INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เมื่ออัครราชทูตสหรัฐฯลงไปเยือนประธานกรรมการอิสลามจังหวัดปัตตานี : มันบอกอะไรบ้าง

 

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
ทหารประชาธิปไตย
www.INEWHORIZON.NET
เมื่ออัครราชทูตสหรัฐฯลงไปเยือนประธานกรรมการอิสลามจังหวัดปัตตานี : มันบอกอะไรบ้าง

มันคงเป็นไปได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้เลยที่อยู่ๆคนระดับอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย จะนึกคลึ้มอกคลึ้มใจ มีมิตรไมตรีถึงขนาดยกคณะไปเยี่ยมเยียนท่านประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี และรองจุฬาราชมนตรี เพราะท่านอัครราชทูตเป็นเบอร์ 2 ในสถานทูตรองจากท่านเอกอัครราชทูต และท่านประธานจังหวัดปัตตานีก็ถือว่าเป็นประธานกรรมการอิสลามในจังหวัดสำคัญ คือเป็นพื้นที่ๆมีมัสยิดมากที่สุด และเป็นศูนย์กลางที่เกิดความขัดแย้งกับรัฐไทยตั้งแต่อดีตกาลมาจนถึงปัจจุบัน
และแม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยว่าได้พูดคุยอะไรกันนอกจากท่านอัครราชทูตจะแสดงความยินดีต่อการรับตำแหน่งประธานจังหวัดของท่านดร.แวดือราแม มะจิงจิ ซึ่งท่านก็เป็นมาสมัยที่ 2 แล้ว เรื่องนี้จึงไม่น่ามีประเด็นสำคัญอะไร ส่วนการพูดคุยก็คงเป็นลักษณะการทูตมากกว่า แต่นัยสำคัญอยู่ที่ว่าท่านจะถ่อสังขารลงไปทำไม หากไม่มีเรื่องที่เกี่ยวพันกับผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐฯ ซึ่งเรื่องนี้ก็ว่าท่านไม่ได้เพราะชาติใดก็ต้องรักษาผลประโยชน์ของชาติตนเอง ถ้าไม่ทำก็ต้องว่าเป็นคนขายชาติ แล้วผลประโยชน์อะไรที่สหรัฐฯสนใจจนต้องส่งท่าน Peter M.Haymondลงไปแสดงบทบาทการทูตกับท่านประธานจังหวัดปัตตานี
ดังนั้นจึงต้องใช้แนวทางการวิเคราะห์จากก้าวดินของสหรัฐฯในเอเชีย เริ่มจากการถอยร่นของสหรัฐฯในภูมิภาคนี้ โดยประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศถอนตัวจากข้อตกลง TPP ที่ต้องการสร้างพันธมิตรทางเศรษฐกิจกับประเทศรอบมหาสมุทรแปซิฟิคเพื่อต้องการปิดล้อมจีน แต่ทรัมป์มองว่าได้ไม่คุ้มเสียจึงประกาศยกเลิกข้อตกลงไปเสีย
ในขณะที่สหรัฐฯถอยร่นจากเอเชีย จีนก็แผ่ขยายอิทธิพลเข้ามาในภูมิภาคนี้ และยังรวมไปถึงการแผ่อิทธิพลในมหาสมุทรอินเดีย เริ่มจากการเข้ายึดครองหมู่เกาะสแปรตลี่สร้างเกาะเทียบ สร้างสนามบิน และเครือข่ายการสื่อสาร แต่ที่สำคัญคือการประกาศยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหม ทั้งทางบกและทางทะเล โดยเข้ามาสร้างสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะกับฟิลิปปินส์ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทหารที่สำคัญของสหรัฐฯ เพราะสหรัฐฯมีทั้งฐานทัพเรือที่อ่าวซูบิกและฐานทัพอากาศที่สนามบินคลาร์ค นอกจากนี้จีนยังกระชับความสัมพันธ์กับลาวและกัมพูชา และพยายามสร้างสัมพันธ์ทางพรรคคอมมิวนิสต์กับเวียดนาม ที่ดูจะเอนเอียงไปจับมือกับสหรัฐฯ
นอกจากด้านแปซิฟิคแล้วในมหาสมุทรอินเดียจีนยังสร้างทางหลวงซินเกียงมาปากีสถาน ด้วยเส้นทางคาราโครัมและสร้างท่าเรือน้ำลึกพร้อมสิ่งอำนายความสะดวกสำหรับการตั้งฐานทัพเรือของจีน ยังไม่พอจีนยังมุ่งไปศรีลังกาและสร้างท่าเรือน้ำลึกที่นั่น อนึ่งจีนยังพยายามรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับเมียนมาร์ที่โรยราไประยะหนึ่ง ด้วยการหนุนเมียนมาร์ต่อกรณีปฏิบัติการต่อโรฮิงยา และข้ามไปผูกมิตรกับบังคลาเทศ โดยแสดงท่าทีเป็นตัวไกล่เกลี่ยเพื่อคลี่คลายปัญหา
เมื่อสหรัฐฯเริ่มจะไหวตัวต่อท่าทีของจีน และยังต้องเผชิญกับการท้าทายจากเกาหลีเหนือที่มีอาวุธนิวเคลียร์ และมีจีนหนุนหลังสหรัฐฯก็ต้องเริ่มขับเคลื่อนดำเนินการเพื่อหาทางเจาะแนวเส้นทางสายใหม่ของจีน โดยเริ่มกดดันเกาหลีเหนือในการแซงชั่น ทั้งๆที่เกาหลีเหนือกำลังจะกระชับความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ และเปิดท่าทีจะคุยกับสหรัฐฯ แต่สหรัฐฯก็ยืนยันว่าจะคุยด้วยต่อเมื่อเกาหลีเหนือเลิกมีอาวุธนิวเคลียร์ เรื่องนี้จีนก็ไม่ค่อยพอใจนัก แต่สหรัฐฯต้องการตีให้ความสัมพันธ์เกาหลีเหนือ-ใต้ สะบั้นลงเพราะต้องใช้เกาหลีกับญี่ปุ่นเป็นตัวเผชิญหน้ากับจีน
ในฟิลิปปินส์แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่การเข้ายึดเมืองมาราวีของกลุ่มไอเอส ในหมู่เกาะมินดาเนา ก็ทำให้คิดได้ว่าอาจเป็นหมากที่สหรัฐฯใช้กดดัน ดูเตอร์เต้ เพราะแหล่งข่าวต่างประเทศหลายแห่ง ตลอดจนพฤติกรรมของสหรัฐฯในซีเรียและอิรักที่คอยปกป้องไอเอสแถมส่งอาวุธ และฝึกหัดการรบให้ ทำให้เชื่อได้ว่ามีความสัมพันธ์ต่อกัน
ครั้นมาดูประเทศไทยจากท่าทีหลายๆอย่างที่รัฐบาลนี้และบุคคลสำคัญหลายท่านมีความสนิทสนมกับรัฐบาลจีน และยังมีการสั่งซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ จัดสร้างโรงซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์จนกระทั่งมีการซื้อเรือดำน้ำ และทำสัญญาสร้างรถไฟความเร็วสูง กทม.-โคราช ก็ทำให้มองได้ว่าไทยเอนเอียงไปข้างจีน ยิ่งการไปปรากฏตัวของอดีตนายกฯทักษิณ ที่ปักกิ่ง ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าจีนเป็นตัวเล่นหลักในบริบทการเมืองของไทย
ดังนั้นเมื่อมองกลับมาสู่ภาคใต้ของไทย แม้ว่าสหรัฐฯจะคอยติดตามข่าวคราวความขัดแย้งของรัฐไทยใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทั้งทางตรงและทางลับมาโดยตลอดก็ตาม แต่สหรัฐฯก็ไม่เคยเปิดตัวขนาดให้อัครราชทูตไปพบกับประธานคณะกรรมการจังหวัดปัตตานีอย่างคราวนี้เลย นับเป็นครั้งแรกและสร้างความประหลาดใจให้กับผู้ที่สนใจติดตามสถานการณ์ 3 จชต.มาโดยตลอด ว่ามันมีความหมายในการเคลื่อนไหวนี้อย่างไรบ้าง
ถ้าพิจารณาในแง่ผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐฯก็ต้องบอกว่า ก่อนอื่นสหรัฐฯคงสนใจแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ IMT-GT เพราะอยู่ใกล้ปัตตานี และท่านอัครราชทูตท่านก็เป็นนักเศรษฐศาสตร์ ก็คงสนใจเรื่องการเชื่อมโยงทางการค้า หากไทยจะขุดคลองกระเพราะมันเชื่อมโยง 2 มหาสมุทรคือแปซิฟิคและอินเดีย หากสหรัฐฯได้เข้ามามีบทบาทในพื้นที่นี้ก็จะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะสกัดการขยายอิทธิพลของจีนบนเส้นทางสายไหม
สิงคโปร์ก็ไม่สู้มีความสนใจในการเป็นศูนย์กลางการเดินเรือเท่าไร แล้วเพราะต้นทุนสูง จึงผันตัวเองมาเป็นศูนย์กลางทางการเงินและการลงทุนแทน เมื่อสิงคโปร์ไม่สนใจเรื่องการเดินเรือเท่าไรนัก และสิงคโปร์ยังเป็นพันธมิตรอันใกล้ชิดกับสหรัฐฯและออสเตรเลีย โยงไปถึงท่าเรือน้ำลึกที่ทวายของเมียนมาร์ที่ญี่ปุ่นเป็นผู้ลงทุน ก็ทำให้สหรัฐฯสามารถสร้างแนวต้านทานการรุกของจีนทั้งในมหาสมุทรแปซิฟิค และมหาสมุทรอินเดีย โดยมีอินโดนีเซียเป็นกำแพงแบคอัฟ ที่น่าวิตกสำหรับไทยก็คือขณะนี้มีข่าวการเคลื่อนตัวของไอเอส เข้ามาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ทางใต้ของฟิลิปปินส์ ซาบา ของมาเลเซีย กระทั่งภาคใต้ของไทย ที่มีแหล่งข่าวจากมาเลียเซียและสิงคโปร์ทำการเผยแพร่ และแนวทางไอเอสก็อาจขยายไปถึงรัฐยะไข่ของเมียนมาร์อีกด้วย
แม้ว่าการขยับตัวเข้ามาในภาคใต้ของไทยจะยังไม่มีการยืนยันก็ตาม แต่การไปปรากฏตัวของอัคราชทูตสหรัฐฯในจังหวัดปัตตานี ซึ่งร้อยวันพันปีไม่เคยปรากฏ แถมมีระเบิดเกือบทุกวันด้วยย่อมเป็นนัยที่ต้องจับตามอง โดยเฉฑาะในช่วงที่มาราปัตตานีกับตัวแทนประเทศไทยกำลังจะตกลงกันเรื่องเขตปลอดภัย(SAFE ZONE)กันอยู่
เรื่องพรรค์นี้ดูมันจะคล้ายกับเหตุการณ์ที่ซีเรียกำลังจะทำเขตลดความรุนแรงกับฝ่ายกบฏ ฉับพลันสหรัฐฯก็ประกาศเคลื่อนกำลังและสนับสนุนกองกำลังเคิร์ดถึง 30,000 คนเข้าไปในภาคเหนือของซีเรีย จนตุรกีต้องเคลื่อนกำลังเข้าโจมตีเพราะถือว่าเป็นภัยคุกคามตน แต่คนที่รับเคราะห์คือประชาชนซีเรีย หรือกรณีเกาหลีเหนือ-ใต้กำลังคืบหน้าในการสร้างสัมพันธ์ สหรัฐฯก็ประกาศแซงชั่นขั้นสูงสุดกับเกาหลีเหนือ
เรื่องนี้สำหรับประเทศไทยก็ต้องติดตามโดยใกล้ชิดในขณะที่การเมืองภายในโดยเฉพาะในส่วนกลางกำลังวุ่นๆอยู่ เพราะความน่าเชื่อถือของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลไทยลดลงไปทุกที

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *