INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (50)

1751271562779 edit 472228438216681 207x300 1

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (50)

โดย​ อดุลย์​ มานะจิตต์

ตราบใดที่ศรัทธาของเจ้ายังคงปลอดภัยดีอยู่ เท่าที่เจ้าเห็นนั้น บรรดาผู้คนที่หลงรักโลกนั้น พวกเขาจะไม่รู้สึกเสียใจ หากศาสนาของพวกเขาต้องสูญหายไป ตราบเท่าที่ทรัพย์สินศฤงคารในทางโลก(วัตถุ) ของพวกเขายังปลอดภัยดีอยู่

มีกล่าวไว้ในหนังสือต่างๆ ที่เชื่อถือได้ว่า อีซากล่าวว่า ถือเป็นโชคดีของพวกเขาร้านั้นที่มีความกรุณาต่อกันและกัน พวกเขาจะได้รับความกรุณาปรานีของอัลลอฮ์ในวันปรภพ ซึ่งเป็นที่ประสบเหมาะสมสักขนาดไหนสำหรับบรรดาพวกเขาที่ทำการปฏิรูปผู้คน เพื่อให้พวกเขาได้อยู่ใกล้ชิดกับพระผู้อภิบาลของพวกเขาในวันตัดสินพิพากษา มันช่างเป็นความจำเริญสักขนาดไหนสำหรับบรรดาผู้ที่ทำหัวใจที่ไม่สูญสลายของพวกเขาให้สะอาดบริสุทธิ์ เพราะพวกเขาจะได้รับความโปรดปรานอันพิเศษของข้าในวันตัดสินพิพากษา มันช่างดีสักขนาดไหนหนอ สำหรับผู้ที่ดำรงความอ่อนน้อมถ่อมตนในระหว่างการดำเนินชีวิตในทางโลกของพวกเขา เพราะพวกเขาจะได้รับการจัดเตรียมที่นั่งอันใหญ่หลวงในชีวิตหน้า ซึ่งโชคดีเสียจริงๆ สำหรับบรรดาผู้ที่พวกเขาอยู่โดยไม่มีเงินแม้สักบาทเดียว และยากจนในชีวิตของโลกนี้ เพราะอาณาจักรแห่งสวนสวรรค์ จะมีอยู่ ณ ที่นั้น ผู้ที่มีความสุขอย่างแท้จริงก็คือบรรดาผู้ที่ชีวิตในทางโลกนั้นเต็มไปด้วยความทุกข์ระทมและไม่มีความสุขใดๆ เพราะในวันฟื้นคืนชีพพวกเขาจะไม่สรวลสรรหรรษากับความอำนวยสุขในทุกชนิด

ซึ่งประเสริฐเหลือเกินสำหรับบรรดาผู้ที่พวกเขา อันเนื่องจากความอ่อนน้อมถ่อมตนของพวกเขา จึงคงความหิวโหยและกระหายเอาไว้ในโลกนี้ เพราะพวกเขาจะได้ดื่มบรรดาเครื่องดื่มแห่งสวรรค์ ซึ่งโชคดีสำหรับบรรดาผู้ที่ต้องเจ็บปวดอยู่กับคำพูดที่เลวๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีความผิดอันใด และผู้ซึ่งรักษาความอดทนของพวกเขาไว้ เพราะพวกเขาจะได้รับอาณาจักรแห่งสวนสวรรค์ ข้าจะบอกอย่างไรถึงโชคลาภของเจ้า หากผู้คนอิจฉาริษยาในตัวเจ้า กล่าวร้ายต่อเจ้า และกล่าวหาใส่ร้ายเจ้าอย่างผิดทำนองครองธรรม ถึงกระนั้นเจ้าก็ยังรู้สึกยินดีมีความสุข เพราะรางวัลของเจ้าในโลกหน้านั้นมีอย่างสูงเด่นยิ่ง

อีซากล่าวว่า โอ้ ผู้คนที่ชั่วร้าย เจ้านั้นกล่าวประณามผู้อื่นเพียงใช้การคาดเดาเอาเองต่างๆ นานาๆ และไม่ยอมประณามตนเอง ถึงแม้กับความเลวร้ายต่างๆ ที่เจ้าก็แน่ใจว่าเจ้ามีมันเป็นเจ้าของ

โอ้ ผู้คนที่บูชาโลกนี้ เจ้าตัดผมของเจ้าและทำเสื้อผ้าของเจ้าให้สั้นเพื่อให้คนอื่นดูเจ้าว่าดี และไม่เคยขจัดความเป็นศัตรูและสัญชาตญาณต่างๆ ที่เลวออกไปจากหัวใจของพวกเจ้าเลย

โอ้ เจ้าพวกบูชาโลก ตัวอย่างของเจ้านั้น เสมือนหลุมฝังศพหนึ่งที่ตกแต่งด้านนอกให้ดูดีเพื่อให้ผู้อื่นมองดูสบายตา แต่จากด้านในของมันซึมมันเต็มไปด้วยกองกระดูกที่หักปิ่นอันโสมม

โอ้ ผู้เป็นข้าทาสของโลกนี้ เจ้านั้นเป็นเสมือนตะเกียงซึ่งส่องสว่างไปรอบทิศ แต่ก็มอดไหม้ตนเองลง โอ้ผู้คนชาวอิสราเอลเอ๋ย จงไปยังที่ประชุมของนักวิชาการทางศาสนา และไปนั่งที่นั้น ด้วยความเคารพ เพราะอัลลอฮ์ทรงทำให้วิญญาณที่ตายด้านมีชีวิตขึ้นมาจากแสงสว่างแห่งวิทยาปัญญา(ความรู้) เสมือนดังที่อัลลอฮ์ทรงชุบชีวิตผืนดินที่ตายแล้วด้วยกับหยดฝน

โอ้ ผู้คนชาวอิสราเอล การพูดน้อยถือเป็นวิทยาญาณอันสูงส่งหนึ่ง ดังนั้นถือเป็นที่เหมาะสมกว่าที่เจ้าจะเงียบเสีย เพราะเป็นความสุขสบายที่ดีที่สุด และเป็นการกำจัดบาปต่างๆ ดังนั้นจงทำป้อมปราการแห่งความรู้ให้แข็งแกร่ง เพราะป้อมปราการนี้คือความเงียบ ไม่ต้องสงสัยเลย พระผู้ทรงสร้างจักรวาลทรงรังเกียจการหัวเราะที่ไม่มีเวล่ำเวลา และการท่องเที่ยวไปโดยไม่มีความจำเป็นอะไร อัลลอฮ์ทรงรักผู้ปกครองและผู้นำสักคนหนึ่งที่เขาไม่ทอดทิ้งผู้คนของเขา เสมือนคนเลี้ยงแกะผู้หนึ่งที่เขามีความรับผิดชอบต่อฝูงแกะของเขา ดังนั้นจงรู้สึกละอายใจต่อพระพักตร์ของอัลลอฮ์อย่างลับๆ ดังที่พวกเจ้ารู้สึกละอายต่อผู้อื่นอย่างเปิดเผย เนื่องแต่คำพูดที่เต็มไปด้วยวิทยาปัญญากลายเป็นทรัพย์สินที่สูญหายไปของบรรดาผู้มีศรัทธา จึงต้องพยายามนำมันเอากลับมา ก่อนที่มันจะถูกยกขึ้นและไกลออกไปจากที่พวกเจ้าจะเอื้อมถึง และ(การที่มันขึ้นไปหมายถึงบรรดาผู้ที่บรรยายถึงวิทยาปัญญาของวิญญาณของพระผู้อภิบาลอาจจะไม่มีชีวิตอยู่)

โอ้ ผู้ทรงภูมิ จงให้ความเคารพต่อนักวิชาการ อันเนื่องมาจากความรู้ของเขาและจงอย่าได้ต่อล้อต่อเถียงกับเขา และจงอย่าได้ไปมองดูผู้ที่ด้อยปัญญา และผู้ที่โง่เขลาว่าเป็นผู้ต่ำต้อยน้อยค่า อันเนื่องมาจากการขาดความรู้ หรือความไม่รู้ของพวกเขา และจงอย่าได้เอาพวกเขาออกไปจากการอยู่ร่วมกับพวกเจ้า แต่เป็นการเหมาะสมกว่าที่จะนำพวกเขามาอยู่ใกล้ๆ และสอนวิทยาปัญญาให้กับเขา

โอ้ ปัญญาชน ทุกๆ ความกรุณาที่มิได้ติดตามมาด้วยกับการขอบคุณของพวกเจ้านั้น เสมือนบาปหนึ่งซึ่งเจ้ารับมันเอาไว้ และทุกๆ บาปซึ่งมิได้ทำให้พวกเจ้าขอทูลแก่โทษนั้น เสมือนหนึ่งเป็นการลงโทษหนึ่ง ซึ่งพวกเจ้าดึงมันมาให้กับตัวของพวกเจ้าเอง (ทั้งนี้หมายความว่าความดิกของการไม่มีความสามารถที่จะขอบคุณได้ก็คือการขอบคุณด้วยตัวของมันเอง และพิจารณาเห็นว่าทุกๆ ความผิดบาปเป็นบาปใหญ่บาปหนึ่งก็คือ ในตัวของมันเองถือเป็นการขอทูลแก่โทษอย่างแท้จริง)

โอ้ ผู้เป็นนักปราชญ์ มีคนมากมายที่เป็นตัวปัญหาและนำความหายนะต่างๆ ซึ่งเจ้าไม่รู้หรอกว่า เมื่อใดที่เขาจะเข้ามาโจมตีเจ้า ดังนั้นจงเตรียมการรับมือเพื่อเอาชนะพวกเขาก่อนที่พวกเขาจะเข้าจู่โจมเจ้า

มีการบันทึกไว้เช่นกันว่า ครั้งหนึ่งอีซาถามบรรดาสาวกของเขาว่า มีผู้คนในหมู่พวกท่านที่เคยเดินผ่านพี่น้องผู้ร่วมศรัทธาของพวกเขา ผู้ซึ่งส่วนพึงสงวนของเขามิได้รับการปกปิด(ไม่ว่าจะเกิดจากการช่วยเหลือตนเองไม่ได้ เช่นการป่วยไข้ หรือโดยพลั้งเผลอในขณะหลับ) พวกเจ้าจะพูดปากโป้งออกไปให้กว้างไกล และเปิดเผยมันให้มากขึ้นอีก หรือเจ้าจะเอาผ้ามาปิดให้เขาเสีย บรรดาสาวกต่างพากันกล่าวตอบว่า ‘เราจะเอาผ้ามาปิดร่างกายให้กับเขา’ เมื่อเป็นดังนั้นอีซาจึงกล่าวตอบว่า แต่พวกเจ้ากำลังดึงผ้าออกและเผยมันให้เห็นมากยิ่งขึ้นต่างหาก บรรดาสาวกจึงกล่าวว่า ‘มันจะเป็นไปได้อย่างไรเล่าครับท่าน โอ้ผู้เป็นวิญญาณแห่งอัลลอฮ์’

อีซา จึงกล่าวว่า พวกเจ้ามิได้มองหาความบกพร่องต่างๆ ของพี่น้องผู้ร่วมศรัทธาของพวกเจ้าดอกหรือ และจากนั้นจึงเปิดเผยมันให้กับผู้อื่นได้รับรู้ เพื่อทำให้เขาเสียเกียรติ เพราะฉะนั้นฉันของบอกกล่าวกับพวกเจ้าว่า ควรที่จะสอนเขา เพื่อว่าเขาจะได้เรียนรู้และจะได้ไปสอนผู้อื่น ฉันไม่ได้สอนพวกเจ้า เพื่อที่จะให้พวกเจ้ามีความหยิ่งทนง จงจำไว้ว่า รางวัลแห่งสวนสวรรค์ที่พวกเจ้าต้องการ ย่อมไม่อาจบรรลุได้ จนกว่าพวกเจ้าจะเลิกราความสงสัยในแบบโลกีย์ และความหวั่นหวาด และพวกเจ้าจะไปถึงสถานอันสูงส่งของความปรารถนาของพวกเจ้าไม่ได้ นอกเสียจากว่าพวกเจ้าจะต้องอดทนต่อความยากลำบากต่างๆ ด้วยกับขันติธรรม จงอย่าได้มุ่งมองไปยังสิ่งที่ต้องห้าม เพราะมันจะหว่านราคะจริตและถือเป็นความเพียงพอที่จะแพร่กระจายความฉ้อฉล เขาผู้โชคดีก็คือ ผู้ที่เขามองเห็นด้วยกับตาใจของหัวใจของเขา และมิใช่ทางศีรษะของเขา

จงอย่าได้มองดูถึงข้อบกพร่องต่างๆ ของผู้อื่นดังกับเป็นเจ้าของ แต่ควรที่จะมองดูข้อผิดพลาดของตนเองดังกับเป็นทาส เพราะผู้คนมีด้วยกันสอบแบบ บางคนของพวกเขาส่องเสพในบาปกรรมต่างๆ และอีกบางคนหันห่างจากบรรดาบาปกรรม ดังนั้นหากพวกเจ้าพบเห็นคนทำบาป ก็จงมีความกรุณาต่อเขา และจงขอบคุณต่อพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า ผู้ซึ่งปกป้องพวกเจ้าให้ปลอดภัยจากความชั่วร้ายนี้ และหากพวกเจ้าได้พบปะกับบรรดาผู้มีคุณธรรมก็จงพยายามมีความรักชอบในพวกเขา และวิงวอนต่ออัลลอฮ์ เพื่อให้ได้บรรลุสู่คุณธรรมความดี

โอ้ ผู้คนชาวอิสราเอล พวกเจ้าช่างไร้ความอายกันสักขนาดไหนหนอ พวกเจ้าไม่รู้สึกละอายใจต่อพระพักตร์ของอัลลอฮ์กันบ้างหรือ พวกเจ้าไม่อยากที่จะดื่มน้ำ แม้มีเพียงฟางเล็กๆ ชิ้นหนึ่งตกอยู่ข้างใน แต่พวกเจ้ากับสวาปามทรัพย์สินที่ไม่ชอบธรรมเสมือนหนึ่งดังช้าง (ที่หิว) โดยไม่สนใจใยดีในส่วนใด โอ้ พวกเจ้าชาวอิสราเอล อัลลอฮ์ทรงมีบัญชามายังพวกเจ้า ดังที่ปรากฏในคัมภีร์เตารอต (โตรา) ที่ให้พวกเจ้ากระทำดีต่อบรรดาดวงญาติของพวกเจ้าและประพฤติปฏิบัติต่อพวกเขา ดังที่พวกเจ้าปรารถนาพวกเขาให้ปฏิบัติต่อพวกเจ้า และฉันขอสั่งเสียพวกเจ้าและแนะนำพวกเจ้าว่า พวกเจ้าควรต้องเพาะปลูกความรักความสัมพันธ์กับบรรดาผู้ที่ตัดสัมพันธ์กับพวกเจ้า และให้กับบรรดาผู้ที่เขาขูดรีดพวกเจ้า และจงปฏิบัติอย่างมีเมตตาปรานีต่อกับบรรดาผู้ที่ปฏิบัติอย่างเลวทรามต่อพวกเจ้า จงกล่าวทักทายเขาผู้ที่ผรุสวาทต่อพวกเจ้า จงกระทำอย่างยุติธรรมต่อเขาที่กดขี่พวกเจ้า จงอภัยให้กับผู้ที่ราวีต่อพวกเจ้า ดังที่พวกเจ้าปรารถนาให้ผู้อื่นอภัยให้กับพวกเจ้า จงรับคำตักเตือนจากความเมตตาของอัลลอฮ์ให้กับตัวของพวกเจ้าเอง

พวกเจ้ามิได้สังเกตเห็นดอกหรือว่า ดวงอาทิตย์ส่องสว่างไปยังคนดีและคนไม่ดีอย่างเท่าเทียมกัน อัลลอฮ์ทรงส่งฝนของพระองค์ลงมาให้เป็นประโยชน์กับคนดีมีคุณธรรมและคนบาปกรรมทำชั่ว พวกเจ้าจะดีกว่าได้อย่างไร หากพวกเจ้ากระทำดีเฉพาะกับคนที่เขากระทำการดีต่อพวกเจ้า และเป็นมิตรเฉพาะกับเขาผู้ที่เป็นมิตรกับเจ้า เฉพาะคนที่โง่เขลาเบาปัญญาเท่านั้นที่ทำเช่นนั้น แต่หากพวกเจ้าประสงค์จะเป็นผู้อยู่ในบรรดาผู้ที่เป็นผู้ถูกเลือกสรรของอัลลอฮ์ และเป็นพระสหายของพระองค์ ก็จงปฏิบัติด้วยดีต่อบรรดาผู้ที่ปฏิบัติตัวต่อพวกอย่างเลวร้าย และอภัยให้กับบรรดาผู้ที่ราวีกับพวกเจ้า จงกล่าวคำนับต่อผู้ที่ผินหน้าของเขาออกไปจากเจ้า จงฟังคำพูดของ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *