่างๆ เช่น มีกษัตริย์หรือผู้ปกครองนักปราชญ์ ที่มีความรู้และคุณธรรม ตามแนวคิดของเพลโต(Plato)ในกรีกโบราณ การสาธยายถึงสังคมที่มีความสงบสุข ไม่มีความขัดแย้ง ไม่ต้องประสบกับศึกสงคราม ไม่ถูกขูดขีดภาษี ตามบทความของเถาเวียนหมิง(陶渊明) ในสมัยราชวงศ์จิ้น ในประเทศจีน เมื่อประมาณ 1600 ปีก่อน และตามหนังสือยูโตเปีย(Utopla)ของทอมมัส มอร์ Thomas More)ที่เขียนขึ้นในปีค.ศ.1516 ที่บรรยายถึงทุกคน ไม่มีทรัพย์สมบัติของตนเอง แต่ทำงานตามความถนัด และมีสิ่งจำเป็นดำรงชีวิต ตามความต้องการได้โดยไม่ขัดสน เป็นต้น
นักคิดยุคต่างๆหลายคน มองเห็นถึงความไม่เป็นธรรมในสังคม จากการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนบุคคล จึงมีแนวคิดที่จะสร้างสังคมที่ไม่มีการแย่งชิงผลประโยชน์ และมีการกระจายรายได้ที่เป็นธรรม ทุกคนในสังคม มีรายได้พอกินพอใช้ ไม่มีความอดอยาก ยากแค้น
นักคิดและนักปฏิบัติแนะแนวทางสังคมนิยมมีความหวังที่จะให้สังคมมีความเท่าเทียมกัน หรือไม่เหลื่อมลํ้ากันมาก แต่เมื่อนำความคิดนี้มาสู่การปฏิบัติ กลับมีผลที่ไม่พึงปรารถนา ปัจจุบัน ประเทศส่วนใหญ่ ได้หันมาใช้ระบบเศรษฐกิจทุนนิยม ที่อาศัยกลไกตลาด ขับเคลื่อนการดำเนินงานทางเศรษฐกิจ ผสมผสานกับแนวคิดบางอย่างของระบบสังคมนิยม ที่เรียกกันว่า เศรษฐกิจแบบผสม (mixed economy) ถึงกระนั้นก็ตาม การบริหารเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ยังต้องประสบกับสภาพที่ไม่พึงปรารถนาจำนวนมาก
ระบบเศรษฐกิจทุนนิยม(capitalism)
ในระบบเศรษฐกิจทุนนิยม กิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ จะดำเนินการโดยบุคคลและสถาบันในภาคเอกชน รัฐบาลเป็นเพียงผู้กำกับดูแลสภาพและปัญหาเศรษฐกิจในภาพรวม แต่ไม่เข้าแทรกแซงธุรกรรมทางเศรษฐกิจของประชาชน หรือแทรกแซงในบางกรณีเท่านั้น เช่น ในกรณีที่จำเป็นต่อการรักษาศีลธรรม ความสงบเรียบร้อยของสังคม และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ แต่โดยทั่วไป การประกอบกิจกรรมเศรษฐกิจ จะมีการแข่งขันที่เสรี ราคาสินค้า บริการ ค่าจ้าง และผลตอบแทนของผู้ประกอบการทางธุรกิจ จะถูกขับเคลื่อน ด้วยกลไกตลาด โดยเชื่อกันว่า ระบบตลาดจะทำให้บุคคลและสถาบันต่างๆมีการใช้ทรัพยากรที่ตนเองครอบครองอยู่ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะจัดสรรทรัพยากรในลักษณะที่ตนจะได้รับประโยชน์สูงสุด
ในระบบเศรษฐกิจทุนนิยม สิ่งจูงใจ(incentive) และการแข่งขัน ทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่ ใช้ไปในทางที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้ อดัม สมิธ (Adam Smith) กล่าวในหนังสือ“ความมั่งคั่งของประเทศ“ ว่า ในระบบเศรษฐกิจเสรี มีมือที่มองไม่เห็น(invisible hand)ทำหน้าที่ในการจัดสรรทรัพยากร ถ้าทุกคนทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองแล้ว สังคม จะมีการจัดสรรทรัพยากร อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ประเทศมีความมั่งคั่ง ความคิดของสมิธนี้ ถือได้ว่า เป็นแนวคิดพื้นฐานของระบบทุนนิยม
ข้อดีและข้อเสียของระบบเศรษฐกิจทุนนิยม
ข้อดี
ก. มีประสิทธิภาพ: ทรัพยากร จะมีการใช้ อย่างคุ้มค่า และตรงตามความต้องการ การแข่งขันในตลาด จะทำให้ผู้ผลิตสินค้า และบริการ พยายามปรับปรุงประสิทธิภาพและคุณภาพ ของสิ่งที่ตนทำการผลิต
ข. กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และสร้างนวัตกรรม: การแข่งขันเสรีในตลาด จะทำให้ผู้ประกอบการ พยายามพัฒนาสินค้าและบริการของตนให้มีรูปแบบและลักษณะที่ดี สามารถใช้งานได้ดี มีราคาถูก และดึงดูดความต้องการได้ดีกว่าคู่แข่งของดน
ค. เปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ความสามารถมีความมั่งคั่งมากขึ้น: ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ จะทำงานได้ดีกว่า และมีรายได้ที่สูงผู้ไม่มีความรู้
ง. สร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ: ทำให้มีสินค้า และบริการ ที่ตอบสนองต่อความต้องการได้ การใช้จ่ายบริโภคที่เสรีในเศรษฐกิจที่มี กิจกรรมหลากหลาย จะกระตุ้นความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจได้
ข้อเสีย
ก. ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม: ความแตกต่างในความรู้ความสามารถและโอกาสของคน จะทำให้เกิดช่องว่างในทรัพย์สิน และรายได้ คนที่มีความรู้ความสามารถ และผู้เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต ที่มีคุณค่ามากกว่า จะสร้างความมั่งคั่งได้มากกว่า แต่ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถน้อย และไม่เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีค่า จะมีความยากจน และความเหลื่อมล้ำในรายได้และทรัพย์สินนี้ อาจเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา
ข. ปัญหาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม: การมุ่งแสวงหาผลประโยชน์และการได้กำไรสูงสุด ทำให้บุคคลในสังคม มีการใช้ทรัพยากรไปในทางที่เกิดผลประโยชน์ต่อตนมากที่สุด โดยไม่คำนึงถึงศีลธรรมและจริยธรรม จึงอาจทำให้มีการผลิตสินค้าและบริการที่ไม่เป็นประโยชน์ หรือเป็นภัยต่อผู้ใช้ ทำให้เกิดปัญหามลพิษ และยังมีการกดขี่ขูดรีดผู้ใช้แรงงาน ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตนอกจากแรงงานของตน
ค. การผูกขาด และการเอารัดเอาเปรียบ: การแข่งขันเสรี อาจทำให้ตลาดสินค้า บริการบางชนิด มีการผูกขาด และถูกควบคุมโดยธุรกิจ ที่มีความสามารถการแข่งขันมากกว่า ผู้ประกอบการที่มีความสามารถในการแข่งขันตํ่าที่ปรับตัวไม่ได้ อาจถึงกับต้องเลิกกิจการไป
ง. ความไม่มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ: การแข่งขันที่รุนแรง และการแสวงหากำไรของธุรกิจของธุรกิจ และพฤติกรรมของประชาชนบางกลุ่ม อาจทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ หรือเงินเงินฝืด ขึ้นเป็นครั้งคราว จนอาจถึงกับเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจได้
(ข้อบกพร่องและข้อจำกัดของระบบเศรษฐกิจทุนนิยม จะกล่าวในรายละเอียดมากขึ้นในบทความหน้า)
ระบบเศรษฐกิจสังคมนิยม(socialism)
แนวความคิดสังคมนิยม เกิดจากการมองเห็นสิ่งชั่วร้ายของเศรษฐกิจระบบทุนนิยม ที่มีการจัดการปัญหาเศรษฐกิจในลักษณะ “มือใครยาว สาวได้สาวเอา“ ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันในสังคม ในเวลาหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม ประเทศต่างๆในทวีปยุโรป เกิดกลุ่มนายทุนอุตสาหกรรมที่แสวงหาผลประโยชน์แก่ตนเองอย่างไร้ความปราณี มีการกดขี่ขูดรีดชนชั้นกรรมาชีพ ในเวลานั้น กรรมกรและชาวไร่ชาวนาจำนวนมาก ตกอยู่ในภาวะยากจน มีความเป็นอยู่ที่แร้นแค้น ขณะที่กลุ่มนายทุนมีฐานะร่ำรวย ใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ฟุ่มเฟือย นอกจากนั้นพวกนายทุน ก็มีการแข่งขันกันอย่างดูเดือด ในลักษณะ ”ปลาใหญ่กินปลาเล็ก“ ธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมาก ต้องตกอยู่ในภาวะล้มละลาย นักสังคมศาสตร์บางคน จึงพากันหาแนวทางการบริหารเศรษฐกิจที่จะสร้างความมั่งคั่งได้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีการแบ่งปันรายได้และทรัพย์สินที่เป็นธรรม โดยไม่มีการเอารัดเอาเปรียบ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ ต้องตกอยู่ในภาวะยากแค้น โดยคนกลุ่มน้อย สามารถครอบครองทรัพย์สินส่วนใหญ่ของสังคมได้ แนวคิดในการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจ จากทุนนิยมไปสู่สังคมนิยม ที่มีจุดมุ่งหมายสร้างความเป็นธรรมในสังคมจึงได้เกิดขึ้น
ในช่วงศตวรรษที่ 18-19 นักคิดที่มีแนวคิดสังคมนิยม มีอยู่หลายคน แต่ที่มีความรุนแรงที่สุด เห็นจะได้แก่กลุ่มคอมมิวนิสต์(communism) ที่มีมาร์ค(Mark) และเอนเกลส์(Engels) เป็นผู้นำ ซึ่งนอกจากแนวคิดทางทฤษฎีแล้ว ยังมีความพยายามที่จะผลักดันให้แนวคิดนี้ นำสู่การปฏิบัติโดยยุยงให้ชนชั้นกรรมาชีพขึ้นมาต่อสู้เพื่อยึดอำนาจรัฐโดยการปฏิวัติ
มาร์คและเอนเกลส์ กล่าวว่า ลัทธิคอมมิวนิสต์ไม่ใช่ทฤษฎีเท่านั้น แต่เป็นความคิด ที่เกิดจากการศึกษาประวัติศาสตร์อลึกซึ้ง และเป็นความคิดเชิงวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำสู่การปฏิบัติได้
รัฐประหารในโซเวียตในปีค.ศ. 1917 ที่โค่นล้มพระเจ้าชาร์และก่อตั้งรัฐบาลได้ เป็นครั้งแรกในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศตามแนวคิดลัทธิคอมมิวนิสต์ แต่การบริหารประเทศหลังการรัฐประหาร อำนาจไม่ได้ตกอยู่ในมือของกลุ่มชนชั้นกรรมาชีพ หรือกลุ่มคนผู้ยากไร้ แต่ตกอยู่กับรัฐบาลที่นำโดยพรรคบอลเชวิค(Bolshevik) ที่อ้างว่า เป็นตัวแทนของชนชั้นกรรมาชีพและชาวไร่ชาวนาผู้ยากไร้
มาร์คคิดว่า การมีรัฐบาลเป็นผู้จัดการปัญหาเศรษฐกิจ เป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา แต่การบริหารประเทศจะต้องมีรัฐบาล โดยเฉพาะในช่วงหลังการรัฐประหาร ซึ่งต้องทำการจัดการกับกลุ่มนายทุน และผู้ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง จึงต้องมีผู้นำที่มีอำนาจเด็ดขาด ซึ่งก็คือกลุ่มผู้นำในพรรคคอมมินิสต์ ที่นำโดยเลนินนั่นเอง
การบริหารประเทศระบบเศรษฐกิจสังคมนิยมในเวลาที่ผ่านมา พบว่า ประเทศสังคมนิยม มีลักษณะที่แตกต่างกับประเทศระบบทุนนิยมอยู่หลายประการคือ: ก. มีการวางแผนการบริหารประเทศที่มีการรวมศูนย์อำนาจมในส่วนกลาง ข. ปัจจัยการผลิต เช่น ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจัยทุน รวมทั้งสิ่สาธารณูโภคต่างๆ เป็นทรัพย์สินของส่วนรวม หรือเป็นของประชาชนทั่วประเทศ แต่รัฐบาลเป็นผู้บริหารและจัดสรร ค.โดยทฤษฎีแล้ว ประชาชน จะไม่มีทรัพย์สมบัติของตนเอง แต่ในทางปฏิบัติ ประชาชนสามารถครอบครองทรัพย์สินบางอย่างที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตขั้นพื้นฐานได้ ง. ธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ มีรัฐเป็นเจ้าของ แม้บางประเทศ ประชาชนสามารถประกอบธุรกิจบางอย่างได้ แต่ก็ต้องเป็นธุรกิจขนาดเล็กเท่านั้น จ. ไม่สามารถสะสมทรัพย์สมบัติ ส่วนบุคคล
ได้ ฉ. เดิมประเทศสังคมนิยมมีพรรคการเมืองที่มีอำนาจ การปกครองประเทศอยู่พรรคเดียว คือพรรคคอมมิวนิสต์ลิสต์ ผู้บริหารนโยบาย ทั้งนักการเมืองและข้าราชการ จะต้องเป็นสมาชิก ของพรรคคอมมิวนิสต์ แต่ในปัจจุบัน ประเทศสังคมนิยมหลายประเทศ ก็มีพรรคการเมืองอื่นที่นอกจากพวกคอมมิวนิสต์ ที่เป็นพรรคเล็กๆอยู่บ้าง
ข้อดีและข้อเสียของระบบเศรษฐกิจสังคมนิยม
ข้อดี:
ก. ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้ สังคมมีความเท่าเทียมกัน
ข. หากทรัพยากรมีความเพียงพอ และมีการบริหารที่ดี เศรษฐกิจจะมีเสถียรภาพ ไม่ผันผวนขึ้นลงอย่างรุนแรง
ค. ไม่มีการผูกขาด หรือการควบคุมอำนาจ โดยธุรกิจการภาคเอกชน
ง. ปัญหาผลกระทบภายนอกในทางลบ(negative externalities) เช่น อ่านทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาจมีน้อยกว่า ประเทศที่ใช้ระบบเศรษฐกิจทุนนิยม เพราะมีรัฐบาลคอยควบคุมดูแลอยู่
ข้อเสีย:
ก. การประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจขาดแรงจูงใจ ทำให้ประชาชน ไม่มีความกระตือรือร้นในการทำงานหนัก ภาคเศรษฐกิจต่างๆ จึง ไม่มีประสิทธิภาพ และมีขีดความสามารถในการแข่งขันต่ำ
ข. ธุรกิจและประชาชน ไม่พยายามปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพในกิจกรรมเศรษฐกิจของตน และไม่มีความกระตือรือร้น ที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพ ไม่พยายามทำกิจกรรมวิจัย พัฒนา และสร้างนวัตกรรม เช่นเดียวกับธุรกิจและประชาชนในระบบเศรษฐกิจทุนนิยม
ค. การผลิตและการบริโภคสินค้าและบริการ ถูกกำหนดโดยรัฐบาล ผู้บริโภคไม่มีเสรีภาพในการเลือก สินค้า และบริการส่วนใหญ่ มีคุณภาพต่ำ และมีความหลากหลายน้อยกว่าประเทศที่ใช้ระบบทุนนิยม
ง. การรวบอำนาจและการทุจริตคอรัปชั่น:ในประเทศระบบสังคมนิยม การจัดสรรทรัพยากรและการแบ่งปันผลตอบแทน เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐบาล ผู้บริหารประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ อาจมีการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนบุคคล และมีความลำเอียง ทำให้มีการจัดสรรทรัพยากรที่ไม่เป็นธรรม การใช้อำนาจเกินขอบเขตและการทุจริต จึงมีอยู่เนืองๆ การปฏิรูปวิธีการจัดจัดการทรัพยากรด้วยการเข้าใจอำนาจจากส่วนกลางส่วนท้องถิ่น เป็นเพียงการกระจายการแสวงหาผลประโยชน์จากทำหน้าที่ส่วนกลาง ไปสู่เจ้าหน้าที่ในเขตภูมิภาคเท่านั้น และอาจทำให้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นมีมากขึ้น
จ. ปัญหาการขาดข่าวสารข้อมูล: การให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลเป็นผู้จัดสรรทรัพยากร และกำหนดปริมาณการผลิตและการบริโภค นอกจากการหาผลประโยชน์ และความลำเอียงแล้ว ยังมีปัญหา ความไม่พอเพียง ของข้อมูลข่าวสารด้วย ยิ่งโครงสร้างทางเศรษฐกิจมีความสลับซับซ้อนมากเท่าไร ปัญหาการขาดแคลนข้อมูลข่าวสารก็จะยิ่งมีมากขึ้น เพราะสินค้า และบริการมีอยูมาก การจัดสรรทรัพยากรเพื่อผลิตสินค้าและบริการ ที่จะมาตอบสนองความต้องการของทุกคนในสังคม มีความยากลำบากมาก ปัญหาการขาดแคลนข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและครบถ้วน เพื่อการวางแผนเศรษฐกิจเป็นปัญหาที่ประเทศสังคมนิยมต้องพยายามปรับปรุงแก้ไขอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในสมัยหนึ่ง รัฐบาลสหภาพโซเวียต พยายามใช้ข้อมูลโดยอาศัยข้อมูลตัวเลข ที่มีการสำรวจ เพื่อให้ได้ตัวเลขและข้อมูล ที่ครบถ้วน แต่ก็ไม่สามารถทำได้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไม่ว่าในประเทศที่ใช้ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมหรือสังคมนิยม ถ้าผู้นำประเทศที่มีมีอำนาจไม่มีคุณธรรมและไม่มีความรู้ทางเศรษฐศาสตร์มีนโยบายได้โยบายเศรษฐกิจที่ผิดพลาด อย่างเช่น เหมา เจ๋อตง (毛泽东)ในประเทศจีนในช่วงปีค.ศ.1949-1976 และดอลนัล ทรัมป์(Donald Trump) ในสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน การบริหารเศรษฐกิจที่ดี ที่จะทำให้ประเทศมีความเจริญรุ่งเรือง ประชาชนดีกินดี คงเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก
ในตอนต่อไป จะกล่าวถึงวิวัฒนาการ และจุดอ่อนที่ยังมีอยู่ ของระบบทุนนิยม การเปลี่ยนแปลงในประเทศสังคมนิยม และประสบการณ์การพัฒนาเศรษฐกิจจากการใช้ระบบเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน จบด้วย ข้อคิดบางประการที่ได้จากการพิจารณาถึงความสำเร็จและความล้มเหลวของประเทศที่ใช้ระบบเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน







