INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ศักดิ์ศิลป์ ถึงเวลาแล้ว ก็ต้องจากไป

Golden Farewell Beneath the Tree

ศักดิ์ศิลป์ ถึงเวลาแล้ว ก็ต้องจากไป

สมัยที่ยังเป็น ฝ่ายพืชน้ำมัน สังกัดกองส่งเสริมพืชพันธุ์ นานมาแล้ว พวกเราทำงานกันอย่างคร่ำเคร่ง ตั้งใจ และร่วมแรงร่วมใจกัน ศักดิ์ศิลป์ โชติสกุล เป็นนักวิชาการคนหนึ่งในพืชน้ำมัน ทีม มี ๓ คน ดูแลการส่งเสริมปาล์มน้ำมัน

ครั้งหนึ่งที่เราพยายามส่งเสริมให้มีการปลูกถั่วเหลือง เป็นพืชหลังนา หรือพืชปลายฤดูหลังจากปลูกข้าวโพด ได้มีการประชาสัมพันธ์กันอย่างแพร่หลาย ได้รับความสนใจจากเกษตรกรหลายพื้นที่ ที่ไม่เคยปลูก และคิดว่าปลูกไม่ได้ แต่มาลองปลูกจริง ก็ปลูกได้ เสียดายที่ เอกชนนำเข้ากากถั่วเหลืองมาเป็นอาหารสัตว์ได้ราคาถูกกว่าเพราะผู้ปลูกถั่วเหลืองเป็นเกษตรกรในประเทศที่พัฒนาแล้ว ปลูกในพื้นที่กว้าง และใช้เครื่องจักรทุ่นแรง ทำให้ต้นทุนการผลิตถูกและขายได้ราคาต่ำ

เมล็ดถั่วเหลือง มีส่วนประกอบของน้ำมัน ประมาณ ๑๘-๒๐ เปอร์เซ็นต์ นอกนั้น เป็นกาก ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีน ที่สำคัญไปผสมในอาหารสัตว์ โดยเฉพาะการเลี้ยงไก่ และสุกร ในประเทศเรานี้มีโรงงานสกัดน้ำมันพืชอยู่หลายแห่ง ที่สกัดน้ำมันถั่วเหลืองไปจำหน่าย เพื่อใช้ในการบริโภค และนำกากที่ผลิตได้ไปจำหน่ายให้โรงงานอาหารสัตว์ เป็นแหล่งโปรตีนดังได้กล่าวแล้ว

ที่เกี่ยวข้องกับถั่วเหลืองมากๆคือปาล์มน้ำมัน ที่ผลิตน้ำมันบริโภค เหมือนกับถั่วเหลือง แต่คุณสมบัติของน้ำมันต่างกัน เช่น ถั่วเหลืองมีกรดไขมันเชิงซ้อนคือ Linoleic acid เป็น soft oil ไม่เหมาะสำหรับทอดนานๆ เช่นกล้วยแขก จะเกิดเหม็นหืนได้ง่าย แต่ปาล์มน้ำมัน เป็นน้ำมันพืชเชิงเดี่ยว คือ Oleic acid ใช้ทอดของร้อนๆ ได้ดีกว่าน้ำมันถั่วเหลือง และน้ำมันเมล็ดในปาล์มใช้ในอุตสาหกรรม เช่นทำสบู่ คุณลักษณะคล้ายน้ำมันมะพร้าว สำหรับน้ำมันปาล์มที่ได้รับความสนใจในปัจจุบัน สามารถนำไปใช้เป็นไบโอดีเซล โดยนำผ่านกระบวนการทรานส์เอสเตอร์ฟิเคชั่น (Transesterification) ด้วยการเติมสารตระกูลแอลกอฮอล์เช่น Methanol และสารเร่งปฏิกริยา จะได้ Biodiesel กับ Glycerol ก็แยกเอา Glycerol ออก เป็น Biodiesel บริสุทธิ์ ( คัดจาก Google )

การทำงานส่งเสริมปาล์มน้ำมัน โดยทีมงานที่มีศักดิ์ศิลป์เป็นสมาชิกอยู่ด้วย ได้มีหลายกิจกรรม ตั้งแต่ข้อมูลที่แตกต่างกันระหว่างน้ำมันถั่วเหลืองกับปาล์มน้ำมัน สำหรับปาล์มน้ำมัน มีลักษณะพิเศษ ที่ทยอยออกดอกทุกเดือน เพราะฉะนั้น ควรปลูกปาล์มในพื้นที่ภาคใต้ที่ฝนตกนาน ถึง ๙ เดือนต่อปี เพื่อให้ปาล์มได้รับความชื้นเพียงพอเลี้ยงดอกและให้ผลผลิตที่สมบูรณ์ การปลูกปาล์มรุ่นหนึ่ง จะใช้เวลาประมาณ ๒๕ ปี ต่อจากนั้น ผลผลิตจะลดลง เมื่อถึงเวลาจึงต้องโค่นต้นปาล์มปลูกต้นใหม่ทดแทน

พวกเรามีการส่งเสริมปาล์มน้ำมันในภาคใต้ โดยเฉพาะตอนไต้ฝุ่น Gay เมื่อปี ๒๕๓๒ ไต้ฝุ่นพัดเข้ามารุนแรงมาก โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ อำเภอปะทิว และอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ซึ่งหลังจากนั้น ทางราชการได้ช่วยเหลือโดยแจกกล้าพันธุ์ปาล์มน้ำมันให้เกษตรกรปลูกในพื้นที่ๆเสียหาย ซึ่งในขณะนั้น ใช้กล้าพันธุ์ลูกผสม Tenera ซึ่งมาจากต้นพ่อ Pisifera และต้นแม่ Dura ซึ่งนำเข้าเมล็ดพันธุ์จากต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย และ Costa Rica โดยภาคเอกชนเป็นผู้สั่งเข้ามา ในสมัยนั้น ปาล์มน้ำมันยังไม่มีศัตรูที่รุนแรงเข้าทำลาย แต่ชาวสวนมีการใช้แมลงที่ช่วยผสมเกสรปาล์มน้ำมัน เช่น ชันโรง หรือด้วงงวง ( African oil palm weevil) ซึ่งปาล์มน้ำมันเป็นพืชผสมข้ามต้น ที่ถึงแม้ช่อดอกตัวผู้และตัวเมียจะอยู่ในต้นเดียวกัน และเหมือนกับพืชชนิดอื่นๆ คือผลปาล์ม ก็คือรังไข่ช่อดอกตัวเมีย เมื่อได้รับการผลมแล้ว ก็เจริญเติบโตเป็นผลต่อไป

ข้อจำกัดในการปลูกปาล์ม คือโรงงานสกัดน้ำมันดิบ(Crude oil) ต้องอยู่ใกล้ๆ เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ก็รีบนำส่งโรงงาน ไม่ควรเกิน ๒๔ ชั่วโมง ถ้าช้าเกินไป เปอร์เซ็นต์น้ำมันจะลดลง เกิดกรดไขมันอิสระ ( Free fatty acid) จะเพิ่มสูงขึ้น ด้วยเหตุนี้ สวนปาล์มน้ำมันจะต้องมีโรงงานรองรับ หรือชาวสวน มีโรงงานสกัดน้ำมันดิบเอง เมื่อได้น้ำมันดิบแล้ว ก็ส่งโรงกลั่น Refinery ต่อไป ในปัจจุบัน ได้ยินว่ามีการปลูกปาล์มในภาคต่างๆนอกจากภาคใต้ ซึ่งสามารถจะทำได้ แต่ควรมีการให้น้ำ หรือทำระบบให้น้ำในสวนปาล์มน้ำมัน และให้มีโรงงานน้ำมันดิบอยู่ใกล้เคียง รองรับผลผลิตปาล์ม

ยังมี ข้อมูล และกิจกรรมเกี่ยวกับปาล์มอีกมาก รวมทั้ง ได้ไปดูงานที่มาเลเซีย และในขณะที่สั่งซื้อพันธุ์ปาล์มจาก Costa Rica ก็ได้ไปดูแปลงขยายพันธุ์ที่นั่น เพื่อให้แน่ใจว่าเมล็ดพันธุ์ที่นำเข้าได้มาตรฐานอย่างแท้จริง ศักดิ์ศิลป์ และทีมงาน เป็นตัวจักรสำคัญ และผู้รู้เกี่ยวกับเรื่องปาล์มน้ำมัน รวมทั้งเป็นที่รู้จัก ระหว่างชาวสวนปาล์ม สมาคมน้ำมันปาล์ม ฯลฯ ได้ทราบว่า เมื่อเกษียณอายุแล้ว ยังได้ไปเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับปาล์มน้ำมันต่อไปอีก ขณะนี้ ศักดิ์ศิลป์ได้จากไปแล้ว คงทิ้งผลงานที่ทำไว้ให้ผู้อยู่ข้างหลังประสานต่อ ในฐานะที่ผมเป็นหัวหน้าฝ่ายพืชน้ำมันในช่วงนั้น มีความอาลัยและคิดถึง จึงเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา

บู๊ คนเคยหนุ่ม
เชียงใหม่ ๑๖ ตค. ๖๙

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *