INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

อับราฮัม ลินคอล์น ถ้าผมไม่หัวเราะ ผมควรจะตาย

1772254892018 1

อับราฮัม ลินคอล์น ถ้าผมไม่หัวเราะ ผมควรจะตาย

คำพูดอ้างอิงของอับราฮัม ลินคอล์น “ท่านสุภาพบุรุษด้วยความตึงเครียดที่น่ากลัวถาโถมใส่ผมทั้งกลางวันและกลางคืน ถ้าผมไม่หัวเราะ ผมควรจะตาย” แสดงการใช้อารมณ์ขันของเขารับมือกับความตรึงเครียดที่รุนแรง
และโศกนาฏกรรมของสงครามกลางเมือง ความรู้สึกนี้จะสอดคล้องอย่าง
ใกล้ชิดกับหลักการภายในหนังสือของวิลเลียม แมคราเวน “The Hero
Code” โดยเฉพาะคุณธรรมของการใช้อารมณ์ขันจัดการความทุกข์ยาก
ลินคอล์นจะใช้เรื่องราวและความตลกผ่อนคลายความตึงเครียดอยู่เสมอ
ระหว่างวันมืดสนิทที่สุดของสงครามกลางเมืองยืนยันว่าการหัวเราะสำคัญ
ต่อสุขภาพจิตและการอยู่รอดของเขา ลินคอล์นทุกข์ทรมานจากความสะ
เทือนใจตลอดชีวิต อารมณ์ขันของเขาถูกใช้เป็นวาล์วระบายเพื่อความตึง
เครียดที่น่ากลัวของความรับผิดชอบของเขาภายใน The Hero Code ของ
วิลเลียม แมราเวนมุ่งเน้นการใช้อารมณ์ขันที่จะปลอบโยนบุคคลอื่นและไม่
เคยกลัวที่จะหัวเราะตัวเอง
“Hero Code” ของวิลเลียม แมคราเวน ระบุรหัสวีรบุรุษ เป็นจรรยาบรรณส่วนบุคคลประกอบด้วยคุณธรรมที่กระทำได้ทุกวันสิบอย่างเช่นความกล้าหาญ ความถ่อมตัว และการเสียสละ ออกเเบบบันดาลใจบุคคลธรรมดาให้กระทำอย่างวีรบุรุษ รหัสวีรบุรุษ เป็นถ้อยคำกระตุ้นการกระทำ เสนอแนะว่าภายในโลกที่ไม่มีวีรบุรุษยอดมนุษย์ บุคคลจะต้องมองภายในกระจกรับเอาคุณธรรมสิบอย่างของรหัสวีรบุรุษปรับปรุงสังคม

