โศกนาฏกรรมที่บูชา

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
ทหารประชาธิปไตย
โศกนาฏกรรมที่บูชา
เมืองบูชา หรือบูจา (Bucha) เป็นข่าวครึกโครม โดยสื่อตะวันตกเมื่อไม่กี่วันมานี้ ได้นำเสนอข่าวที่ปรากฏว่าชาวเมืองเกือบ 200 คน ถูกสังหารแล้วทิ้งศพไว้ตามถนน และยังมีจำนวนหลายสิบคนถูกฝังกลบในหลุมเดียวกัน
ขณะเดียวกันก็มีการสัมภาษณ์โดยสื่อที่ติดตามทหารยูเครนเข้าไปยังเมืองนี้ ภายหลังจากที่ทหารรัสเซียถอนตัวไปแล้ว 4 วัน โดยผู้เห็นเหตุการณ์อ้างว่าเป็นฝีมือของทหารรัสเซียที่ถอนตัวออกไป

ในทันทีที่ปรากฏเป็นข่าวประธานาธิบดีฝรั่งเศส นายมาครง ก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่าเป็นเหตุการณ์ที่น่าสยดสยองและเศร้าสลด
ต่อจากนั้นก็ตามมาด้วยนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งก็ให้ความเห็นในทำนองเดียวกัน และยังเรียกร้องให้มีการคว่ำบาตรรัสเซียให้เข้มข้นขึ้น สอดรับกับการเรียกร้องจากวอชิงตัน
โดยต่อมาก็ได้มีการปรึกษาหารือกันกับบางประเทศในยุโรป เช่น เยอรมนี จึงตกลงกันว่าจะประกาศไม่ซื้อถ่านหินจากรัสเซีย อันเป็นสิ่งที่จะมาทดแทนการไม่รับซื้อก๊าซธรรมชาติและน้ำมันจากรัสเซีย ที่ดำเนินมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยยุโรปซื้อถ่านหินจากรัสเซียปีละประมาณ 4,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ส่วนทางด้านรัสเซียนั้นได้แถลงตอบโต้ว่าโศกนาฏกรรมที่บูชานั้นเป็นการจัดฉากจากยูเครน เพราะการถ่ายทำและการจัดเตรียมนักข่าวทั้งหมดยูเครนเป็นผู้ดำเนินการ

ที่สำคัญทหารรัสเซียถอยจากเมืองบูชาไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2022 แต่ข่าวนี้เกิดขึ้น 4 วัน หลังจากนั้น ซึ่งฝ่ายรัสเซียอ้างว่าทหารยูเครนมีเวลาจัดสร้างฉากเหตุการณ์ โดยเฉพาะสภาพศพไม่เหมือนกับสภาพที่ตายมาหลายวันตามกล่าวอ้างของฝ่ายยูเครน ว่าเป็นฝีมือทหารรัสเซียในขณะยึดเมือง
นอกจากนั้นฝ่ายรัสเซีย ยังเผยแพร่คลิปวิดีโอของนายกเทศมนตรีเมืองบูชา ภายหลังจากที่ทหารรัสเซียได้ถอยทหารออกไปแล้ว โดยนายกเทศมนตรีได้พูดถึงชัยชนะของยูเครนในการขับไล่รัสเซียไปจากเมืองบูชา แต่ไม่มีการพูดถึงการเข่นฆ่าหมู่ดังที่เป็นข่าว
อนึ่งฝ่ายรัสเซียอ้างว่า ตลอดเวลาที่ยึดครองเมืองบูชานั้น ได้เปิดทางให้พลเรือนอพยพได้อย่างเสรี แต่ที่ต้องเปิดเส้นทางไปทางเหนือเมืองบูชา ซึ่งมีทิศทางไปยังเบรารุสนั้น เพราะทางใต้ของเมืองถูกระดมยิงด้วยปืนใหญ่จากทหารยูเครน
ยิ่งไปว่านั้นรัสเซียได้เรียกร้องให้มีการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ และอาจจะขอให้มีการส่งทีมงานของสหประชาชาติที่เป็นกลางไปทำการตรวจสอบ และดำเนินการทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อให้เกิดความกระจ่าง
เพราะรัสเซียอ้างว่าขณะที่ยึดเมืองบูชาอยู่นั้น ไม่มีเหตุการณ์เสียชีวิตเลย
ทว่าอังกฤษได้คัดค้านมิให้มีการประชุมคณะมนตรีความมั่นคง โดยมิได้แจ้งเหตุผล และไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนเลยในคณะมนตรีความมั่นคง สหประชาชาติ

เรื่องบูชานี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สามารถสร้างให้เกิดอารมณ์ร่วมกับประชาชนส่วนใหญ่ มันเป็นสงครามความรู้สึก เพราะใครก็ตามที่ได้เห็นภาพข่าวต่างประเทศ แต่ส่วนของไทยได้ตัดภาพอุจาดออกไป กระนั้นก็ตามย่อมรู้สึกสงสารสังเวชต่อการตายของชาวเมืองบูชา ไม่ว่ามันจะเป็นเหตุการณ์จริงหรือการจัดฉาก
รัสเซียซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายมาแล้ว ตั้งแต่ใช้กำลังบุกยูเครน จึงยิ่งมีภาพลักษณ์ที่เสียหายมากขึ้น และยากที่จะกู้ภาพลักษณ์ขึ้นมาได้ ขนาดเราดูภาพยนตร์เมื่อเห็นภาพการแสดงที่สะเทือนใจเราก็ยังพลอยมีอารมณ์ร่วมหรือที่เรียกว่า IN กับมันด้วย
ยิ่งตะวันตกมีเครือข่ายสื่อออกไปทั่วโลก จึงมีความได้เปรียบที่จะตอกย้ำเหตุการณ์ที่เมืองบูชา เพื่อทำลายภาพลักษณ์รัสเซียให้ย่อยยับ
ทีนี้ลองมาพิจารณาดูตามเหตุผลว่าเป็นไปได้ไหมที่ทหารรัสเซียจะกระทำไปด้วยความเหี้ยมโหด ก็อาจเป็นไปได้ถ้าทหารรัสเซียมีวินัยที่หย่อนยาน ต่างกับทหารรับจ้างที่ไม่มีวินัยและเหี้ยมโหดอยู่เป็นกิจวัตร

แต่มันดูไม่มีเหตุผลเลยที่ฝ่ายรัสเซียจะไปเข่นฆ่าพลเรือนที่ไร้อาวุธ และจับมามัดมือไขว้หลังยิงทิ้ง เพราะตั้งแต่เริ่มสงครามรัสเซียพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่ให้เกิดความเสียหายต่อพลเรือน โดยพยายามโจมตีแต่เป้าหมายทางทหาร ซึ่งบางครั้งกองกำลังของยูเครน โดยเฉพาะทหารรับจ้างก็เข้าไปอาศัยอาคารของพลเรือนเป็นที่หลบซ่อน ทำสงครามกองโจรในเมือง แม้แต่ในโรงพยาบาลที่ได้ย้ายคนไข้ออกไปแล้ว
เหตุการณ์จัดฉากนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในซีเรียโดยฝ่ายขบฎกล่าวหาว่ารัฐบาลนายอัสซาดใช้อาวุธ เคมี-ชีวภาพเข่นฆ่าฝ่ายตรงข้ามและประชาชน โดยพยายามตีเป็นข่าว แต่ข้อมูลมันรั่วกลายเป็นว่าหน่วยงานเอกชนของตะวันตกที่อ้างว่าไปช่วยชาวซีเรียเพื่อมนุษยธรรมได้เป็นคนจัดฉากสร้างภาพเสียเอง
ที่เขียนมาถึงตอนนี้ก็มิได้หมายความจะพยายามบอกว่าเหตุการณ์ที่เมืองบูชาเป็นการจัดฉาก แต่มันก็ยากจะตรวจสอบ ตราบใดที่คณะมนตรีความมั่นคง สหประชาชาติยังไม่อาจประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ และถึงมีประชุมก็ยากจะตกลงกันได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นการจัดฉากจริง ฝ่ายตะวันตกคงไม่ยอมให้มีการตรวจสอบอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามผลจากเหตุการณ์ที่เมืองบูชา ก็ทำให้เกิดผลลบต่อการที่จะดำเนินการเจรจากันต่อไป ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มีสัญญาณที่ดี
หากยังมีการยั่วยุหรือสร้างสถานการณ์จากทั้ง 2 ฝ่าย ด้วยการทำสงครามเศรษฐกิจ และการแสดงแสนยานุภาพ เช่น การแสดงอาวุธใหม่ๆ อย่างไฮเปอร์โซนิค ของรัสเซีย หรืออาวุธเลเซอร์มหาประลัยของสหรัฐฯ ตลอดจนการส่งเงินส่งอาวุธไปช่วยยูเครน หรือการเกณฑ์กำลังสำรองของรัสเซีย

การใช้สื่อกระตุ้นความรู้สึกให้เกิดความเกลียดชังมากขึ้น และการเมืองที่ตอบโต้กัน โดยที่มิได้ใช้ความพยายามที่จะใช้การทูต การเจรจา หรือแม้แต่การเจรจาโดยใช้สหประชาชาติเป็นตัวกลางเพื่อลดความรุ่มร้อนของอารมณ์ ที่ถูกสื่อปลุกกระแส และถูกปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้า สถานการณ์เหล่านี้มันอาจทำให้สงครามถูกยกระดับไปสู่การขยายตัวที่จะเป็นสงครามใหญ่ได้ในที่สุด
ด้วยเหตุนี้ถ้าเกิดสงครามใหญ่จริง ยุโรปจะพังยับเยินก่อน ตามมาด้วยรัสเซีย ในขณะที่สหรัฐฯนั่งตีขิมไม่เดือดร้อน
ขนาดที่สหรัฐฯเป็นผู้นำในการแซงก์ชั่น แต่กลับปรากฏว่าสหรัฐฯกลับให้เอกชนไปซื้อน้ำมันรัสเซีย และขายแร่ธาตุผสมปุ๋ยให้รัสเซีย แต่ยุโรปลำบาก ประชาชนลำบากเพราะการแซงก์ชั่น
จนมีผลให้เกิดการประท้วงในหลายประเทศ แล้วรัฐบาลในประเทศเหล่านั้นจะแก้ปัญหาอย่างไร แต่โดยหลักการเขาก็ต้องปกป้องดูแลประชาชนของเขาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ ประชาชนชาวยุโรปจึงเป็นตัวตัดสิน อย่างเช่นการเลือกตั้งในฮังการี และเซอร์เบีย ที่ได้รัฐบาลอันมีแนวโน้มจะประนีประนอมกับรัสเซีย เพราะประชาชนไม่ต้องการสงคราม แต่สงครามมันเกิดจากผู้นำ นักการเมือง และพ่อค้าสงคราม จึงนับว่าเป็นเวรกรรมของประชาชนโดยแท้
ส่วนคนไทยก็มัวแต่มานั่งเถียงกันเรื่องใครผิดใครถูก โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเราเป็นแค่ฝุ่นทรายในเวทีโลก







