INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เด็กไม่เพียงแแต่ข่มขู่ได้ง่ายที่สุด แต่ยังเป็นคนงานที่ถูกที่สุดด้วย

เด็กไม่เพียงแแต่ข่มขู่ได้ง่ายที่สุด แต่ยังเป็นคนงานที่ถูกที่สุดด้วย


เมื่อเริ่มต้นศตวรรษที่  20  การทำการกุศลของบริษัทจะมีน้อย แต่นักธุรกิจที่ร่ำรวยอาจจะทำการกุศลส่วนบุคคลของพวกเขา ข้อผูกพันต่อความรับผิดชอบทางสังคมได้วิวัฒนาการขึ้นมาได้อย่างไร  หลักการอย่างแรกคืแ หลักการกุศลที่มีรากฐานมาจากประเพณีทางศาสนา เสนอแนะว่าบุคคลที่ร่ำรวยควรจะบริจาคแก่บุคคลที่ยากคน  ภายใต้อิทธิพลของหลักการนี้  นักธุรกิจได้ตัดสินใจใช้พลังและความมั่งคั่งของพวกเขากระทำสิ่งที่ดีต่อสังคมมากขึ้น  เช่น แอนดรูว์ คาเนกี้ ผู้ร่ำรวยจากอุตสาหกรรมเหล็กได้บริจาคเงินแก่การศึกษาจำนวนมาก  เฮนรี่ ฟอร์ด ได้ใช้สไตล์การบริหารแบบพ่อลูก การดูแลสุขภาพและการพักผ่อนของคนงานของฟอร์ด มอเตอร์ ตอลดเวลานักธุรกิจจำนวนมากขึ้นยอมรับว่าธุรกิจจะต้องมีความรับผิดชอบทางสังคมเลยพ้นไปจากการขายผลิตภัณฑ์ที่จำเป็น

เมื่อ ค.ศ 1950  ยุคสมัยใหม่ของความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัท  ได้ถูกกระตุ้นจากหนังสือของ

โฮวาร์ด โบเว็น เมื่อ ค.ศ 1953  โฮวาร์ด โบเว็น อธิการบดีของมหาวิทยาลัยกรินเนลล์ ตั้งแต่ ค.ศ 1955 ถึง ค.ศ  1964

ได้พิมพ์หนังสือของเขาชื่อ Social Responsibilities of the Businessman เขาได้ถูกยกย่องว่าเป็นผู้สร้างถ้อยคำ ความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัท  :  CSR  ขึ้นมา  และบางทีเป็นบิดาของความรับผิดชอบทางสังคม  หนังสือเล่มนี้ได้ถูกพิจารณาว่าเป็นรากฐานของการศึกษาความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัท

โฮวาร์ด โบเว็น ได้ถามว่า  ความรับผิดชอบต่อสังคมอะไรบ้างที่นักธุรกิจได้ถูกคาดหวังอย่างมีเหตุผลให้รับผิดชอบ  เขาได้ให้คำนิยามความรับผิดชอบทางสงคมว่าหมายถึงข้อผูกพันของนักธุรกิจ เพื่อที่จะมุ่งนโยบาย  ทำการตัดสินใจ  หรือดำเนินการกระทำ ตามความปราถนา ในแง่ของวัตถุประสงค์และค่านิยมทางสังคมของเรา  ผลงานของ

โฮวาร์ด โบเว็น ได้ดำเนินตามความเชื่อว่าธุรกิจขนาดใหญ่ที่สุดหลายร้อยอย่างภายในอเมริกาจะเป็นจุดศูนย์กลาของอำนาจ

และการตัดสินใจและการกระทำของบริษัทเหล่านี้จะสัมผัสชีวิตของประชาชนภายในหลายทาง โฮวาร์ด โบเว็นได้มีคำถามที่สำคัญที่ปัจจุบันยังคงถามอยู่คือ  ความรับผิดชอบอะไรต่อสังคมที่นักธุรกิจชายได้ถูกคาดหวังให้รับผิดชอบ ตามชื่อหนังสือของโฮวาร์ด โบเว็น นี่คือช่วงเวลาที่เราไม่มีนักธุรกิจหญิง หรือมีจำนวนน้อยมาก และไม่ได้ถูกยอมรับภายในข้อเขียนอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่นั้นมาเราได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญ  เราจะมีนักธุรกิจหญิงจำนวนมากได้ยุ่งเกี่ยวกกับความรับผิดชอบทางสังคมอย่างเข้มแข็ง

มุมมองความรับผิดชอบทางสังคมของผู้บริหารปัจจุบันแตกต่างไปจากมุมมองสมัยก่อนอย่างไร โรเบิรต เฮย์ และเอ็ด เกรย์  ยืนยันว่าระบบค่านิยมและสไตล์ความรับผิดชอบทางสังคมของผู้บริหารอาจจะแบ่งได้เป็นสามระยะ

ระยะที่หนึ่งเรียกว่าการบริหารแบบทำกำไรสูงสุด  แนวคิดจะปรากฏขึ้นมาจากหนังสือชื่อ  Wealth of Nations ของ

อดาม สมิธ นักเศรษฐศาสตร์สมัยเดิม ค.ศ 1776  เขาเชื่อว่าผู้ประกอบการควรจะถูกยอมให้ดำเนินตามผลประโยชน์ของตัวพวกเขาเอง เพื่อที่ะเป็นประโยชน์ต่อบุคคลทุกคน

ภายในตลาดที่มีการแข่งขันเสรี ผู้ประกอบการไม่สามารถขึ้นราคาตามความต้องการได้ เพราะว่าบุคคลจะยอมซื้อสิน ค้า ณ ราคาที่พวกเขาสามารถจ่ายได้เท่านั้น

ระยะที่สองเรียกว่าการบริหารแบบการรักษาผลประโยชน์ การปรากฏขึ้นมาจากการกระจายความเป็นเจ้าของบริษัท เมื่อผู้ถือหุ้นเป็นพันคนร่วมความเป็นเจ้าของภายในบริษัทเดียวกัน การควบคุมจะเป็นความรับผิดชอบของผู้บริหารมืออาชีพ  ไม่ใชเจ้าของธุรกิจอย่างสมัยก่อน ผู้บริหารไม่เพียงแต่แสวงหากำไรสุงสุดอย่างเดียวเท่านั้น

แต่ต้องเป็นกรรมการประนีประนอมข้อเรียกร้องที่ขัดแย้งกันของผู้ถือหุ้น ซัพลายเออร์ ลูกค้า และประชาชนด้วย

แนวคิดนี่ได้กลายเป็นที่นิยมแพร่หลายภายหลังจากการตกต่ำทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่เมื่อ ค.ศ 1930

ระยะที่สามเรียกว่าการบริหารแบบคุณภาพชีวิต  การปรากฏขึ้นมาจากแนวคิดว่า  อะไรเป็นสิ่งที่ดีต่อสังคมย่อมจะเป็นสิ่งที่ดีต่อบริษัท เมื่อ ค.ศ 1960  เราเรียกว่าความรับผิดชอบทางสังคม ภายในสังคมที่มีความมั่งคั่ง การขาดแคลแคลนสินค้าและการบริการขั้นพื้นฐานจะไม่เป็นปัญหาแต่เราจะมีปัญหาทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการบรรลุความสำเร็จทางเศรษฐกิจ เช่น สภาพแวดล้อมเป็นพิษ ความรับผิดชอบทางสังคมของผู้บริหารได้ถูกขยายออกไปจากทางเศรษฐกิจของระยะที่หนึ่ง หรือการสร้างความสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน และรัฐบาลตามระยะที่สอง ความรับผิดชอบทางสังคมระยะที่สามจะเกี่ยวพันกับการแก้ปัญหาทางสังคมอย่างแท้จริง

เมื่อจอห์น ดี. รอคกี้เฟลเลอร์ ผู้ก่อตั้งสแตนดาร์ด ออย คอมพานี ได้บริจาคเหรียญ 10 เซ็นต์แก่เด็กยากจนเรียงแถวตามถนน เขาเชื่อการรณรงค์เหรียญ 10 เซ็นต์จะช่วยลบล้างภาพพจน์ไม่ดีของเขาจากการเป็นผู้ผูกขาดน้ำมันได้ รอคกี้ เฟลเลอร์ มองว่าเขากำลังตอบสนองความร้บผิดชอบทางสังคมด้วยการช่วยเหลือเด็กที่อดอยาก

นับตั้งแต่สมัยรอคกี้ เฟลเลอร์ เป็นต้นมาความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัท ได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว  บริษัทจำนวนมากได้ดำเนินโครงการทางสังคมตั้งแต่การสนับสนุนศิลปและวัฒนธรรม การช่วยเหลือการกุศล การปฏิรูปการศึกษา   ไปจนถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม

บริษัทจะต้องมีความรับผิดชอบทางสังคมอะไรบ้าง เรามีมุมมองสองอย่างที่ครอบงำความคิดของผู้บริหาร มุมมองสมัยเดิม เชื่อว่าความรับผิดชอบทางสังคมอย่างเดียวเท่านั้นของผู้บริหารคือ  การทำกำไร  ผู้สนับสนุนมุมมองนี้คือ  มิลตัน ฟรีดแมน  นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล เขายืนยันว่าความรับผิดชอบพื้นฐานของผู้บริหารคือการบริหารธุรกิจ เพื่อผลประโยชน์ที่ดีที่สุดต่อผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นมีความต้องการอย่างเดียวคือ ผลตอบแทนทางการเงินที่ดี   ถ้าผู้บริหารได้ใช้ทรัพยากรของบริษัทเพื่อความดีทางสังคมแล้ว  ต้นทุนการดำเนินธุรกิจจะเพิ่มสูงขึ้น และถูกผลักภาระไปยังลูกค้าด้วยราคาที่เพิ่มสูงขึ้น หรือรับภาระโดยผู้ถือหุ้นด้วยเงินปันผลที่ลดลง

ประวัติของความรับผิดชอบทางสังคมสามารถย้อนร้อยกลับไปยังบทความที่เสียชื่อเสียงในขณะนี้ของมิลตัน ฟรีดแมน  ชื่อ The Social Responsibility of Business is to Increase Its  Profit  วารสารนิวยอร์คไทม์ เมื่อ ค.ศ  1970  มิลตัน ฟรี ดแมน ได้เขียนไว้ 35 ปีที่แล้ว และไม่ได้เป็นเอกสารทางวิชาการ เนื่องจากพิมพ์ภายในวารสารนิวยอร์ค ไทม์  แต่กระนั้นวงวิชาการได้มีการพิมพ์และใช้ภายในห้องเรียน มิลตัน ฟรีดแมน  ได้เขียนว่า ความรับผิดชอบทางสังคม เป็นความเชื่อที่ทำลายโดยพื้นฐานภายในสังคมเสรี เขาเชื่อว่าบริษัทมีความรับผิดชอบทางสังคมอย่างเดียวเท่านั้นคือ ผู้ถือหุ้น ยิ่งกว่านั้นเขายืนยันว่าบริษัทที่รับเอาทัศนคติ รับผิดชอบ จะเผชิญกับข้อจำก้ดที่ผูกพันมากกว่าบริษัททีไม่ไดรับเอาไว้  การทำให้พวกเขาสามารถแข่งขันได้น้อยลง

มิลตัน ฟรีดแมน ไม่ได้พูดว่าองค์การไม่อาจจะมีความรับผิดชอบทางสังคมแต่เขาคิดว่าบริษัทควรจะมีความรับผิดชอบทางสังคม แต่เป็นความรับผิดชอบทางสังคมที่เป็นการทำกำไรสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้น

เราจะมีมุมมองของความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัทเกิดขึ้นจำนวนมาก แต่เราจะมีมุมมองหนึ่งที่ได้ถูกใช้ภายในสิ่งตีพิมพ์และการปฏิบัติอยู่หลายทศวรรษคือ พีระมิดของความรับผอดชอบทางสังคมของอาชี แคร์รอลล์ นักวิชาการ มหาวิทยาลัยจอร์เจีย เขาได้เขียนบทความเรื่อง   The Pyramid of Corporate Social Responsibility  : Toward the Moral Management of Organizational Stakeholders ภายในวารสารบิสซิเนส โฮไรซอนส์  ค.ศ  1991

อาชี แคร์รอลล์  ได้สร้างคำอธิบายความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัทเป็นรูปพีระมิดสี่ส่วน

เวย์น วิสเซอร์  ได้กล่าวว่า  พีระมิดของความรับผิดชอบทางสังคมของอาร์ชี  แคร์รอลล์  น่าจะเป็นโมเดลของ ความรับผิดชอบทางสังคมที่รู้จักกันมากที่สุด

ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจจะอยู่ล่างสุดของพีระมิดบริษัทต้องทำกำไรเพื่อที่จะจ่ายเป็นผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น การผลิตและขายผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและราคาที่ยุติธรรมต่อลูกค้า การมีความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจด้วยการสร้างงานแก่แรงงาน และการเสียภาษีแก่รัฐบาล บริษัทควรจะดำเนินงานบนรากฐานของการมุ่งกำไร ภารกิจอย่างเดียวเท่านั้นของบริษัทคือ การเพิ่มกำไรตราบนานเท่าที่พวกเขาอยู่ภายในกฏของการแข่งขัน   นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล  มิลตัน ฟรีดแมน เชื่อว่าความรับผิดชอบทางสังคมอย่างเดียวเท่านั้นของธุรกิจคือ การทำกำไรสูงสุด

ถ้าบริษัทไม่บรรลุความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ ความรับผิดชอบทางสังคมอย่างอื่นไม่สามารถบรรลุได้ บริษัทที่ตกต่ำไม่น่าจะเป็นเพื่อนบ้านที่ดี นายจ้างที่ดี หรือผู้รับผิดชอบทางสังคมที่ดี

ความรับผิดชอบทางกฏหมายคือ บริษัทต้องทำตามกฎหมายและข้อบังคับ  การเคลื่อนไหวทางผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมจะมุ่งที่การเรียกร้องความสนใจของประชาชน พวกเขาได้กระตุ้นการใช้กฏหมายควบคุมบริษัท เพื่อที่จะคุมครองความปลอดภัยของผู้บริโภค  และควบคุมมลภาวะที่เป็นพิษ  การคุ้มครองผู้บริโภคด้วยการแก้ไขความสมดุลทางอำนาจ ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายภายในตลาด รัฐบาลได้ประกาศใช้กฏหมายคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อที่จะคุ้มครองลูกค้าจากอันตรายของผลิตภัณฑ์มากขึ้น

ความรับผิดชอบทางจริยธรรมคือ  ความรับผิดชอบทางศีลธรรมที่เลยพ้นไปจากกฏหมาย การตอบสนองความคาดหวังและการเรียกร้องของสังคม การกระทำบางอย่างที่ถูกกฏหมายอาจจะถูกมองว่าขาดจริยธรรมได้ ตัวอย่างเช่น การผลิตและการขายบุหรี่จะถูกฏหมาย แต่เนื่องจาก

ผลภายหลังที่ร้ายแรงของการลูบุหรี่  บุคคลหลายคนจะมองว่าการขายบุหรี่จะขาดจริยธรรม แม้ว่ากฏหมายได้บังคับให้พิมพ์ป้ายฉลากคำเตือนอันตรายจ่ากการสูบบุหรี่ไว้บนซองบุหรี่ก็ตาม

ความรับผิดชอบทางพื่อนมนุษย์  จะอยู่บนสุดของพีระมิดความมุงหมายของความรับผิดชอบทางเพื่อนมนุษย์คือ การเป็นพลเมืองบริษัทที่ดี และการปรับปรุงคุณภาพชีวิตเพื่อสังคม การมีส่วนช่วยสังคมอย่างสมัครใจของบริษัท  ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและการเลือกของบริษัท และเลยพ้นไปจากความรับผิดชอบทางเศรษฐิจ กฏหมาย และจริยธรรม

และไม่ได้เรียกร้องจากสังคม  ตัวอย่างที่ดีของความรับผิดชอบทางเพื่อนมนุษย์คือ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์ บ้านพักพิงแก่ครอบครัวที่มีลูกเจ็บป่วยอย่างรุนแรงรักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาล

บริษัทแต่ละบริษัทย่อมจะใช้วิถีทางที่แตกต่างกันของความรับผิดชอบทางสังคม  บริษัทบางบริษัทจะมีความรับผิดชอบทางสังคมน้อย เพื่อที่จะมุ่งการทำกำไรแก่่ผู้ถือหุ้นของพวกเขา ในขณะที่บริษัทบางบริษัทจะมีความรับผิดชอบทางสังคมมาก ด้วยการมุ่งไปข้างหนักและเชิงรุก เอียน เราสามารถใช้แนวต่อเนื่อง เพื่อที่จะพิจารณากลยุทธ์ความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัทตั้งแต่น้อยไปหามากได้

การขัดขวาง   บริษัทที่ใช้กลยุทธ์การขัดขวางความรับผิดชอบทางสังคม จะไม่เลิอกการกระทำอย่างมีความรับผิดชอบทางสังคม พวกเขาป้องกันการทำกำไร ด้วยการปิดกั้นการชี้ให้เห็นการขาดความรัยผิดชอบทางสังคมของบริษัท

เรามีตัวอย่างคลาสสิคของแมนวิลล์ คอรปอเรชั่น  แผนกแพทย์ของบริษัท ได้พบว่าการสูดสารเยื่อใยหินภายในโรงงานทำให้เป็นโรคปอด แทนที่จะค้นหาวิธีการแก้ไขปัญหา ผู้บริหารได้พยายามปกปิดข้อเท็จจริงไว้ พวกเขาจะมุ่งการทำกำไรมากกว่าสุขภาพและความปลอดภัย ในที่สุดเมื่อข้อเท็จจริงได้ถูกเปิดเผย  บริษัทได้ถูกฟ้องร้องต้องชดใช้ค่าเสียหาย 2.6 พันล้านเหรียญ

บริษัทมักจะทำผิดกฏหมายและจริยธรรม และทำอะไรก็ตามด้วยอำนาจของพวกเขาที่จะหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษจากความผิดของพวกเขา  บริษัทได้หลีกเลียงความรับผิดชอบทางสังคม ผู้บริหารจะมีพฤติกรรมที่ขาดจริยธรรมและผิดกฏหมาย พวกเขาพยายามจะหลบซ่อนผู้มีส่วนได้เสียหรือสังคม

การป้องกัน  บริษัทที่ใช้กลยุทธ์การป้องกันของความรับผิดชอบทางสังคม  จะทำทุกสิ่งทุกอย่างตามกฏหมายอย่างเคร่งครัดเท่านั้น ไม่มีการกระทำอะไรที่มากว่ากฏหมาย ในขณะที่ผู้บริหารจะพยายามแสวงหาการป้องกันด้วยการทำตามกฏหมายให้น้อยที่สุดด้วย และไม่พยายามเลยพ้นไปจากที่กฏหมายได้ระบุไว้

เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์ได้สร้างหมอกควันจำนวนมากภายในอากาศ  ผู้ผลิตรถยนต์ได้โต้แย้งว่าหมอกควันเกิดขึ้นจากการบำรักษารถยนต์ไม่ดี เมื่อมีการเรียกร้องความปลอดภัยของรถยนต์ภายในสังคม ผู้ผลิตรถยนต์จะโด้แย้งว่าความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้นจากผู้ขับรถยนต์ไม่ดี

การทำตาม   บริษัทที่ใช้กลยุทธ์การทำตามของความรับผิดชอบทางสังคม จะยอมรับว่าความรับผิดชอบทางสังคมมีความสำคัญ บางทีสำคัญเท่ากับการทำกำไร  บริษัทจะทำตามกฏหมาย และมาตรฐานทางจริยธรรม  ผํูบริหารจะทำตามการเรียกร้องทางสังคมทุกอย่าง พวกเขาจะพยายามรักษาความสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และเลือกการกระทำที่มีเหตุผลตามสายตาทางสังคม การทำความสะอาดคราบน้ำมัน ณ อ่าวพริ้น วิลเลี่ยม ซาวด์ อลาสก้า ของเอ็กซ์ซอน

เกิดขึ้นจากการประท้วงอย่างรุนแรงของประชาชน บริษัทยินยอมจะมีส่วนร่วมทางสังคม แต่บุคคลจะต้องจูงใจว่าบริษัทมีคุณค่าต่อการสนับสนุน บริษัทจะตอบสนองต่อการร้องขอการบริจาคเงินเพื่อการกุศล  จุดสำคัญคือเราต้องเคาะประตูและเรียกร้อง  บริษัทจะไม่ยอมแสวงหาวิถีทางเพื่อการมีส่วนช่วยทางสังคมเลย

การกระทำเชิงรุก   บริษัททีใช้การกระทำเชิงรุกของความรับผิดชอบทางสังคม จะให้ความรับผิดชอบทางสังคมมาก่อน แม้ว่าอาจจะทำให้กำไรของบริษัทต้องลดลง บริษัทมักจะทำเลยพ้นไปจากความคาดหวังของสังคม  พวกเขาจะมุ่งการกระทำเชิงรุกปรับปรุงสังคมอย่างเข้มแข็ง  การออกไปจากวิถีทางของบริษีท เพื่อที่จะเรียนรู้ความต้องกการของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่แตกต่างกัน และเต็มใจจะใช้ทรัพยากรของบริษัทส่งเสริมผลประโชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ฮิวเลตต์-แพคการ์ด บอดี้ ช้อป แมคโดนัลด์  จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และสตาร์บัค คอฟฟี่ จะอยู่แนวหน้าของการรณรงค์การสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดมลภาวะ การนำกลับมาใช้ใหม่ และการรักษาทรัพยากร การหลีกเลี่ยงการใช้สัตว์ทดสอบยาและเครื่องสำอาง การลดอาชญากรรม การไม่รู้หนังสือ และความยากจน

บริษัทบุหรี่ได้ถูกกดดันอย่างรุรุนแรงนานหลายปีที่จะจำก้ด หรือแม้แต่หยุดการขายบุหรี่ภายในอเมริกา ผู้ผลิตบุุหรี่รายใหญ่ของโลกได้แก่ อาร์ เจ เรโนลด์ ฟิลิป มอร์รีส และ

บราวน์ แอนด์ วิลเสียมสัน นักวิจัยได้รายงานว่าการสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ รัฐบาลได้บังคับให้บริษัทบุหรี่ต้องมีฉลากเเตือนบนซองบุหรี่ทุกซอง ภายในอาคารของทางราชการและเอกชนหลายแห่งห้ามการสูบหรี่  ณ อาคารบางแห่ง การสูบบุหรี่จะถูกจำกัดอยู่ภายในบางบริเวณเท่านั้น ร้านอาหารบางแห่งจะห้ามการสูบบุหรี่

บุคคลบางคนยืนยันว่าบริษัทบุหรี่ไม่ควรจะส่งเสริมการขายบุหรี่ภายในประเทศ  แต่บริษัทบุหรี่ไม่เห็นด้วย  จีนผลิตและขายบุหรี่มากกว่าหนึ่งล้านมวลต่อปี  90% ของผู้ชายจีน และ 63% ของผู้ชายญี่ปุน จะสูบบุหรี่ อุตสาหกรรมบุหรี่ของอเมริกาต้องการส่วนหนึ่งของตลาดเหล่านี้  ชาวเอเชียได้ร้องเรียนอันตรายจากกลุ่มบริษัทบุหรี่ของอเมริกา แต่พวกเขาได้ตอบสนองน้อยมาก เช่น การกำหนดป้ายฉลากเตือน การห้ามขายบุหรี่แก่ผู้เยาว์ หรือการการต่อต้านการสูบบุหรี่ ไต้หวันจะมีบุหรี่ตราสินค้าลองก์ไลฟ์ หมายถึงชีวิตที่ยืนยาว และป้ายฉลากเตือนที่ไม่เต็มใจของญี่ปุ่นว่า จงอย่าสูบบุหรี่มากเกินไป

ผู้หญิงและเด็กวัยหนุ่มสาวเอเซียสูบบุหรี่ไม่ถึง 10%  และบริษัทบุหรี่ของอเมริกา ได้สัญญาจะไม่เข้าไปสู่ตลาดนี้ แต่กระนั้นอาร์  เจ เรโนล์  ได้สนับสนุนการแสดงคอนเสิรตสามครั้งของดาราร็อคฮ่องกงที่มีชื่อเสียง การเข้าชมต้องใช้กล่องบุหรี่วินสตันเปล่าห้ากลอง และฟิลิป มอร์รีส ได้โฆษณาบุหรี่ตราสินค้าเวอร์จิเนีย สลิม มุ่งที่ผู้หญิง และไต้หวันได้ร้องเรียนว่าผู้ผลิตบุหรี่ของอเมริกาได้แจกบุหรี่แก่เด็กอายุสิบสองปีภายในสวนสนุก

บริษัทบุหรี่ได้ใช้กลยุทธ์ของความรับผิดชอบทางสังคม เพื่อที่จะส่งเสริมภาพพจน์ของบริษัทต่อประชาชน สื่อ และผู้ควบคุม เนื่องจากพวกเขาได้ถูกมองว่าเป็นพ่อค้าขายความตาย ฟิลิป มอร์รีส และบริษัทบุหรี่อื่นเป็นบริษัทที่ทำกำไรมากที่สุดภายในโลก พวกเขาขายผลิตภัณฑ์ที่ถูกกฏหมายแต่ทำให้ตายได้มากที่สุดภายในโลก บริษัทบุหรี่ได้โฆษณาอย่างสะดุดกับความผูกพันของพวกเขาต่อความรับผิดชอบทางสังคม ทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่แรงงานเด็ก ไปจนถึงการใช้พลังงานทดแทน ทั้งที่พวกเขาได้ปกปิดว่าการสูบบุหรี่เป็นอันตราย และกล่าวว่าพวกเขาผูกพันต่อโลกของการปลอดบุหรี่

บริษัทบุหรี่ยืนยันว่าพวกเขามีความรับผิดชอบทางสังคม เพราะว่าพวกเขามุ่งการเป็นพลเมืองบริษัท แต่กระนั้นเอกสารภายในของบริษัทบุหรี่ได้เปิดเผยว่าเป้าหมายที่แท้จริงของการเป็นผู้อุปถัมภ์ คือ การเพิ่มกำไรและขับเคลื่อนผลประโยชน์ของบริษัท ภายในความเป็นจริงต้นทุนความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัทบุหรี่นน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับกำไร  เช่น เมื่อ ค.ศ  2009 ฟิลิป มอร์รีส ได้บริจาคเงินเพื่อการกุศล  22.7 ล้านเหรียญ  แต่ทำกำไร  6.3 พันล้านเหรียญ  บริติช อเมริกัน โทแบคโก้  ได้ใช้เงินกับความรับผิดชอบทางสังคม 22.3 ล้านเหรียญ แต่ทำกำไร 4.8 พันล้านเหรียญ

ฟิลิป มอร์รีส ได้เลือกที่จะนำเสนอตัวพวกเขาเองว่าเป็นธุรกิจที่มีจริยธรรม เมื่อ ค.ศ 1991 ซีอีโอของฟิลิป มอร์รีส ได้ป้องกันบริษัทด้วยการปราศัยแก่บุคคลของบริษัทว่า

ผมเขื่อมั่นอย่างลุ่มหลงว่าเราถูกต้อง และถ้าให้ผมบอกว่าทำไม เราถูกต้องเพราะว่าบุคคลเป็นล้าน….  การสูบบุหรี่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตวัยหนุ่มสาว…..เราถูกต้องเพราะว่าบุหรี่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกกฏหมาย อะไรที่บุคคลบางคนอาจจะไม่เข้าใจคือ เราเป็นบริษัทที่มีจริยธรรม ธุรกิจบุหรี่ของเราอาจจะถูกโต้เถียงกัน   แต่เราคือบุคคลที่มีจริยธรรม ซื่อสัตย์ การซื้อขายตรงไปตรงมา  นั่นคือส่วนสำคัญของวัฒนธรรมบริษัทของเรา

แมคโดนัลด์ เป็นร้านอาหารฟ้าสท์ฟูดแนวหน้าของโลก  ร้านอาหารแมคโดนัลด์มีมากกว่า  35,000  แห่ง  บริการลูกค้ามากกว่า 70 ล้านคนต่อวัน ภายในมากกว่า 100 ประเทศ  มากกว่า 80 % ของร้านอาหารแมคโดนัลด์เป็นเจ้าของและดำเนินงานโดยนักธุรกิจชายและหญิง ด้วยการเป็นผู้รับแฟรนไชส์

เจมส์ แมคโดนัลด์ และมอริช แมคโดนัลด์ สองพี่น้อง

ได้เปิดร้านอาหารฟ้าสท์ฟูดส์แมคโดนัลด์ขึ้นมาครั้งแรกเมื่อค.ศ 1940   ณ ซาน เบอร์นาติโน แคลิฟอร์เนีย ต่อมานายเรย์ ครอค ได้ซื้อลิขสิทธ์แฟรนไชส์จากพวกเขา และได้เปิดร้านแมคโดนัลด์ของเขาเองขึ้นมาที่ เดส เพลนส์ อิลลินอยส์ เขาไม่เคยรู้เรื่องธุรกิจร้านอาหารเลย แต่เขาได้เข้ามาสู่การแข่งขันที่เข้มแข็งจากร้านอาหารฟ้าสท์ฟูดส์เหมือนเช่น เคเอฟซี เบอร์เกอร์ คิง  หรือ แดรี่ย์ ควีน

เรย์ ครอค เชื่อว่าคุณภาพอาหาร  การบริการ และความสะอาด จะมีความสำคัญที่สุดต่อธุรกิจร้านอาหารถ้าลูกค้าได้อาหารที่ขาดคุณภาพ การบริการไม่ดี หรือจานอาหารที่สกปรกแล้ว เราไม่เพียงแต่จะเสียลูกค้าในขณะนี้เท่านั้น เราจะเสียลูกค้าในอนาคตด้วย เมื่อการพูดปากต่อปากได้เกิดขึ้น  ดังนั้นนายเรย์ ครอค ได้สร้างค่านิยมร่วมสี่ตัวขึ้นมา คุณภาพ บริการ ความสะอาด :  QSC&V  ย่อมาจาากคำว่า  Quality, Service, Cleanliness and Value   เพื่อการดำเนินงานของร้านอาหารแมคโดนัลด์ และค่านิยมสี่ตัวนี้ได้กลายเป็นรากฐานของวัฒนธรรมองค์การที่เข้มแข็งของแมคโดนัลด์

เมื่อเรย์ ครอค ได้ไปเยี่ยมร้านอาหารแมคโดนัลด์  เขาได้ย้ำคำว่า QSC&V กับพนักงานทุกครั้งซ้ำแล้วซ้ำอีก ดังคำพูดเปรียบเปรยของเขาว่า ถ้าผมมีก้อนอิฐทุกครั้งที่ผมได้พูดซ้ำคำว่า QSC&V ผมสามารถทอดสะพานข้ามมหาสมุทรแอตแลนติดด้วยก้อนอิฐได้แล้ว

เรย์ ครอคได้ทุ่มเทเวลาเพื่่อที่จะเขียนคู่มือการทำอาหารและการปฏิบัติงานหนาประมาณพันกว่าหน้าขึ้นมา เพื่อที่จะให้การทำแฮมเบอร์เกอร์เป็นวิทยาศาสตร์ รายละเอียดของกฏและระเบียบวิธีการปฏิบัติงานทุกอย่างของการบริหารร้านอาหาร  ตั้งแต่การขายแฮมเบอร์เกอร์ ไปจนถึงการทักทายลูกค้า การใส่ถุงอาหาร  ไปจนถึงการทำความสะอาดโต๊ะล่วงหน้า  พนักงานทุกคนต้องทำตามกฏและระเบียบวิธีการปฏิบัติงานของแมคโดนัลด์อย่างเข้มงวด พวกเขาต้องมีพฤติกรรมที่เป็นมาตรฐาน เพื่อที่จะให้ลูกค้าทุกคนได้รับอาหารที่มีคุณภาพ และการบริการที่ดีอย่างเดียวกันอยู่เสมอ  ผู้บริหารของแมคโดนัลด์ต้องไปเยี่ยมร้านอาหารอยู่บ่อยครั้ง เพื่อการตรวจสอบผู้รับแฟรนไชส์และพนักงานแมคโดนัลด์มีมหาวิทยาลัยแฮมเบอร์เกอร์ อยู่ที่โอคบรูค อิลลินอยส์  เพื่อที่จะเป็นศูนย์กลางฝึกอบรมแก่ผู้รับแฟรนไชส์และผู้จัดการร้านอาหาร หลักสูตรคล้ายคลึงกับ MBA เลย หน่วยกิตที่ได้จะเป็นที่ยอมรับของมหาวิทยาลัยทั่วโลกด้วย  แมคโดนัลด์ได้ยืนยันแก่ลูกค้าว่าคุณภาพอาหารต้องมีรสชาติเดียวกันทั่วโลก โรเบิรต ซามวลสัน นักเศรษฐศาสตร์ ได้ยกย่องแมคโดนัลด์ จากการทานบิคแมค ณ ร้านอาหารแมคโดนัลด์ที่โตเกียว ว่า ไม่ใช่รสชาตคล้ายกับอเมริกันบิคแมค   แต่เป็นรสชาติอย่างเดียวกันเลย

แมคโดนัลด์ได้ใช้การควบคุมมาตรฐานการซื้อมันฝรั่งที่เข้มงวดมาก ซัพพลายเออร์ได้ตกตะลึงเมื่อแมคโดนัลด์ได้ใช้เครื่องไฮโดรมิเตอร์วัดระดับความชื้นของมันฝรั่ง และไม่ยอมชื้อมันฝรั่งที่เนื้อไม่แข็งตามข้อกำหนด เมื่อแมคโดนัลด์ได้เปิดร้านอาหารครั้งแรกที่รัสเชีย แมคโดนัลด์ได้ส่งผู้ควบคุณภาพไปช่วยเกษตรกรรัสเซียเรียนรู้วิธีการปลูกมันฝรั่งที่มีคุณภาพสูง   ผู้ทำขนมปังของแมคโดนัลด์ต้องมีวิธีการอบแป้งอย่างมีคุณภาพ บางครั้งผู้ควบคุมของแมคโดนัลด์ได้ไปที่โรงงานบรรจุเนื้อตอนตีสาม และได้ยกเลิกสัญญาเมื่อได้พบเนื้อที่มีคุณภาพต่ำทันที

แมคโดนัลด์ได้ควบคุมซัพพลายเออร์วัตถุดิบอย่างใกล้ชิด แม้แต่การใช้ห้องทดลองทดสอบความหนาของชิ้นแตงกวาอยู่เสมอ

แมคโดนัลด์ได้ใช้กฏและระเบียบวิธีการปฏิบัติงานควบคุมการทำอาหารทุกอย่างเช่น การควบคุมอุณหภูมิ เวลาการทอด และจำนวนเกลือของเฟรนฟรายด์  ถ้าเฟรนฟรายด์สีไม่ดี  หรือน้ำมันมากเกินไปต้องทิ้ง หรือเฟรนฟรายด์ที่ทอดแล้วต้องอยู่ภายในตู้ที่มีแสงไฟไม่เกินเจ็ดนาที เรามีเรื่องราวที่บอกเล่าอยู่เสมอเมื่อเรย์ ครอคได้เยี่ยมร้านอาหาร  ครั้งหนึ่งเขาไม่พอใจต่อการเข้าแถวรอคอยที่ยาวของลูกค้า เขาได้เดินไปที่เคาน์เตอร์ แนะนำตัวเองแก่ลูกค้า แล้วบอกแก่ลูกค้าว่า ลูกค้าต้องได้อาหารที่อุ่นเท่านั้น หรือไม่ลูกค้าต้องได้เงินคืน    เขาได้เคยขัดถูห้องน้ำที่สกปรก และเก็บเศษขยะภายในร้านอาหารด้วยตัวเอง เรื่อราวเหล่านี้ได้ถูกบอกเล่าไปทั่งทั้งแมค โดนัลด์  จนทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษของแมคโดนัลด์ไปเลยทีเดียว

แมคโดนัลด์ ได้กล่าวว่า  เรายึดความรับผิดชอบทางสังคมจริงจังมาก เราจะค้นหาวิถีทางลดและรีไซเคิลภายในร้านอาหารและทั่วทั้งธุรกิจของเราอยู่เสมอ  ตัวอย่างเช่น  เราได้ใช้หลอดไฟฟ้าเปลืองไฟน้อย อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน และโถปัสสาวะไร้น้ำ และการรีไซเคิลน้ำมันปรุงอาหารเป็นไบโอดีเซล ใช้เป็นเชื้อเพลิงกับรถบรรทุกของเรามากกว่าครึ่งหนึ่ง  เราได้รีไซเคิลกล่องกระกระดาษแข็งที่ใช้แล้วมากกว่า  89 % ของร้านอาหาร  และมากว่า  85 % ขงบรรจุภัณฑ์ของเราจะถูกผลิตจากทรัพยากรที่นำกลับมาใช้ใหม่

บ้านของเราจะมีมากกว่าการช่วยเหลือ บ้านของเราจะสร้างความหวัง  ครอบครัวจำนวนมากได้เดินทางไกลจากบ้าน และใช้เวลาหลายอาทิตย์ หรือเป็นเดือน เพื่อที่จะได้รับการรักษาแก่เด็กที่เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บอย่างรุนแรง เวลานานที่ต้องห่างไกลและแยกจากครอบครัว และเด็กที่ต้องเผชิญกับวิกฤตทางการแพทย์ที่รุนแรง ไม่มีอะไรที่ดูแล้วจะน่ากลัวมากกว่าการไม่มีพ่อและแม่อยู่ใกล้ เพื่อที่จะให้ความรักและกำลังใจ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์ จะเป็นสถานที่แก่ครอบครัว เพื่อทีจะอยู่ใกล้ชิดกับเด็กที่รักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาล  ครอบครัวจะเสียค่าใช้จ่ายบ้านพักพิงน้อยมากหรือไม่มีเลย

บ้านของเราได้ถูกสร้างขึ้นมาจากความคิดที่เรียบง่าย ไม่มีอะไรอีกแล้วจะเป็นเรื่องสำคัญ  เมื่อครอบครัวได้อยู่ใกล้ชิดกับการดูแลสุขภาพของลูก  สถานที่ที่พวกเขาสามารถรับภาระการอยู่อาศัยได้  สถานที่ที่พวกเขาจะได้รับอาหารมื้อหน้าได้ สถานที่ที่พวกเขาหลับนอนกลางคืนพักผ่อนได้ เราเชื่อมั่นว่าเมื่อลูกถูกรักษาตัวอยู่ที่โรงยาบาล กำลังใจและความรักของครอบครัวจะมีพลังเทียบเท่ายาของแพทย์

ครอบครัวจะเข้มแข็งขึ้นเมื่อพวกเขาอยู่ด้วยกัน การช่วยเหลือกันภายในกระบวนการรักษา  ด้วยการพักพิงอยู่ ณ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์ บิดามารดาสามารถสื่อสารกับทีมแพทย์ของลูกได้ดีขึ้น และติดตามแผนการรักษาที่ซับซ้้อนได้ พวกเขา จะอยู่ใกล้กัยสุขภาพของลูก แทนที่จะไปซี้อสินค้าจากร้านขายของชำ การทำความสะอาดบ้าน หรือการปรุงอาหาร เมือลูกของเราเจ็บป่วย เราต้องการการรักษาที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์  เป็นบ้านพักพิงชั่วคราวแก่ครอบครัวที่มีลูกเจ็บป่วยอย่างรุนแรงรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล บ่านพักพิงจะให้การสนับสนุนทางจิตใจแก่บิดามารดา และเด็กที่เจ็บป่วย เด็กเหล่่านี้ จะรู้สึกสบายใจ จากการรู้ว่าครอบครัวที่เดินทางไกลของพวกเขาอยู่ใกล้ เด็กจะได้รับการดูแลทางแพทย์เฉพาะทางอย่างดี บ้านพักพิงจะมีความปลอดภัยที่จะอยู่อาศัย เนื่องจากครอบครัวที่อยู่อาศัยประจำจะอยู่ภายในบริเวณเดียวกัน   โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์  แห่งแรกได้เปิดขึ้นมาเมื่อ ค.ศ 1974   ด้วยห้องพักได้เจ็ดครอบครัว

กลุ่มผู้ก่อตั้งเริ่มแรกได้เรียกชื่อว่า โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์ เพื่อที่จะให้เกียรติแก่ตัวตลกเป็นมิตร โรนัลด์ แมคโดนัลด์  เป็นตัวแทนความสนุกสนานและความหวังแก่เด็กทุกคน  และเป็นตัวนำโชคของร้านอาหารแมคโดนัลด์

โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้า กำเนิดขึ้นมาจากการเป็นหุ้นส่วนทีไม่น่าจะเกิดขึ้นระหว่างนายแพทย์ออเดรย์ อีแวนส์ ณ โรงพยาบาลเด็ก ฟิลาเดลเฟีย  ร้านอาหารแมคโดนัลด์ และฟิลาเดลเฟีย อีเกิ้ล ทีมอเมริกันฟุตบอลล์ เฟรด ฮิลล์ นักอเมริกันฟุตบอลล์ ทีมอีเกิ้ล ได้ช่วยกันรวบรวมเงินทุนมากกว่า  100,000 เหรียญ  สร้างโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์ ขึ้นมา เนื่องจากนายแพทย์ ออเดร์ อีแวนส์  หัวหน้าแผนกโรคมะเร็งของโรงพยาบาล ได้ฝันถึงการมีที่พักพิงชั่วคราวแก่ครอบครัวที่มีลูกเจ็บป่วยรุนแรงรักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาล

โรนัลดฺ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์ มีเรืองราวความเป็นมาจากเฟรด ฮิลล์  มีลูกสาวคนหนึ่งอายุสามปี ชื่อ คิม ฮิลล์ ป่วยเป็นโรคลูคีเมีย  รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเด็ก ระหว่างสามปีของการรักษาลูกสาวของพวกเขา เฟรด ฮิลล์  และแฟรน ฮิลล์ ภรรยาของเขา ต้องพักแรมอยู่บนเก้าอี้และม้านั่งของโรงพยาบาล และกินอาหารแทนชั่วคราวจากตู้หยอดเหรียญ พวกเขาได้มองเห็นครอบครัวอื่นได้กระทำอย่างเดียวกัน พวกเขาได้เรียนรู้ว่าหลายครอบครัวได้เดินทางไกล เพื่อที่จะนำลูกของพวกเขามารักษา ณ โรงพยาบาล แต่ไม่สามารถรับภาระเช่าห้องพักของโรงแรมได้  เฟรด ฮิลล์ รู้ว่าเราต้องมีข้อแก้ปัญหา

นับตั้งแต่บ้านพักพิงแห่งแรกได้ถูกเปิดขึ้นมา โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์ ได้รับการสนุนอย่างมากจากร้านอาหารแมคโดนัลด์  ในฐานะของหุ้นส่วนรายสำคัญภายในการระดมทุน ร้านอาหารแมคโดนัลดฺ ทั่วโลกได้ช่วยกันระดมเงินทุนจำนวนมาก เพื่อที่จะสร้างโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์ ให้มากที่สุด

มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์  จะเป็นองค์การที่ไม่มุ่งกำไร ภารกิจคือการสร้าง การค้นหา  แะการสนับสนุนโครงการที่ปรับปรุงโดยตรงต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก  เราจะมีโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์  มากกว่า 365 แห่งภายในประเทศ 64

และดำเนินงานภายใต้แนวทางที่อนุญาติจากมูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าสฺ   โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์  แต่ละแห่งจะดำเนินงานอย่างอิสระ  วารสารเวิรธ ได้เรียกมูลนิธิโรนัลด์  แมคโดนัลด์ เฮ้าส์  ว่าเป็นมูลนิธิที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งภายใน 100 แห่งของอเมริกา

ไนกี้คือผู้นำที่โต้เถียงไม่ได้เลยของตราสินค้าสินค้าการกีฬา  ระหว่างไนกี้และจอร์แดน ไลน์ บริษัทควบคุมส่วนแบ่งตลาดที่น่าตกตะลึงของรองเท้ากีฬา 62%  ภายในอเมริกา มากกว่าสี่เท่าของมูลค่าของคู่แข่งขัน อดิแดส

สเก็ตเชอร์ และเอสิคส์ รวมกัน ด้วยยอดขายต่อปี 28 พันล้านเหรียญ  ไนกี้จะดึงดูดแก่บุคคลทุกรุ่นอายุ  ไนกี้ได้เป็นที่นิยมแพร่หลายแก่ลูกค้าสูงอายุ พวกเขาซื้อร้องเท้าเพื่องานอดิเรก เช่น การวิ่ง  แต่ไนกี้เกือบจะสูญเสียความนิยมแพร่หลายทั่วโลกไปแล้ว

เมื่อสองทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทได้อยู่ภายใต้ไฟที่ร้อนแรงจากการปฏิบัติทางแรงงานที่ทารุณ  ภายหลังจากการว่าจ้างแรงงานภายนอกต่างประเทศ เนื่องจากต้นทุนค่่าแรงที่ต่ำ   ประชาชนได้ตกตะลึงจากรายงานของคนงานไนกี้ ชาวอินโดนีเซีย ได้รับค่าจ้าง 14 เช็นต์ต่อชั่วโมง

การรับรู้ว่าไนกี้ได้ทารุณคนงานยาวนานกว่าเจ็ดปี การรับรู้โรงงานที่ใช้แรงงานเยี่ยงทาสเป็นความท้าทายยิ่งใหญ่ที่สุดของไนกี้ นักวิชาการคนหนึ่งได้กล่าว่า  ดูแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ที่แม้แต่พวกเขาจะเขย่าการรับรู้ได้

ผลิตภัณฑ์ของไนกี้ ได้กลายเป็นควาทหมายเดียวกับค่าจ้างทาส  การทำงานล่วงเวลาที่บังคับ และการทารุณคนงานตามใจชอบ  ฟิล ไนท์ ซีอีโอ  ได้กล่าวภายในการแถลงต่อประชาชน ณ เวลานั้น ว่า  เขาเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่าชาวอเมริกันจะไม่ต้องการซื้แผลิตภัณฑ์ผลิตภายใต้สภาวะที่ทารุณอย่างแน่นอน

ไนกี้ ได้เเริ่มต้นการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำแก่คนงาน การปรับปรุงการควบคุมการปฏิบัติทางแรงงาน และการกำหนดให้โรงงานต้องมีอากาศบริสุทธ์ การยอมรับและการเปลี่่ยนแปลงเหล่านี้ได้ช่วยให้ความรู้สึกของประชาชนต่อไนกี้กลายเป็นบวกมากขึ้น ไนกี้ยอมรับว่ามันยังไม่สมบูรณ์

มันยังมีข้อบกพร่องอยู่  แต่เราได้สร้างความน่าเชื่อถือต่อลูกค้ามากขึ้น ภายในหลายวิถีทาง ไนกี้ได้กลายเป็นความโปร่งใสกว่าคู่แข่งขันเกี่ยวกับการปฏิบัติทางแรงงาน บริษัทได้พิมพ์รายงาน  108  หน้าเปิดเผยสภาวะและค่าจ้างภายในโรงงาน  และรายการที่สมบูรณ์ของโรงงานที่ทำสัญญา

ณ  ปัจจุบันนี้ ไนกี้ ยังได้พิมพ์รายงานสภาวะภายในโรงงานของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ภายหลังความพยายามอยู่หลายปี  ในที่สุดไนกี้ได้เขย่าการรับรู้ว่าบริษัททารุณคนงานได้

ไนกี้ ก่อตั้งขึ้นมาเริ่มแรกเมื่อ ค.ศ  1964 ใช้ชื่อว่าบลู ริบบอน สปอร์ต  และได้เปลี่ยนชื่อเป็นไนกี้เมื่อ ค.ศ 1971 ผู้ก่อตั้งสองคนคือ บิล โบเวอร์แมน ผู้ฝึกสอน

นักกีฑาของมหาวิทยาลัยโอเรกอน และฟิลท์ ไนท์ นักวิ่งของมหาวิทยาลัยโอเรกอน  ไนกี้คือชื่อเทพเจ้าแห่งชัยชนะของตำนานเทพเจ้าของกรีซ สัญลักษณ์ของไนกี้ คือปีกของเทพธิดาไนกี้เรียกว่า  “Swoosh”   ออกแบบโดยคาโรไลน์ เดวิดสัน..นักศึกษามหาวิทยาลัย ค่าออกแบบของเธอเพียง 35 เหรียญเท่านั้น   สวูชหมายถึงการเคลื่อนและความรวดเร็ว การเทียบเคียงได้กับศิลปการเคลื่อนไหวและ

ความรวดเร็วของไมเคิล จอร์แดน นักกีฬาบาสเก็ตบอลล์ เอ็นบีเอ ระดับโลกของอเมริกา ความสามารถของไมเคิล จอร์แดนคือ เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว กระโดดได้สูงและลอยตัวอยู่บนอากาศได้นาน

ณ เวลาของก่อตั้งไนกี้  รองเท้ากีฬาส่วนใหญ่จะถูกผลิตภายในอเมริกา  และไนกี้ได้มุ่งโมเดลทางธุรกิจของการค้นหาผู้ผลิตต้นทุนต่ำต่างประทศ การตัดราคาคู่แข่งขัน เพื่อที่จะเข้าไปสู่ตลาด

ไนกี้เป็นผู้ผลิตรองเท้ากีฬารายใหญ่ที่สุดของโลก และมีชื่อเสียงกับการจ้างซัพพลายเออร์ทางเอซียผลิตรองเท้ากีฬาแก่บริษัท ฟิล ไนท์  ซีอีโอ ของไนกี้ได้ยืนยันว่าซัพพลายเออร์ทุกรายต้องทำตามกฎหมายภายในประเทศของพวกเขา และต้องทำตามหลักการจริยธรรมของไนกี้ด้วย ภายใต้ความพยายามจะเป็นพลเมืองโลกที่ดีของไนกี้ ไนกี้ต้องอยู่ภายใต้การถูกตรวจสอบมากขึ้นต่อการใช้แรงงานของบรรดาซัพพลายเออร์ของไนกี้

ณ ประเทศจีน กลุ่มสิทธิมนุษยชนได้ร้องเรียนว่าซัพพลายเออร์สองรายของไนกี้ จ้างเด็กอายุ 13 ปี ทำงาน 72 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และไม่ได้ทำตามข้อกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำของจีน ผู้บริหารไนกี้ไม่ยอมรับข้อกล่าวหานี้ และยืนยันว่าโรงงานไนกี้ภายในจีนจ่ายค่าจ้างเกือบจะสองเท่าของค่าจ้างขั้นต่ำ คนงานทุกคนมีอายุอย่างน้อยที่สุด 16 ปี อายุขั้นต่ำตามกฏหมายจีน ไนกี้ได้ตรวจสอบข้อปัญหาเหล่านี้เอง

เพื่อการตอบสนองต่อข้อกล่าวหาการทารุณแรงานของซัพพลายเออร์ทางเอเซียของไนกี้ ไนกี้ได้จ้างเอิร์น แอนดฺ์ ยัง สำนักงานผู้สอบบัญชีระดับโลก ดำเนินการตรวจสอบการปฏิบัติต่อแรงงานของซัพพลายเออร์ไนกี้ภายในเวียตนาม รายงานของเอิร์น แอนด์ ยัง ยืนยันว่าซัพพลายเออร์เหล่านี้ทำตามกฏหมายเวียตนามทุกอย่าง

มนุบย์ใช้เวลาเป็นล้านปีค่อยพัฒนาเป็นนักวิ่ง ร้องเท้ากีฬามีประวัติที่สั้นลงมาก – ประมาณ 180 ปี แต่ถ้าเป็นรองเท้าวิ่งสมัยใหม่แล้วยิ่งเป็นวัยหนุ่มสาวมาก เด็กวัยรุ่นเท่านั้นที่มีอายุอยูระหว่างการเริ่มสำรวจอวกาศ  ระยะเวลาที่น่าจะอธิบายได้ว่าทำไมรองเท้าเหยีบย่ำขนมวาฟเฟิลต้นฉบับของไนกี้ ออกสู่ตลาดเมื่อต้น ค.ศ 1970 ได้กลายเป็นที่รู้จัก  และเรียกกันอย่างกวัางขวางว่า   “Moon Shoes”

เมื่อบุคคลส่วนใหญ่คิดถึงไนกี้ พวกเขาจะคิดถึงนักกีฬาซุปเปอร์สตาร์เหมือนเช่น ไมเคิล จอร์แดน ไทเกอร์ วูด เมื่อพนักงานของไนกี้เองคิดถึงบริษัทของพวกเขา พวกเขาจะคิดถึงผู้ฝึกสอนกีฬาลู่และลานของมหาวิทยาลัยโอเรกอนนักวิ่งโอลิมปิคที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรรถยนต์เมื่อ ค.ศ 1975   และนักวิ่งที่ได้กลายเป็นผู้ประกอบการ ผู้สร้างอาณาจักรไนกี้จนยิ่งใหญ่

บุคคลส่วนโหญ่คิดถึงฟิล ไนท์ นักวิ่งของมหาวิทยาลัยโอเรกอน ผู้ฝึกสอนของเขาคือบิลล์ เบาเวอร์แมน เขาคือผู้ก่อตั้งร่วมและซีอีโอของไนกี้ที่ทำให้การขายรองเท้าจากรถยนต์กลายเป็นบริษัทร้องกีฬาและเครืองแต่งกายยักษ์ใหญ่ของโลก  แต่บุคคลส่วนน้อยจะรู้จักบิลล์ เบาเวอร์แมน ผู้ก่อตั้งร่วมไนกี้   หรือสตีฟ พรีฟอนเทน นักวิ่งโอลิมปิคที่เสีบชีวิตไปแล้ว ผู้ฝึกสอนคือบิลล์ เบาเวอร์แมน เขาเป็นฑูตตราสินค้าคนแรกของไนกี้ และได้รณรงค์เพื่ออุปกรณ์ที่ดีกว่า บันดาลใจบิล เบาเวอร์แมน และฟิล ไนท์ สร้างไนกี้ขึ้นมา ภายในไนกี้แล้ว บุคคลทั้งสามได้สร้างความรู้สึกทางเอกลักษณ์มากกว่าบรรดานักกีฬาซุปเปอร์สตาร์

เมื่อ ค.ศ 1993 บุคคลที่เดอะ สตรองก์ นิวส์ ได้ลงมติว่า “บุคคลที่มีพลังมากที่สุดของกัฬา” ไม่ใช่นักกีฬา ผู้จัดการหรือเจ้าของทีมกีฬา แต่เขาเป็นฟิลลิป ไนท์  ภายในเวลาไม่ถึงทษวรรศ ความเชี่ยวชาญทางการตลาดของเขา และความสามารถทางการแข่งขันที่ไม่ประนีประนอม ได้ปฏิรูปอุตสาหกรรมรองเท้ากัฬา และทำให้ตราสินค้าไนกี้บรรลุความสำเร็จมากที่สุด    และรับรู้อย่างกว้างขวางภายในโลก

รองเท้าวิ่งคู่แรกของไนกี้ได้เกิดขึ้นโดยแรงบันดาลใจจากขนมวาฟเฟิล เมือ ค.ศ 1971 บิลล์ เบาเวอร์แมน ได้ทานอาหารเช้ากับภรรยาของเขา   เมื่อเขาได้มองเห็นร่องภายในเครื่องอบขนมวาฟเฟิลที่เธอกำลังใช้อยู่ เป็นแม่พิมพ์ที่ยอดเยี่ยมของเราเท้าวิ่งไปเลย เขาได้นำเครื่องอบขนมวาฟเฟิลไปห้องทำงาน และได้ทดลองเทยางลงไป เขาได้สร้างพื้นยางวอฟเฟิลเป็นรายแรก การคิดค้นรองเท้ากัฬาแบบพื้นยางขึ้นมา และได้กลายเป็นรองเท้าไนกี้คู่แรก บิลล์ เบาเวอร์แมน ได้กล่าวว่า รองเท้าที่ดีต้องมีสามสิ่ง รองเท้าต้องเบา ใส่สบาย และไปได้ไกล

ฟิลิปส์ ไนท์  ซีอีโอของไนกี้ ได้ใช้กลยุทธ์ความเป็นผู้นำทางต้นทุนและกลยุทธ์การสร้างความแตกต่างรวมกัน จนทำให้ไนกี้ทำกำไรได้มากที่สุดภายในโลก  หัวใจความสำเร็จอย่างหนึ่งของไนกี้คือ  โครงสร้างแบบเครือข่าย

ณ สำนักงานใหญ่ของไนกี้ บีเวอร์ตัน โอเรกอน หน้าที่สำคัญที่สุดคือ การออกแบบ  บริษัทมีนักออกแบบที่เชี่ยวชาญ บุกเบิกนวัตกรรมของการออกแบบรองเท้ากีฬา เช่น แอร์ จอร์แดน นักออกแบบได้ใช้คอมพิวเตอร์ออกแบบรองเท้ากีฬา พวกเขาได้ถ่ายทอดพิมพ์เขียวทุกอย่างของรองเท้ากีฬารุ่นใหม่โดยอีเล็คโทรนิค ไปยังพันธมิตรเครือข่ายซัพพลายเออร์ของไนกี้ทั่วทั้งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เช่น  คำสั่งซื้อพื้นรองเท้าได้ถูกส่งไปยังซัพพลายเออร์ที่ไต้หวัน และคำสั่งซื้อส่วนบนรองเท้าได้ถูกส่งไปยังซัพพลายเออร์ที่มาเลเซีย  เมื่อซัพพลายเออร์เหล่านี้ได้ผลิตชิ้นส่วนรองเท้ากีฬาไนกี้แล้ว  พวกเขาจะจัดส่งชิ้นส่วนรองเท้ากีฬาไปยังซัพพลายเออร์ที่จีน เพื่อที่จะประกอบเป็นรองเท้ากีฬาในที่สุด รองเท้ากีฬาจะถูกจัดส่งจากจีนไปยังผู้จัดจำหน่ายทั่วโลก   99% ของรองเท้ากีฬาไนกี้ได้ถูกผลิตภายในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ไนกี้มีข้อได้เปรียบที่สำคัญสองข้อจากโครงสร้างแบบเครือข่ายของบริษัท ข้อแรกต้นทุนของไนกี้ต่ำมาก เพราะว่าค่าจ้างแรงงานของบรรดาซัพพลายเออร์เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ต่ำกว่าอเมริกา  ดังนั้นไนกี้ย่อมจะมีข้อได้เปรียบทางต้นทุนต่ำ  ข้อสองไนกี้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงแฟชั่นรองเท้ากีฬาได้อย่างรวดเร็วมาก ด้วยการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ทั่วโลกของบริษัท ไนกี้อาจจะเปลี่ยนแปลงคำสั่งซื้อกับซัพพลายเออร์เพียงข้ามคืน รองเท้ากีฬารุ่นใหม่ของไนกี้ ได้ถูกผลิตโดยซัพพลายเออร์ต่างประทศภายในสองสามสัปดาห์เท่านั้น  ถ้าซัพพลายเออร์รายไหนไม่สามารถผลิตได้ตามมาตร

ฐานของไนกี้จะถูกยกเลิกการว่าจ้างทันที การว่าจ้างซัพพลายเออร์ต่างประเทศทำให้ไนกี้มีโครงสร้างเล็กและคล่องตัวมาก

ไนกี้ได้จ้างโรงงานที่ใช้แรงงานเยี่ยงทาสภายในหลายประเทศ เช่น เวียตนาม และปากีสถาน คนงานได้รับค่าจ้างที่ต่ำ หรือสิทธิที่ไม่ยุติธรรม คนงานไดัถูกทารุณทางร่างกายและจิตใจ และการคุกคามทางเพศภายในโรงงานเหล่านี้ สภาพการทำงานที่น่ากลัวเหล่านี้ได้แก่ คนงานไม่เคยได้รับการอบรมอย่างถูกต้องและมีอุปกรณ์ความปลอดภัยที่จำเป็น  ขาดการป้องกันกาวและเคมีที่เป็นพิษ ได้รับค่าจ้าง 1.60 เหรียญต่อวัน อย่างน้อยที่สุดต้อง 3.00 เหรียญต่อวันที่จำเป็นต่อความอยู่รอด และคนงานต้องทำงาน 60 -70 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

ไนกี้ได้ถูกล่าวหาจากการใช้แรงงานเด็กผลิตลูกฟุตบอลภายในปากีสถาน แม้ว่าปากีสถานจะมีกฏหมายห้ามการใช้แรงงานเด็ก แต่รัฐบาลไม่ได้ควบคุมอย่างจริงจัง ปัญหานี้ไม่ได้มีอยู่ภายในปากีสถานเท่านั้นแต่ทั่วโลก การใช้แรงงานเด็กส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายในเอเซีย เช่น อินเดีย บังคลาเทศ พม่า  และอินโดนีเซีย

ถ้าเราไปร้านค้าซื้อลูกฟุตบอลให้ลูกของเรา ความเป็นไปได้สูงที่ลูกฟุตบอลได้ถูกผลิตจากเด็กบางคนที่อายุเท่าหรือแม้แต่น้อยกว่าลูกของเรา ประมาณครึ่งหนึ่งของลูกฟุตบอลทั่วโลกได้ถูกผลิตภายในปากีสถาน ดังนั้นเรื่องราวความสำเร็จของไนกี้ไม่ได้เกิดจากชื่อตราสินค้าที่ดีเท่านั้น แต่ที่ตามมาคือน้ำตาของคนงานที่ถูกทารุณและแรงงานเด็กด้วย

เมื่อไม่นานมานี้จำนวนบริษัทอมริกันที่ซื้อผลผลิตจากผู้ผลิตต้นทุนต่ำต่างประเทศได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก การใช้แรงงานเด็กได้เพิ่มสูงขึ้นภายในโรงงาน ณ ปากีสถาน เด็กอายุหกขวบทำงานหกชั่วโมงภายในสภาวะที่น่าสลดใจ  ผลิตพรมส่งออกไปยังประเทศตะวันตก เด็กภายในประเทศที่ยากจนทั้งอัฟริกา เอเซีย และอเมริกาใต้ต้องทำงานภายในโรงงานที่มีสภาวะอย่างเดียวกัน

เมื่อ 20  ปีที่แล้วลูกค้าได้ประท้วงภายนอกร้านไนกี้ทาวน์ และเรื่อราวใหม่ได้คัดเลือกนักแสดงไนกี้เป็นผู้ร้ายท่ามกลางแรงงานเด็ก และข้อกล่าวหาไนกี้ต่อการมีโรงงานที่ทำงานเยี่ยงทาส

แอร์ จอร์แดน  คอนเวิรส และไนกี้เอสบี เป็นรองเทัาที่ดูแล้วยิ่งใหญ่มาก แต่มีประวัตที่น่ารังเกียจ แม้ว่าไนกี้ได้พยายามจะลบล้างการเชื่อมโยงของบริษัทกับการใช้ทาส  เท่าที่ผ่านมาไนกี้ไม้ได้มีความก้าวหน้้ากับการให้สัญญาของพวกเขาที่จะยุติการใช้โรงงานทีทำงานเยี่ยงทาสและแรงงานทาสกับผลิตภัณฑ์ของพวกเขา  โรงงานของไนกี้ ณ จาการ์ต้า อินโดนีเซีย  ได้ถูกเปิดเผยว่าหัวหน้าคนงานมักจะโยนรองเท้าใส่คนงาน  ตบหน้าคนงาน เตะคนงาน และเรียกพวกเขาว่าหมูและหมา  นี่จะเป็นเพียงของหลายตัวอย่าง คนงานคนหนึ่งของโรงงานไนกี้ ณ ไต้หว้น ได้เล่าว่าหัวหน้าคนงานของเธอได้ทารุณเธอและคนงานอื่น ที่ทำไม่ได้ตาม โควต้ารองเท้าหกสิบคู่ตามเวลา

เมื่อ ค.ศ 1996 วารสารไลฟ์ ได้พิมพ์เรื่องราว  Six Cents an Hour ของ ซิดนี่ย์ แชนเบิรก และแสดงภาพที่มีชื่อเสียงของเด็กอายุสิบสองปีชื่อทาริก กำลังเย็บลูกฟุตบอลไนกี้ภายในปากีสถาน  และพบว่าทาริกและเด็กคนอื่นได้รับค่าจ้าว 60 เซ็นต์เท่านั้นต่อการเย็บลูกฟุตบอลไนกี้ทั้งวัน ภาพได้สร้างความตกตะลึงแก่ประชาชนอย่างมาก

ภาพไม่เพียงแต่การใช้แรงงานเด็ก  แต่แสดงให้เห็นว่าเขาต้องทำงานภายในสภาวะการทำงานที่เลวร้ายด้วย

เมื่อรถจี้ปของเรามาถึงมาฮอทรา  หมู้บ้านแห่งหนึ่งภายในปากีสถาน ผมได้มองเห็นเด็กหลายคนกำลังเย็บชิ้นหนังหกเหลี่ยมเป็นลูกฟุตบอลไนกี้ เด็กอายุสิบสองปี ทาริก นั่งยองอยู่ข้างหน้า ออกมาจากภายในที่ชื้นเพื่อที่จะสูดอากาศ ณ ที่เท้าของเขาจะเป็นลูกฟุตบอลหลายลูกที่มีโลโกไนกี้สวูช และในไม่ช้าลูกฟุตลอลเหล่านี้จะเข้าไปสู่ร้านค้า และสนามภายในอเมริกา

ผู้นำทางของผม ได้บอกว่า ผมไม่ควรจะบอกอาชีพที่แท้จริงขอผม และให้บอกว่าผมเป็นชาวอเมริกันที่สนใจจะเปิดโรงงานภายในปากีสถาน เพื่อการผลิตลูกฟุตบอลส่งออก

แม้ว่าจะไม่ซื่อสัตย์ แต่เป็นความปลอดภัย เมื่อไม่นานมานี้นักหนังสือพิมพ์อเมริกันคนหนึ่ง ไดัถูกคุกคามและทำร้ายจากการรายงานข่างแรงงานเด็ก  หัวหน้าคนงานอายุสิบเก้าปี มีน้องชายเป็นเจ้าของโรงงานภายในหมู่บ้านแห่งนี้ ได้กล่าว่า เขาสามารถจัดหาคนงานแก่ผมได้ แต่ผมจะต้องจ่ายเงินที่เป็นหนี้สินของคนงานแต่ละคนแก่น้องชายขแงเขา  หนี้สินที่เกิดขึ้นจากการนำตัวพวกเขามาจากพ่อแม่

นายจ้างเรียกว่าค่าจ้างจ่ายล่วงหน้า แต่คนงานไม่กี่คนเท่านั้นสามารถหลุดพันจากหนี้สินได้

แรงงานเด็กจะมี่อยู่โดยทั่วไปภายในประเทศที่ยากจน

ไม่ว่าจะเป็นปากีสถาน และต่อมาอินเดีย ผมได้ถูกบอกจากนายจ้างว่าเด็กมีมือที่คล่องแคล่วและนิ้วที่ว่องไว ทำให้พวกเขามีพรสวรรค์กับงานบางอย่าง เช่น การถักพรม และการเย็บลูกฟุตบอล   ถ้าเด็กมีพรสวรรค์แล้ว  ทำไมพวกเขาได้รับค่าจ้างน้อยกว่าผู้ใหญ่  คำตอบคือ  เด็กเป็นที่ต้องการและผูกมัด และการนำมาเป็นทาสอย่างเปิดเผย เพราะว่าต้นทุนของพวกเขาไม่สูง

เมื่อผมได้เดินทางต่อไปอีก ผมได้มองเห็นสภาวะที่น่ากลัวมากกว่ามาฮอทรา   เด็กอายุหกปีซื้อมาจากพ่อแม่ 15 เหรียญ  ขายและขายต่อ ราวกับเครื่อวตกแต่ง  ประทับตรา  เฆี่ยนตี  เมื่อต้องการกลับบ้าน   เด็กอายุสิบสองปีคนหนึ่งทำอิฐ  นับตั้งแต่เขาได้ถูกขายจากพ่อที่ยากจนหกปีที่แล้ว  ฟันของเขาผุพัง   ผมทาสีแดง และขาดอาหาร  ได้กล่าวอย่างอารมณ์ไม่ดีว่า เนื่องจากผมไม่สามารถชำระหนี้ได้ ผมไม่สามารถไปที่ไหนได้  ผมเป็นนักโทษไปแล้ว

เนื่องจากการเลือกเกิดไม่ได้  เด็กส่วนใหญ่ภายในประเทศที่พัฒนาแล้วจะได้รับการคุ้มครอง  กาาเข้าโรงเรียน  และการเล่นฟุตบอลบนสนามสีเขียว

แต่ภายในโลกของความยากจน  เด็กจะถูกผูกมัดและไม่ยอมเข้าโรงเรียน และเย็บลูกฟุตบอลภายในกระท่อมที่น่าเบื่อ  ผมได้ไปเกือบทุกที่ภายในโลกที่สามเพื่อเรืองราวของบทความนี้ ผู้เชี่ยวชาญสิทธิมนุษยชน ได้ประมาณว่า เด็ก 200 ล้านคนทั่วโลกอายุต่ำกว่า 14 ปี อายุขั้นต่ำสุดกำหนดโดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ  กำลังทำงานเต็มเวลาและไม่ได้ไปโรงเรียน

ผมได้ถูกดึงดูดไปที่ปากีสถานและอินเดีย  เพราะว่าพวกเขามีคนงานทีมีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ เกือยหนึ่งในสามภายในโลก และเนื่องจากฟุตบอลเป็นกีฬาที่นิยมแพร่หลายมากที่สุดของโลกด้วย ปากีสถานผลิต  80% ของลูกฟุตบอลของโลก ไนกี้ รีบอค อาดีแดส  ดำเนินการผลิตภายในปากีสถาน ดังนั้นทำไมผมได้มาที่มาฮอทรา

ผมได้บอกกับหัวหน้าคนงานว่า ผมจะพิจารณข้อเสนอของคนงานที่ผูกมัดของเขา แต่ผมต้องลูกฟุตบอลไนกี้หนึ่งลูก เพื่อที่จะให้วิศวกรของผมทดสอย  เขาได้ขายลูกฟุตบอลแก่ผมราคา  6  เหรียญ  เท่ากับตันทุนของการผลิตลูกฟุตบอลที่มีคุณภาพภายในปากีสถาน  ภายในอเมริกาลูกฟุตบอลเหล่านี้ขายราคา 30 ถึง 50 เหรียญ  มากกว่าครึ่งหนึ่งของลูกฟุตบอลเก้าล้านลูก ได้ถูกนำเข้ามาภายในอเมริกาแต่ละปีจากปากีสถาน  ถ้อยคำว่าผลิตด้วยมือได้ถูกพิมพ์อย่างชัดเจนบนลูกฟุตบอลทุกลูก แต่ไม่ได้บอกว่ามือของใคร

” มันเป็นการปฏิบัติเก่าแก่ ”  ดอนนา กิบบ์  โฆษกของไนกี้ พูด  การยอมรับว่าบริษัทของเธอ ไม่ได้ดำเนินการเป้าหมายของการกำจัดแรงงานเด็กภายในการผลิตลูกฟุตบอล  ” และกระบวนการของการเปลี่ยนแปลงจะใช้เวลา บ่อยครั้ง กลุ่มสิทธิมนุษยชนที่มึความมุ่งหวังดี สามารถทำให้เกิดผลกระทบทางลบได้ ถ้าพวกเขาได้ทำให้บริษัทกลัวที่จะต้องหยุดการผลิต และโยนเด็กไปบนถนน ”

75 %  ของอุตสาหกรรมลูกฟุตบอลหนึ่งพันล้านลูกของโลก จะอยู่ภายในปากีสถาน ส่วนใหญจะอยู่ที่เซียลคอท  เด็กปากีสถานประมาณหนึ่งหมื่นคนกำลังเย็บลูกฟุตบอล ประมาณสิบชั่วโมงต่อวัน เด็กปากีสถานส่วนใหญ่เป็นแรงงานผูกมัดผลิตลูกฟุตบอลหนึ่งในสาม  ประมาณ 35ล้านลูก  ประมาณ 80 % ของลูกฟุตบอลที่ขายภายในอเมริกาจะผลิตภายในปากีสถาน  ทุกคนงานคนทีห้าจะเป็นเด็กอายุ 7 – 12 ปี   75 % ของลูกฟุตบอลเย็บด้วยมือ ของโลกจะผลิตภายในเซียลคอท ปากีสถาน

ซิดนี่ย์ แชนเบิรก ได้กล่าว่า  ณ สนามเด็กเล่นภายในอเมริกา การทำทุกประตูของเด็กคือคะแนน  แต่ภายในปากีสถานแล้ว เด็กที่กำลังเย็บลูกฟุตบอลเพื่อรายได้หกเซ็นต์ต่อชั่วโมง  การทำประตูคือความอยู่รอด

นี่ไม่ได้เป็นครั้งแรกที่ไนกี้ได้ถูกตรวจสอบจากประชาชน การตรวจสอบไนกี้ได้พบสถานการณ์อย่างเดียวกันภายในอินโดนีเซีย จีน และเวียตนาม ด้วย  การสร้างความโกรธ ต่อประชาชนทั่วทั้งอเมริกา ประชาชนได้ประท้วง ณ ร้านค้าไนกี้ด้วยการถือป้าย การแสดงความโกรธต่อไนกี้จากสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นการกระทำที่ขาดจริยธรรม

เมื่อ ค.ศ  1998  ไนกี้ได้ยอมรับว่าบริษัทจะต้องมีความรับผิดชอบทางสังคม ฟิล ไนท์ ยอมรับว่า ผลิตภัณฑ์ของไนกี้ได้กลายเป็นความหมายเดียวกับค่าจ้างทาส การบังคับทำงานล่วงเวลา ไปแล้ว ในไม่ช้าไนกี้ ได้ตอบสนองด้วยการสร้างจรรยาบรรณที่บังคับให้ซัพพลายเออร์ต้องทำตาม  เช่น การห้ามใช้แรงงานบังคับ คนงานต้แงมีอายุ 16 ปีขึ้นไป หรือคนงานต้องได้ค่าจ้างขั้นต่ำของประเทศอย่างน้อยที่สุด  ภายหลังจากการใช้จรรยาบรรณของบริษัท ภาพพจน์ของไนกี้ต่อสายตาประชาชนเริ่มต้นดีขึ้น

เมือ ค.ศ 1998 ฟิล ไนท์ ซีอีโอ ของไนกี้  ได้แถลงต่อประชาชนต่อการเปลี่ยนแปลงที่ได้สัญญาไว้ บริษัทได้ใช้นโยบายใหม่ และการบังคับนโยบายใหม่ เมื่อ ค.ศ  2005  ไนกี้เป็นบริษัทแรกภายในอุตสาหกรรมทีได้แสดงความโปร่งใส เมื่อบริษัทได้พิมพ์รายชื่อโรงงานที่ทำสัญญาทุกโรง ภายในปีเดียวกันไนกี้ได้พิมพ์รายงานความ

รับผิดชอบทางสังคมฉบัยแรกเกี่ยวกัยระดับอัตราค่าจ้างและสภาวะการทำงานภายในโรงงาน  และยอมรับการเกิดขึ้นของปัญหาอย่างต่อเนื่อง ในทีสุดเมื่อบริษัทได้ยอมรับข้อปัญหาของการใช้แรงงานเด็กและโรงงานที่ใช้แรงงานเยี่ยงทาส การแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส และการมุ่งไปสู่การเปลี่ยนแปลง  ปัจจุบันไนกี้ได้ถูกรวมอยู่ท่ามกลางผู้นำความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัท

เมื่อสิ้น ค.ศ 2013 รายงานได้ระบุว่าคนงานมากกว่าหนึ่งล้านคนทำงานอยู่ภายในโรงงานทีทำสัญญา  ลูกโช่คุณค่าของไนกี้ได้ใช้บุคคลรวม 2.5 ล้านคน บริษัทได้ดำเนินนโยบายการสนับสนุนคนงาน การเรียกร้องให้ซัพพลายเออร์ทำตามนโยบาย  และการตรวจสอบจากฝ่ายที่สาม

ผู้ตรวจสอบได้รายงานว่าการละเมิดของโรงงานได้ลดลงจาก  29%  ค.ศ  2012 เป็น 16%  ค.ศ  2013  การทำงานล่วงเวลามากเกินไปได้ลดลงเป็น 55 จาก 116 เมื่อ ค.ศ  2012

นอกเหนือจากการปรับปรุงสภาวะการทำงานของคนงานอย่างต่อเนื่องแล้ว ไนกี้กำลังปรับปรุงลูกโซ่อุปทานด้วย

การอนุรักษ์น้ำ  เนื่องจากผบกระทบของความขาดแคนน้ำ และการเปลี่ยนแปลงทางบรรยากาศต่อโมเดลทางธุรกิจของบริษัท  ไนกี้ใช้โรงงานมากกว่า 700 โรงทั่วโลก  โรงงานหลายโรงจะอยู่ภายในภูมิถาคภายใต้การขาดแคลนน้ำสูง เช่น  จีน อินเดีย และไทย เมื่อ ค.ศ 2008

ไนกี้ ได้กล่าวว่าบุคคลส่วนใหญ๋ไม่ได้เชื่อมโยงน้ำกับรองเท้าหรือเสิ้อผ้า  แต่เราทำด้วยการมองทุกสิ่งทุกอย่างที่ใช้น้ำ เราเข้าใจความสำคัญของน้ำต่อการสนับสนุนธุรกิจ ชีวิตมนุษย์ และระบบนิเวศ

เราได้ผูกพันลึกลงไปและได้ขยายความเข้าใจให้กว้างขึ้นต่อรอยเท้าน้ำของเรา  รอยเท้าน้ำ  : Water  Footprint หมายถึงปริมาณการใช้น้ำภายในการผลิตหรืออย่างอื่น การจัดการและการร่วมทั้งแนวทางและความก้าวหน้าของเรา นั่นคือการรวมทั้งผลกระทบน้ำการเกษตรของวัสดุที่เราได้ใช้ กระบวนการผลิตที่ใช้น้ำ เช่น การย้อมสี และการใช้น้ำภายในบริษัท

การใช้น้ำภายในการผลิตของไนกี้เป็นสัดส่วนที่น้อยของรอยเท้าน้ำโดยส่วนรวมของเรา การใช้น้ำและการสูญเสียน้ำที่ไหลออกจากการผลิตของเราน้อยมาก

ไนกี้ยอมรับว่าการบริหารลูกโซ่อุปทานต้องใช้ทรัพยากรพื้นฐานภายในการผลิตของเราน้ำตองใช้กับการปลูกฝ้าย  ผลิตวัตถุดิบอย่่างอื่น ย้อมสีสิ่งทอ ภายในโรงงานที่มีสัญญา

ไนกี้ได้ค้นหาวิถีทางที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การใช้วัสดุไปจนถึงการออกแบบ บริษัทรู้ว่าวัสดุมีผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมมากที่สุดภายในลูกโซ่อุปทานของเรา  ดังนั้นเราได้สร้างผลิตภัณฑ์ของเราจากวัสดุที่ยั่งยืน คุณค่าสูง  และคุณภาพดีแก่ไนกี้และนักกีฬา ปัจจุบัน 97% ของเราเท้ากีฬาและเสื้อผ้าของไนกี้ทำคะแนนบนการปฏิบัติงานที่ยั่งยืน ดังนั้นเราสามารถติดตามผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและการปฏิบัติของซัพพลายเออร์ได้

บริษัทที่ได้ซื้อผลผลิตจากผู้ผลิตต้นทุนต่ำต่างประเทศได้เพิ่มสูงขึ้น แต่บริษัทที้ได้ห่วงใยต่อจริยธรรมของการใช้แรงงานเด็กภายในโรงงานกำลังเพิ่มสูงขึ้นด้วย  เด็กอายุหกขวบภายในปากีสถานทำงานหกชั่วโมงต่อวัน    ผลิตพรมส่งออกไปยังประเทศตะว้นออก เด็กภายในประเทศที่ยากจนทั้งอัฟริกา เอเซีย และอเมริกาใต้ ทำงานอยู่ภายในสภาวะที่น่าสลดใจ บริษัทควรจะซื้อผลิตภัณฑ์จากประเทศเหล่านี้หรือไม่

มุมมองทางจริยธรรมของแรงงานเด็กจะแตกต่างกันมาก

โรเบิรต ไรซ์ นักเศรฐศาสตร์ และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานสมัยประธานาธิบดี บิล คลินตัน มองว่า การใช้แรงงานควรจะถูกลงโทษและผิดกฏหมาย ณ ระดับโลก แต่วารสารเดอะอีโคโนมิสท์ มองว่า เราคงจะไม่มีบุคคลใดเลยต้องการมองเห็นเด็กทำงานภายในโรงงาน แต่ประชาชนของประเทศร่ำรวยต้องยอมรับว่าเด็กของประเทศยากจนเป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัว ดังนั้นการไม่ยอมรับการจ้างงานเด็กจะทำให้ครอบครัวเด็กยุ่งยากได้ การผิดศีลธรรมอย่างหนี่ง(แรงงานเด็ก)อาจจะทำให้เกิดการผิดศีลธรรมมากขึ้น(ความยากจน) ดังนั้นเดอะอีโคโนมิสท์  ได้สนับสนุนการควบคุมสภาวะของโรงงานที่เด็กทำงานอยู่ แทนที่จะไม่ยอมจ้างแรงงานเด็ก เดวิด เอ็นเดอร์สัน ได้เขียนบทความภายในวารสารฟอร์จูนว่า ข้อวิจารณ์แรงงานเด็กต้องไม่มองข้ามว่าอะไรได้เกิดขึ้น เมื่อแรงงานเด็กค่าจ้างต่ำต้องสูญเสียงาน พวกเขาจะเลวลงอีก เราต้องไม่ทำให้บุคคลบางคนดีขึ้น ด้วยการเอาทางเลือกดี่ทีสุดของทางเลือกที่เลวออกไป โรงงานที่จ้างแรงงานเด็กราคาถูกอาจจะเป็นเส้นทางจากความยากจนไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น

นักวิจัยได้คาดคะเนว่าเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี มากกว่า 300,000 คน ทำงานภายในโรงงานผลิตเสื้อผ้าที่ส่งออกไปยังตลาดอเมริกัน  เด็กเหล่านี้ต้องทำงานมากกว่า 60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์  และได้รับค่าจ้างต่ำกว่า 2.80 เหรียญต่อวัน  ค่าจ้างขั้นต่ำของกัวเตมาลา ผู้ค้าปลีกอเมริกันหลายรายไม่ได้ตรวจสอบซัพพลายเออร์ต่างประเทศของพวกเขา ถ้าผู้ค้าปลีกอเมริกันจริงใจต่อการต่อต้านแรงงานเด็ก พวกเขาไม่สามารถละเลยข้อเท็จจริงได้ว่าพวกเขากำลังซื้อเสื้อผ้าที่ผลิตโดยแรงงานเด็ก และต้องพยายามตรวจสอบและยกเลิกสัญญาซัพพลายเออร์ที่ใช้แรงงานเด็ก

บริษัทหลายบริษัทยืนยันต่อการไม่ใช้แรงงานเด็ก

แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ ได้กล่าว่าทุกครั้งที่บริษัทได้พบการใช้แรงงานเด็กภายในการผลิต บริษัทได้ส่งเด็กกลับบ้านอย่างปลอดภัย การจ่ายค่าจ้างเด็กอยู่ต่อไป หรือแม้แต่การให้ทุนการศึกษาแก่เด็ก และเสนอการจ้างงาน  เมื่อเด็กบรรลุนิติภาวะแล้ว ซัมซุง อีเล็คโทรนิคส์ ได้กล่าวว่า ถ้าบริษัทพบว่าซัพพลายเออร์รายไหนใช้แรงงานเด็ก บริษัทยกเลิกสัญญาทันที

แอมเนสตี้ อินเตอร์แนชั่นแนล ได้พบว่าซัพพลายเออร์ที่เชื่อมโยงกับบริษัทเทคโนโลยี เช่น แอปเปิ้ล ซัมซุง และไมโครซอฟท์ หรือแม้แต่ผู้ผลิตรถยนต์ เช่น โฟลคสวาเก้น เดมเลอร์ เบนซ์ รายงานได้เปิดเผยว่าคองโกได้ใ้ช้แรงงานเด็กภายในเหมืองแร่โคบอลท์  แร่โคบอลท์ได้ถูกใช้กับการผลิตแบตเตอร์รี่ แต่บริษัทเหล่านี้ได้กล่าว่าพวกเขาไม่สามารถหรือเป็นไปไม่ได้ที่จะตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้ใช้แร่โคบอลท์จากคองโกหรือไม่

อุตาสาหกรรมเครื่องแต่งกายคือผู้กระทำผิดที่สำคัญรายหนึ่ง

ความลับของวิคตอเรีย ซีเครท  คือแรงงานเด็กใช่ไหม ความลับที่แท้จริงของวิคตอเรีบคือ  แรงงานเด็ก ณ   บูร์กินา ฟาโซ  การค้าที่ยุติธรรมอาจจะไม่ยุติธรรมตามที่เราคิด ที่จริงแล้วสิ่งที่กำลังเป็นการค้าเสรีจะเป็นการค้าทาสมากกว่า  วิคตอเรีย ซีเครท ได้ติดอยู่กับข้อตกลงที่จะซื้อฝ้ายการค้าที่เป็นธรรมและออร์แกนิค

สิ่งที่เลวร้ายคืออะไร ครั้งหนึ่งวิคตอเรีย ซีเครท ได้วางตลาดเสื้อผ้าผลิตจากฝ้ายบูร์กินา ฟาโซและติดฉลากผลิตภัณฑ์ว่า   ” ดีต่อผู้หญิง  ดีต่อเด็กที่พึ่งพาพวกเขา ”  และได้ระบุว่าเป็นฝ้ายน้ำฝน ปลอดยาฆ่าแมลง ผลลัพธ์จากข้อตกลง  2007  โดยบริษัทจะซื้อฝ้ายการค้าที่เป็นธรรมและออร์แกนิค เพื่อที่จะสนับสนุนวัตถุดิบที่ยั่งยืน และเป็นประโยชน์ต่แชาวไร่หญิง  ชาวอัฟริกัน ราคาพรีเมี่ยมของฝ้ายการค้าที่เป็นธรรมแและออร์แกนิค ได้สร้างสิ่งจูงใจที่สดใสแก่ชาวไร่ภายในบูร์กินา ฟาโซ – ประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่มีชีวิตอยู่ด้วยเงินเพียง 2 เหรียญต่อวัน – จากการขูดรีดแรงงานเด็ก

เมื่อวิคตอเรีย ซีเครท ได้เริ่มต้นการตลาดชุดชั้นในผลิตจากฝ้ายการค้าที่เป็นธรรมและออร์แกนิค ผู้บริหารของบริษัท มองว่าพวกเขากำลังช่วยเหลือชาวไร่หญิงภายในบูร์กินา ฟาโซ  ขแงประเทศอัฟริกันตะวันตก แต่ภายใต้การตรวจสอบสอบลึกลงไป บลูมเบิรก นิวส์  ได้พบว่า การค้าที่เป็นธรรม หมายความว่าเด็กถูกนำออกมาจากโรงเรียน และถูกบังคับให้ใช้แรงงานนานชั่วโมงภายในไร่ฝ้ายของประเทศ

แคม  ซิมป์สัน จากบลูมเบิรก นิวส์  ผู้เขียนเรื่องราวของคลาริส แคมบิเร่ แรงงานเด็ก อายุ 13 ปี ได้ถูกถามว่า  เราค่อนข้างจะห่วงใยผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเธอเอง จากการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสภาวะที่เธอได้ทำงานอยู่  เขาได้ติดตามอะไรได้เกิดขึ้นกับเธอนับแต่นั้นมาหรือไม่  แคม ซิมป์สัน ได้ตอบว่า  เท่าที่ผ่านมาไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับคลาริสซี่  ข่าวดีการเก็บเกี่ยวฝ้ายได้สิ้นสุดลงแล้ว  ดั้งนั้นงานที่ลำบากของเธอได้จบลงด้วย และเรามีบุคคลภายในชุมชนกำลังดูแลเธอเป็นประจำ เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าเธอจะไม่เป็นอะไร  แต่เราได้ถามว่า เธอต้แงกลับไปที้ไร่ฝ้ายอีก  เขาได้ตอบว่า ฤดูกาลจะเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่งภายในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน  ไม่ว่าเธอจะกลับไปที่ไร่ฝ่ายหรือไม่ ผมขอให้เป็นคำถามปลายเปิด เราไม่ชัดเจนว่าวิคตอเรีย ซีเครท  รู้แค่ไหนว่ากฏหมาย

แรงงานได้ถูกละเมิด  ผู้บริหารของลิมิเต็ด แบรนด์ อิงค์บริษัทแม่ของวิคตอเรีย ซีเครท ยืนยันว่าจำนวนฝ้ายที่ซื้อจากบูร์กินา ฟาโซ  จะน้อยมาก บริษัทกล่าวว่าพวกเขาจะกระทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยอำนาจที่มีอยู่จัดการกับข้อกล่าวหาแรงงานเด็ก มาตรฐานของเราได้ระบุการห้ามแรงงานเด็กอยู่แล้ว

สำนักข่าวบลูมเบิรก นิวส์ ได้รายงานข่าวว่า วิคตอเรีย ซีเคร็ท ได้ใช้แรงงานเด็ก ณ บูร์กินา ฟาโซ อัฟริกันตะวันตก เก็บเกี่ยวฝ้าย มาจากไร่ที่มีป้ายฉลากว่า :   ออร์แกนิคและการค้าที่เป็นธรรม  เพื่อการผลิตชุดขั้นในหรูหราของวิคตอเรีย ซีเคร็ท  เรื่อวราวที่กระชากใจของเด็กหญิงอายุ 13 ปี ชื่อคลาริส แคมบีเร่ เด็กอุปถัมภ์ ทำงานเก็บเกี่ยวฝ้าย ด้วยมือเปล่าและเท้าเปล่า ไร่ฝ้ายแห่งนี้ได้อยู่ภายใต้โครงการการค้าที่เป็นธรรมของบูรกินา ฟาโซ ได้เล่าสภาพการทำงานที่เหนื่อยยาก เธอต้องอดทนขุดดินมากกว่า 500 แถวปลูกฝ้ายด้วยกล้ามเนื้อและจอบ ไม่มีวัวและคันไถพรวนดินที่เจ้าของไร่ไม่สามารถรับภาระได้ ถ้าเธอต้องทำงานช้าลงและเก็บฝ้ายได้น้อยภายใต้ความร้อน 100 องศา เธอจะถูกหวดด้วยกิ่งไม้ที่หลัง และเหยียดหยามด้วยคำพูดจากเจ้าของไร่ว่าเธอจะไม่ได้รับค่าจ้าง และได้กินอาหารวันละมื้อเท่านั้น  สองวันก่อนเริ่มต้นการเก็บเกี่ยวฝ้ายครั้งที่สอง เธอได้เล่าแก่บรูมเบิรก นิวส์ ว่า  หนูเริ่มต้นคิดว่าเจ้าของไร่จะร้องตะโกนและตีหนูอีกครั้งอย่างไร แม้ว่าแรงงานเด็กบังคับเป็นเรื่องธรรมดาของชาวไร่อัฟริกัน บลูมเบิรก นิวส์ ได้กล่าวว่า เด็กผู้หญิงทำงานภายในไร่ฝ้ายที่รับรองว่าเป็นออร์แกนิคและการค้าที่เป็นธรรม ไร่ฝ้ายนี้ควรจะปลอดจากการปฏิบัติเช่นนั้น “อย่าดื้อรั้น” พรีเมี่ยมร่ำรวยที่ได้จ่ายเพื่อฝ้ายออร์แกนิคและการค้าที่เป็นธรรมได้สร้างสิ่งจูงใจที่สดใสเพื่อการเห็นแก่ได้ โครงการได้ดึงดูดชาวไร่ยังชีพที่ได้กล่าวว่า พวกเขาไม่มีทรัพยากรเพียงพอที่จะปลูกฝ้ายการค้าที่เป็นธรรมโดยปราศจาก

การละเมิดหลักการได้ : การบังคับเด็กของบุคคลอื่นเข้ามาภายในไร่ฝ้ายของพวกเขา

การเก็บเกี่ยวฝ้ายโดยคลาริส แคมบิเร่ และแรงงานเด็กคนอื่นได้ถูกส่งไปยังโรงงานที่อินเดียและศรีลังกา จากที่นี่เส้นใยฝ้ายได้ถูกใช้ตัดเป็นชุดชั้นในขายที่วิคตอตอเรีย ซีเคร็ท ชุดชั้นในที่มีป้ายว่า ผลิตจาก 20% เส้นใยออร์แกนิคจากบูร์กินา ฟาโซ คลาริส แคมบิเร่ และเด็กคนอื่น ต้องแบกตะกร้าทำด้วยหวายบนหัวใส่ฝ้ายเก็บด้วยมือจนเต็ม วิคตอเรีย ซีเคร็ท เป็นผู้ค้าปลีกชุดชั้นในรายใหญ่ที่สุดของโลก ก่อตั้งโดยรอย เรย์มอนด์ เมื่อ ค.ศ 1977 วิคตอเรีย ซีเคร็ท มีร้านค้ามากกว่า 1,000 แห่งภายในอเมริกา และภายในยุโรป คานาดา และลาตินอเมริกา ด้วย ตราสินค้าวิคตอเรีย ซีเคร็ท เป็นที่นิยมแพร่หลายท่ามกลางผู้หญิงทุกวัย

บูมเบิรก นิวส์ ได้รายงานว่าเราไม่ได้มีเครื่องชี้เลยว่าวิคตอเรีย ซีเคร็ท ได้ตระหนักถึงข้อกล่าวหาแรงงานเด็ก   รวมทั้งลิมิเต็ด แบรนด์ บริษัทแม่ของวิคตอเรีย ซีเคร็ท   และแฟร์เทรด อินเตอร์แนชั่นแนล บริษัทที่รับผิดชอบการรับรองการค้าที่เป็นธรรมแก่เบูร์กินา ฟาโซ แม้แต่การอ่านรายงานเรื่องนี้ ดูราวกับว่าพวกเขาไม่ยอมรับรู้ปัญหา

ผู้บริหารระดับสูงจากลิมิเต็ด แบรนด์  บริษัทแม่ของวิคตอเรีย ซีเคร็ท ได้กล่าวว่า บริษัทจะพิจารณาเรื่องราวนี้อย่างจริงจังที่สุด  เรื่องราวดังกล่าวนี้เป็นพฤติกรรมที่ขัดแย้งกับค่านิยมของบริษัท  กฏหมายแรงงาน และมาตรฐานการจัดหา

แคม ซิมป์สัน นักข่าวบลูมเบิรก นิวส์ ได้กล่าวว่าคลาริส แคมบิเร่ ไม่ได้เป็นเหยื่อรายเดียวเท่านั้นของการทารุณเช่นนี้ เขาได้ใช้เวลาหกสัปดาห์ภายในพื้นที่ และได้พบเด็กอีกหกคนภายในพื้นที่ที่มีประสบการณ์คล้ายกับคลาริส แคมบิเร่

เด็กอุปถัมภ์คือทรัพย์สินเท่านั้นของชาวไร่ฝ้าย 57%  จาก 89%  ที่ได้เอาเปรียบมากกว่าทาสวัยหนุ่มสาวเสียอีก  บูร์กินา ฟาโซ ประเทศยากจนของอัฟริกันตะวันตก ได้กลายเป็นมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ไม่ใช่เป็นการพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่เป็นปรากฏการณ์ทางแรงงานเด็กที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องเฉพาะถิ่น แม้ว่าชุดชั้นในแฟชั่นชั้นสูงของวิทตอเรีย ซีเคร็ท จบลงที่ร้านค้าภายใต้โครงการการค้าที่เป็นธรรม บลูมเบิรก นิวส์ ได้เสนอแนะว่าการจัดหาฝ้ายยังห่างไกลจากความเป็นธรรมและความยั่งยืน ฝ้ายส่วนใหญ่จากบูร์กินา ฟาโซ ประมาณ 600 เมตริกตัน ต่อปีได้ถูกส่งไปยังวิคตอเรีย ซีเคร็ท

วิคตอเรีย ซีเครท ไม่ใช่รายเดียวเท่านั้นที่ใช้แรงงานเด็ก เมื่อหลายปีที่แล้ว แก้ป  บริษัทเสื้อผ้ายักษ์ใหญ่ ได้ยอมรับว่าพวกเขาได้ใช้แรงงานเด็กอย่างไม่รู้ตัวภายในอินเดีย

ผู้ค้ามนุษย์ได้ส่งแรงงานเด็กไปยังเดลฮี ทำงานหนักไม่มีรายได้   ภายในสภาวะที่สกปรกและคับแคบ  กินอาหารที่แมลงวันตอม และหลับนอนบนหลังคา

รอยเท้าทาส ได้ระบุว่าจีนเป็นประเทศที่มีการใช้ทาสมากที่สุดภายในโลก เด็กภายในจีนได้ถูกลักพาตัว บังคับให้ทำงานภายใต้สภาวะที่เลวร้าย และไม่ได้รับรายได้ พวกเขาต้องทำงานนานชั่วโมง และอาศัยอยู่ภายในโรงงานที่ใ้ช้แรงงานเยี่ยงทาส

ภายในอาร์เจนตินา ตำรวจได้จับผู้ชายห้าคนลักพาตัวคนงาน 95 คน  เด็กรวมอยู่ด้วย 11 คน อยู่ภายใต้สภาวะคล้ายทาสภายในฟาร์มบลูเบอรรี่ คนงานถูกข่มขู่ด้วยยามมีอาวุธ

พวกเขาอยู่ภายในกระท่อมที่แออัดยัดเยียด คนงานจากโบลีเวีย ปรากวัย และเปรู จะเป็นแรงงานบังคับ ศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด  การเป็นทาส จะเป็นปัญหาไปทั่วโลก การค้ามนุษย์ทั่วโลก สูงถึง 27 ล้านคน เกิดขึ้นแต่ละปี  และพวกเขาไม่สามารถหนีออกไปได้

ผู้ชายทุกคนที่นั่งอ้าปากค้างเมื่อบรรดานางแบบ  “นางฟ้า” ของวิคตอเรีย ซีเคร็ท เดินอวดยกทรงและกางเกงในสีสรรสวยงามภายในงานแฟชั่นโชว์  หารู้ไม่ว่า เด็กภายในอัฟริกาต้องจ่ายราคา

 

Cr :  รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com