1772254890724
รหัสวีรบุรุษหมายความว่าการเป็นวีรบุรุษเป็นการเลือก ลำดับการตัดสินใจประจำวันที่จะกระทำด้วยคุณธรรม ความเป็นวีรบุรุษไม่ได้เป็นรหัสโดยกำเนิดสืบทอดภายในความเป็นมนุษย์ และใครก็ตามสามารถกลายเป็นวีรบุรุษได้ด้วยการปฏิบติคุณธรรมสิบอย่าง
วิลเลียม แมราเวน ได้เปลี่ยนแปลงคำนิยาม วีรบุรุษจากบุคคลที่มีพลังพิเศษไปสู่บุคคลที่แท้จริงจากสนามรบไปสู่โรงพยาบาลใช้คุณธรรมเหล่านี้สร้างความแตกต่าง เขายืนยันว่าความเป็นวีรบุรุษไม่ได้เป็นคุณลักษณะทางพันธุกรรมโดยกำเนิด – ดีเอ็นเอ -เเต่เป็นจรรยาบรรณที่เลือกและกลุ่มของพฤติกรรมที่เรียนรู้ – รหัส – ที่ใครก็ตามสามารถรับเอาไว้ได้ความแตกต่างระหว่าง “รหัส’ และ ” ดีเอ็นเอ”หมายความว่าความเป็นวีรบุรุษไม่ได้ถูกสืบทอด หรือจำกัดอยู่ที่บุคคลที่มีพลังพิเศษ สามารถเข้าหาได้ต่อบุคคลธรรมดาที่เลือกจะกระทำด้วยคุณธรรม
วิลเลียม แมคราเวนได้สำรวจความคิดว่ารหัสวีรบุรุษ กลุ่มของคุณธรรม
โดยกำเนิดภายในความเป็นมนุษย์ ราวกับว่า “เขียนไว้ภายในดีเอ็นเอของเรา” รหัสวีรบุรุษโดยกำเนิดภายในดีเอ็นเอของมนุษย์ จะเเสดงว่าวีรบุรุษมีภายในเราทุกคน ความเป็นวีรบุรุษ ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ที่บุคคลไม่กี่คนที่ถูกเลือกด้วยพลังพิเศษ แต่เป็นจรรยาบรรณโดยกำเนิดเขียนไว้ภายในดีเอ็น
เอของเราที่มีอยู่ภายในเราทุกคน วีรบุรุษที่แท้จริงไม่ได้เป็นนักแสดงของหนังสือการ์ตูนด้วยพลังพิเศษ เป็นบุคคลธรรมดากระทำสิ่งที่ผิดธรรมดา ศักยภาพเพื่อความเป็นวีรบุรุษจะมีอยู่ภายในบุคคลทุกคน เราไม่ควรจะรอบุคคลไม่กี่คนที่ถูกเลือก รักษาโลกควรจะมองภายในกระจกและนำวีรบุรุษภายในตัวเราเองออกมา
วิลเลียม แมคราเวน เจริญเติบโตภายในเท็กซัส เขาจะมองซุปเปอร์แมนเป็นวีรบุรุษสุดยอดบุคคลที่ใช้พลังพิเศษใส่เสื้อคลุมและได้ช่วยชีวิตบุคคลจากอันตราย เขาได้คิดถึงการใช้ผ้าขนหนูเป็นเสื้อคลุม และกระโดดจากเฟอร์นิเจอร์ที่จะเลียนแบบมนุษย์เหล็ก เมื่อไปเยี่ยมนิวยอร์คซิตี้กับพ่อของเขาเ ขาได้มองหาซุปเปอร์แมน แต่ได้ถูกแนะนำโดยพ่อของเขาต่อวีรบุรุษที่แท้จริง นายตำรวจรักษาเมืองให้ปลอดภัย เมื่อเป็นผู้ใหญ่ เขาได้เดินทางไปทั่วโลก และเขาได้รับรู้ว่าถ้าซุปเปอร์แมนไม่เป็นจริงมันขึ้นอยู่กับบุคคลธรรมดาที่จะแก้ปัญหาเขากล่าวว่าในขณะที่ซุปเปอร์แมนต่อสู้ผู้ร้ายวีรบุรุษที่แท้จริงที่เขาพบต่อสู้โรคมะเร็ง รักษาชีวิต หรือเสียสละ
ตลอดอาชีพ 37 ปีของการเป็นเนวี ซีลของเขา วิลเลียม เเมคราเวลได้รับรู้ว่าวีรบุรุษชีวิตจริงไม่ได้มีพลังพิเศษหรือใส่เสื้อคลุม เขาค้นพบว่าวีรบุรุษที่แท้จริงเป็นบุคคลธรรมดาที่มีรหัสของคุณธรรมอย่างเช่นความกล้าหาญ ความถ่อมตัว ความเสียสละ และความอุตสาหะ ที่เขาเรียกว่ารหัสวีรบุรุษ

1772254895525

ภายใน The Hero Code วิลเลียม แมคราเวน อ้างอิงอับราฮัม ลินคอล์น

เป็นตัวอย่างพื้นฐานของของความอุตสาหะ และอารมณ์ขัน เขาได้แสดงลินคอล์นเอาชนะความพ่ายแพ้ส่วนบุคคลและการเมืองที่สำคัญ ผ่านทางความมุ่งมั่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างไร ลินคอล์น เป็นตัวอย่างของรหัสผู้นำ ด้วยการยังคงถ่อมต้ว ใช้อารมณ์ขันรับมือกับความกดดันและความอดทน

ผลักดันผ่านความทุกข์ยาก ทำให้ความพ่ายแพ้อ่อนลง และรวมบุคคลเข้าด้วยกัน ณ ช่วงเวลาของสงครามกลางเมือง การหัวเราะไม่ได้เป็นสัญญานแห่งความอ่อนแอ แต่เป็นเครื่องมือเพิ่มขวัญกำลังใจ และรักษาสหภาพอยู่ด้วยกัน

วิลเลียม แมคราเวนกล่าวว่าอับราฮัม ลินคอล์น ได้ใช้อารมณ์ขันลดความรุนเเรงของความพ่ายแพ้ทางทหาร รวมไปถึงนายพลที่ทะเลาะกันเป็นหนึ่งเดียวและรักษาขวัญกำลังใจของสหภาพท่ามกลางวันมืดสนิทของสงคราม

กลางเมือง ด้วยการทำสิ่งเหล่านี้ ลินคอล์น ได้เเสดงว่่าอารมณ์ขันเป็นโล่ห์ที่ป้องกันความร้ายแรงอย่างมากของสงครามกลางเมืองและเป็นเครื่องมือที่จะสร้างความอดทนภายในบุคคลอื่น ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ทำให้อารมณ์ขันเป็นแหล่งที่มาของความอดทน ลินคอล์นได้กล่าวอย่างมีชื่อเสียงว่า “ถ้าเขาไม่ได้หัวเราะ เขาจะตาย”

วิลเลียม แมคราเวน จะมองว่าวีรบุรุษที่แท้จริงไม่ได้จริงจังตัวพวกเขาจนเกิินไป และไม่เคยกลัวที่จะหัวเราะตัวพวกเขาเอง อารมณ์ขันได้ถูกใช้ที่จะ

ปลอบโยนภายในสถานการณ์ที่ยุ่งยากเขาได้ใช้การเปรียบเทียบของการร้องเพลง ในขณะที่ปกคลุมด้วยโคลนหนาวเย็น ระหว่างการฝึกรมเนวี ซีล แสดงความสำคัญของการรักษาทัศนคติทางบวก และใช้อารมณ์ขันทำให้สถานการณ์ที่ยุ่งยากพอทนได้ อารมณ์ขันไม่ได้เป็นเพียงแค่ความบันเทิง มันเป็นวิถึทางที่จะปลอบโยนบุคคลที่ทุกข์ทรมาน และได้ให้ความหวังเมื่อขวัญกำลังใจต่ำ

เขาเน้นย้ำความสำคัญของความสามารถหัวเราะตัวเอง ความถ่อมตัวนี้

ป้องกันอัตตาจากการเป็นอุปสรรคระหว่างช่วงเวลาที่ยุ่งยาก และได้ช่วย

รักษาจิตใจที่เบิกบาน แม้ว่าเมื่อเผชิญกับอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามา เเมคราเวนได้เล่าเรื่องนักเรียนเนวี ซิลยืนอยู่ภายในโคลนที่หนาวจัดหลายชั่วโมง

ครูผู้ฝึก พยายามที่จะหยุดนักเรียนด้วยการทำให้พวกเขาหยุดร้องเพลง

แต่การร้องเพลงและอารมณ์ขันยังคงมีอยู่ ทำให้ความทุกข์ยากพอทนได้

มากขึ้น นักเรีบนที่อยู่รอดค้นพบว่าวิถีทางร้องเพลงหรือหัวเราะใช้อารมณ์

ขันทำให้ความทุกข์ทรมานอบอุ่นขึ้นเล็กน้อ และรู้สึกเหมือนรุ่งเช้าใกล้เข้ามาแล้ว

วิลเลียม แมคราเวน จะยืนยันว่าการหัวเราะภายในการเผชิญกับอันตราย แสดงความกล้าหาญ ในขณะที่การหัวเราะตัวเองจะแสดงความถ่อมตัว ทั้งสองเป็นคุณลักษณะที่สำคัญของวีรบุรุษเขาจะสนับสนุนการหัวเราะตัวเอง เสนอแนะว่าความเข้มแข็มที่แท้จริงถูกค้นพบภายในความถ่อมตัว ไม่ใช่ตัวเองจริงจังจนเกินไป เขาจะสนับสนุนการหัวเราะตัวเองที่จะรักษาความถ่อมตัว เขามักจะเปรียบเทียบ ระหว่างวีรบุรุษยอดมนุษย์เช่นซุปเปอร์แมนและ

วีรบุรุษชีวิตจริงระบุปรัชญาเกี่ยวกับความเป็นผู้นำของเขา แมราเวนยืนยันว่าในขณะที่เขาหลงใหลวีรบุรุษยอดมนุษย์ตอนเป็นเด็กเเม้แต่ผูกผ้าขนหนู

1772254893502

รอบคอเหมือนเสื้อคลุม

เขาได้รับรู้ตอนเป็นผู้ใหญ่ว่าวีรบุรุษที่แท้จริงไม่ได้มีพลังพิเศษใส่เสื้อคลุม

แมคาราเวนกล่าวว่าตอนเป็นเด็ก เขาต้องการจะเป็นซุปเปอร์แมน แต่ได้รับรู้ว่าวีรบุรุษที่เเท้จริงเป็นบุคคลธรรมดา ที่เเสดงคุณธรรม วีรบุรุษที่เเท้จริง

ไม่ได้มีพลังพิเศษหรือใส่เสื้อคลุม เขาได้รับรู้ว่าวีรบุรุษประจำวันจะมีความกล้าหาญ ความถ่อมตัว ความถ่อมตัว และความซื่อสัตย์ ที่ไม่ใช่ความเข้มแข็งของยอดมนุษย์ ซุปเปอร์แมนไม่ได้มารักษาโลกแต่มันขึ้นอยู่กับบุคคลธรรมดาที่จะก้าวขึ้นมา ในขณะที่นักแสดงนิยายเช่นซุปเปอร์แมนบันดาลใจเรา งานที่แท้จริงของการรักษาโลก ถูกทำโดยบุคคลธรรมดาอย่างเช่นทหาร พยาบาล อาจารย์ ความรับผิดชอบของการรักษาโลกอยู่กับบุคคลธรรมดา

อับราฮัม ลินคอล์น ได้ถูกใช้แสดงความสำคัญของการไม่เคยยอมแพ้

การเผชิญกับความล้มหลวส่วนบุคคลและอาชีพหลายครั้งก่อนการกลาย

เป็นประธานาธิบดี ชีวิตของเขาได้แสดงความสามารถที่จะอดทน เรียนรู้

จากความทุกข์ยาก แมคราเวน ได้ใช้ลินคอล์น ที่จะเเสดงว่าความสำเร็จ

ไม่ได้เป็นเพียงแค่เกี่ยวกับความสามารถแต่เกี่ยวกับความอดทนผ่านทางอุปสรรคเขาได้ร่วมเรื่องราวของลินคอล์นเกี่ยวกับความตลกของความน่า

เกลียดของตัวเขาเอง การเเสดงว่าความสามารถหัวเราะตัวเองเป็นสัญญา

แห่งความเข้มแข็งและความถ่อมตัวอย่างแท้จริง เรียนรู้จากความพ่ายแพ้ และยังคงมุ่งไปสู่เป้าหมาย

อับราฮัม ลินคอล์น ใช้ความตลกไม่ได้เป็นเพียงแค่ความบันเทิง เเต่เป็นเครื่องมือทางจิตใจจัดการความเครียด เเละเป็นทรัพย์สินทางกลยุทธ์ที่จะ

บรรลุเป้าหมายทางการเมือง เช่น การรักษาสหภาพระหว่างสงครามกลาง

เมือง เขากล่าวว่า โดยไม่มีเรื่องราวและความตลกของเขา เขาควรจะตายจากภาระของการเป็นประธานาธานาธิบดีไปเเล้วการเผชิญกับภาระบดขยี้

ลินคอล์น ได้ใช้ความตลหลบหนี ผ่อนคลาย และสดชื่นจิตวิญญานของเขา

ภายในทำเนียบขาว ลินคอล์นจะใช้ความตลกฝ่าฟันความตึงเครียดของสง

ครามกลางเมือง

เขามักจะเล่าเรื่องที่ทำให้อารมณ์ผ่อนคลายลง ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือหลบหนีชั่วคราว ไปจากความเป็นจริงที่น่ากลัวของสงคราม

กลางเมือง เขาได้อธิบายความตลกของเขาเป็นการปลอบประโลม ที่ช่วยเหลือเขานำทางความขัดเเย้งทางการเมืองทำให้ความจริงที่รุนเเรงอ่อนลง และชนะคู่ต่อสู้ ลินคอล์นมักจะบอกเล่าเรื่องราวการดูถูกตัวเองที่เกี่ยวกับการปรากฏตัวของเขารวมไปถึงเรื่องราวมีดพก ครั้งหนึ่งเขาได้เดินทางบนรถไฟ เมื่อชายแปลกหน้าคนหนึ่งเข้ามาหาเขา ชายคนนี้ได้กล่าวว่าผมมสิ่งของภายในการครอบครองของผมที่เป็นของคุณ

ชายคนนี้ ดึงมีดพกจากกระเป๋าของเขา อธิบายว่า มีดพกนี้อยู่ภายในมือของผมด้วยคำสัญญาว่าผมต้องรักษามันไว้จนกว่าผมจะได้พบบุคคลที่น่าเกลียดกว่าตัวผมเอง ขอประทานโทษครับท่าน ผมคิดว่าคุณมีสิทธิอย่างชอบธรรมต่อทรัพย์สิน ลินคอล์นได้ใช้เรื่องราวนี้แสดงเขาไม่ได้ยึดติดกับภาพลักษณ์เก้งก้างและใบหน้าที่ตอบเซียวของตัวเอง เขาได้ใข้ความตลกเป็นวาวล์ระบายความเครียดอยู่เสมอ

วิลเลียม เเมคราเวน แสดงความอุตสาหะเป็นคุณธรรมรากฐานเพื่อการเอาชนะความทุกข์ยาก เขามักจะเล่าชีวิตของอับราฮัม ลินคอล์น ที่อ้างถึง

ความอดทนของเขาภายในการเผขิญกับความล้มเหลวหลายครั้งที่รวมถึงความพ่ายแพ้การเลือกตั้งแปดครั้งก่อนกลายเป็นประธานาธิบดี การเเสดง

ว่ามรดกของเขาถูกสร้างบนความมุ่งมันที่ไม่เปลี่ยนแปลงความอุตสาหะจะหมายถึงการมองว่าอุปสรรคเป็นโอกาสเพื่อการเจริญเติบโตไม่ใช่เหตุผลที่จะที่จะล้มเลิก

“อย่าสั่นกระดิ่ง” ดึงมาจากการฝึกอบรมเนวี ซีล กระดิ่งทองเหลืองแสดงการล้มเลิก แมคราเวนได้สอนว่า ถ้าจะเปลี่ยนแปลงโลก เราต้องไม่เคยสั่นกระดิ่ง เขาได้เน้นย้ำไม่เคยยอมแพ้ แม้ว่าจะอยู่ภายในช่วงเวลาที่มืดสนิท

แมคราเวน ได้วางลินคอล์นเคียงข้างกับผู้นำคนอื่นเช่นจอร์จวอชิงตันพ่าย

แพ้บนสนามรบหลายครั้งกว่าที่เขาชนะ พิสูจน์ว่าเเม้แต่ผู้นำยิ่งใหญ่ที่สุด

เผชิญกับความล้มเหลวอย่างสม่ำเสมอ ลินคอล์น ถูกนำเเสดงเป็นวีรบุรุษแสดงความอุตสาหะที่ไม่ลดละ สำคัญต่อความสำเร็จมากกว่าสมอง หรือพละกำลัง

ต่อแมคราเวน เรื่องราวของลินคอล์นได้พิสูจน์ว่า ความพ่ายแพ้ไม่ได้เป็น

ปลายทาง ความอุตสาหะหมายถึงการปฏิบัติต่อความพ่ายแพ้ทุกอย่างเป็นขั้นตอนก้าวไปข้างหน้าและได้รักษาความมุ่งมั่นที่จะยังคงมุ่งไปสู่เป้าหมาย

ทั้งที่มีอุปสรรคดูเหมือนผ่านไปไม่ได้ แมคราเวนได้กล่าวว่าลินคอล์น ได้ใช้ความตลกสนับสนุนความอุตสาหะของเขา การใช้สติปัญญา ที่ทำให้ความเจ็บปวดของความพ่ายแพ้ทางการเมืองและทหารเบาลง ลินคอล์นสามารถเพิ่มขวัญกำลังใจ และรักษาการก้าวไปข้างหน้า ผ่านทางช่วงเวลามืดสนิทของสงครามกลางเมือง ชีวิตของลินคอล์นจะเป็นพินัยกรรมต่อรหัสวีรบุรุษ

เนื่องจากความพ่ายแพ้ซ้ำกันของลินคอล์น แมคราเวน ได้อ้างอิงปรัชญา

ของลินคอล์นเอง ผมจะตระเตรียมและวันหนึ่งโอกาสของผมจะมาถึง การตระเตรียมนี้จะรวมกับความมุ่งมั่นที่ไม่ลดละที่จะเดินต่อไป ทำให้ลินคอล์นบรรลุศักยภาพของเขาเมื่อช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ได้มาถึงแล้วภายในหนังสือของเขา แมคราเวน ได้สัญญาว่า ผมจะไม่เคยยอมแพ้เรื่องที่สำคัญต่อผม ครอบครัวของผม ประเทศของผม หรือโชคชะตาของผมเลย ผมจะอุตสาหะ กรอบความคิด “เก็บที่นอนให้เรียบร้อย”จะเสริมเเรงว่าการเริ่มต้นวันด้วยงานเล็กน้อยให้เสร็จเรียบร้อย อย่างเช่น เก็บที่นอน ให้งานเสร็จสิ้นอย่างเเรกของวันที่สร้างผลกระทบระลอกคลื่อนของประสิทธิภาพ

ทำนองเดียวกับลินคอล์นมีชีวิตอยู่โดยปรัชญาที่ถ้าคุณไม่สามารถทำสิ่งเล็กน้อยให้ถูกต้อง คุณจะไม่เคยทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้ถูกต้อง แมคราเวน ได้เล่าเรื่องราวของการถูกบังคับไปสู่ทรายเย็น -คุกกี้น้ำตาล -โดยครูฝึกสอนว่าไม่ว่างานของคุณยากเเค่ไหน คุณอาจจะยังคงจบลงที่ทรายภายในการฝึกอบรมเนวี ซีล คุกกี้น้ำตาลเป็นการลงโทษตรงที่นักเรียน ไม่ว่าการตรวจสอบเครื่องแบบของพวกเขาสมบูรณ์แค่ไหน พวกเขาถูกสั่งให้วิ่งลงไปเขตคลื่นหัวแตก ให้เปียกโชกและนอนกลิ้งบนชายหาดจนทุกส่วนของร่างกาย

ของพวกเขาถูกปกคลุมภายในทราย ตั้งแต่หัวจดเท้าคล้ายกับคุกกี้น้ำตาล

นักเรียนต้องใส่เครื่องแบบนั้น หนาว เปียก ทราย ตลอดทั้งวัน ที่มันมักจะเกิดขึ้นต่อนักเรียนที่เครื่องแบบสมบูรณ์หรือไม่ทำอะไรผิด การฝึกหัดนี้ได้ถูกออกแบบที่จะสอนไม่ว่าคุณได้ตระเตรียมหรือปฏิบัติดีแค่ไหนคุณจะยัง

คงบางครั้งล้มเหลว หรือถูกปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรม คุกกี้น้ำตาลจะเป็นการเปรียบเทียบ ความไม่ยุติธรรมของชีวิต และความจำเป็นของความอดทน แมคราเวน ยืนยันว่าบุคคลทุกคนจะเป็นคุกกี้น้ำตาล ณ จุดหนึ่งภายในชีวิตของพวกเขา ความสำเร็จมาจากการไม่ยอมให้มันทำลายขวัญกำลังใจของคุณ

การเปรียบเทียบจะเสริมแรงว่า ไม่ว่าคุณได้ตระเตรียมดีแค่ไหนชีวิตไม่ยุติธรรม และบางครั้งคุณจะล้มเหลวหรือถูกลงโทษต่อเหตุผลเลยพ้นการควบคุมของคุณ จุดสำคัญคือความอดทน ยอมรับมันและก้าวไปข้างหน้าแม้ว่าคุณทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ถูกต้องคุณอาจจะยังคงเผชิญกับความทุกข์ยาก แต่คุณต้องก้าวไปข้างหน้า บุคคลที่บรรลุความสำเร็จจะเลิกเป็นคุกกี้น้ำตาล พวกเขาหยุดร้องเรียนเกี่ยวกับโชคร้าย และมุ่งการก้าวไปข้างหน้าแทน แมคราเวน ได้อ้างอิงอับราฮัม ลินคอล์นที่ได้แสดงบทเรียนของความอุตสาหะ ความอดทน และความไม่ยุติธรรมของชีวิต

ชีวิตของอับราฮัม ลินคอล์นแสดงเป็นตัวอย่างของบทเรียนคุกกี้น้ำตาล ผ่านทางความอดทนสุดขั้วยั่งยืน ทั้งที่เผชิญกับความล้มเหลวส่วนบุคคลและการเมืองที่สำคัญหลายครั้งตลอดชีวิตของเขาลินคอล์นยังคงเดินตามเป้าหมายของเขา ทำนองเดียวกับคุกกี้น้ำตาล เขาได้ยอมรับความลำบากที่ไม่ยุติธรรมของชีวิต แทนที่จะกลายเป็นความท้อถ้อย ผลักดันมันไปข้างหน้าบรรลุความสำเร็จที่ยิ่งใหญในที่สุด เป็นตัวตนความอดทนอธิบายโดยแมคราเวน

 

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *