INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

สายสื่อสารใต้มหาสมุทร: เส้นเลือดดิจิทัลของโลก ตอนที่ 2

สายสื่อสารใต้มหาสมุทร: เส้นเลือดดิจิทัลของโลก ตอนที่ ๒ — เราอยู่ตรงไหนของแผนที่ความเสี่ยง

ศาสตราจารย์ พลโท ดร.สมชาย วิรุฬหผล

โครงสร้างพื้นฐานของไทย: แข็งแกร่งกว่าที่คิด แต่เปราะบางกว่าที่รู้

ประเทศไทยไม่ใช่ผู้เล่นเล็กในเครือข่ายสายเคเบิลใต้น้ำโลก เราเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีสายเคเบิลนานาชาติขึ้นฝั่งและผ่านไทยอย่างน้อย ๑๑–๑๓ เส้น ผ่านสถานีขึ้นฝั่ง ๓ แห่งหลักคือ ศรีราชา เพชรบุรี และสตูล/สงขลา โดยผู้ประกอบการหลักคือ NT (บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด มหาชน) ซึ่งเกิดจากการรวม CAT Telecom กับ TOT เข้าด้วยกันในปี ๒๕๖๔

สายเคเบิลหลักที่เชื่อมไทยกับโลก ได้แก่ AAE-1 (เอเชีย-แอฟริกา-ยุโรป ๑) ซึ่งเป็นเส้นยาว ๒๕,๐๐๐ กม. วิ่งตรงจากไทยผ่านมหาสมุทรอินเดีย ทะเลแดง อียิปต์ ถึงยุโรป, SEA-ME-WE 4 ที่เชื่อมฝรั่งเศสกับเอเชียผ่านตะวันออกกลาง, SEA-ME-WE 3 รุ่นเก่าเส้นทางเดียวกัน, และ AAG (Asia-America Gateway) ที่วิ่งไปทิศตะวันออกสู่สหรัฐอเมริกาผ่านแปซิฟิก

เส้นไหนผ่านโซนอันตราย?

นี่คือประเด็นสำคัญที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ทราบ สายเคเบิลของไทยที่มุ่งหน้าสู่ยุโรปทุกเส้นต้องผ่านทะเลแดงและบาบอัลมันดับ ไม่มีเส้นทางตรงสู่ยุโรปที่หลีกเลี่ยงจุดเหล่านี้ได้ AAE-1 ถูกตัดโดยตรงทั้งในเหตุการณ์มีนาคม ๒๕๖๗ และมีปัญหาซ้ำในมกราคม ๒๕๖๘ SMW4 ถูกตัดในกันยายน ๒๕๖๘ ร่วมกับ IMEWE ทำให้อินเดีย ปากีสถาน UAE และคูเวตได้รับผลกระทบ

ในทางกลับกัน สายเคเบิลที่ไม่ผ่านโซนอันตรายมีเพียงเส้นทางตะวันออกอย่าง AAG ที่มุ่งหน้าสหรัฐฯ และ APG/SJC2 ที่วิ่งภายในเอเชียตะวันออก เส้นเหล่านี้ช่วยสำรองได้ระดับหนึ่ง แต่มีข้อจำกัดสำคัญ: มันไปถึงสหรัฐฯ ไม่ใช่ยุโรป หากต้องการส่งข้อมูลถึงยุโรปต้องวิ่งข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกอีกรอบ เพิ่มเวลาหน่วงไม่ต่ำกว่า ๒๐๐–๒๕๐ มิลลิวินาที

ทุกเส้นทางของไทยสู่ยุโรปต้องผ่านทะเลแดง — ไม่มีทางลัดใต้น้ำที่เลี่ยงได้ในปัจจุบัน

ผลกระทบจริงที่ไทยเคยประสบ

แม้ไทยยังไม่ประสบปัญหาระดับ ‘วิกฤต’ โดยตรง แต่บริษัทโทรคมนาคมไทยทุกรายได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ในเหตุการณ์กันยายน ๒๕๖๘ ที่ SMW4 และ IMEWE ถูกตัด ผู้ใช้บริการ True Corporation รายงานว่าความเร็วลดลงในบางช่วง แม้บริษัทจะอ้างว่าระบบของตนไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากการออกแบบ redundancy ที่ดี

สิ่งที่คนทั่วไปมักไม่รู้คือ ความเสียหายส่วนใหญ่จะไม่ปรากฏเป็นอินเทอร์เน็ต ‘ล่ม’ แต่ออกมาในรูปแบบที่ละเอียดกว่า เช่น ธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศใช้เวลานานขึ้น, บริการ cloud ของ Microsoft Azure และ Google อาจช้าลง, ระบบจองตั๋วเครื่องบินที่เชื่อมกับเซิร์ฟเวอร์ในยุโรปขัดข้อง และบริการ VoIP คุณภาพเสียงต่ำลงจนไม่สามารถใช้งานได้จริง

ท่าทีของ กสทช. และผู้ประกอบการไทย

กสทช. ออกมาให้ความมั่นใจสาธารณะในช่วงต้นปี ๒๕๖๙ ว่าไทยมีความหลากหลายของเส้นทางเพียงพอ และการตัดขาดจากเกตเวย์ระหว่างประเทศโดยสมบูรณ์นั้น ‘ไม่น่าจะเกิดขึ้น’ ซึ่งในทางเทคนิคถูกต้อง แต่มองข้ามประเด็นที่ละเอียดกว่านั้น คือไม่ใช่แค่ดับทั้งหมดหรือไม่ดับเลย หากแต่เป็นระดับคุณภาพบริการที่ค่อย ๆ เสื่อมลงจนส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันและความน่าเชื่อถือของประเทศ

ไทยกำลังลงทุนมหาศาลในการเป็น ‘ประตูดิจิทัล’ ของภูมิภาค Google ประกาศสร้าง Data Center และ Cloud Region ในไทย รวมถึงโครงการ TalayLink ซึ่งเป็นสายเคเบิลใหม่เชื่อมไทยกับออสเตรเลียผ่านมหาสมุทรอินเดียทางตะวันตกของช่องแคบซุนดา นักลงทุนต่างชาติจะพิจารณาความน่าเชื่อถือของการเชื่อมต่อเป็นปัจจัยสำคัญ ความเสี่ยงของคอขวดทะเลแดงจึงไม่ใช่แค่ปัญหาเทคนิค แต่เป็นปัญหาความน่าเชื่อถือของประเทศ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com