ตอบคำถามว่าด้วยสงครามยูเครน
สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
ตอบคำถามว่าด้วยสงครามยูเครน
เที่ยวนี้ มีสองสามเรื่องที่ใคร่จะเขียนถึง เกี่ยวกับการรุกรานยูเครนครับ เพื่อมุ่งบอกข้อเท็จจริง เท่าที่จะอธิบายได้ ตามที่สติปัญญาอันจำกัด จะอำนวยคือ:-
๑ สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวการรุกรานยูเครนล่าสุดเป็นอย่างไร
๒ ทำไมสื่อไทยเข้าข้างการรายงานข่าวสงคราม มุ่งนำเสนอจากมุมมอง ของสื่อตะวันตกเพียงฝ่ายเดียว
๓ ทำไมต้องมี”ทหารรับจ้าง”มาเกี่ยวข้อง
๑ หลังจากรัสเซียประกาศเสร็จสิ้น”ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร”(การทำสงครามรุกรานยูเครน) รอบแรก (first phase) ยูเครนจะหันมามุ่งจัดการ”ปลดแอก”เขต”ดอนบาส”(ประกอบไปด้วยสาธารณรัฐ”โดเนตสก์”และ”โลฮันสก์)ให้เรียบร้อยเสร็จสิ้น
โดยอ้างว่าสามารถลด”ศักย์สงคราม”ของยูเครนลงได้มากแล้ว หลังจากโหมโจมตีหนัก ทำลายล้างที่ตั้งทหาร อาวุธ มาหนึ่งเดือนเต็มๆ (แน่นอนว่าจะต้องมีลูกหลงโดนเป้าหมายพลเรือน)แต่เอาเข้าจริง ก็ยังคงโจมตีเมืองสำคัญๆ เช่น “เคียฟ”และ”คาร์คิฟ”ไม่หยุด แต่ในที่สุดก็ถูกตีโต้ยึดคืนได้บางส่วน สะท้อน”ความถึก”(ในที่นี้หมายถึง”ความอดทนเป็นนักสู้)ของชาวยูเครน
ที่น่าเศร้าก็คือ ไม่ยอมให้ชาวบ้านที่ตกค้างใน”มาริอูโปล”กว่า ๑๐๐,๐๐๐ คนอพยพไปสู่ที่ปลอดภัย แม้ร้องขอ ทำให้เกิดภาวะอดอยากปากไหม้ ไร้ที่อยู่อาศัย (ตัวเมืองถูกทำลายย่อยยับไปกว่า ๙๐ เปอร์เซนต์)ขาดแคลนยารักษาโรค แม้แต่น้ำดื่ม
จึงพอจะอ่านเกม ได้ว่ารัสเซียก็พยายามใช้ชาวยูเครนที่ยากลำบาก กดดันรัฐบาลยูเครนอย่างหนัก เช่นกัน
แต่ที่สำคัญ การโหมกระหน่ำโจมตีที่ผ่านมา ทำให้ชาวยูเครนส่วนหนึ่ง ต้องหลบลี้หนีภัย ไปสร้างความเดือดร้อนแก่ชาติเพื่อนบ้านเกือบ ๓.๙ ล้านคนแล้ว
ทั้งหมดนี้ คือผลจากการ”ก่อสงคราม”ซึ่งสร้างความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ของทั้ง”ผู้ก่อสงคราม”และผู้ตกเป็นเป้าการก่อสงคราม
แต่ล่าสุด เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม รัสเซียก็ประกาศถอนตัวจากการล้อมกรุง”เคียฟ”และเมือง”เชอร์นิฮิฟ” นัยว่าเพื่อสร้างบรรยากาศการเจรจารอบที่ ๔ ซึ่งตุรกีเป็นเจ้าภาพที่อิสตันบูล ซึ่งไม่นาเชื่อว่าจะทำให้เกิดสันติภาพได้ในฉับพลัน
มองให้อีกแง่หนึ่ง รัสเซียผิดพลาด ที่ไม่สามารถบุกตลุยต่อ เพื่อยึดทั้งประเทศได้รวดเดียว เพราะสงครามทำท่ายืดเยื้อแล้ว เนื่องจากชาติตะวันตกส่งอาวุธช่วยยูเครน
อนึ่ง ชาวยูเครนมีขวัญกำลังใจดีมาก ในการปกป้องมาตุภูมิ โดยเฉพาะทหารยูเครนที่ไม่สนใจเสียงยุยงจากรัสเซีย ให้โค่นล้มรัฐบาลยูเครน ซึ่งมี”โวโลดีมีร์ เซเลนสกี”(ที่ถูกปรามาสว่าเป็นแค่”ตัวตลก”)เป็นประธานาธิบดี
ตัวเขาเองกลับฮึดสู้ ไม่ยอมหนีไปไหน ทั้งๆ ที่ไปได้
ทุกครั้งที่มีโอกาสปราศรัย เขาจะเรียกร้องความช่วยเหลือ เพื่อให้ยูเครนได้สู้ด้วยตัวเอง ในเมื่อไม่มีใครช่วย
ถามว่า ถ้าเป็นตัวคุณจะทำอย่างเขาไหม ?
ความเด็ดเดี่ยวเป็นหนึ่งเดียวของยูเครน น่าจะส่งผลให้เกิดแรงกดดันทางการเมือง ภายในรัสเซียเอง จากกระแสต่อต้านสงคราม ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่พอใจในตัวประธานาธิบดี”วลาดิมีร์ ปูติน”ในที่สุด แม้ว่าเสียงส่วนใหญ่ในสภา”ดูมา”ยังคงหนุนหลังเขาอยู่
ก็ได้แต่หวังว่าการเจรจา ในที่สุด จะนำไปสู่การหยุดยิงและตกลงกัน ในเงื่อนไขที่สองฝ่ายพอใจ
๒ สื่อไทยถูกมองว่ารายงานข่าวสงครามยูเครน จากมุมมอง”สื่อตะวันตก”ไม่ใส่ใจสื่อฝ่ายรัสเซีย นับว่าเป็นข้อสังเกตที่รับได้
ถามว่า ทำไมเป็นเช่นนั้น
เหตุผลคือการ”เข้าถึง”ข่าวและ”ความเห็น”ของสื่อตะวันตก (คือสื่อเสรี)ทำได้ง่ายกว่าและหลากหลายมากกว่า สื่อรัสเซีย(สื่อที่ถูกควบคุมโดยรัฐ) ที่มีข่าวและความเห็นจำกัดและถูกควบคุม จึงไม่ได้รับความนิยมเอามาอ้างอิง
ที่ต้องทำก็คือ สื่อไทยจะต้องแสวงหาแหล่งข่าวที่น่าเชื่อได้(แม้จะไม่น่าเชื่อถือมากที่สุด) แหล่งข่าวที่ไม่ปกปิดบางอย่างเปิดเผยบางอย่าง เช่น กรณีที่สื่อรัสเซียประพฤติ(ตามคำสั่ง) เช่น ใช้ศัพท์”ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร”แทน”การทำสงคราม” เพื่อหลีกเลี่ยง ที่จะไม่ถูกกล่าวหาว่า เปิดฉากทำสงครามโดยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
อย่างนี้ ใครจะน่าเชื่อถือกว่ากัน
ถามว่า สื่อควรจะคัดสรรข่าว เพื่อนำเสนออย่างไรดี จึงจะเกิดน้ำหนักเหมาะสม ถ่วงดุลกัน
เกณฑ์ของผม ก็คือในข่าวเดียวกันนั้น จะต้องอ่านจากทุกสำนักข่าว เพื่อนำมาประมวลและสรุป ทั้งจากสื่อตะวันตกที่หลากหลายและจากสื่อรัสเซียและสื่อสมัครพรรคพวกรัสเซีย เช่น สำนักข่าวซินหัว (สื่อของทางการจีน)
แต่ที่ดีที่สุด ก็คือจากสื่อที่ไม่น่าจะมีส่วน”ได้-เสีย” กับยูเครนและรัสเซีย ยกตัวอย่าง เช่นจากสำนักข่าว “อัล ญะซีรา” (Al Jazeera) ซึ่งไม่เข้าใครออกใคร ในสงครามครั้งนี้ แต่ให้ระวังที่อาจจะเอนเอียงได้ ในเรื่องที่ไม่รู้จริง
แต่ที่ดีที่สุดก็คือ จากการกรองข่าวหลายๆ ด้าน (ซึ่งทำได้ยากมากในเวลาอันจำกัด) นับว่าดีที่สุด
แต่ที่ดีไปมากกว่านั้นก็คือ คุณจะต้องแสวงหาความจริงเอง จากข่าวรอบด้าน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงสูงสุด ก่อนจะชี้ขาด ว่าใครผิด ใครถูกอย่างไร
จุดอ่อนของมนุษย์ก็คือ มักตัดสินใจ ในเรื่องหนึ่งเรื่องใด จาก”ข้อมูล”ที่ตนเองสั่งสมมาได้เท่านั้น
ความผิดพลาดอยู่ตรงนี้แหละครับ อย่าไปกล่าวโทษสื่อนั้นสื่อนี้อยู่เลย
๓ ทำไมต้องมีทหารรับจ้าง มาเกี่ยวข้องกับสงครามครั้งนี้
ผมจำไม่ได้ว่า สื่อไหนรายงานก่อนว่า มีทหารรับจ้าง(Mercenary)ร่วมทำสงครามยูเครน โดยเฉพาะจาก”กลุ่มวากเนอร์” หรือ Wagner Group ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนรัสเซีย เป็นผู้จัดหา
บอกตรง ๆว่า ผมไม่เชื่อว่ามีครับ เพราะมองไม่เห็นความจำเป็นที่รัสเซียจะต้องใช้ “ทหารรับจ้าง”
ในเมื่อรัสเซียมีทหารประจำการมากมายมหาศาลถึง ๙๐๐,๐๐๐ นาย ในขณะที่ยูเครนมี ๒๐๐,๐๐๐ นายเท่านั้นเอง
อย่างไรก็ตาม ทหารรับจ้างจาก”กลุ่มวากเนอร์”มีอยู่จริง จะถือว่าเป็นกองทัพส่วนตัวของ”วลาดิมีร์ ปูติน ก็ว่าได้
ถึงผมจะไม่เชื่อ”ปูติน”ใช้”ทหารรับจ้าง”ในสงครามคราวนี้ แต่”วิกิพีเดีย”ก็ระบุว่า“ทหารรับจ้าง”กลุ่มนี้เอง ที่เข้าไปช่วยกลุ่มแบ่งแยกดินแดนใน”โดเนตสก์”และ”โลฮันสก์”ต่อสู้กับรัฐบาลยูเครนในช่วงระหว่างปี ๒๐๑๔ – ๒๐๑๕
เชื่อกันว่า”เยฟกานี พรีกอซฮิน”ชาวรัสเซีย เป็นเจ้าของธุรกิจ ที่สำคัญไปกว่าก็คือ เขามีความผูกพันสนิทสนมใกล้ชิดกับ”ปูติน”มาก
จำนวนทหารรับจ้างจะมีมากน้อยเท่าไรนั้น ก็แล้วสถานการณ์ความต้องการของตลาด เช่น ต่ำสุดที่ ๑,๐๐๐ นายและสูงสุด ๖,๐๐๐ นาย ทุกคนจะมาจากเอกชนรัสเซีย ไม่เกี่ยวข้องกับทหารรัสเซีย ถึงแม้ว่าจะผ่านการฝึกมาจากฐานฝึกของกระทรวงกลาโหมรัสเซียก็ตาม
เรื่องการว่าจ้าง”ทหารรับจ้าง”นั้น ผมว่าไม่ใช่ของแปลก สมัยอยุธยาเราก็เคยมีทหารโปรตุเกศ รับจ้างรบมิใช่หรือ
ต่อมาเราก็มี”กองอาสาจาม”(ทุกวันนี้ตั้งบ้านเรือนอยู่ย่าน”บ้านครัวเหนือ”)ซึ่งผมเข้าใจเอาเองว่า ก็เป็น”ทหารรับจ้าง”เช่นกัน
ในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ คนไทยก็เคยสมัครเป็น”ทหารรับจ้าง”ไปรบในลาว โดยเฉพาะไปประจำการที่”ทุ่งไหหิน”และ”ล่องแจ้ง”เพื่อต่อสู้กับกองทัพเวียดนาม เนื่องจากไทยไม่สามารถส่ง”ทหารประจำการ”เข้าไปทำสงครามนอกบ้าน เพราะผิดกฎหมายระหว่างประเทศ
สหรัฐ(โดยซีไอเอ) จึงว่าจ้างไทย ดำเนินการจัดหา ซึ่งผู้รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง ก็คือ พล.ต.ท.วิฑูรย์ ยะสวัสดิ์(หรือ”หัวหน้าเทพ”) ที่ผมบังเอิญรู้จัก ผ่านทาง พล.ต.อ.วศิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตรวจในฐานะ”คอลัมนิสต์”สยามรัฐ”
ทั้งสองท่าน เคยขอดูบทความผม ช่วงเขียนต่อต้านฐานทัพอเมริกาและเตือนว่า “อย่าเขียนอีกเลย หากเห็นแก่บ้านเมือง”
กรณียูครนในปัจจุบัน ถ้ารัสเซียจะยังหันกลับมาใช้ “ทหารรับจ้าง”ซ้ำอีก ใครจะว่าอะไรได้ครับ
เขียนคราวนี้ ด้วยความรู้สึว่า ตนเองล้าสมัยไปแล้ว ที่จะติดตามวิเคราะห์ข่าววันต่อวัน เช่นที่เคยทำมาด้วยความอุตสาหะในอดีต
เนื่องจากสงครามยูเครนคราวนี้ มีนักวิเคราะห์เกิดขึ้นมาในสื่อต่างๆ ราวกับดอกเห็ด เก่งกันทั้งนั้น ผมมิบังอาจหาญสู้จริงๆ
แต่ที่ผมเชื่อถือมากๆ นั้น มีอยูสองท่านครับ คือ “สุทธิชัย หยุ่น” กับ”ทนง ขันทอง” เพราะทั้งสองท่าน”ทำการบ้าน”มากเหลือเกิน ทำให้น่าเชื่อถือ แม้จะยืนกันคนละจุด
สองท่าน มีจุดยืนอย่างไร ไปลองหาชมดูใน”เฟซบุ๊ก”ก็แล้วกัน
สวัสดีครับ







