คุณนิลฉวี ศิวรักษ์

คุณนิลฉวี ศิวรักษ์
พระไพศาล วิสาโล
อาตมารู้จักกับคุณโยม นิลฉวี ศิวรักษ์และประทับใจในตัวท่านมานานแล้ว แม้จะไม่ได้พูดคุยกันมาก เพราะว่าท่านเป็นคนเงียบ
อาตมาถือว่าโชคดีที่ได้รู้จักคุณโยมมาเป็นเวลานานกว่า 50 ปี โดยถือวิสาสะเรียกท่านว่า ‘พี่นิล’ มาตลอดตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนมัธยม ซึ่งเป็นการเรียกตามกัลยาณมิตรรุ่นพี่ที่เป็นลูกศิษย์ของ อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์เช่นเดียวกัน
กิตติศัพท์อย่างหนึ่งเกี่ยวกับพี่นิลที่อาตมาได้ยินมาตั้งแต่เป็นนักศึกษา เป็นกิตติศัพท์ที่หลายคนพูดตรงกันเมื่อได้รู้จักท่านก็คือ ท่านเป็นหญิงงาม ความงามที่ว่านี้เป็นงามพิศ ไม่ใช่งามผาด อาตมาเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะงามผาดนั้นเห็นด้วยตา เป็นความงามทางรูปลักษณ์ ส่วนงามพิศนั้นรับรู้ด้วยใจ เพราะความเป็นความงดงามทางจิตใจ
พี่นิลเป็นผู้ที่มีจิตใจงดงาม ที่เห็นได้ชัดก็คือ ความเมตตา มีน้ำใจโดยเฉพาะความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่มีต่อลูกศิษย์ของอาจารย์สุลักษณ์ ไม่ว่าใครจะมาหาอาจารย์เวลาใด พี่นิลก็ต้อนรับด้วยดี นอกจากนั้นท่านยังมีความสุภาพอ่อนโยน แม้กับคนที่วัยเยาว์กว่า
คุณสมบัติอีกประการหนึ่งของพี่นิล ที่ใคร ๆ ก็ประทับใจ และยกย่องนับถือ นั่นคือ ความเข้มแข็ง หนักแน่น แม้เจอความยากลำบากเพียงใดก็พี่นิลไม่ย่อท้อ หรือถอดใจ พร้อมที่จะพยุงรักษาหรือเกื้อหนุนอุดมคติของอาจารย์สุลักษณ์ ให้ดำเนินต่อไปในทางช่วยเหลือที่เกื้อกูลผู้ที่ทุกข์ยาก แม้จะลำบากเพียงใด ท่านก็อดทน พร้อมรับโดยไม่ปริปากบ่น
เป็นธรรมดาที่อาจารย์สุลักษณ์ จะต้องเจอแรงกระทบเป็นประจำ และบ่อยครั้งก็กระเทือนไปถึงพี่นิลด้วย เสียงต่อว่าด่าทอและคำวิพากษ์วิจารณ์ที่มีมายังอาจารย์สุลักษณ์ บางครั้งก็ย่อมทำให้พี่นิลมีความไม่พอใจ มีความหงุดหงิดบ้าง แต่ท่านก็หนักแน่นมากพอที่จะไม่ให้ความโกรธและความคับแค้นใจมาครอบงำจิตใจของท่าน
ตลอดเวลาหลายปี เภทภัยที่เกิดกับอาจารย์สุลักษณ์ ย่อมทำให้พี่นิลมีความกลัว มีความวิตกเกิดขึ้น แต่ท่านก็ไม่ยอมให้ความวิตกกังวลนั้นครอบงำจิตใจ ดังนั้น จึงยังยืนหยัดมั่นคงอยู่เคียงข้างอาจารย์สุลักษณ์ ได้ตราบจนวาระสุดท้าย นับเป็นศรีภรรยาที่หาได้ยากอย่างยิ่ง เป็นคู่ชีวิตที่ทำให้อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์สามารถทำประโยชน์ให้กับสังคมและประชาชนผู้ทุกข์ยากได้มาโดยตลอด
อาจารย์สุลักษณ์ เคยเขียนชื่นชมกุลสตรี ซึ่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่ท่านได้รู้จักหลายท่าน เช่น หม่อมศรีพรหมา กฤดากร ณ อยุธยา ชายาของ หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร ท่านผู้หญิง พูนศุข พนมยงค์ ซึ่งเป็นภริยาของท่านรัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ คุณชนิด สายประดิษฐ์ ภรรยาของคุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือคุณจินดา ศิริมานนท์ ภรรยาของคุณสุภา ศิริมานนท์
กุลสตรีเหล่านี้ล้วนมีคุณสมบัติหลายประการที่น่ายกย่อง ซึ่งทำให้สามีของท่านสามารถบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน เป็นดังบุรุษอาชาไนย คงไม่มีใครปฏิเสธว่าพี่นิลมีคุณสมบัติหลายประการที่กุลสตรีทั้ง 4 ท่านนี้มีอยู่ และสำแดงให้เราประจักษ์เมื่อเราได้มีโอกาสรู้จักท่าน คุณสมบัติดังกล่าวคือความหนักแน่น ความเข้มแข็ง ความมั่นคง ที่ทำให้พี่นิลเป็นคู่ชีวิตที่อยู่เคียงข้างอาจารย์สุลักษณ์ มาโดยตลอด ไม่ว่าจะมีเหตุเภทภัยใด ๆเกิดขึ้นก็ตาม
อันที่จริงแล้ว ความหนักแน่นมั่นคงที่ว่านี้ไม่ได้จำเป็นสำหรับสามี-ภรรยาในการดำรงชีวิตคู่เท่านั้น หากยังเป็นคุณธรรมที่ผู้คนทั้งหลายควรจะมีด้วย โดยเฉพาะผู้ที่บำเพ็ญตนเพื่อประโยชน์ของสังคมย่อมต้องเผชิญกับอุปสรรค ความยากลำบากนานัปการ ทั้งเสียงวิพากษ์วิจารณ์และการข่มขู่คุกคามจากผู้ที่เสียผลประโยชน์ แต่หากว่ามีจิตใจที่มั่นคงเข้มแข็ง ก็ย่อมสามารถดำรงอุดมคติไว้ได้
ผู้ที่ทำงานเพื่อสังคม เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง ย่อมต้องเจอสิ่งล่อเร้าเย้ายวน นานัปการ เช่น เงินทอง ชื่อเสียง ตำแหน่ง หรืออำนาจ ซึ่งหากลุ่มหลงก็ทำให้ละทิ้งอุดมคติไป แต่ความหนักแน่นมั่นคงและความเข้มแข็งในจิตใจย่อมช่วยให้บุคคลเหล่านั้นดำรงตนอยู่บนเส้นทางธรรมได้ โดยไม่ถูกซื้อด้วยลาภสักการะ ขณะเดียวกันก็สามารถเดินหน้าต่อได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะถูกข่มขู่คุกคามหรือมีคนมุ่งร้าย ก็ไม่หวั่นไหว แม้จะประสบอุปสรรคมากมาย ก็ไม่ท้อแท้ ผิดหวัง คับแค้น จนต้องเลิกกลางคัน
จะว่าไปแล้วแม้กระทั่งคนทั่วไปที่ปรารถนาชีวิตที่ผาสุก คุณสมบัติดังกล่าวก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะคนเราทุกคนย่อมเผชิญกับความผันผวนปรวนแปรในชีวิต ย่อมเจอกับคำต่อว่า ด่าทอ และคำวิพากษ์วิจารณ์ คนที่มีจิตใจไม่มั่นคง เมื่อเจอลมปากของผู้คน ย่อมหวั่นไหวและคับแค้น แต่ถ้าหากว่าเรามีจิตใจที่มั่นคง เมื่อเจอคำต่อว่า คำวิพากษ์วิจารณ์ ก็ยังเป็นปกติอยู่ได้
อันที่จริงแล้ว นอกจากคำต่อว่าหรือด่าทอแล้ว ยังมีสิ่งไม่พึงประสงค์อีกมากมายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเรา เช่น การสูญเสียคนรัก ความพลัดพรากจากสิ่งที่รัก รวมทั้งความเจ็บป่วย เหตุการณ์เหล่านี้เป็นธรรมดาของทุกชีวิต แต่ถ้าเรามีจิตใจที่มั่นคง ก็สามารถรักษาใจให้เป็นปกติ ไม่ถูกบีบคั้นด้วยความทุกข์ เศร้าโศก เสียใจ หรือคับแค้น อีกทั้งยังสามารถบำเพ็ญตนเพื่อเป็นประโยชน์ให้กับผู้อื่นต่อไปได้
ในทางพระพุทธศาสนา การมีจิตใจที่หนักแน่นมั่นคงเป็นคุณธรรมที่สำคัญ ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสว่ามงคลสูงสุดประการหนึ่งของชีวิตคือ การมีจิตใจมั่นคง แม้โลกธรรมมากระทบ จิตก็ไม่หวั่นไหว ไม่เศร้าโศก ไร้ธุลีกิเลส เป็นจิตเกษมศานต์
คนเรานั้นควรฝึกฝนตนและบำเพ็ญจิตให้มีความมั่นคงหนักแน่น ไม่หวั่นไหวต่อโลกธรรมที่มากระทบมากระทบ เมื่อได้รับคำชื่นชมสรรเสริญ หรือความสำเร็จ ก็ไม่ลุ่มหลงจนลืมตัว เมื่อมีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้น จิตก็ไม่หวั่นไหวใจก็ไม่กระเพื่อม จะทำเช่นนั้นก็ได้ก็เพราะเข้าใจแจ่มชัดในสัจธรรมหรือความเป็นธรรมดาของชีวิต
เมื่อเราเข้าใจสัจธรรมในชีวิตอย่างแจ่มชัด ว่า ทุกอย่างล้วนไม่เที่ยง ความผันผวนปรวนแปรเป็นธรรมดาของชีวิต ชีวิตย่อมมีขึ้นและมีลง จิตใจเราย่อมมีความมั่นคง พร้อมเผชิญกับความผันผวนปรวนแปรของชีวิต เมื่อเจอเหตุร้าย ใจก็ไม่ทุกข์มาก แต่แม้จะยังไม่เข้าใจแจ่มแจ้งในสัจธรรมของชีวิต จนสามารถคลายความยึดติดถือมั่นในสิ่งต่าง ๆ แต่หากเรามีสติที่เข้มแข็งว่องไวรู้ทันอารมณ์ที่เกิดขึ้นในยามที่มีโลกธรรมฝ่ายลบมากระทบ ก็ย่อมรักษาใจให้เป็นปกติ ช่วยให้จิตไม่หวั่นไหว ใจไม่กระเพื่อมได้ นี้คือคุณธรรมสำคัญที่ไม่เพียงช่วยให้เราทำความดีได้ต่อเนื่อง มั่นคงบนทางธรรม แต่ยังช่วยให้เราเป็นสุขได้แม้เจอเหตุร้ายมากระทบ
อย่างไรก็ตาม แม้เราทั้งหลายจะเข้าใจสัจธรรม ตระหนักดีว่าชีวิตเป็นของไม่เที่ยง แต่เมื่อคนดี ๆ อย่างพี่นิลจากไป จิตใจของเราย่อมมีความหวั่นไหว เกิดความอาลัย เป็นธรรมดา แต่มองอีกแง่หนึ่ง ก็ถือว่าพวกเราโชคดีที่เคยมีชีวิตร่วมกับพี่นิล ได้รู้จักท่าน เพราะได้พบแบบอย่างแห่งความเข้มแข็ง มั่นคง หนักแน่น ที่จะช่วยน้อมนำใจให้เราบำเพ็ญคุณธรรมข้อนี้ให้งอกงามขึ้นด้วยการเจริญปัญญา ด้วยการเจริญสติให้เกิดขึ้นในใจ







