INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ชัยชนะหลังความตาย

ชัยชนะหลังความตาย

ฟิลิป ซิมบา์โด ได้ยุ่งเกี่ยวโดยตรงกับผู้รอดชีวิตโฮโลคอสท์ที่จะสำรวจพลิกด้านของความชั่วคือ ความเป็นวีรบุรุษ เขาได้แสดงบทบาทที่สำคัญอย่างยื่งภายในการกระตุ้นผู้รอดชีวิตโฮโลคอสท์คนหนึ่ง ดร.อีดิธ อีเกอร์ ร่วมเรื่องราวของเธอกับโลก ตอนเริ่มแรก เธอได้ลังเลที่จะเขียนเกี่ยวกับ
ประสบการณ์ของเธอ ซิมบาร์โด ได้กระตุ้นเธอให้เขียนด้วยการบอกเธออย่างมีชื่อเสียงว่า ผมต้องการให้มีเสียงของผู้หญิงเพื่อวิคเตอร์ แฟรงเคิล
ที่อ้างถีงผู้รอดชีวิตจากค่ายกักกันอีกคนหนึ่ง ผู้เขียน Man’s Search for Meaning ที่มีชื่อเสียง เรื่องราวของเขาเป็นพินัยกรรมที่มีพลีงที่จะค้นหา
ความหมายภายในความทุกข์ทรมานเขาได้อยู่รอดชีวิตสามปีภายในค่าย
กักกันนาซี รวมทั้งเอาชวิทซ์ ต้องอดทนต่อการสูญเสียภรรยา พ่อแม่ น้องชาย และสภาวะที่โหดร้้ายของเขา ประสบการณ์ของเขาได้นำพาเขาที่จะพัฒนาโลโกเทอราพี รูปแบบหนึ่งของจิตวิทยาบำบัดที่มุ่งการค้นหาความ
หมายของชีวิต เป็นแรงจูงใจพื้นฐานการดำรงอยู่ของมนุษย์
ฟิลิป ซิมบาร์โบ ได้ดำเนินการสัมภาษณ์ที่มีชื่อเสียงกับอีดิธ อีเกอร์ นักจิตวิทยาและผู้รอดชีวิตเอาชวิทซ์ เล่าช่วงเวลาของเธอภายในเอาชวิทซ์ และมุ่งเน้นความสำคัญของความเข้มแข็งภายใน และการยกโทษภายในการเผขิญกับความโหดร้าย เขาได้กระตุ้นเธอเขียนความทรงจำของเธอ
ด้วยการกระตุ้นของซิมบาร์โด ในที่สุด อิดิธ อีเกอร์ ได้พิมพ์ความทรงจำและเเนวทางจิตวิทยาวิทยาของเธอและฟิลิป ซิมบาร์โดได้เขียนคำนำแก่หนังสือขายดีที่สุดของเธอ

The Choice : Embrace the Possible ตรงที่เขาได้เปรียบเทียบผลงานของเธอว่าวิคเตอร์ เเฟรงเคิล นำเสนอจิตวิทยาของนักโทษแต่ อีดิธ อีเกอร์ นำเสนอจิตวิทยาของอิสรภาพ ทั้งสองคนเป็นเพื่อนและเพื่อนร่วมงานที่ใกล้ชิดของเขา ฟิลิป ซิมบาร์โด ได้เสนอเรื่อราวของอิดิธ อีเกอร์เป็นผลงานความเป็นวีรบุรุษของเขาอ้างอิงเธอเป็นวีรบุรุษแห่งโฮโลคอสท์
อีดิธ อีเกอร์ได้กล่าวภายในการสัมภาษณ์หลายปีว่าเธอรู้สึกไม่มีอะไรจะพูดเกี่ยวกับประสบการณ์ของเธอ จนฟิลิป ซิมบาร์โดได้ชักจูงเธอ เขาเน้นย้ำความต้องการเสียงของผู้หญิงท่ามกลางผู้รอดชีวิตชายที่มีชื่อเสียงเช่นวิคเตอร์ แฟรงเคิล เขาได้บันดาลใจเธอที่จะเขียนหนังสือของเธอ ซิมบาร์โด ได้ให้แพลตฟอร์มการให้เหตุผลเพื่อเรื่องราวที่มีพลังของอีเกอร์ที่ช่วยเหลือเธอเปลี่ยนแปลงการอยู่รอดชีวิตของเธอ ไปสู่แนวทางเพื่อบุคคลอื่น ก้าวเลยพ้นไปจากเรื่องราวธรรมดาของความทุกข์ทรมาน ไปสู่ข้อมูลของ
อิสระภาพทางจิตวิทยา อีดิธ อีเกอร์ สอนว่าในขณะที่บุคคลเป็นเหยื่อของสถานการณ์ พวกเขามีทางเลือกที่จะเป็นนักโทษของอดีตหรือค้นหาอิสระภาพของพวกเขา
เธอเน้นย้ำว่า การเลือกความรักเหนือความเกลียด ค้นหาความเข้มเเข็งภายในและการมุ่งที่ปัจจุบัน แทนที่จะติดอยู่กับความผิดหรือความละอาย ความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรามีอำนาจที่จะเลือกการตอบสนองของเรา สามารถจะค้นหาอิสระภาพภายในใจด้วยการปลดปล่อยการตกเป็นเหยื่อของเราและเปลี่ยนแปลงบาดเเผลทางใจไปสู่ความเข้มเเข็ง การมุ่งเน้นที่บทเรียนความเห็นอกเห็นใจตัวเอง การยกโทษตัวเราเองและและบุคคลอื่น การดำรงชีวิตอยู่ในปัจจุบัน และการค้นหาความมุ่งหมายผ่านทางการฝ่าฟันความยากลำบาก ทุกอย่างมาจากประสบการณ์ของเธอเป็นผู้รอดชีวิตโฮโลคอสท์ และนักจิตวิทยาคลีนิค ในขณะที่เราไม่สามารถควบคุมอะไรที่เกิดขึ้นกับเรา เรามีทางเลือกที่จะเป็นอิสระ
คำแนะนำของเธอมักจะเรียกว่า “การบำบัดทางเลือก” มุ่งเน้นที่การปลดปล่อยและความยืดหยุ่นทางจิตใจ การตกเป็นเหยื่อเป็นบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นต่อเรา แต่การตกเป็นเหยื่อเป็นกรอบความคิด การตกเป็นเหยื่อคือ อยู่อย่างไร้พลังในอดีต การเป็นผู้รอดชีวิตคือ เรียกคืนความเข้มแข็งของคุณในปัจจุบัน อีดิธ อีเกอร์ รอดชีวิตจากโฮโลคอสท์ ด้วยการเรียนรู้โลกภายในของเธอ เลือกกรอบความคิด “ผู้รอดชีวิต” เหนือ “ผู้ตกเป็นเหยื่อ” เเละมุ่งอะไรที่เธอสามารถควบคุมได้ : ความคิดและทัศนคติของเธอ มองความทุกข์ยากเป็นความชั่วคราว และการค้นหาความหวังผ่านทางความยืดยืดหยุ่น เช่น การยอมเต้นบัลเล่ต์เพื่อหมอโจเซฟ เมงเกอเร ถูกรู้จักกัน
เป็นเทพแห่งความตาย ภายในเอาชวิทซ์ ที่เเสดงการเลือกในที่สุดระหว่างการตกเป็นเหยื่อและการอยู่รอดชีวิต ในขณะที่ร่างกายของเธอถูกจำคุก
จิตวิญญานของเธอสามารถค้นหาอิสระภาพและความเป็นมนุษย์ได้แม้ว่า
ต้องเผชิญกับความโหดร้ายอย่างรุนเเรงมาก
ในที่สุดอิดิธ อีเกอร์ ได้กลายเป็นนักจิตวืทยา ที่ช่วยเหลือบุคคลอื่นค้นหาอิสระภาพจากเรือนจำภายในของพวกเขาเอง มุ่งเน้นการเรียนรู้ และความยืดหยุ่น แทนที่จะเป็ยความชมขื่น อีิดิธ อีเกอร์ ได้รับรู้ว่าในขณะที่เธอไม่สามารถควบคุมนาซีได้ เธอสามารถจะสร้างพื้นที่ภายในของความสงบได้ โลกภายในของเธอที่ไม่มีใครสามารถสัมผัสอย่างแท้จริงได้ เธอได้เลือกที่จะระบุตัวเธอเองเป็นผู้รอดชีวิตไม่ใช่ผู้ตกเป็นเหยื่อความเข้าใจว่าผู้ตกเป็นเหยื่อจะยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของนาซีเยอรมัน ในขณะที่ผู้รอดชีวิตได้เปลี่ยนแปลงบาดแผลทางใจของพวกเขา เธอรอดชีวิตด้วยการยืดหยุ่น – เต้นรำ – เเทนที่จะตายตัว – ต่อสู้ – ยึดความหวังความคิดประจำวัน : ถ้าฉันรอดชีวิตวันนี้ พรุ่งนี้ฉันจะเป็นอิสระ ที่ให้เธอความหวังระหว่างความน่ากลัวอย่างเหลือเชื่อภายในเอาชวิทซ์
อิดิธ อีเกอร์ มองเอาชวิทซ์ เป็นห้องเรียนนรกตรงที่เธอได้เรียนรู้บทเรียนที่สำคัญภายในความอดทน ความเห็นอกเห็นใจและการยอมรับตัวเองพลิก
ผันความเจ็บไปสู่ของขวัญ ผู้รอดชีวิตถามแล้วยังใงต่อ แทนที่จะเป็นทำไมต้องเป็นฉัน มุ่งเน้นอนาคตและกระทำที่จะมีชีวิตอยู่อย่างคุ้มค่าอิดิธอีเกอร์ เน้นย้ำว่าอะไรเกิดขึ้นกับเรา ไม่สำคัญเท่ากับ เราได้ทำอะไรกับมัน เลือกที่จะตอบสนองต่อความท้าทายชองชีวิตอย่างไร นานหลายปี ที่เธอได้รักษาประสบการณ์ของเธอเป็นความลับ และได้ปรับตัว และสร้างชีวิตใหม่ เธอจบปริญญาเอกทางจิตวิทยาคลีนีก ช่วยเหลือบุคคลอื่น รวมถึงทหารผ่านศึกเวียตนาม หนังสือสองเล่มของเธอ The Choice และ The Gift ได้แบ่งปันเรื่องราวของเธอและสอนบุคคลอื่นที่จะค้นหาอิสระภาพด้วยการฝ่าฟันข้อจำกัดของตัวพวกเขาเอง
อิดิธ อีเกอร์ เกิดภายในเชคโกสโลวาเกีย เธอเป็นชาวฮังการีโดชาติพันธุ์ เจริญเติบโตภายในครอบครัวยิวพูดภาษาฮังการีด้วยน้องสาวสองคน เธอเป็นนักเต้นบัลเลต์และนักยิมนาสติกที่ทุ่มเท เธอถูกฝึกฝนเพื่อทีมโอลิมปิกฮังการี ก่อนที่จะถูกตัดออก เพราะว่าเธอเป็นยิว
เมื่อ ค.ศ 1944 ตอนอายุ 16 ปี อิดิธ อีเกอร์ และครอบครัวของเธอได้ถูก
ส่งไปที่ค่ายกักกัน เอาชวิทซ์ ตรงที่ ดร.โจเซฟ เมงเกอเลอ ที่ฉาวโฉ่ รู้จักกันเป็น “เทพแห่งความตาย” รับผิดชอบการคัดเลือกใครจะมีชีวิตอยู่และใครจะตายเมื่อเดินทางมาถึงเอาชวิทซ์ โจเซฟ เมงเกอเลอได้แยกอิดิธ อีเกอร์ออกมาจากพ่อแม่ของเธอ พ่อแม่ของเธอถูกฆ่าตาย ด้วยการส่งไปที่ห้องแก้สทันที พ่อของเธอบอกเธอว่า พวกเขาเพียงแค่ไปทำงานแล้วกลับบ้าน เเต่หนึ่งชั่วโมงผู้ต้องขังคนหนึ่งชี้ไปที่ปล่องควันและได้บอกเธอว่าพ่อแม่ของเธอกำลังเถูกผาไหม้ ณ ค่ายกักกันเอาชวิทย์

ต่อมา โยเซฟ เมงเกอเลอ สั่่งให้ อิดิธอีเกอร์ เต้นรำเพื่อความบันเทิงของของเขาภายในค่ายทหาร ในฐานะนักเต้นบัลเลต์ ที่ผ่านการฝึกอบรมแล้วเธอได้ทำตามในขณะที่กำลังเต้นเธอได้หลับตาหลบหนีทางจิตใจแสร้งทำว่า เธอกำลังแสดงโรมิโอ แอนด์ จูเลียต ณ โรงโอเปราบูดาเปสต์ เพื่อการเเสดงของธอ ด้วยความประทับใจ เมงเกอเลอได้ให้รางวัลเธอด้วยขนมปังปันส่วนเพิ่มขึ้น และเธอได้แบ่งปันขนมปังำกับเด็กผู้หญิงคนอื่นภายในค่ายทหารของเธอระหว่างการเดินขบวนไปสู่ความตายเนื่องจากการสิ้นสุดของสงคราม เด็กผู้หญิงกลุ่มเดียวกันนี้ได้อุ้มเธอ เมื่อเธออ่อนแอเกินไปที่จะเดิน ช่วยชีวิตเธอจากการถูกยิง
เมื่อ ค.ศ 1945 เธอได้ถูกข่วยชีวิตโดยทหารอเมริกัน ณ ค่ายกักกัน พบว่า
เธอเกือบตายภายในกองศพ เธอหนักเพียงแค่ 70 ปอนด์ และหลังหักด้วย
เธอเเละน้องสาวของเธอรอดชีวิตจากค่ายกักกันภายหลังสงครามเธอได้ย้ายไปอเมริกาและได้กลายเป็นนักจิตวิทยาคลีนิคที่บรรลุความสำเร็จ เธอมักจะมุ่งเน้นอยู่เสมอว่าเวลาไม่ได้รักษา มันเป็นอะไรที่คุณทำกับเวลา และนั่นคือหัวใจที่จะเป็นอิสระซ่อนอยู่ภายในตัวเองเรื่องราวของเธอจะยืนหยัด
การเลือกทางจิตวิทยา ที่กระตุ้นจากการตกเป็นเหยื่อไปสู่อิสระภาพ อิดิธ อีเกอร์ ยืนยันว่าจิตใจสามารถยังคงเป็นอิสระ เเม้ว่าเมื่อร่างกายถูกจับกุม
บทเรียนที่ได้เรียนรู้จากคำเเนะนำของแม่ของเธอ ไม่มีใครสามารถจะเอา
ไปจากคุณได้อะไรก็ตามที่คุณได้ใส่ไว้ภายในใจของคุณเอง
อิดิธ อีเกอร์ มองว่าการยกโทษ ไม่ได้เป็นการกระทำที่ยกโทษให้แก่การทำผิดที่ผ่านมาหรือยกโทษให้แก่ผู้กระผิดแต่จะเป็นของขวัญให้ตัวเองเพื่อการปลดปล่อยและการรักษาส่วนบุุคคล มุมมองของเธอ เน้นย้ำว่าการยึดติดความโกรธ และความไม่พอใจจะทำให้บุคคลติดกับอยู่ภายในเรือนจำ
ทางใจหรือการตกเป็นเหยื่อเท่านั้นในขณะที่ปลดปล่อยไปจะเป็นอิสระตัวเองจากเรือนจำแห่งความเกลียด ถ้าฉันเกลียดวันนี้ ฉันจะยังคงอยู่ภายในเรือนจำเธอได้กล่าวอย่างมีชื่อเสียงว่าตราบเท่าที่เธอยังคงเป็นนักโทษแห่งอดีตของเธอ ฮิตเลอร์ชนะสงคราม ชัยชนะของเธอจบลงด้วย เมื่อเธอกลับ
ไปสู่เอาชวิทซ์ตอนวัยสาวที่จะเผชิญความทรงจำของเธอ และได้พบความ
สงบในที่สุด
อิดีธ อีเกอร์ ได้ใช้ถ้อยคำ “ชัยชนะหลังความตาย” อธิบายว่า การเกลียด
นาซีหรือการมีชีวิตอยู่เป็นเหยื่ออยู่ต่อไปจะหมายถึงการให้อำนาจพวกเขา
อยู่เหนือเธอ แม้แต่ภายหลังการเสียชีวิตของพวกเขามุมมองของเธอคือว่า
การเลือกที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีความหมายเต็มที่ อิสระภาพจากเรือนจำแห่ง
ความเกลียด เป็นวิถีทางในที่สุดที่จะไม่ยอมรับฮิตเลอร์และรัฐบาลของเขา
ชัยชนะที่ยั่งยืน เธอยืนยันว่าการยังคงเป็นนักโทษแห่งความเกลียดของตัว
เองได้ให้ชับชนะแก่ฮิตเลอร์ แม้แต่ภายหลังการตายของเขาไปนานแล้ว
ปรัชญาของอิดิธ อีเกอร์ ยืนยันความคิดว่าในขณะที่สถานการณ์ภายนอก
อาจจะเลยพ้นการควบคุมของเรา เรามีอำนาจอยู่เสมอที่จะเลือกการตอบ
สนองของเราการรับเอาการเลือกนี้เป็นหัวใจที่จะป้องกันชัยชนะหลังความ
ตายต่อฮืตเลอร์ที่ทำให้เกิดความทุกข์ทรมาน
ต่ออิดิธ อีเกอร์แล้ว “ชัยชนะหลังความตาย” มักจะอ้างถึงผลงานของเธอ
เป็นการแก้แค้นต่อฮิตเลอร์ของเธอถ้อยคำที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวชีวิตของ
เธอ หมายความว่าเธอได้บรรลุชัยชนะในที่สุดของเธอต่อฮิตเลอร์และนาซีด้วยการมีชีวิตอยู่อย่างมีความหมายเต็มที่ และชีวิตที่มีความสุขทั้งที่ความ
พยายามของพวกเขสที่จะทำลายเธอชัยชนะหลังความตายเป็นพินัยกรรม
ต่อตวามยืดหยุ่นของจิตวิญญานมนุษย์ความชั่วที่ได้แสวงหาจะทำลายเธอได้ล้มเหลว และเธอได้สร้างชีวิตที่ยืนยันถึงความรัก ความหวัง และอำนาจ
ของการเลือกชีวิตของเธอตัวมันเองเต๊มไปด้วยความมุ่งหมายและความสุข
เป็นชัยชนะในที่สุดต่อศัตรูของเธอ
อิดิธ อีเกอร์ มักจะกล่าวว่า “ฮิตเลอร์ไม่ได้ชนะ” เพราะว่าเธอมีชีวิตอยู่ที่จะมองเห็นสี่รุ่นของการเจริญเติบโตของครอบครัวของเธอ ด้ายการเลือก
ความสุขและความรัก ทั้งที่มีบาดแผลทางใจแห่งเอาชวิทซ์ เธอปฏิเสธนาซี
ชัยชนะทางจิตใจครั้งสุดท้ายของการทำลายวิญญานของเธอชัยชนะหลัง
ความตายอ้างถึงความคิดว่าโดยการยอมให้ความเกลียด ความขมขื่น หรือ
การตกเป็นเหยื่อผลาญชีวิตภายหลังประสบบาดแผลทางใจ ผู้รอดชีวิตได้ให้อย่างไม่ตั้งใจแก่ผู้กดขี่ได้ชัยชนะที่ยั่งยืนครั้งสุดท้าย แม้ว่าภายหลัง
การเสียชีวิตของพวกเขา เธอได้กล่าวว่า การเกลียดชังคือการให้ฮิตเลอร์
ชัยชนะหลังการตาย

ภายในมุมมองของอิดิธ อีเกอร์ ชัยชนะหลังความตาย และการยกโทษ

เป็นการเชื่อมโยงภายในที่จะบรรลุอิสรภาพภายใน และเรียกคืนชีวิตตัว

เองจากการยึดของบาดแผลทางใจในอดีตมันจะเกี่ยวกับการเลือกที่จะมี

มีชีวิตอยู่อย่างเต็มที่ในปัจจุบัน เเละไม่ยังคงเป็นนักโทษแห่งอดีต การยก

โทษไม่ได้เป็นบางสิ่งบางอย่าง คุณให้แก่ผู้กระทำผิดแต่จะเป็นของขวัญ

คุณให้ตัวคุณเอง เพื่อการปลดเปลื้องภาระของบาดแผลทางใจของคุณ

มันไม่ได้เกี่ยวกับยกโทษให้การกระทำน่ากลัวที่เกิดขึ้น แต่มันจะเกี่ยวกับ

การปลดปล่อยตัวเองจากความเกลียด ความโกรธ และความขมขื่นที่มิฉะ

นั้นแล้วบุคคลจะติดกับภายในอดีต

อิดิธ อีเกอร์ มองการยกโทษเป็น “ของขวัญ” บุคคลให้แก่ตัวเองเพื่อการ

ปลดปล่อยส่วนบุคคล ไม่ได้เป็นการยกโทษการกระทำของผู้กระทำผิด โดยเฉพาะเกี่ยวกับฮิตเลอร์เธอได้อธิบายการยกโทษให้เขาเป็นการเลือก

อย่างมีสติที่จะอิสระตัวเธอเอง จากเรือนจำทางความรู้สึกของความโกรธ

และความเกลียด การทำให้เธอมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันเธอมุ่งเน้นการกระทำของการยกโทษของเธอ “ฮิตเลอร์” ไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับการยกโทษการ

กระทำของเขา แต่เป็นการปลดปล่อยความโกรธแค้นของตัวเธอเอง และอิสระตัวเธอเองจากการถูกคุมขังทางจิตใจด้วยบาดแผลทางจิตใจของเธอ ได้

อิดิธ อีเกอร์ ได้กลาวว่าเมื่อฉันได้ยกโทษฮิตเลอร์ต่อการฆ่าพ่อแม่ของฉัน มันไม่เกี่ยวกับฮิตเลอร์เลย มันเป็นบางสิ่งบางอย่าง ที่ฉันทำเพื่อฉัน เธอได้อธิบายว่าการยึดติดความโกรธแค้น ทำให้เธอถูกล่ามโซ่กับฮิตเลอร์คุมขังอยู่ภายในอดีตที่ร้ายแรง เธออธิบายอย่างชัดเจนว่า มุมมองของเธอไม่ได้

หมายความ มันเป็นการยอมรับฮิตเลอร์ฆ่าบุคคลหกล้านคน มันจะเกี่ยวกับการยอมรับข้อเท็จจริงในอดีตที่เหตุการณ์ได้เกิดขึ้น และอย่าปล่อยให้ข้อเท็จจริงนั้นทำลายชีวิตปัจจุบันของเธอ

