INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

บารมีด้านมืดของแกรี่ วินนิค

Dark Finance Conspiracy Collage

บารมีด้านมืดของแกรี่ วินนิค

ภายในตำราต้นแบบของเธอ “The Art and Science of Leadership”
นาฮาวานดี ได้สร้างบนแนวคืดรากฐานของงบารมีของแมกซ์ เวเบอร์
วิเคราะห์ด้านมืดของบารมี การเชื่อมโยงทฤษฎีสังคมวิทยาสมัยเดิมกับ
จิตวิทยาองค์การสมัยใหม่ การย้อนรอยรากสมัยปัจจุบันของความเป็น
ผู้นำเชิงบารมี กลับไปโดยตรงสู่นักสังคมวิทยาชาวเยอรมัน แมกซ์ เว
เบอร์
นาฮาวานดี กล่าวว่า การศึกษาด้านมืดของบารมีครอบคลุมหลายยุคและการแสดงออก โดยประวัติศาสตร์ เเมกซ์ เวเบอร์ นักสังคมวิทยาชาวเยอรมัน ได้สร้างถ้อยคำสังคมวิทยาสมัยใหม่ “บารมี” – จากกรีกโบราณ ของขวัญศักดิ์สิทธิ์จากพระเจ้า – ระบุบารมีเป็น คุณสมบัติที่ผิดธรรมดา เกือบจะเหนือธรรมชาติ ช่วยเหลือผู้นำบันดาลใจชุมชนระหว่างวิกฤติ
นาฮาวานดี ได้แกะประวัติศาสตร์การแยกประเภทเป็นสามส่วนอำนาจหน้าที่ของแมกซ์ เวเบอร์ ย้อนรอยต้นกำเนิดของบารมี วิเคราะห์ตามมา
ความไม่มั่นคงทางโครงสร้างของมัน และวิวัฒนาการอันตรายไปสู่ด้าน
มืดของบารมี
แมกซ์ เวเบอร์ ได้เขียนบทความเรื่อง “The Three Types of
Ligitimate Rule” เขาได้เสนอแนะทฤษอำนาจหน้าที่ด้วยการแบ่งอำนาจหน้าที่เป็นสามประเภท
*อำนาจหน้าที่ทางประเพณี อยู่บนรากฐานของขนบธรรมเนียมหรือประเพณีของการสืบทอด
*อำนาจหน้าที่ทางกฏหมาย อยู่บนรากฐานของกฏและข้อบังคับที่เป็นทางการที่ใช้กับบุคคลทุกคน เราเชื่อฟังผู้นำเนื่องจากตำแหน่งของพวกเขาภายในองค์การ
*อำนาจหน้าที่ทางบารมี เกิดขึ้นจากคุณลักษณะส่วนบุคคลที่พิเศษ – บารมี บุคคลยอมรับการนำเนื่องจากบารมีของเขา ไม่ใช่ประเพณีหรือ
กฏหมายอะไรได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญ
ตามมุมมองของแมกซ์เวเบอร์แล้ว อำนาจหน้าที่สมัยเดิมจะค่อยถูกลอบทำลายแต่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างสำคัญจะไม่เกิดขึ้น จนกว่าเราจะมีผู้นำทางบารมีปรากฏขึ้น รากฐานอำนาจหน้าที่ภายในสังคมและองค์การเปลี่ยนแปลงจากประเพณีไปสู่บารมี และผู้นำทางบารมีจะกลายเป็นผู้นำทางการเปลี่ยนแปลง พระเยซู ผู้นำทางศาสนา เป็นผู้นำทางการเปลี่ยนแปลงต้นแบบ
การสร้างบนรากฐานประวัติศาสตรวางโดยแมกซ์ เวเบอร์ นาฮาวานดี ได้ระบุอย่างชัดเจนล้กษณะสองอย่างของบารมี มักจะอธิบายเป็นดาบ
สองคม ถูกแบ่งไปสู่บารมีเชิงสังคม และบารมีเชิงส่วนบุคคล แนวคิดนี้จะ
เเยกความเเตกต่างผู้นำเชิงบารมีใช้อำนาจ อิทธิพล และความสัมพันธ์กับ
ผู้ตามอย่างไร เขาได้อ้างอิงการวิจัยรากฐานสร้างโดยนักวิจัยเหมิอนเจน โฮเวลล์ และเจย์ คอนเกอร์ แยกความแตกต่างระหว่างผู้นำเชิงบารมีสองประเภท
*บารมีเชิงสังคม – ด้านบวก – ผู้นำเหล่านี้มุ่งเน้นที่สิ่งที่ดีร่วมกัน ให้อำนาจผู้ตามของพวกเขา เคารพประชาธิปไตย กระตุ้นการสื่อสาร
ที่เปิดกว้าง สร้างองค์การ และทำงานไปสู่เป้าหมายจริยธรรมร่วม
* บารมีเชิงส่วนบุคคล – ด้านมืด – ผู้นำเหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ส่วนตัว และความต้องการอำนาจส่วนบุคคลสูง พวกเขาใช้บารมีในทางที่ผิดต้องการการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ส่งเสริมความจงรักภักดีส่วนบุคคลต่อตัวพวกเขาเองไม่ใช่สถาบัน

239334 1 239525239526 239527 478656

นาฮาวานดี ได้อ้างอิง แกรี่ วินนิค ของโกเบิล ครอสซิ่ง เป็นตัวอย่างหลักของด้านมืดของความเป็นผู้นำเชิงบารมี แสดงบารมีเห็นแก่ตัวส่วนบุคคล
สามารถสร้างผลกระทบทางลบต่อองค์การอย่างไรวินนิคจะใช้ทักษะการ
สื่อสารที่มีพลัง ความเชื่อมั่นตัวเองสูง และการเป็นพนักขายที่มีพลัง และอิทธิพลบารมีของเขาสร้างโกลเบิล ครอสซิ่งไปสู่ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมหลายพันล้านเหรียญเขาได้ชักจูงนักลงทุนและบุคคลถึงภาพสะท้อนของอนาคตที่บรรลุความสำเร็จสูง วินนิค ใช้บารมีชักจูงของเขาระดมเงินทุน 20 พันล้านเหรียญระหว่างยุคดอท- คอม และสร้างเครือข่ายสายใยแก้วนำแสงของโลก ขับเคลื่อนมูลค่าของบริษัทเป็นมากกว่า 50 พันล้านเหรียญ
เเต่กระนั้นเมื่ออุปสงค์ลดลงอย่างรุนเเรงมากบริษัทพังทลายภายใต้หนี้สินมากมาย และยื่นล้มละลายเมื่อ ค.ศ 2002 นาฮาวานดีได้ใช้การกระทำของวินนิคระหว่างยุค ดอท-คอม แสดงบารมีของผู้นำสามารถใช้ในทางที่ผิดเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวด้วยความสูญเสียขององค์การและผู้ตามของมันอย่างไร นาฮอาวานดี ได้เเสดงพฤติกรรมเฉพาะหลาอย่างแสดงวินนิคเป็นตัวอย่างความเป็นผู้นำเชิงบารมีส่านบุคคลที่ไม่เชื่อมโยงอย่างรุนเเรงระหว่างชีวิตส่วนบุคคล และความตายใกล้เข้ามาของบริษัท การให้ความสำคัญผลประโยชน์ส่วนตัวเหนือผู้ตาม ในขณะที่โกเบิลครอสซิ่งกำลังมุ่งหน้าไปสู่การล้มละลายที่หายนะ
ในขณะที่ตลาดโทรคมนาคม เริ่มต้นพังทลาย เนื่องจากกำลังผลิตมากเกินไปและการขาดลูกค้าที่จ่ายเงิน โกลเบิล ครอสซิ่ง ได้สะสมหนี้สินถึง 12.4 พันล้านเหรียญ ในขณะที่บริษัทกำลังเคลื่อนไหวไปสู่การล้มละลาย วินนิค ได้เปลี่ยนเป็นเงินสดประมาณ 730 ล้านเหรียญของหุ้นสามัญของเขาเอง ด้วยเหตุนี้เขาได้ขยายความมั่งคั่งส่วนบุคคลของเขา ทำให้คคลหลายพันคนของเขาถูกปลดออกจากงาน สูญเสียเงินบำนาญ และการทำมาหากินของพวกเขา
วินนิค ใช้อิทธิพลของเขาบังคับวัฒนธรรมของความฟุ่มเฟือยบริษัทเต็มที่ ต้องการให้บริษัทรักษาวิถีชีวิตที่สูงเกินไป นี่ได้รวมถึงฝูงของเครื่องบินบริษัทห้าลำ – โบอิ้ง 737 – และให้ของขวัญผู้บริหารระดับสูงสูงคนหนึ่งรถโรลลส์ รอยซ์ ทุกอย่างจะใช้เงินทุนของบริษัทการไม่เชื่อมโยงจากความเป็นจริงขององค์การ ในขณะที่ขับเคลื่อนบริษัทไปสู่การล้มละลาย วินนิค
มุ่งเน้นที่ความยิ่งใหญ่ส่วนบุคคล รวมไปถึงการปรับปรุงแมนชั่นเบล แอร์ที่ใหญ่โตของเขามูลค่าในขณะนั้น 92 ล้านเหรียญ
แกรี วินนิค ได้เริ่มต้นอาชีพของเขาภายในบริการการเงินเป็นพนักงานขายพันธบัตร ณ เดรเซล บรุนแฮม แลมเบิรต ทำงานใกล้ชิดอยู่ภายใต้
ไมเคิล มิลเคน ผู้บุกเบิก พันธบัตรขยะผลตอบแทนสูง สภาพเเวดล้อมนี้ได้สร้างวินนิคไปสู่พนักงานขายที่โดดเด่นชักจูงสูงและเเข็งขัน เมื่อ ค.ศ 1997 ทั้งที่ขาดประวัติทางโทรคมนาคมสมัยเดิม วินนิค ได้ก่อตั้งโกลเบิล ครอสซิ่ง ด้วยเป้าหมายที่กล้าหาญของการใช้เงินทุนเอกชนวางเครือข่าย
สายเคเบิลใยแก้วใต้ทะเล ได้อำนาจโดยการเป็นพนักงานขายที่ไม่น่าเชื่อและการเจริญเติบโตของดอท-คอมที่รุนแรง
บริษัทได้ระดมเงินทุนอย่างรวดเร็ว 20 พันล้านเหรียญ ภายในเพียงแค่สองปีมูลค่าตลาดของโกลเบิล ครอสซิ่ง ได้พุ่งขึ้นเป็นเกือบ 50 พันล้านเหรียญ ทำให้วินนิคเป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดภายในลอส แอนเจลิสในเวลาที่สั้นด้วยโชคชะตากระดาษมากกว่า 6 พันล้านเหรียญ ความยิ่งใหญ่ของเขาเป็นตำนาน แม้แต่การให้ของขวัญหุ้นแก่หญิงดูเเลบ้านของเขาทำให้เธอเป็นเศรษฐีในเวลาสั้น

ด้วยตัวอย่างเหล่านี้ นาฮาวานดี ได้แสดงว่าผู้ตามสามารถกลายเป็นตา
บอดด้วยเสน่ห์ วิสัยทัศน์ และความเชื่อมั่นของผู้นำ ที่พวกเขาได้ล้มเหลวที่จะมองเห็นการยักย้ายถ่ายเท การขาดความรับผิดชอบ การใช้อำนาจในทางที่ผิด นาฮาวานดีได้เปรียบเทียบผู้นำเชิงบารมีทางสังคม – ใช้เสน่ห์ของพวกเขายกระดับองค์การและให้อำนาจผู้ตาม – กับผู้นำเชิงบารมีส่วนบุคคล – ใช้อำนาจของพวกเขาเพื่อการขยายตัวเอง – แกรี วินนิคจะถูกใช้เป็นตัวอย่างผู้นำเชิงบารมีส่วนบุคคล อุ้มผลประโยชน์ของตัวเองนำไปสู่อันตรายสุดขั้ว ทำลายความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้เสียและองค์การตัวมันเองในที่สุด
นาฮาวานดีใช้กรณีของวินนิค แสดงด้านมืดของบารมี ที่ผสมผสานกับความหยิ่งยะโส ความไม่จริงใจ และความพลิกแพลงอย่างไร ผู้นำปฏิบัติต่อองค์การเป็นพาหนะเพื่อความมั่งคั่งส่วนบุคคลและการทำให้มีผล ทิ้งให้ชุมชนและผู้มีส่วนได้เสีย รับการพังทลายของมันในที่สุด ภายในการศึกษาพฤติกรรมองค์การ มรดกของแกรี วินนิค ไดัถูกระบุโดยการเตือนว่าบารมีไม่สามารถทดแทน “ความยื่งยืนของการดำเนินงาน” ในขณะที่
บุคลิกภาพแม่เหล็กของเขา ทำให้เขาสร้างอาณาจักรหลายพันเหรียญจากความว่างเปล่า
การขาดจุดมุ่งเน้นของเขาบนความเป็นจริงของตลาดพื้น นำองค์การของเขาตกต่ำสุดขีด สร้างประวัติศาสตร์ของเขาเป็นการเตือนรากฐานเพื่อผู้นำบริษัทในอนาคต นาฮาวานดี ชี้ไปยังประวัติของวินนิคที่จะเเสดงคำนิยามสมัยเดิมของผู้นำเชิงบารมี บุคคลบางคะครอบครองความเชื่อมั่นอย่างมาก ภาพในอนาคตของวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ การบันดาลใจความไว้วางใจ การรับความเสี่ยงภัยจากผู้มีส่วนได้เสีย วินนิค ไม่ได้ขายเคเบิ้ลโทรคมนาคม เขาจะขายความฝันที่กล้าหาญของการเชื่อมโยงโลกด้วย
ความรวดเร็วของแสง เขาใช้บารมีของเขาที่จะโน้มน้าวใจตลาดทุนโลก ยักษ์ใหญ่ทางการเมืองเหมือนบิลล์ คลินตัน
ผู้นำเชิงบารมี มักจะกลายเป็นเหยื่อความสำเร็จของพวกเขาเอง เมื่อวิสัยทัศน์ของพวกเขาได้เเยกตัวพวกเขาเอง จากความเป็นจริงของการดำเนินงาน นาฺาวานดี ได้ใช้ความล้มเหลวตามมาของโกลเบิล ครอสซิ่งแสดง “ด้านมืด” นี้ ผู้นำเชิงบารมีด้านมืดมักจะสร้างสภาพแวดล้อมตรงที่ความคิดวิสัยทัศน์เริ่มแรกของพวกเขาไม่สามารถจะถูกสงสัย สร้างห้องสะท้อนเสียงขององค์การ วินนิคต้นกำเนิดจะเป็นพนักงานขายพันธบัตรขยะ ขาดประวัติทางเทคนิคภายในโทรคมนาคม นำมาสู่ยุคเฟื่องฟูของ
ดอท-คอม เขาได้หว่านเงินทุนอย่างมากมายลงไปสู่เคเบิลสายใยแก้วใต้ทะเล แม้ว่าตัวชี้ทางตลาดแสดงว่าอุปทานจะมากกว่าอุปสงค์ ขับเคลื่อนบริษัทไปสู่พื้น ผ่านทางความเชื่อมั่นมากเกินไปที่เด็ดเดี่ยว

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *