แนวรบต้านตะวันออกกลาง : เหตุการณ์กำลังจะเปลี่ยนแปลง
คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
ทหารประชาธิปไตย
แนวรบต้านตะวันออกกลาง :
เหตุการณ์กำลังจะเปลี่ยนแปลง
มีเหตุการณ์หลายอย่างที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง และในที่สุดจะเกิดผลกระทบจนอาจเกิดสนามรบที่ใหญ่โตขึ้นในหลายภูมิภาค รวมทั้งในย่านเอเชียอาคเนย์
เริ่มจากการที่รัสเซียประกาศว่าได้ทำการโจมตีและสังหารหัวหน้าใหญ่ของไอเอส หรือกลุ่มดาอีซตักฟิรีพวกหัวรุนแรงสุดโต่ง นั่นคือการโจมตีที่สามารถสังหารอัล บัคดาดี ซึ่งเป็นฉายาของเขา แม้ว่ายังจะไม่มีการยืนยันจากแหล่งข่าวอื่นๆ แต่การโจมตีครั้งนี้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อศูนย์บัญชาการของไอเอสจนทำให้ขบวนการนี้แตกกระจายออกไปเป็นกลุ่มย่อยๆอีกหลายกลุ่ม และอ่อนแอลง ทีนี้ก็ลองมารู้จักนายอัล บัคดาดีว่าเขาเป็นใคร จากแหล่งข่าวที่ติดตามเรื่องนี้มาอย่างใกล้ชิดรายงานว่า ชื่อจริงของเขาคือนายไซมอน อีเลียต ที่มาฝังตัวอยู่ในอิรัคเป็นเวลานานมาแล้ว และพื้นเดิมคือชาวอิสราเอลซึ่งมาแปลงโฉมเป็นอาหรับ ตลอดจนศึกษาและเข้าใจศาสนาอิสลาม และแนวคิดสุดโต่งของพวกตักฟีรีเป็นอย่างดี ขบวนการไอเอสจึงได้รับการสนับสนุนอย่างดีทั้งจากอิสราเอลและสหรัฐฯ ข้อสังเกตที่ยืนยันได้คือขบวนการนี้ไม่เคยโจมตีอิสราเอลแม้สักครั้งเดียว ในทางตรงข้ามกลับได้รับการสนับสนุน การฝึก การส่งกำลังบำรุงและอาวุธ ล่าสุดเมื่อกองกำลังไอเอสแตกกระจายจากดีแอ-อิสซอร์ ฮามา ฮอม และรักกาของซีเรีย และรัฐาลของซีเรีย ทำการไล่โจมตีติดตามสหรัฐฯกลับใช้เครื่องบินรบ F/A-18E HORNET โจมตีเครื่องบิน SU-22 ของรัฐบาลอันถูกกฎหมายของซีเรียตกลงในเขตดินแดนของซีเรีย เขตชายแดนเมืองรักกา เพื่อช่วยไอเอส แต่อ้างว่าเครื่องบินของซีเรียมีท่าทีจะคุกคามทหารสหรัฐฯ ซึ่งก็เข้าไปในดินแดนของซีเรียโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
นี่ก็เป็นอีกครั้งที่พิสูจน์ได้ชัดเจนว่าสหรัฐฯนั้นเป็นผู้สนับสนุนไอเอสและปกป้องไอเอส ในขณะที่มักอ้างเสมอมาว่าปราบปรามไอเอส แต่เวลาไปโจมตีส่วนใหญ่จะกลายเป็นไปโจมตีทหารรัฐบาลหรือแม้แต่พลเรือนซีเรีย อนึ่งสหรัฐฯยังย้ายฐานจรวด HIMARS จากจอร์แดนเข้าไปยังตอนใต้ของซีเรีย และทำการโจมตีกองทหารซีเรีย และกองกำลังที่สนับสนุนรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือกลุ่มไอเอส นี่ยังไม่นับพลซุ่มยิงที่คอยจัดการกับกองกำลังฝ่ายรัฐบาลซีเรีย
นอกจากนี้หน่วยข่าวกรองทั้งของสหรัฐฯและอิสราเอลยังร่วมมือกันคอยให้ข่าวในการเคลื่อนไหวของฝ่ายรัฐบาล และช่วยแนะนำแผนการหลบหลีกต่างๆ ซึ่งเมื่อหลายเดือนมานี้กองทหารซีเรียเคยโจมตีและบุกจับชาวต่างชาติจำนวนหนึ่ง รวมทั้งหทารอิสราเอลที่คอยให้ความช่วยเหลือด้านการข่าวและการวางแผน แต่สื่อตะวันตกก็ไม่เคยลงเป็นข่าวใหญ่
อย่างไรก็ตามเมื่อหัวหน้าใหญ่เสียชีวิตขบวนการไอเอสก็จะต้องมีการปรับขบวนกันใหม่ จำนวนหนึ่งก็ได้รับการสนับสนุนให้เคลื่อนย้ายมายังเอเชียคาคเนีย์ โดยเฉพาะภาคใต้ฟิลิปปินส์ อันมีพื้นที่ต่อเนื่องกับรัฐซาบาของมาเลเซีย และหมู่เกาะทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินโดนีเซียแถบทะเลซูลู และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้ายึดครองเมืองมาราวี และรัฐบาลฟิลิปปินส์ต้องปราบปรามอย่างรุนแรง แต่ก็ยังมีกองกำลังอีกไม่น้อยที่แฝงตัวอยู่ในภูมิประเทศบางส่วนก็กลายเป็นโจรสลัด ซึ่งเหมือนโซมาเลียอย่างไรอย่างนั้นเลย
อีกเหตุการณ์ที่สำคัญในขณะนี้คือการเปลี่ยนแปลงมกุฎราชกุมารของซาอุดิอารเบีย ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกว่าผิดจารีตประเพณีในการสืบสันตติวงศ์ของซาอุเพราะโดยปกติจากเริ่มต้นปฐมกษัตริย์คืออับดุลอาซีสบินซาอุดนั้น การสืบราชสมบัติจะส่งต่อให้น้องที่อาวุโสสูงสุด และวนไปจนตอนนี้มาถึงคนสุดท้ายคือกษัตริย์ซัลมาน ซึ่งมกุฎราชกุมารต้องเป็นรุ่นหลานอาวุโส แต่กษัตริย์ได้ปลดมาแล้ว 2 คน เพื่อปูทางให้ลูกชายมูฮัมมัดบินซัลมาน ที่เป็นประเด็นก็คือเจ้าพระองค์นี้มีความคิดรุนแรง ฝักใฝ่สหรัฐฯ และเอนเอียงในทางการเปิดสัมพันธ์กับอิสราเอล จะเห็นได้ว่าเมื่อมีการแต่งตั้งเจ้าชายเป็นมกุฎราชกุมาร ก็มีเครื่องบินเจทของอิสราเอลมาลงจอดที่ริยาดเมืองหลวงซาอุถึง 15 เครื่อง โดยอ้างว่าเพื่อมาช่วยป้องกันการก่อรัฐประหารจากฝ่ายที่ไม่พอใจ
และที่น่าสนใจคือเจ้าชายมูฮัมมัดบินซัลมานให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กองกำลังรัสเซียในซีเรีย แต่จะบดขยี้ให้แหลกเป็นผุยผงภายใน 3 วัน อย่างนี้ถ้าเจ้าชายไม่สวมหัวใจสิงห์หรือกินดีหมีหัวใจเสือ ก็คงได้รับสัญญาณหนุนทั้งจากสหรัฐฯที่พยายามท้าทายรัสเซียมาตลอดในยุทธภูมินี้ นอกเหนือไปจากนี้ก็คืออิสราเอลที่จะมาเป็นพันธมิตรใหม่ของซาอุ
ทั้งนี้เพราะได้มีพัฒนาการในการสร้างพันธมิตรโดยการที่อิยิปต์ได้ทำการขายเกาะไทรานและซานาเฟอร์ในทะเลแดงให้ซาอุ ซึ่ง 2 เกาะนี้เป็นประตูสำคัญที่อิสราเองใช้ในการลำเลียงสินค้าออกสู่โลกภายนอกอีกทางหนึ่ง อิสราเอลก็ผ่อนปรนกองกำลังในไซนายให้อิยิปต์ไปจัดการกับฮามาสในกาซา นอกจากนี้ก็ให้จอร์แดนจัดการกับปาเลสไตน์ในเวสต์แบงค์ จึงเห็นได้ว่าพันธมิตรซาอุ อิสราเอล อียิปต์ จอร์แดน และกลุ่มประเทศอ่าง กำลังรวมตัวกันอย่างกระชับแน่นโดยมีสหรัฐฯหนุนหลัง และพันธมิตรนี้ด้านหนึ่งก็ช่วยให้อิสราเอลบดขยี้ปาเลสไตน์ภายใต้เงื่อนไขที่ตนเองกำหนด ในขณะเดียวกันก้หนุนซาอุและกลุ่มประเทศในอ่าวร่วมมือกันเปิดศึกกับอิหร่าน
ประเด็นนี้มีสองเรื่องที่ต้องพิจารณา ประการแรกในกลุ่มประเทศอาหรับนี้มีคูเวตที่ไม่ค่อยเต็มใจ เพราะเข็ดสงครามกับอิรักและกลายเป็นหนี้สหรัฐฯจนบักโกรกในขณะนี้ ส่วนการ์ต้าที่ร่ำรวยมหาศาลก็ไม่อยากจะต้องมาทุ่มเงินกับสงครามบ้าๆนี้ เพราะเห็นว่าจะเป็นเครื่องมือให้ตะวันตก และตัวเองก็จะแหลกราญเนื่องจากอยู่ติดกับอิหร่าน นี่จึงเป็นเหตุให้ซาอุโกรธเกรี้ยวและสั่งบริวารให้ปิดล้อมการ์ต้า ส่วนคู่หูสำคัญของเจ้าชายมูฮัมมัด บินซัลมานก็คือ น้องชายของเจ้าผู้ครองสหรัฐฯอาหรับอิมิเรต ที่มีอำนาจเด็ดขาดในขณะนี้ เพราะเจ้าผู้ครองป่วยหนักคนนี้มีเงินและบ้าอำนาจแถมถูกคอกับเจ้าชายรัชทายาทของซาอุอีกด้วย
ประการที่สองคือสถานการณ์ภายในของซาอุ แม้ดูภายนอกจะเห็นว่ามีความมั่นคงในการกระชับอำนาจ แต่ภายในเกิดรอยร้ายลึกทั้งในราชวงศ์ และยังมีคลื่นใต้ดินที่ไม่พอใจพฤติกรรมของราชวงศ์ที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และไม่ประพฤติปฏิบัติเคร่งครัดตามศาสนา แม้แต่กลุ่มสำนักคิดวะห์บี ที่เคยสนับสนุนราชวงศ์มาตั้งแต่ปฐมกษัตริย์ แต่มาถึงทุกวันนี้ ก็เริ่มเอือมระอาต่อพฤติกรรมของราชวงศ์ และอีกกลุ่มสำนักคิดคือกลุ่มภราดรภาพที่มีอิทธิพลต่อความคิดทางการเมืองต่อคนรุ่นใหม่ที่มีการศึกษาสูงขึ้น ยิ่งซาอุไปปิดล้อมการ์ต้าซึ่งเป็นที่พักพิงแกนนำต่างๆของกลุ่มภราดรภาพที่หนีมาจากอิยิปต์ ทางกลุ่มที่มีฐานบางส่วนกระจายอยู่ในซาอุก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวไม่พอใจรัฐบาล แม้จะเป็นการเคลื่อนไหวใต้ดินเพราะเกรงว่ารัฐบาลจะปราบปรามรุนแรงก็ตาม เท่านี้ยังไม่พอกลุ่มชีอะห์ที่นิยมอิหร่านในซาอุและถูกรัฐบาลข่มเหงรังแกก็จะพลอยกลายเป็นเชื้อไฟได้อีกทางหนึ่ง
ดังนั้นแนวรบด้านตะวันออกกลางนี้มีโอกาสจะประทุรุนแรงขึ้นมาได้อีก แม้ยังบอกไม่ได้ว่าจะขยายตัวเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 แต่การขยายตัวของสงคราม ตลอดจนการเกื้อหนุนการก่อการร้ายของสหรัฐฯที่ใช้กองกำลังต่างๆเป็นเครื่องมือในการล้มล้างรัฐบาลซีเรีย โดยเฉพาะไอเอสที่มีฐานปฏิบัติการใหญ่อยู่แถวเมืองรักกา กับอีกส่วนหนึ่งที่มีฐานปฏิบัติการที่เมืองโมซุลของอิรัก ซึ่งกองกำลังเหล่านี้ประกอบไปด้วยชนหลายเชื้อชาติ เมื่อไอเอสถูกทำลายก็ย่อมจะกระจายกลับแหล่งเดิมและกลายเป็นเชื้อประทุ ที่นายทุนใหญ่จะใช้เป็นการจุดชนวนสงครามขึ้นอีกหลายที่ อย่างเช่นในภูมิภาคเอเชีย-อาคเนย์ ซึ่งแน่นอนประเทศไทยก็ต้องเฝ้าระวังอย่างมาก แต่ขอบเขตของการก่อการร้ายที่แพร่กระจายออกไปนั้นมันเหมือนเชื้อโรคระบาดไม่ใช่เฉพาะในภูมิภาคใด ภูมิภาคหนึ่ง ยุโรป ทั้งตะวันตกและตะวันออก สหรัฐฯ หรือดินแดนที่เคยอยู่ในสหภาพโซเวียตอย่างยูเครนก็ไม่ปลอดภัย
ซึ่งพูดโดยรวมก็คือโลกจะไม่มีวันปลอดภัยเลยตราบใดที่ยังมีมหาอำนาจและบางประเทศยังคงสนับสนุนการก่อการร้ายกันอยู่ แถมยังใช้สื่อกระแสหลักในการโฆษณาชวนเชื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง และใส่ร้ายป้ายสีชาติอื่นๆ เพื่อสร้างความชอบธรรมในการก่อสงคราม
Facebook Comments Box








