เมียนมาในอนาคต

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
เมียนมาในอนาคต
สถานการณ์เมียนมาล่าสุด รัฐบาลทหารที่กรุง”เนปิดอว์”ยั งหนักใจอยู่มากครับ กับการรบรุกของกองกำลังพันธมิ ตรสามฝ่ายที่เรียกว่า”พันธมิ ตรภราดรภาพ” ที่มีกองกำลังMNDAA คือกองทัพพันธมิตรประชาธิ ปไตยแห่งชาติเมียนมา ชื่อเดิมคือ พรรคประชาธิปไตยโกก้างเป็นแกนนำ

“มิน อ่อง ไลง์”ผู้นำรัฐบาลทหารถึงกั บออกปากในที่ประชุมครม.ว่า พันธมิตรภราดรภาพ”กลุ่มชาติพั นธุ์ติดอาวุธหรือที่เรียกอย่ างเป็นทางการว่า Ethnic armed organisations (EAOs) คือตัวการสร้างความทุกข์ยากให้ แก่ชาวบ้านในเขตสู้รบอย่างแท้ จริง หาใช่กองทัพของฝ่ายรัฐบาลไม่
ถ้อยแถลงของ”มิน อ่อง ไลง์”มีขึ้น ขณะที่มีรายงานข่าวว่า กลุ่ม MNDAA สามารถยึดฐานรัฐบาลได้อีกแห่ งหนึ่งที่เมือง”เล่าก์ก่าย” ในเขตปกครองพิเศษในภาคเหนื อของรัฐฉาน
พร้อมกันนั้น ทางภาคใต้ที่รัฐพะโค กองกำลังปลดแอกแห่งชาติกะเหรี่ ยงหรือ KNLA ผนวกกับกองกำลังปกป้ องประชาชนหรือ PDF ก็เข้ายึดที่ตั้งทหารรัฐบาลได้ หลายแห่งที่”เจาะจี้”เมืองกระต๊ อบเอาไว้ได้
ขออธิบายเพิ่มเติมว่า กองกำลังปกป้องประชาชนหรือ People’s Defense Armed Forces( PDF)คือ ปีกติดอาวุธของรัฐบาลสามัคคีแห่ งชาติ ตัวแทนชาวเมียนมาทุกหมู่เหล่าซึ่ งนิยมประชาธิปไตยที่รวมตัวกันตั้ งขึ้นมาเมื่อ ๕ พค.๖๔ หลังระบอบประชาธิปไตย ถูกทหารโค่นล้มเมื่อ ๑ กพ.๖๔
ที่น่าสังเกตคือที่”พะโค” กองกำลังรัฐบาลรวมทั้ งนายทหารระดับผู้บังคั บการยอมจำนน ยกธงขาวให้จับ หลังจากสู้รบกันดุเดือดทั้ งสองฝ่ายเสียชีวิตไปมาก แต่โฆษกรัฐบาลทหารแถลงแก้ว่า สามารถตีโต้กลับยึดคืนมาได้
ที่รัฐยะไข่ ทหารเมียนมาระดมยิงพื้นที่ซึ่ งคาดว่าเป็นที่ตั้งของของกำลัง Arakan Army(หนึ่งในสามของ”พันธมิ ตรภราดรภาพ)คือกลุ่มติดอาวุ ธยะไข่หลายแห่ง หลังจากปิดกั้นล้อมรัฐนี้ไว้เป็ นเดือนแล้ว ทำให้ที่นั่นขาดแคลนอย่างหนั กและผู้คนกำลังจะอดตาย
ทั้งนี้ หลังจากที่มีข่าวก่อนหน้า เมื่อปลายเดือนตุลาคมระบุว่ากลุ่ ม“พันธมิตรภราดรภาพ”ยึดฐานที่มั่ นรัฐบาลทหารไว้ได้หมดในรัฐฉานตั้ งแต่ในเขตปกครองพิเศษ”เล่าก์ก่ าย”,เมือง”เซไน”,“คุตไค”,”คะเยื อกเม”และ”ลาเฉียว” ฯลฯ เป็นต้น
สรุปแล้วช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่ านมา ฝ่ายรัฐบาลยังไม่สามารถตีตื้ นได้ ในทางทหารและทำท่าจะย่ำแย่มากขึ้ นไปอีกเพราะเกิดศึกเพิ่มขึ้ นหลายด้าน ยากจะรับมือ
มีคำถามว่า ในสภาพสงครามกลางเมืองเช่นนี้ อนาคตของเมียนมาน่าจะเป็นอย่ างไร
ตอบว่า ยังไม่สามารถทำนายทายทักชัดๆ ได้ตราบที่ยังไม่มีการหยุดยิง

การหยุดยิงจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อ
๑ ฝ่ายหนึ่งฝ่ายที่อ่อนแอกว่า พ่ายแพ้อย่างเด็ดขาด
๒ ทั้งสองฝ่ายต่างเกิดอ่อนแรงเต็ มที ไม่สามารถสู้รบเอาชนะกันได้ และเปิดเจรจาตกลงกันสงบศึก เพื่อกำหนดระบอบและรู ปแบบการปกครองขึ้นมาใหม่ ซึ่งยังประโยชน์สุขแก่ทุกๆ ฝ่าย
หากมีการเจรจาจริง ก็คงจะต้องตกลงกันใหม่ใน”รู ปแบบ”ว่าจะเอาอย่างไร เช่น:-
๑. รัฐเดี่ยว หมายถึง รัฐที่มีรัฐบาลกลางเพียงรัฐเดี ยวใช้อำนาจอธิปไตยปกครองทั้งดิ นแดน โดยรัฐนั้นอาจจะระดมอำนาจให้ท้ องถิ่นใช้บริหารกิจการของท้องถิ่ นตามที่รัฐเห็นสมควร ตัวอย่างของรัฐเดี่ยว เช่น อังกฤษ ไทย สิงค์โปร์ เป็นต้น จะประหยัดงบประมาณในการบริหาร มักเป็นรัฐที่มีขนาดเล็ กและประชาชนส่วนใหญ่มีวั ฒนธรรมเดียวกัน ซึ่งสำหรับเมียนมาเนไปไม่ได้
๒. รัฐรวม หมายถึงรัฐที่มีรัฐบาลสองระดั บคือ รัฐบาลกลางหรือรัฐบาลท้องถิ่น โดย
๒.๑ รัฐบาลกลางที่มีเมืองหลวงทำหน้ าที่สำคัญสามด้านคือ ป้องกันประเทศ การเงินการคลังและการต่างประเทศ
๒.๒ รัฐบาลท้องถิ่นที่ทำหน้าที่บริ หารภายในรัฐของตนเช่ นออกกฎหมายใช้ภายในรัฐ จัดการศึกษา ความสงบและจัดการสาธารณสุข ประเทศที่มีลักษณะเป็นรัฐรวม โดยมากจะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ หรือมีประชากรที่มีความแตกต่ างเชื้อ ชาติและวัฒนธรรมเป็นการรวมตั วของรัฐในรูปแบบสหพันธรัฐตั้ งแต่สองรัฐขึ้นไป มีรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันได้แก่ สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย ออสเตรเลีย ฯลฯ ซึ่งมีความเป็นไปได้และเคยทำมา แต่ล้มเหลวเพราะกลุ่มทหารกลัวสู ญเสียอำนาจ
๓.แยกกันออกจากกันเป็นหลายรัฐที่ เรียกว่า Balkanization คือแบ่งเป็นรัฐเล็กรัฐน้อย รัฐไหนอยากจะรวมตัวกับรัฐอื่ นเป็นรัฐเดียวกัน ก็ให้จับขั้วกันไปเป็นหนึ่งเดี ยว
ส่วนระบอบการปกครองจะเอาอย่ างไหน จะเป็นประชาธิปไตยอย่างไรหรื อจะไม่เป็น ก็ต้องไปตกลงกันในสามข้อบนให้ ได้ก่อน
นี่คือ ทางออกของเมียนมา
ทีนี้ ถ้าไทยในฐานะมาชิกอาเซียน ไม่รีบฉวยโอกาสทำตัวเป็น”โซ่ข้ อกลาง”ลับๆ เสียแต่เนิ่นๆ ณ บัดนี้ ในการแสดงบทบาท”พัวพันอย่างสร้ างสรรค์”
ก็จะหมดโอกาสละครับ
Facebook Comments Box







