การก่อการร้าย (TERRORISM)
คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
ทหารประชาธิปไตย
www.INEWHORIZON.NET
การก่อการร้าย (TERRORISM)
การก่อการร้าย (TERRORISM)เป็นคำที่ยังไม่มีคำจำกัดความในกฎหมายอาญาของประเทศไทย ที่มีผลผูกมัดตามกฎหมาย และได้รับการยอมรับอย่างสากล จะมีข้อกล่าวหาที่ใกล้เคียงก็คือการก่อกบฏ หรืออั้งยี่ซ่องโจร
อย่างไรก็ตามมีคำจำกัดความที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่า หมายถึงพฤติกรรมรุนแรง ซึ่งมีเจตนาที่จะก่อให้เกิดความกลัว โดยมุ่งหวังจะให้ได้ สิ่งที่พึงประสงค์ และการกระทำกันเป็นขบวนการ เช่น การเรียกร้องอธิปไตย ดินแดนยึดครองสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ การดำรงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ ทางวัฒนธรรม หรือ เชื้อชาติ ศาสนา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักเกิดจากความบิดเบี้ยวในทางการเมือง ที่ปราศจากหลักการแห่งความยุติธรรม ทั้งนี้การกระทำดังกล่าวจะมุ่งเน้นที่จะโจมตีจุดอ่อน ซึ่งจะมีผลต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะในปริมณฑลที่เป็นสาธารณะ ซึ่งการกระทำดังกล่าวยากที่จะปกป้องคุ้มครอง เพราะไม่สามารถจะกระจายกำลังคุ้มครองได้ทั่วถึง สิ้นเปลืองและบั่นทอนเศรษฐกิจ ทั้งทางตรงจากการใช้จ่ายงบประมาณ และทางอ้อมคือทำลายแหล่งรายได้ จากการประกอบธุรกิจ การผลิต และการท่องเที่ยว
เหตุที่กลุ่มก่อการร้ายเลือกกระทำต่อจุดอ่อน เพราะมีกำลังน้อยและไม่มีขีดความสามารถเพียงพอที่จะเผชิญหน้ากับกองกำลังของรัฐ อย่างไรก็ตามในกรณีที่บางรัฐที่รัฐบาลมีความอ่อนแอ เพราะถูกทำลายจากภัยสงครามหรือการรุกรานจากต่างชาติ อย่างอิรัค หรือลิเบีย ทำให้กองกำลังของขบวนการก่อการร้ายที่ได้รับการสนับสนุนจากต่างชาติมีความเข้มแข็งมาก และสามารถเข้ายึดดินแดนบางส่วนโดยเข้าประทะโดยตรงกับกองกำลังของรัฐบาล ดังเช่น กลุ่ม IS ดาอิซ ตักฟีรีย์ ที่เข้ายึดครองเมืองโมซุลของอิรัก หรือ เมืองรัคกาของซีเรีย
ได้มีวิจัยของร.ต.ต.พากฤต กฤตยพงศ์ และศรีนยภัทร เสียงสูง สรุปจุดมุ่งหมายของการก่อการร้ายไว้ 5 ประการคือ
1.การทำให้เป็นที่รู้จัก และสร้างการยอมรับ เช่น การปล่อยก๊าซไซรินในขบวนรถไฟใต้ดินของกลุ่มโอมชินรินเกียวในญี่ปุ่น นอกจากนี้กลุ่มก่อการร้ายกลุ่มต่างๆก็มักจะใช้วิธีนี้ในช่วงแรกๆ เพื่อสร้างการยอมรับและการสนับสนุน อย่างที่กลุ่ม IS ได้ขายความน่าสะพรึงกลัวในการสังหารคน แล้วเผยแพร่ทางคลิป ทำให้มีพวกที่มีจิตวิปลาสในทำนองเดียวกันหลั่งไหลเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกเป็นจำนวนมาก
2.แสดงการต่อต้านนโยบายหรือการกระทำของรัฐ ตัวอย่างเช่น กลุ่ม BRN ที่เป็นส่วนหนึ่งของมาราปัตตานี ซึ่งแต่เดิมอาจมีวัตถุประสงค์คือการแบ่งแยกดินแดน แต่ปัจจุบันมีความเป็นไปได้ที่จะปรับเปลี่ยนท่าทีโดยทำการก่อความรุนแรงเพื่อกดดันให้รัฐบาลหันมาเจรจาแทนการปราบปรามที่รุนแรง กระนั้นก็ตามจุดประสงค์สุดท้ายก็อาจจะคงดำรงวัตถุประสงค์เดิมอยู่ก็ได้
3.แสดงการต่อต้านกลุ่มหรือตัวบุคคล เช่น กลุ่มฮามาส และฮิสบุลเลาะฮ์ ในปาเลสไตน์ และเลบานอน ที่ทำการต่อต้านการเข้ายึด ครองดินแดนของกองทัพอิสราเอล
4.การสร้างสถานการณ์ กลุ่มเหล่านี้ต้องการสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนภายในประเทศ และเข้ายึดอำนาจรัฐในที่สุด เช่น กลุ่มตอลีบันในอาฟกานิสถาน กลุ่มมุฮายีรีนในอิหร่าน
5.การก่อการกบฏ การปฏิวัติ หรือแบ่งแยกดินแดน อย่างเช่น กลุ่มโมโรในมินดาเนา ฟิลิปปินส์ หรือกลุ่มไออาร์เอ ในไอแลนด์เหนือ สหราชอาณาจักร
แต่ผู้เขียนเห็นว่าปัจจุบันขบวนการก่อการร้ายกลายเป็นเครื่องมือของมหาอำนาจบางประเทศ ที่มุ่งจะบ่อนทำลายเสถียรภาพและความมั่นคงของรัฐบาลของประเทศอื่น โดยมุ่งหวังเข้ายึดครองและกอบโกยทรัพยากรธรรมชาติในประเทศนั้นๆ แทนการยกกำลังเข้าไปยึดครองโดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกประณามจากนานาประเทศ และยังขัดกับกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งแต่เดิมนั้นขบวนการแบบนี้มักจะเป็นขบวนการฝ่ายซ้าย ที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศจีน หรือรัสเซีย ที่ส่งออกลัทธิคอมมิวนิสต์ไปยังประเทศต่างๆ เช่น ขบวนการ SHINNING PATH ในอเมริกาใต้ หรือ ขบวนการเหมาอิสต์ในเนปาล แต่ในปัจจุบันประเทศตะวันตกที่เป็นลัทธินายทุนก็ใช้วิธีการเดียวกันนี้ส่งเสริมการก่อการร้ายในพื้นที่ต่างๆ เพื่อแสวงหาทรัพยากรธรรมชาติ อย่างที่ปรากฏในอาฟริกา เช่น ที่คองโก ที่มีโคแทนและโคบอล อันเป็นวัตถุดิบ จำเป็นสำหรับธุรกิจโทรคมนาคม และแบตเตอรี่รุ่นใหม่ หรือเหตุการณ์ในซีร่าลีโอนที่อุดมไปด้วยเพชร ก็มีการสนับสนุนทหารเด็กให้เป็นกองกำลังเข่นฆ่า และยึดครองพื้นที่โดยหวังทรัพยากรธรรมชาติ
อย่างไรก็ตามแม้จะมีการแบ่งแยกวัตถุประสงค์ออกไปชัดเจน แต่ก็มิได้หมายความว่าขบวนการก่อการร้ายจะยึดถือวัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่งเพียงอย่างเดียว ตรงข้ามอาจมีวัตถุประสงค์หลายอย่างรวมๆกันอยู่
และที่สำคัญนิยามของการก่อการร้ายก็อาจจะแตกต่างกันในระหว่างรัฐบาลประเทศต่างๆ เช่น ในมุมมองของอิสราเอล อาจมองว่ากลุ่มฮิสบุลเลาะฮ์ หรือฮามาส หรือแม้แต่กลุ่มกองกำลังพิทักษ์อิสลามของอิหร่านเป็นองค์กรการก่อการร้าย แต่สำหรับชาวปาเลสไตน์ ชาวเลบานอนและชาวอิหร่านมองว่าองค์กรเหล่านี้เป็นวีรบุรุษที่มากอบกู้ประเทศจากการรุกรานของมหาอำนาจ และอิสราเอล
สถาบันศึกษายุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศได้ทำการรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์การก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆทั่วโลกจากปี 2012-2016 ไว้ดังนี้ อิรัค 10,000 ครั้ง ปากีสถาน 7,200 ครั้ง อาฟกานิสถาน 6,600 ครั้ง อินเดีย 3,000 ครั้ง ฟิลิปปินส์ 2,200 ครั้ง ซีเรีย 1,300 ครั้ง บังคลาเทศ 752 ครั้ง ตรุกี 737 ครั้ง อังกฤษ 406 ครั้ง รัสเซีย 364 ครั้ง จีน 69 ครั้ง เยอรมัน 68 ครั้ง มาเลเซีย 32 ครั้ง อิตาลี 27 ครั้ง ญี่ปุ่น 15 ครั้ง ไต้หวัน 2 ครั้ง และ เกาหลีใต้ 1 ครั้ง
เป็นที่น่าสังเกตว่าประเทศไทยไม่ติดอันดับในช่วงดังกล่าว แต่ก็ต้องเข้าใจว่าสถิติดังกล่าวขึ้นอยู่กับคำนิยามการก่อเหตุก่อการร้าย เพราะประเทศไทยเรามักจะไม่นิยามว่าเป็นการก่อการร้ายแต่จะใช้คำว่าการก่อความไม่สงบ
อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาการก่อการร้ายโดยทั่วไปแล้วควรจะต้องแก้ที่ต้นเหตุ โดยพิจารณาหลักๆนั่นคือปัญหาการเมืองที่ปราศจากความยุติธรรม และปัญหาเศรษฐกิจนั่นคือช่องว่างทางรายได้ ส่วนที่มีสาเหตุการก่อการร้ายในลำดับต้นๆจะเกิดกับประเทศที่เป็นรัฐล้มเหลว (FAIL STATE) หรือรัฐบาลถูกทำลายจนอ่อนแอ
ดังกล่าวมาแล้วการใช้กำลังปราบปรามอย่างรุนแรงอาจไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ดี เพราะไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ การแก้ที่ต้นเหตุก็ต้องเริ่มต้นด้วยมาตรการทางการเมืองและการเจรจา ดังจะเห็นได้ว่าขบวนการไออาร์เอของไอร์แลนด์เหนือได้เจรจากับรัฐบาลอังกฤษจนเกิดสันติภาพ และขบวนการไออาร์เอก็แปลงสภาพมาสู่องค์กรทางการเมืองซินเฟน โมโรที่มินดาเนา ฟิลิปปินส์ก็ผ่านการสู้รบและการเจรจามายาวนาน จนในที่สุดก็ได้ข้อยุติและโมโรก็กลายมาเป็นขบวนการทางการเมือง ซึ่งปัญหาการก่อการร้ายในฟิลิปปินส์ปัจจุบันเป็นขบวนการอื่น คือกลุ่มอาบูซายับ และไอเอส เนปาลก็เป็นอีกประเทศที่ประสบความสำเร็จในการเจรจากับกลุ่มซ้ายจัดเมาอิสจนกลายมาเป็นขบวนการทางการเมือง
สำหรับในประเทศไทยเราก็เคยประสบความสำเร็จมาแล้วจากการเจรจากับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์(ผกค.) ที่ดำเนินการโดยพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย และนำมาสู่การสร้างสันติภาพคือการเข้ามาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยของพคท.และรัฐบาลก็ได้ยกเลิกพ.ร.บ.การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ในที่สุด หากจะดำเนินการอีกกับขบวนการมาราปัตตานีหรือ BRN ด้วยทัศนคติที่เปิดกว้างก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อชาติคือขจัดการสูญเสียทั้งชีวิตทรัพย์สิน และงบประมาณมหาศาลก็ลองพิจารณาดูนะครับ แต่ถ้าเป็นพวกคลั่ง จิตวิปลาส อย่าง IS หรือ อบูซายับ รวมทั้ง โบโกฮาราม ต้องปราบอย่างเดียว เพราะพูดกันไม่รู้เรื่องหรือจะรวมกลุ่มมะบะทะในพม่า ก็สมควรถูกปราบเช่นกัน








