INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

บทเรียนจากผู้โดยสารตบหัวคนขับรถบัสทำให้เกิดอุบัติเหตุรถบัสเสียหลักพุ่งลงแม่น้ำแยงซีทำให้ผู้ โดยสารเสียชีวิตทั้งคัน

บทเรียนจากผู้โดยสารตบหัวคนขับรถบัสทำให้เกิดอุบัติเหตุรถบัสเสียหลักพุ่งลงแม่น้ำแยงซีทำให้ผู้ โดยสารเสียชีวิตทั้งคัน เหตุผลของการตบหัวคนขับเพียงแค่รถผ่านเลยป้ายจอดที่ต้องการลง ประเด็นอยู่ที่การวางบทบาทของผู้โดยสารทั้งคันรถ

chrome 2018 11 04 01 30 25https://www.news.com.au/world/asia/heartstopping-footage-reveals-moment-busdriver-plunges-vehicle-into-a-river-in-china/news-story/ edbebb08b7b279e642bac518891afea3 อยากชวนมองบทเรียนดังกล่าวกับรัฐนาวาของประเทศไทยในเวลานี้ เราเชื่อว่าคนไทยจำนวนมากเห็นการพัฒนาของรัฐที่ไปมุ่งสู่ทิศทางการเปิดประเทศ และเสนอขาย ทุกอย่างให้ต่างชาติเข้าครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นระบบสาธารณูปโภค รัฐวิสาหกิจ และแผ่นดิน โดย ให้โอกาสต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ได้ภายใต้โครงการพัฒนาที่เรียกว่า “การพัฒนาเขตเศรษฐกิจ พิเศษ” ไม่เพียงแต่ภาคตะวันออกเท่านั้นแต่กำลังแผ่ขยายไปทั้งประเทศ ตั้งแต่เชียงรายเหนือสุด ถึงนราธิวาสใต้สุด กาญจนบุรีและ ตาก ในซีกตะวันตก ไปถึงหนองคาย อุบลราชธานีสระแก้ว จวบจน ตราด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันออก จวบจน ตราด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันออก ขณะที่ใจกลางของประเทศ จากเชียงราย เชียงใหม่ลำปาง ถึง นครสวรรค์แพร่ลพบุรีเพชรบูรณ์ ชัยภูมิขอนแก่ โคราช สกลนคร ตลอดจน ชลบุรีระยอง จันทบุรีและจังหวัดภาคใต้ตั้งแต่ เพชรบุรีชุมพร นครศรีฯ สงขลาลงไปถึงสามจังหวัดชายแดน ก็จะให้เปิดเหมืองแร่และโรงงาน อุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องเป็นจำนวนมากด้วย โดยมอบกรรมสิทธิ์เหนือทรัพยากรของประทเศให้เป็น ของผู้ถือสัมปทานทั้งที่เป็นต่างชาติและในชาติตัวอย่างเช่น บริษัทจากประเทศจีน และอีกหลาย ประเทศ ถือครองสิทธิในการสำรวจและผลิตแร่โพแทส/โปแตส กว่า ๑ ล้านไร่ ในจังหวัดสกลนคร ชัยภูมินครราชสีมา ซึ่งตามแผนแม่บทและยุทธศาสตร์แร่ ที่ประกาศใช้ไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๖๑ มีแนวโน้มที่จะเปิดเมืองแร่ถึง ๓๗ ล้านไร่ ในจำนวนนี้มีแร่โพแทส ใน ๑๕ จังหวัดภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ มูลค่ากว่า ๓๙,๐๐๐ ล้านล้านบาท (ดูยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ ๒๐ ปีและแผนแม่บทแร่ ๕ ปีกรมทรัพยากรธรณีhttp://www.dmr.go.th/ewtadmin/ewt/ minerals/download/ยุทธศาสตร์แร่ฯ_(ฉบับ%20ครม.%20เห็นชอบ)_080861.pdf) ลองจินตนาการถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากทุกอย่างเดินหน้าพร้อมกัน กล่าวคือ เมืองชายทะเล เปิด ท่าเรือขนาดใหญ่ ภาตใต้ขุดคลองไทยตัดประเทศออกเป็นสองแผ่นดิน เมืองชายแดนรอบประเทศ มีอุตสาหกรรมเกิดขึ้นเต็มไปหมด เกิดการโยกย้ายถิ่นฐาน แรงงานส่วนใหญ่มาจากต่างชาติผู้ บริหารส่วนใหญ่ก็มาจากต่างชาติเหลือคนไทยจำนวนน้อยที่ทำงานในอุตสาหกรรมเหล่านั้น เพราะการใช้แรงงานคนไทยก็ไม่ชอบ การจะขึ้นไปถึงฝ่ายบริหารก็ความสามารถไม่ถึง ภาษาก็ไม่ได้ อีกทั้งในเขตเศรษฐกิจพิเศษไม่ต้องใช้เงินตราของประเทศไทยคือสามารถใช้เงินตราต่างประเทศได้ ไม่นับความสูญเสียด้านภาษีอาการเพราะบริษัทเหล่านั้นไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลยาวนาน ตั้งแต่ ๘ ถึง ๑๕ ปีไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าอุปกรณ์เครื่องจักรและวัตถุดิบ รวมทั้งสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมายชนิดที่เรียกว่าบริษัทของไทยเดิมๆที่ขาดอำนาจการเมืองการทหารหนุนเนื่องก็จะต้อง ย่อยยับดับสูญไปอย่างไม่ต้องสงสัย เปลี่ยนบทบาทจากเถ้าแก่ไปเป็นขี้ข้าในเวลาข้ามคืน ขณะที่ใจกลางของประเทศซึ่งเป็นป่าและเขารวมทั้งที่ดินเกษตรกรรมก็ขุดแร่อย่างไ่ม่ยั้งคิด ก็จะคิด อะไรเล้านักลงทุนส่วนมากคือต่างชาติ “การพังทลายของสิ่งแวดล้อมตรูไม่เกี่ยวเพราะไม่ใช่ ประเทศตรูรัฐบาลของสูเป็นฝ่ายส่งเสริมให้ตรูมาระเบิดแผ่นดินตามกฎหมาย” แร่เหล่านั้นจะถูก นำมาแปรรูปเป็นวัตถุดิบสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหินปูนเพื่อนำมาก่อสร้างทั้งถนนและโรงงานอีก เป็นจำนวนมาก การส่งปูนซิเมนต์ออกนอกก็คือการบดภูเขาประเทศตัวเองใส่ถุงขายเสริมให้รวย กระจุกจนกระจายยากแค้นแสนเข็ญหนักขึ้นไปอีก พื้นที่ป่าซึ่งเหลือเพียง ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของ ประเทศก็จะลดน้อยลงไปอีกเป็นอันมาก อันมาจากนโยบายขับรถลงเหวของรัฐ มิใยจะกล่าวถึงมลพิษที่มากับอากาศ น้ำ และพื้นดิน ที่เบียดขับภาคการเกษตรของชาวนาชาวไร่ ที่ เป็นเกษตรกรรายย่อยให้แพ้ยับอัปราชัยไปอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อสิ้นเกษตรกรรายย่อยเสียแล้วการ ผลิตอาหารอันเป็นรากฐานสำคัญของประเทศไทยและของคนไทยทั้งหมดก็จะตกอยู่ในมือใครเล่า ถึงจุดนี้คนไทยที่มีปัญญาทั้งปวงย่อมจินตนาการได้ว่าผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ก็จะมัดปากมัดท้องของ คนที่เคยพึ่งพาตัวเองได้ซึ่งลุกลามจากคนเมืองไปสู่คนชนบท เรียกว่าคนทั้งประเทศต้องซื้ออาหาร จากบริษัทยักษ์ใหญ่เพียงบริษัทเดียวแถวสีลมเพื่อกินกันตาย เมื่อถึงวันนั้นสุขภาพก็จะเริ่มย่ำแย่เป็นช่องให้ทุนใหญ่ด้านยาและโรงพยาบาลเข้าครอบครอง สุขภาพด้วยเงินตราและงบประมาณไม่ว่าจะผ่านจากรัฐหรือกระเป๋าของประชาชนเองในการ เยียวยาสุขภาพอันเกิดจากผลกระทบจากการพัฒนาที่ทิ้งมลพิษและทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นผลงาน ชิ้นเอกแห่งความล้มเหลวในการพัฒนาที่ผิดพลาดร้ายแรงแห่งยุคสมัย สถานการณ์นั้นไม่ต่างจากการที่คนขับรถถูกตบหัวรถเสียหลักพุ่งผ่านราวสะพานจมลงในแม่น้ำแยง ซีท่ามกลางผู้โดยสารจำนวนมากที่ขาดสติขาดความตระหนักอย่างฉับไวว่า สภาพที่คนขับไม่ สามารถต่อสู้กับผู้ทำร้ายไปพร้อมกับการบังคับรถให้ถูกทิศทางได้นั้น ผู้โดยสารทั้งคันรถย่อมมีหน้า ที่โดยตรงในการปกป้องคนขับให้ปลอดภัยจากการถูกทำร้ายด้วย แม้ว่าตัวอย่างเปรียบเปรยนี้จะ แตกต่างกันที่คนขับรัฐนาวาของเราอาจจะจงใจขับรถลงเหว หรือไม่ก็ตาบอด หรือสายตาสั้น ปัญญาตื้นเขินก็ตามแต่ หรือไม่ว่าจะด้วยความโละ หรือความเขลาของผู้นำก็ได้กำลังพาคนไทยทั้ง มวลทั้งที่มีสติมีปัญญามีความรู้สามารถเลี้ยวลงหุบเหวอย่างไม่ยั้ง ในนาทีนี้คนไทยทุกคนย่อม มีหน้าที่ที่จะต้องขึ้นมาคัดค้านเหนี่ยวรั้งทำให้เกิดการทบทวนเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ผิดพลาดเหล่า นี้เสียให้ทัน ทำทุกวิถีทางให้ผู้ที่กำลังทำผิดอยู่นั้นให้เปลี่ยนใจ เปลี่ยนพฤติการณ์คือทำทุกอย่างให้ เกิดผลในการเปลี่ยนแปลง หักหัวรัฐนาวาออกจากวิถีแห่งหุบเหว มันอาจจะเริ่มจากการพร่ำบ่น ดังๆ และขยายวงคุยออกไป มากๆขึ้น และใช้สื่อบนโลกออนไลน์ให้คุ้มค่า แสวงหาทุกช่องทางส่ง เสียงไปให้ถึงบุคคลเป้าหมายทุกคนไม่ว่าหน้าบ้านหรือหลังบ้าน เป็นทางการหรือไม่เป็นทางการก็ ต้องทำทุกทาง การเพิกเฉยหรือไม่จริงจังต่อการคัดค้านเปลี่ยนแปลงความผิดพลาดที่กำลังดำเนินอยู่นี้จะส่งผลให้ สังคมไทยทั้งระบบลงเหวไปพร้อมกัน ทุกคนจะเป็นผู้ประสบภัย ถึงเวลานั้นก็สายเสียแล้วที่จะมา นั่งเสียใจว่าเราไม่ได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดในเวลาที่เหมาะสมที่สุด เมื่อครั้งโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิม่าที่ญี่ปุ่นระเบิดแล้วมีคนตายจำนวนมาก มีการส่งคณะผู้ ศึกษาเรื่องราวจากไทยไปเรียนรู้ภายหลังเหตุการณ์ผู้ที่ไปกลับมาเล่าว่า มีชายญี่ปุ่นคนหนึ่งนั่งลง คุกเข่าแล้วร้องไห้ต่อหน้าผู้คนจำนวนมากที่ไปเยี่ยมเขาบอกว่า เสียใจมากเมื่อวันที่มีการเดิน คุกเข่าแล้วร้องไห้ต่อหน้าผู้คนจำนวนมากที่ไปเยี่ยมเขาบอกว่า เสียใจมากเมื่อวันที่มีการเดิน ประท้วงต่อต้านโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในญี่ปุ่นเขาก็ออกมาร่วมต่อสู้แต่ก็ออกมาอย่างเหยาะแหยะ ไม่จริงจังทำให้การต่อต้านไม่ประสบความสำเร็จและวันนี้เมื่อญาติพี่น้องและเพื่อนร่วมชาติของเขา ต้องจบชีวิตลงเพราะโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์โรงนี้เขารู้สึกผิดแต่เป็นความผิดที่ไม่สามารถแก้ไข อะไรได้เลยนอกจากต้องร้องไห้อย่างโศกาอาดูรยิ่งนัก เราไม่อาจหาญที่จะบอกให้คนไทยสำนึกในบทบาทหน้าที่ของตนแต่เราอยากจะเรียกร้องด้วยความ รักในแผ่นดินเกิดที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ของพวกเรา ดั่งที่บาทหลวงมอง เชณเญอร์ปาเลกัว ได้เขียนไว้ในหนังสือชื่อเล่าเรื่องกรุงสยาม ในตอนที่หนึ่ง ของหน้า ๓๓ ไว้ว่า “ข้าพเจ้าไม่ทราบว่า ในโลกนี้จะยังมีประเทศใดบ้างที่มีความอุดมสมบูรณ์ยิ่งไปกว่าประเทศสยาม หรือหาไม่ โคลนตมของแม่น้ำ ได้ทำให้พื้นแผ่นดินอุดมไปด้วยปุ๋ยอยู่ทุกปีโดยแทบจะไม่ต้องบำรุง ผืนดินเลย ก็ได้ต้นข้าวก็ใหญ่อันมีรสดีวิเศษ ซึ่งไม่เพียงแต่พอเลี้ยงประชาชนพลเมืองเท่านั้น ยังส่ง ออกไปขายยังเมืองจีนยังเมืองจีนและที่อื่นๆ …..”. “ในเวลาน้ำท่วม จำนวนปลาได้เพิ่มพูนขึ้น อย่างนับไม่ถ้วนในท้องทุ่งตามกอกกและแพผัก ครั้นน้ำลด ฝูงปลาก็จะเคลื่อนย้ายไหลตามน้ำไปลง แม่น้ำลำคลองด้วย มากมายก่ายกองเรากับฝูงมด ด้วยประการฉะนี้ในแม่น้ำและลำคลองจึงคลา คล่ำไปด้วยนกกระสา นกกาน้ำ นกกระทุง เป็ดและนกน้ำอื่นๆอีกเป็นอันมาก หาปลาเป็นอาหาร ทั้งกลางวันและกลางคืนปลาบางส่วนตกคลักในท้องทุ่ง ในบ่อ หนองและบึงธรรมชาติอันดารดาษ ไปด้วยดอกบัว ผักตบ และผักในน้ำอย่างอื่นอีกทั่วไป”. “ที่ก้นอ่าวอันเป็นที่รวมของแม่น้ำ ๔ สาย ปรากฏว่ามีปลามากเหมือนกับปลาซาดีนขนาดใหญ่ (น่าจะหมายถึงปลาทู – ผู้แปล) ชนิดหนึ่งมี มากมายเหลือเกิน ซึ่งนอกจากจะใช้ประกอบเป็นอาหารประจำครอบครัวของชาวเมืองได้ตั้งปีละ ๖ เดือนแล้ว ยังบรรทุกใส่เรือลำใหญ่ตั้ง ๑๒ หรือ ๑๕ ลำส่งไปขายยังเกาะชวาได้อีกด้วย” สิ่งที่คนไทยในเมืองใหญ่ใหญ่ซึ่งไม่เคยได้มีโอกาสลงในพื้นที่ชนบทอาจจะไม่คิดว่า ธรรมชาติที่มั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ดังที่บาทหลวงปาลเลกัว ได้เขียนไว้เมื่อกว่า ๑๕๐ ปีที่แล้วในปัจจุบันนี้ประเทศไทย ของเรายังมีพื้นที่อย่างอุดมสมบูรณ์นั้นหลงเหลืออยู่อีกไม่น้อย แต่สิ่งที่เหลืออยู่นี้กำลังจะสิ้นสลาย ไป ด้วยเหตุของการพัฒนาที่ผิดพลาดเพราะหลงผิดถือเอาตัวชี้วัดที่ฝรั่งหลอกเราไว้เรื่อง GDP มา เป็นหลักยึดในการพัฒนาประเทศ และอาจจะประกอบกับความทุจริตคิดมิชอบ เห็นแก่อามิส สินบนก่อนการเลือกตั้งครั้งใหญ่ด้วยหรือไม่จึงทำให้การเดินหน้าอนุมัติการขายแผ่นดินให้ต่างชาติ อย่างรวดเร็ว โดยได้รับความสะดวกและง่ายในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเข้าครอบครองถือกรรมสิทธิ์ใน ที่ดิน หรือการเช่าที่ดินภายใต้กำกับของราชการ ยาวนานแบบล้าหลังถึง ๙๙ ปีซึ่งปประเทศเวีย ตนามได้คัดค้านจนนโยบายต้องยกเลิกไป ขณะที่ไทยยังให้สัมปทานขุดแร่ทุกหนแห่ง โดยรัฐมีราย ได้ค่าภาคหลวงไม่ถึงร้อยละห้า ทุกอย่างเดินหน้าอย่างรวดเร็วจนทำให้คนที่เคยต่อสู้ปกป้อง ทรัพยากรไม่สามารถทำงานช่วยประเทศได้ทัน คนไทยทุกคนต้องลุกขึ้นมาประสานมือกันเพื่อหยุด ทรัพยากรไม่สามารถทำงานช่วยประเทศได้ทัน คนไทยทุกคนต้องลุกขึ้นมาประสานมือกันเพื่อหยุด หายนะทั้งหมดนี้ให้ทันเวลา

chrome 2018 11 04 01 30 39

ขอบคุณภาพจากรายงานประจำปีกรมการข้าว http://www.ricethailand.go.th/web/ images/pdf/AnnualReport/Annual.pdf สมบัติแผ่นดินไทย ๓ สิ่งที่เสียไปแล้วเอาคืนมาไม่ได้เลยหรือยากที่จะฟื้นคืน คือ หนึ่ง การระเบิดภูเขาเอาแร่ พื้นที่เป้าหมาย ๓๗ ล้านไร่ตามแผนแม่บทและยุทธศาสตร์แร่ ๒๐ ปี ที่ประกาศใช้ไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๖๑ ตามที่กล่าวข้างต้น สอง สัมปทานพลังงานที่กำลังจะต่ออายุซึ่งจะทำให้ร้อยละ ๗๐ ของการผลิตพลังงานต้นน้ำของ ประเทศคือก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบตกอยู่ในมือของต่างชาติเพียงบริษัทเดียว คือ เชฟร่อนจาก สหรัฐอเมริกา ที่กำลังจะประมูลในเดือนพฤศจิกายนพ.ศ. ๒๕๖๑ นี้ประกอบด้วยแหล่งเอราวัณ และบงกชร อันเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติหลักที่ใช้ทั้งประเทศไทย ทั้งในการผลิตไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม และก๊าซเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมขนาดเล็ก นี่ยังไม่นับรวมบ่อน้ำมันที่ประเทศจากตะวันออกกลาง ครอบครองอ่าวไทยตอนบนไว้ทั้งหมด ส่วนปตท.ของไทยกลับมีส่วนแบ่งการผิดในประเทศน้อย กว่าต่างชาติอย่างน่าพิศวง สาม คือ เขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศโดยเฉพาะ EEC เป็นโครงการของรัฐที่ทำลายสิทธิของคน ไทยในการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินและทรัพยากรของประเทศบ้านเกิดตนเอง นับเป็นความย่อยยับ อัปปราชัยในสิทธิประชาชนไทย โดยยกให้ต่างชาติมีเอกสิทธิ์เหนือคนไทยในแผ่นดินเกิด การให้ ต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินถือเป็นการเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต ภายใต้การยินยอม ต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินถือเป็นการเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต ภายใต้การยินยอม พร้อมใจของรัฐไทย โดยไม่ตระหนักว่ากว่าจะเป็นแผ่นดินไทยมาจนทุกวันนี้บรรพชนเราสูญเสีย เลือดเนื้อและชีิวิตปกป้องมามากเท่าไร ทั้งที่เรายังมิได้อับจนจนต้องขายแผ่นดินกิน แต่รัฐไทยได้ ลงมือขายเสียเองแล้ว ประวัติศาสตร์ชาติไทยจะจารึกชื่อนายกรัฐมนตรีไทยนี้ว่าเป็นรัฐบาลยุคขาย แผ่นดิน คุณชัยราชวัตรเคยเขียนคำสั้นๆที่ทรงพลังไว้ว่า “โสเภณีขายตัว หญิงชั่วชายชาติ” เราอยากเขียน ใหม่ในยุคนี้ว่า “ทหารอนาถโปรดหยุดขายแผ่นดิน” (ไม่ใช่ทหารทุกคน) สุดท้ายนี้เราอยากจะขอบอกถึงคนไทยทุกคนที่ใช้เวลาอยู่บนโลกออนไลน์ใช้เวลาเดินทางวันหยุด พักผ่อน ให้ลองแวะไปท่องเที่ยวเมืองน่าอยู่ใกล้กรุงเทพฯ คือ บางปะกง จากจุดแวะพักถนน มอเตอร์เวย์ลองเลี้ยวเข้าตามถนนชุมชนที่ไม่มีป้ายบอกทาง สูดดมกลิ่นของชนบท ดูวิถีชีวิตที่ เรียบง่าย ดูการหาอยู่หากินกับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติดูความสุขเล็กๆของคนที่มีทรัพย์น้อยแต่ สุขมาก ชีวิตที่ไม่เป็นภาระของสังคม เมื่อคุณเดินออกไปจากเมืองแออัด คุณจะพบสภาพธรรมชาติ ในวันนี้ของคุ้งน้ำบางปะกงทั้งสองฟาก คือฟากไปทางภาคตะวันออก จะเป็นคุ้งน้ำของคลองอ้อม อันเป็นคลองย่อยของแม่น้ำบางปะกง เป็นป่าชายเลสขนาดใหญ่อันเป็นแหล่งเพาะพันธ์สัตว์น้ำวัย อ่อนที่สำคัญของภูมิภาคแห่งนี้ผ่านเลยวัดเขาดินเข้าไปไม่ไกลจะพบชุมชนตำบลเขาดินที่กำลังทำ ผลผลิตจากใบจาก ตั้งแต่ตับจากสำหรับมุงหลังคา ขนมจากที่รสเลิศ ลูกจากสดที่หารับประทานได้ ยาก และยอดอ่อนของจากที่นำมาทำใบห่อขนมต้ม รวมทั้งใบยาเส้น ตำบลเขาดิน อำเภอ บางปะกง ต่อกับอำเภอบ้านโพธิ์เป็นชุมชนที่ร่มรื่นน่าอยู่ถัดจากวัดเขาดินไปไม่ไกลก็จะพบท้องทุ่ง นาที่เวลานี้ (ต้นเดือนพฤศจิกายน) กำลังเหลืองอร่ามเป็นสีทอง หากเป็นยามเช้าก็จะได้ยินเสียงนก นานาชนิดร้องเจี้อยเจ้วไปทั่วท้องทุ่ง ที่ขอบคันนาในลุ่มน้ำบางปะกงแห่งนี้มีความพิเศษคือมีร่องน้ำ สำหรับให้ปลาธรรมชาติอาศัยอยู่ มีทั้งกุ้งหอยปูปลาอย่างอุดมสมบูรณ์ ท่านจะไม่เห็นร้านสะดวกซื้อเพราะที่นี่ไม่รู้จะซื้ออะไรไปทำใม เพราะแทบทุกอย่างมีให้กินพร้อม สรรพทุกบ้าน ชาวบ้านมีฐานะที่ดีมีชีวิตที่สงบสุข มีสินค้าที่ตลาดต้องการ คือ ข้าว ปลา ปูกุ้ง หอย ทุกคนมีอาชีพที่มั่นคงและมีชีวิตที่ได้รับอากาศดีอาหารดีทำให้จิตใจดี แต่ชีวิตดีๆของพวกเขากำลังจะสิ้นสลายไปอย่างไร้ความหวังจากนโยบาย EEC ที่รัฐมีอำนาจ เวนคืนที่ดินของประชาชนไทยให้ต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์และเปิดโรงงานอุตสากรรมสร้างความ สกปรกให้สิ่งแวดล้อมทำลายชีวิตคนไทยให้ย่อยยับด้วยอำนาจของรัฐโดยกฎหมายที่รัฐเขียนขึ้น และด้วยอำนาจของคณะกรรมการ EEC ที่มีนักธุรกิจเข้าไปนั่งเป็นกรรมการด้วย คือ นักธุรกิจจาก สภาอุตสาหกรรม นักธุรกิจจากสภาหอการค้า และนักธุรกิจจากสมาคมธนาคารไทย เข้าไปมี อำนาจเสมอรัฐ เป็นสิ่งแปลกประหลาดอย่างน่าพิศวงที่สุดในการที่รัฐเปิดให้เอกชนเข้าไปร่วม อำนาจเสมอรัฐ เป็นสิ่งแปลกประหลาดอย่างน่าพิศวงที่สุดในการที่รัฐเปิดให้เอกชนเข้าไปร่วม บริหารจัดการรัฐกิจที่พวกพ้องของตนได้รับผลประโยชน์เต็มๆ เราจึงอยากจะเขียนคำใหม่ย้อนแย้งกับบาทหลวงปาเลกลัวว่า จะมีประเทศไหนในโลกที่โง่เขลาเบาปัญญาเช่นนี้อีกหรือหาไม่ ที่ออกกฏหมายไล่ประชาชนของ ตนเองออกจากแผ่นดินอันอุดม แล้วให้ต่างชาติเข้าถือครองกรรมสิทธิ์ยึดที่ดินของคนชาติตนเอง ให้ต่างชาติทำอุตสาหกรรม เทความสกปรกสร้างมลพิษมลพิษให้สิ่งแวดล้อมที่เคยสะอาด ให้เสีย หายย่อยยับไป เพียงเพื่อแลกกับคำว่าประเทศที่พัฒนาแล้วและมีตัวเลขจีดีพีล้ำหน้า เพื่อลด ปมด้อยเพราะที่คิดว่าฝรั่งฉลาดกว่าตัว เพียงเขาเหยียดหยามว่าเรามีจีดีพีที่ตกต่ำเป็นประเทศด้อย พัฒนาหรือแค่กำลังพัฒนาก็น้อยหน้าเขา ทั้งทั้งที่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เป็นที่ยอมรับของนานาชาติทั่วโลกและยกย่องท่านเป็นบุคคลของโลกในหลายบริบท ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือระบบเศรษฐกิจที่ล้ำค่าสูงสุดของคนในโลกนี้เป็นระบบเศรษฐกิจที่ ทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้โดยไม่มีความขัดแย้งมีความมั่งคั่งและยังยืนลดความเหลื่อมล้ำ ตามหลัก การพัฒนาที่ยั่งยืนที่นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันได้ไปลงนามไว้ต่อประชาคมโลกที่เรียกว่า SDGs เราเชื่อว่าถ้าหากคนไทยทุกคนลุกขึ้นมาทำอะไรคนละเล็กระน้อยที่ไกลออกจากขอบรั้วบ้านตัวเอง ไกลออกจากสำนักงานของตนเอง ไกลออกจากหน้าจอ ๔ เหลี่ยมของโลกออนไลน์ได้ดูได้รู้ได้เห็น ความจริงและขยับเท้าขยับมือทำให้เกิดการรับรู้ว่าสิ่งที่รัฐนาว่าของไทยกำลังมุ่งไปนั้นมันผิดทิศผิด ทางอย่างไร เราต้องเข้าไปสะกิดต้องเข้าไปยืนยันความถูกต้องเพื่อให้คนขับรถบัสคนนั้นหักพวง มาลัยเข้าสู่เส้นทางการพัฒนาที่ยั่งยืน อย่าปล่อยให้ฝรั่งตบหัว อย่าปล่อยให้จีนเคาะกะโหลกคนขับ จนเลี้ยวรถพุ่งลงหุบเหวที่ประเทศไทยสามารถหลีกเลี่ยงได้อย่าปล่อยให้รัฐบาลพาประเทศไทยไป เป็นทาสของทุนสามานย์ต่างชาติทุกคนทำได้แค่ต้องเริ่มทำ เริ่มคิด เริ่มดูเริ่มรู้เริ่มเห็นข้อมูล

ความจริงที่มีอยู่ใกล้ตัวเรา ชั่วอึดใจก็ไปถึง
ดวงเทียน
๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๑

Facebook Comments Box