INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (29)

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (29)

โดย​ อดุลย์​ มานะจิตต์

ที่นี่เพื่อที่จะให้ทางนำกับหญิงโสเภณีนางนี้ และพวกเขาจึงชี้ที่ อยู่ซึ่งเป็นช่องของนางให้ เมื่อผู้ทรงศีลเข้าไปในที่พำนักของเธอเขาจึงโยนเหรียญดิรฮัมสองเหรียญนั้นให้กับนาง และสั่งให้นางลุกขึ้น

 

นางจึงลุกขึ้นและพาเขาไปที่ห้องนอนของนาง และบอกกับเขาว่า โอ้ ท่านสุภาพบุรุษ ท่านมาหาฉันด้วยกับชุดเสื้อผ้าที่ไม่มีผู้ใดเขา ใส่กันมาที่นี่ ดังนั้นจงบอกกับฉันก่อนว่า ทำไมและอย่างไร ท่านจึง อยากมาหาฉันมากกว่าจะไปหาผู้คนอื่นๆ ผู้ทรงศีลจึงเล่าเรื่องทั้งหมด ของเขาให้นางฟัง นางจึงกล่าวว่า โอ้ผู้เป็นข้าทาสของอัลลอฮ์ การเลิกราจากการทำบาปนั้นง่ายเสียยิ่งกว่าการขอลุแก่โทษภาย หลังจากที่ได้กระทำมันไปแล้ว มันเป็นไปไม่ได้หรอก สำหรับใคร ก็ตาม ที่ได้ตั้งใจกระทำบาปหนึ่งและจากนั้นจึงขอลุแก่โทษ และจะได้ สถานะที่สูงส่งกว่า ดังที่ท่านเคยกล่าวไว้ แท้จริงแล้วผู้ที่ส่งท่านมานั้น มันเป็นซาตานตัวหนึ่งที่แฝงกายมาเพื่อมาลวงล่อท่าน จงกลับไป เสียเถิดและท่านก็จะไม่พบเขาที่นั่นอีกอย่างแน่นอน ผู้ทรงศีลจึงเดิน ทางกลับบ้าน หญิงผู้นี้จึงเสียชีวิตไปในคืนนั้น รุ่งเช้าผู้คนต่างพากัน เห็นข้อเขียนปรากฏอยู่ที่ประตูหน้าบ้านของนาง กล่าวไว้ว่า ผู้ที่ พำนักอยู่ที่นี่ทั้งหมดในเมืองนี้ ควรจะต้องมาร่วมกันในงานศพ ของนาง ทั้งนี้เพราะนางเป็นบุคคลผู้หนึ่งจากบรรดาผู้ที่จะเป็น ชาวสวรรค์ ผู้คนต่างงุนงง และจึงไม่ได้จัดการฝังศพนางเป็น เวลาสามวัน อัลลอฮ์จึงมีวิวรณ์มายังศาสนทูตของพระองค์ในยุค สมัยนั้น ตามการรายงานของผู้เล่าคนนั้น อิมามกล่าวว่า เขา(ผู้เป็น ศาสนทูต)ก็คือมูซา (อัลลอฮ์ทรงมีบัญชามาว่า) จงไปนำละหมาดใน งานศพของผู้หญิงคนนั้น เพราะข้าได้อภัยโทษให้กับนาง และได้ สำรองสวนสวรรค์ไว้ให้กับนางแล้ว เพราะนางหักห้ามข้าทาสของข้า จากการละเมิดฝ่าฝืนข้า

 

มีบันทึกอยู่ ณ แหล่งต่างๆที่เชื่อถือได้กล่าวว่า มีชายคน หนึ่งไปพบอิมาม อัศ ศอดิก และเริ่มกล่าวสรรเสริญถึงการเคารพ ภักดีและการเคร่งครัดในศาสนาของคนบางคน อิมามจึงถามเขาว่า เขามีสติปัญญามากเท่าใด เขาจึงตอบว่า เขาไม่ทราบ ดังนั้น อิมามจึงกล่าวว่า “รางวัลตอบแทนนั้นเป็นไปตามอัตราส่วนกับการมีสติปัญญาและวิทยญาณของบุคคลนั้น มีผู้ทรงศีลที่ยิ่งยงคนหนึ่งใน หมู่ชนชาวอิสราเอล เขาใช้เวลาทั้งหมดของเขาไปกับการบำเพ็ญ ภาวนา อยู่บนเกาะแห่งหนึ่ง มันเป็นเกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์ อย่างมาก มีน้ำพุที่ใสสะอาดและมีไม้ผลที่ให้ผลอันดกดื่น ครั้งหนึ่ง มีทวยเทพองค์หนึ่งผ่านมาทางชายคนนั้น ทวยเทพองค์นั้นจึงรู้สึกยิน ดีปรีดากับการบำเพ็ญศีลของเขาเป็นอย่างมาก และเขาจึงวิงวอน ต่ออัลลอฮ์ว่า โอ้พระผู้อภิบาลของข้า ขอได้ทรงโปรดบอกให้ข้า พระองค์ได้รับทราบถึงรางวัลตอบแทนของการเคารพภักดี ของชาย ผู้นี้ด้วยเถิด ทวยเทพองค์นั้นรู้สึกว่า ผลรางวัลตอบแทนคงจะน้อย กว่ามากเมื่อเปรียบเทียบกับการเคารพภักดีของเขา ดังนั้นอัลลอฮ์จึง ให้เทพองค์นั้นไปอยู่อาศัยกับชายผู้บำเพ็ญศีลคนนี้สักชั่วเวลาหนึ่ง เทพองค์นี้จึงไปหาชายผู้นี้ในรูปของชายคนหนึ่ง ผู้บำเพ็ญศีลจึง ถามเขาว่า ท่านเป็นใครกัน เขาจึงตอบว่า “ฉันเป็นผู้ที่บำเพ็ญศีล เช่นเดียวกับท่าน เมื่อฉันทราบถึงสถานที่นี้และได้ยินการกล่าวคำ สรรเสริญของท่าน ฉันจึงคิดอยากจะมาที่นี่และจะได้มาอยู่บำเพ็ญศีล ร่วมกับท่าน”

 

เขา พอรุ่งเช้าของวันใหม่เทพองค์นี้จึงกล่าวกับชายคนนี้ว่า บ้าน ของท่านชั่งกว้างขวางและเหมาะสมมากกับการสวดภาวนา” กล่าวตอบว่า “มันยังมีข้อบกพร่องหนึ่งปรากกอยู่” ทวยเทพจึงเอ่ย ถามว่า “มันมีอันใดหรือ” เขาจึงกล่าวตอบว่า “อัลลอฮ์ของฉันไม่มีลา เป็นของพระองค์เอง หากพระองค์มีมันสักตัวหนึ่ง พระองค์จะได้ให้ มันแทะเล็มหญ้าที่นี่ เพื่อมันจะได้ไม่ถูกปล่อยทิ้งไว้โดยเปล่า ประโยชน์” เทพองค์นั้นจึงบอกกับเขาว่า อัลลอฮ์ไม่ทรงจำเป็นอันใด ที่จะต้องใช้ลาดอก ผู้ทรงศีลคนนี้จึงกล่าวตอบว่า “หากพระองค์มีลา สักตัวหนึ่ง หญ้านี้ก็จะได้ไม่ต้องสูญเปล่าไป” อัลลอฮ์ทรงมีวิวรณ์มายัง ทวยเทพว่า “ข้าได้กำหนดรางวัล ตอบแทนในกิจกรรมของคนๆนี้ให้ เป็นไปตามอัตราส่วนของวิทยปัญญาของเขา”

 

ยังมีเรื่องราวของบรรดาศาสดาของอัลลออ์และบรรดาผู้ทรง ธรรมของพระองค์อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีการบันทึกเรื่องราวและคำสอน ของพวกท่านไว้อย่างมากมายโดยผ่านทางสายรายงานที่น่าเชื่อถือได้ ว่า บรรดาอิมามแห่งอะฮ์ลุลบัยต์(อ) เป็นผู้เล่าเรื่องทั้งหมดนี้ไว้ และบรรดาศาสดาและผู้ทรงธรรมเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเทศนา สั่งสอนของพวกท่านอยู่ในดินแดนซีเรีย-ปาเลสไตน์ ดังเช่นท่าน ลูกมาน อัล ฮะกีม ผู้มีชื่อเสียง ผู้ซึ่งมีหลักฐานปรากฏว่าท่าน อายุยืนนานอยู่จนถึงยุคสมัยของท่านนบีดาวูด(อ)และเคยมาเรียนวิชาการ ไปจากท่าน ณ นครเยรูซาเล็ม แต่เนื่องจากเนื้อหาในคำสอน ของท่านลุกมานมีการบันทึกไว้อย่างยืดยาว จึงไม่อาจนำมาบรรจุไว้ใน หน้าหนังสือเล่มเล็กๆนี้ได้ทั้งหมด ผู้เขียนจึงเห็นเป็นการสมควรที่ จะได้จัดทำคำสอนของท่านเป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งต่างหาก โดยจะ บรรจุเรื่องราวของบรรดากษัตริย์ บรรดาผู้ปกครอง และบรรดาผู้ทรง ธรรมท่านอื่นๆไว้ด้วยกัน ผู้ซึ่งเรื่องราวของพวกท่านมีความเกี่ยวข้อง กันอยู่ในแผ่นดินดังกล่าวนี้ ดังเช่นเรื่องราวของชาวถ้ำ หรืออัลกะห์ฟี และชุลคอรนัย เป็นต้น

 

ส่วนเรื่องราวของบรรดาศาสดาบางท่านที่เป็นผู้สืบเชื้อสาย โดยตรงมาจาก ท่านนบียะฮ์กูบ หรืออิสราเอลนั้น หากได้มีการกล่าว ถึงในรายละเอียดไว้แล้วในหนังสือประวัติศาสตร์ศาสดาเล่มอื่นๆ ของ ผู้เขียน ก็จะได้กล่าวอ้างอิงไว้ในโอกาสต่อไป ดังเช่นศาสดาอิรมียะฮ์ (เจราเมห์) ดาเนียล และอุไซร์ นั้นได้มีกล่าวบันทึกไว้แล้วในหนังสืออิรัก : จากเมโสโปตาเมีย สู่ยุคศรีอาริยะ พิมพ์ครั้งแรก พฤษภาคม 2553 บทที่ 5 หน้า 191-260 เป็นต้น

 

สำหรับประวัติของบรรดาศาสดาผู้ซึ่งมีถิ่นพำนักโดยตรงอยู่ ในซีเรีย-ปาเลสไตน์ ก็จะได้สาธยายในรายละเอียดต่อไปจนถึงวาระแห่ง การล่มสลายของอาณาจักรยูดาและอิสราเอล ดังต่อไปนี้

 

3.9 เรื่องราวของไชยา และไฮคูค

 

อิบนิ บะบาวัย และอัลคุตน์ อัรรอวันฎี ได้เล่าเรื่องมาจาก วะฮับ อิบนิมนับบะฮ์ว่าในช่วงสมัยของไชยา มีกษัตริย์พระองค์หนึ่ง ในหมู่ชาวอิสราเอล กษัตริย์และพสกนิกรของพระองค์ต่างมีความ จงรักภักดีต่อพระบัญชาต่างๆของอัลลอฮ์ ในตอนต้น ต่อมาภายหลัง พวกเข้าได้สร้างเรื่องอุตริกรรมขึ้นในศาสนาของพวกเขา ไชยา พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะยับยั้งพวกเขา และเดือนพวกเขา เช่นกันถึงการลงโทษจากพระเจ้าแต่ก็ไม่เป็นผล อัลลอฮ์จึงทรงทำให้ กษัตริย์แห่งบาบิโลนมีอำนาจปกครองเหนือพวกเขา แสวงหาการอภัยโทษจากอัลลอฮ์ อัลลอฮ์ทรงวิวรณ์ลงมายัง ไชยา พวกเขาจึง ว่า เนื่องจากการมีศีลธรรมและคุณธรรมของบรรพบุรุษของพวกเขา

 

พระองค์จึงทรงรับการขอลุแก่โทษของพวกเขา ผู้ปกครองของผู้คนเหล่านี้เกิดป่วยเป็นผีร้ายที่สะโพก มัน เป็นมะเร็ง กษัตริย์เป็นผู้ทรงซื่อสัตย์ต่ออัลลอฮ์และพระองค์เป็น ผู้ทรงคุณธรรม

 

อัลลอฮ์ทรงวิวรณ์มายังไชยา ให้แนะนำกษัตริย์เพื่อทรงมอบ อำนาจและเลือกบุคคลหนึ่งจากครอบครัวของเขาเพื่อแต่งตั้งให้เป็น ผู้สืบทอดมรดกของเขาจากในหมู่ชนชาวอิสราเอล และอัลลอฮ์จะทรง ทำให้เขาตายในวันหนึ่งที่ถูกกำหนดไว้

 

ไชยาจึงนำข่าวนี้จากพระเจ้ามาแจ้งให้กษัตริย์ทรวงทราบ เมื่อพระองค์ได้ยินเช่นนั้นจึงวิ่งวรณ์ต่ออัลลอฮ์ด้วยความอ่อนน้อม ถ่อมตนอย่างที่สุด ดังนี้

 

ต่อข้าฯ นับแต่วันที่ข้าฯถือกำเนิดและทรงประทานความไพศาล ในทุกสิ่งให้กับข้าฯ นอกเหนือจากนี้ข้าฯก็มิเคยฝากความหวังของ ข้าฯ ไว้ให้กับผู้ใดเลย ข้าฯมีศรัทธาต่อพระองค์แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ พระองค์ทรงกรุณาปรานี

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *