การวิจัยว่าด้วยอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของ ASEAN

การวิจัยว่าด้วยอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของ ASEAN
ศ.ดร.จรัญ มะลูลีม
ยิ่งมีวิวัฒนาการที่ให้ความสำคัญกับประชาชน (people-focussed evolution) เท่าไหร่ ASEAN ก็จะมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น
มีความจำเป็นที่คนหนุ่มสาวจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมใน ASEAN ให้เข้มแข็งขึ้น เพื่อบูรณาการให้เกิดความเป็นเอกภาพใน ASEAN
อย่างที่เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ASEAN ได้รับความสำเร็จสูงสุดในฐานะขององค์กรของภูมิภาคในโลกที่กำลังพัฒนาและนับตั้งแต่มีการให้สัตยาบันยอมรับกฎบัตรของ ASEAN ASEAN ก็จำเป็นต้องมีระบอบกฎหมายรองรับตัวบุคคลต่อไป
นับจากปี 2015 เป็นต้นไป ASEAN จะกลายมาเป็นความจริงและนี่เป็นการกระจายตัวเองที่มีความสำคัญยิ่งเนื่องจากจุดหมายสำคัญคือการที่ ASEAN มีกลุ่มก้อนของประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People-centric groping ) รวมทั้งบทบาทที่สำคัญยิ่งของตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ (non state actors) ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มพูนความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ของการรวมตัวและความร่วมมือในหมู่ประชาชนของ ASEAN
ในการสนับสนุนงานวิจัยเกี่ยวกับ ASEAN นั้น ASEAN จำเป็นจะต้องมีการบูรณาการในภูมิภาคผ่านการสานเสวนาหลากหลายช่องทาง (multi-channel dialogue) และการทูตแบบไม่เป็นทางการ
จุดมุ่งหมายก็เพื่อการคิดไปข้างหน้าว่าควรจะทำอะไรนอกเหนือไปจากการที่รัฐบาลของประเทศต่างๆ ใน ASEAN กำลังทำกันอยู่ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดบูรณาการใน ASEAN มากยิ่งขึ้นไปอีก
ดังนั้นในการทำวิจัยหรือสร้างงานที่นำไปสู่ความสนใจในการเกิดประชาคม ASEAN นั้นควรให้ความสำคัญกับเรื่องต่อไปนี้ด้วย
- บทบาทของตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ (Role of Non-states Atcors) ในการร่วมมือกันเพื่อบูรณาการ ASEAN เข้าด้วยกัน
- การให้ความสนใจประชาคม ASEAN ในด้านสังคม-เศรษฐกิจและวัฒนธรรม
- การบูรณาการภูมิภาค ASEAN ให้เข้มแข็งนอกเหนือจากการทูตที่เป็นทางการผ่านการเชื่อมโยงกับคนหนุ่มสาว สื่อสิ่งพิมพ์และประชาสังคม
เรื่องที่กล่าวมาข้างต้นแม้ว่าจะมีขอบข่ายกว้างขวาง แต่การศึกษาค้นคว้าวิจัยหรือการประชุมจะช่วยทำให้มีความเข้าใจต่อประเด็นปัญหาข้างต้นได้ค่อนข้างดี เนื่องจากการวิจัย การสัมมนาจะนำไปสู่ข้อเสนอแนะและความเข้าใจถึงประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น
NGO เองก็มีการพบปะกันบ่อยครั้งและได้สร้างความก้าวหน้าให้แก่ ASEAN นอกจากนี้ ASEAN เองก็ได้แสดงบทบาทของความพยายามให้เห็นทั้งความก้าวหน้าด้านกฎหมาย เครือข่ายสิ่งแวดล้อมในด้านสันติภาพและความมั่นคงและการขยายการบูรณาการในภูมิภาคให้มีความลุ่มลึกขึ้น
มีการยืนยันว่าผู้ก่อตั้งและผู้นำของ ASEAN มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและมีการปรึกษาหารือและร่วมมือกันมายาวนาน 4 ทศวรรษเพื่อจะออกคำประกาศการประชุมข้อตกลงและยอมรับกฎบัตรของ ASEAN ในปี 2008 โดยพร้อมเพรียงกันทั้ง 10 ประเทศภายในปีเดียว
ความยิ่งใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้าอง ASEAN และเป็นเหตุการณ์ที่เป็นความหวังก็คือการเปิดตัวประชมคม ASEAN ในปี 2015
การเป็นประชาคม ASEAN เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกหนีได้ และเป็นความปรารถนาร่วมกันเพื่อให้เป็นไปตามวันเวลาที่กำหนดเอาไว้ สิ่งนี้ไม่เพียงเป็นสิ่งที่ปรากฏให้เห็นเท่านั้นแต่เป็นความจริง ความมุ่งหวังก็คือการที่ ASEAN จะเข้าสู่ศักราชที่จะแลเห็นบูรณาการอันยิ่งใหญ่ เห็นความร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวทางการเมือง การบูรณาการทางเศรษฐกิจ ความปรองดองทางวัฒนธรรมและความรับผิดชอบทางสังคม
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ประชมคม ASEAN จะกลายเป็นประชมคมเดียวกันนั้น ได้มีการประชุมมาแล้วในแต่ละปีโดยเฉลี่ยนับพันครั้ง และมีกลไกความร่วมมือระหว่างรัฐสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความมั่นคงของรัฐสมาชิกซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศกำลังพัฒนา
กระนั้น ASEAN ก็มีสิ่งท้าทายรออยู่ข้างหน้า อย่างเช่นความไม่เท่าเทียมกันระหว่างประเทศที่ร่ำรวยกับประเทศยากจน การตัดไม้ทำลายป่าที่ผิดกฎหมาย การตกค้างของกากสารเคมี เรื่องการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้าเด็ก การใช้อำนาจอย่างผิดๆ และความสับสนที่มีอยู่กับแรงงานข้ามชาติ ลัทธิสุดโต่งและลัทธิก่อการร้าย การฟอกเงิน ปัญหาเรื่องชายแดนที่ยังแก้ไม่ได้ รวมทั้งช่องแยกในระดับการมีการศึกษา และดัชนีชี้วัดความแตกต่าง
ชะตากรรมของชนกลุ่มน้อยและชนกลุ่มใหญ่ในประเทศต่างๆ ของ ASEAN สิ่งเหล่านี้มีผลในทางลบที่กระทบกับการบูรณาการที่ก้าวหน้าในภูมิภาค
ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ASEAN เติบโตในทุกด้านอย่างน่าทึ่งนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นมาในปี 1967 ในการเติบโตตามวิวัฒนาการของ ASEAN นั้น ASEAN ได้เผชิญกับความท้าทายของความเติบโตในหลายด้าน
จากภาพที่ปรากฏในเวลานี้ได้มีการเรียกร้องให้ ASEAN รวมตัวกัน ร่วมมือและมีความเข้าใจในหมู่สมาชิก ด้วยความมุ่งหวังให้รัฐสมาชิกทำงานไปตามกรอบแนวคิดและวิสัยทรรศน์ร่วม ด้วยเหตุนี้ ASEAN ก็สามารถจะนำเสนอตัวเองในฐานะกลุ่มที่มีเอกภาพ ซึ่งเต็มไปด้วยพลังความเข้มแข็งและประสบความสำเร็จ
ในการขับเคลื่อนประชาคม ASEAN ผ่านงานวิจัย และการนำเสนอบทความวิจัย และบทความวิชาการนั้น
- อาเซียนควรให้ความสนใจในการถือเอาประชาคมเป็นศูนย์กลาง (A People-Centric ASEAN)
- ควรเรียกร้องให้ ASEAN เป็นชุมชนที่มั่นคงปลอดภัยผ่านการสานเสวนาและการพบปะกันทั้งในแนวดิ่งและแนวนอนในหมู่ตัวแสดงที่เป็นรัฐและไม่ใช่รัฐ
- ความไว้วางใจของสาธารณชนเป็นสะพานเชื่อมต่อที่สำคัญที่จะเชื่อมต่อกับประชาสังคมและตัวแสดงที่เป็นรัฐ
- การทำงานร่วมกันเพื่อสาธารณชนจะส่งผลมาถึงรัฐบาลของประเทศต่างๆ
- ควรมีความร่วมมือกันในมาตรการด้านการสร้างสันติภาพ ความมั่นคงในภูมิภาค
- มีความจำเป็นที่ ASEAN ต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ เป็นลำดับแรก
- ทำให้ช่องว่างของการพัฒนาระหว่าง ASEAN เก่าและ ASEAN ใหม่แคบลง
- การแสวงหาความก้าวหน้าในภูมิภาคด้วยการขับเคลื่อนไปตามกระแสคลื่นของโลกและรักษาการเป็นตัวแสดงสำคัญเอาไว้ โดย ASEAN จะมีบทบาทในการส่งเสริมให้ “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและสังคมและในการเข้าถึง ASEAN นั้นตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ ควรมีส่วนร่วมอย่างจริงจังในกระบวนการที่เป็นวาทกรรมภายในประเทศของ ASEAN และเพื่อให้ ASEAN มีความเกี่ยวข้องอยู่กับประชาชนของตัวเอง มีความจำเป็นที่ ASEAN ต้องมีการนำเสนอสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนพร้อมกับแง่มุมที่เป็นธรรม ไม่เฉพาะจากตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐเท่านั้นแต่ยังรวมถึงผู้ที่มีส่วนร่วมในทุก ๆ ด้านด้วย
ควรจัดการสัมมนาเพื่อสนับสนุนประชาสังคมของ ASEAN หรือการมีสภาประชาชน ASEAN ในอนาคต ควรส่งเสริมโครงการที่เข้าถึงประชาคมได้เพื่อที่ว่าจุดมุ่งหมายที่เป็นมโนทัศน์ของ ASEAN จะเป็นที่เข้าใจได้ในระดับโรงเรียน ในภาคประชาสังคมและโดยผู้คนแต่ละคน
ปัญหาที่ท้าทาย ASEAN อยู่จนถึงปัจจุบันได้แก่ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ แรงงาน และการย้ายถิ่น ลัทธิก่อการร้ายและประเด็นปัญหาชายแดนต่างๆ
แม้ว่าความก้าวหน้าของ ASEAN จะมีแรงขับเคลื่อนมาจากการทูตที่เป็นทางการของรัฐสมาชิก อย่างไรก็ตามจุดหมายที่เป็นความใฝ่ฝันอย่างแท้จริงนั้นอยู่ในมือของประชาชน ASEAN
จิตวิญญาณของ ASEAN ควรจะรวมแนวคิดเรื่องตำแหน่งแห่งที่ของชาติ (National Resilence) และเอกภาพท่ามกลางความหลากหลาย (Unity in Diversity) ของอินโดนีเซียและแนวคิดความเป็นสายกลาง (Moderation concept) ของมาเลเซียเข้าไปด้วย
ประชาคม ASEAN นั้นเป็นโครงการทางการเมือง (Political Project) ควรจะรวมยุทธศาสตร์แห่งชาติของแต่ละรัฐสมาชิกเข้าไปด้วย เพื่อที่จะสร้างพื้นฐานในการได้มาซึ่งสมดุลระหว่างประเทศในด้านนโยบายของชาติเพื่อจะนำไปสู่การทำให้เกิดตำแหน่งแห่งที่ของภูมิภาค (Regional resilience)
สิ่งที่ ASEAN ควรสนับสนุนอย่างต่อเนื่องได้แก่
- เวทีพบปะของคนหนุ่มสาว (ASEAN Yang Forum) ในประเด็นต่างๆ ที่มีความเกี่ยวพันกับการเติบโตของ ASEAN
- การศึกษามีความสำคัญและมีประโยชน์ในการเป็นเครื่องมือที่จะสนับสนุนความรู้สึกในความเป็น ASEAN ร่วมกันในหมู่คนหนุ่มสาว ควรให้มีการสอน ASEAN ศึกษาในแต่ละรัฐสมาชิกของ ASEAN เริ่มจากระดับอนุบาลโดยให้ความสำคัญกับทักษะการเรียนรู้ภาษาทุกภาษาของ ASEAN
- ส่งเสริมหมู่บ้านวัฒนธรรมของ ASEAN (ASEAN Cultural Village) เพื่อส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชนต่อประชาชน (People-to-People Interaction) ในหมู่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว
- บทบาทของรัฐบาลในการให้ความช่วยเหลือตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐในการส่งเสริมผู้ประกอบการเป็นเรื่องสำคัญ กฎหมายว่าด้วยการอพยพและแรงงานควรได้รับการศึกษา
- ส่งเสริมการกีฬาเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์และการติดต่อระหว่างรัฐสมาชิก
- ส่งเสริมอัตลักษณ์ของ ASEAN ผ่านกิจกรรมด้านวัฒนธรรมและศิลปะ
- สร้างความรู้สึกในความเป็น “เรา” (“We” feeling) ในหมู่ประชาชนของ ASEAN โดยวางอยู่บนพื้นฐานของค่านิยมร่วมและแนวคิดร่วมเพื่อให้อุดมการณ์ของ ASEAN เป็นรูปธรรม มีความต่อเนื่อง ซึ่งในการเป็นประชาคม ASEAN นั้นมีความจำเป็นที่จะต้องให้เกิดความสมดุลในช่องว่างความก้าวหน้าและความคาดหวังที่เกิดขึ้นในปี 2015 ในฐานะประชาชน ASEAN
- เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลของแต่ละรัฐสมาชิกของ ASEAN จะต้องยอมรับตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ ต้องไม่แสดงตัวเป็นปรปักษ์กับตัวแทนดังกล่าวแต่เป็นผู้ทำงานร่วม
- ที่สำคัญที่สุดการนำเอาความคิดที่ได้กล่าวมาข้างต้นมาใช้นั้นมีความสำคัญมากกว่าการสร้างยุทธศาสตร์แล้วยุทธศาสตร์เล่า
- บทบาทของสื่อมวลชนในการให้ความสำคัญกับการรับรู้เรื่องของ ASEAN มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
ในการส่งเสริมอัตลักษณ์ของ ASEAN มูลนิธิ ASEAN (ASEAN Foundation) ควรให้การสนับสนุนข้อเสนอต่างๆ ที่มาจากภูมิภาคให้เกิดเป็นรูปธรรม ผ่านปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชนต่อประชาชน
ควรมีกลไกการติดตามความก้าวหน้าและข้อเสนอของตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐเพื่อการบูรณาการ ASEAN
ควรมีข้อเสนอเพื่อการตรวจสอบว่า EU มีโครงสร้างและโปรแกรมอย่างไร เพื่อนำมาปรับใช้ใน ASEAN
โดยสรุปอาจกล่าวได้ว่า ASEAN ซึ่งถือกำเนิดมาเกือบครึ่งศตวรรษนั้นเป็นเรื่องพิเศษ โครงสร้างและการสร้าง ASEAN ใหม่นั้นต้องการความมุ่งมั่นเพื่อยกระดับ ASEAN ให้ก้าวหน้าต่อไป ความลับนั้นอยู่ที่การทำงานร่วมกัน (The secret lies in working together) มีการยอมรับกันว่าความก้าวหน้าทางการศึกษาเป็นไปอย่างเชื่องช้า จึงสมควรที่จะมีการเปลี่ยนจากการยึดเอาครูเป็นศูนย์กลาง (teacher centric) มาเป็นกระบวนการให้ความรู้มาเป็นศูนย์กลาง (Learner-centric process)
ASEAN ควรจะเปลี่ยนจากการยึดเอาผู้นำเป็นศูนย์กลาง (A Leader centric) มาเป็นองค์การที่ยึดเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People Centric Organization) กระบวนการเหล่านี้ได้แก่ ส่งเสริมให้มีผู้รู้หนังสือมากขึ้น ส่งเสริมความรุ่งเรืองและการรับรู้ถึง ASEAN โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่คนหนุ่มสาวเพื่อทำให้แรงบันดาลใจของผู้ก่อตั้ง ASEAN และความร่วมมือในระดับประชาชนต่อประชาชนจะมีความเข้มแข็งก้าวหน้าและเป็นรูปธรรม