ตอนเดินทางกลับไปที่เยอรมัน อิดิธ อีเกอร์ได้ไปเยี่ยมบ้านพักบนภูเเขาก่อนหน้านี้ของฮิตเลอร์ “อีเกิ้ล’ส เน็สต์” และร้องตะโกน ฉันปลดปล่อยคุณ อธิบายการกระทำเพื่ออิสระภาพของตัวเธอเอง ไม่ใช่ของเขาเธอได้เลือกอย่างมีจิตสำนึกที่จะยกโทษให้เขา นี่ไม่ได้เป็นการกระทำของการยกโทษ

ต่ออาชญากรรมที่น่ากลัวของเขาแต่จะเป็นการกระทำทางสัญลักษณ์ของ

การปลดปล่อยความต้องการของตัวเธอเองล่ามโซ่เขาไว้ภายในจิตใจของเธอ

มุมมองของ “การแก้แค้นที่ดีที่สุด” ของเธอ ต่อฮืตเลอร์คิอ การมีชีวิตอยู่อย่างมีความมุ่งหมาย สนุกสนาน และเต็มที่ เต็มไปด้วยความรักและครอบ

ครัว และปฏิรูปความทุกข์ทรมานไปสู่การรักษาบุคคลอื่นเป็นการแก้แค้นที่ดีที่สุดของฉันต่อฮิตเลอร์ การแก้แค้นอย่างเเท้จริงต่อฮิตเลอร์ของฉัน คือ จูบหลานที่ยิ่งใหญ่ของฉัน ตอนอายุ 95 ปี ฉันนำพาอำนาจของฉันกลับมาและตัดสินใจไม่ได้เป็นเพียงแค่มีชีวิตอยู่แต่ได่เจริญรุ่งเรือง ขอให้ความรักของคุณเป็นการแก้แค้นของคุณ ไม่ใช่ความโกรธของคุณ

เธอได้มองนาซี ไม่ได้เป็นบุคคลโหดร้ายโดยกำเนิดแต่เป็นบุคคลธรรมที่ถูกล้างสมองและปลูกฝังความเกลียด กลายเป็นนักโทษทางใจของตัวพวกเขาเองและอุดมการณ์ที่ตายตัวต่อรองไม่ได้เธอได้เน้นย้ำว่าเด็กและทหารเยอรมันถูกฝึกอบรม ที่จะยึดอำนาจหน้าที่อย่างตาบอด และไม่ถูกยอมให้แสดงความรู้สึกหรือสงสัยกฏของพวกเขา เธอเชื่อว่าบุคคลไม่ได้กำเนิดที่จะเกลียดแต่ได้เรียนรู้มัน กระบวนการที่สร้างสภาวะเพื่อความโหดร้ายเธอ

มองว่ายามเป็นนักโทษด้วย เพราะว่าพวกเขาได้ติดกับดักความเกลียดและอุดมการณ์รัฐบาลของพวกเขาเอง เธอภาวนาเพื่อพวกเขา และรู้สึกสงสาร มองชีวิตของพวกเขาอย่างเศร้าสลดภายในวิถีทางของพวกเขาเอง เพราะว่าพวกเขาได้สูญเสียวัยหนุ่มสาวและความเป็นมนุษย์ต่อการฆ่า

อีดิธ อีเกอร์ พิจารณาชีวิตของเธอ ครอบครัวของเธอ และงานของเธอเป็นนักจิตวิทยาช่วยเหลือบุคคลอื่น เป็นการแก้แค้นยิ่งใหญ่ที่สุด

ของเธอต่อฮิตเลอร์ เปลี่ยนแปลงความทุกข์ทรมานของเธอไปสู่การรักษาบุคคลอื่น หมายถึง “การแก้แค้นยิ่งใหญ่ที่สุด”ต่อฮิตเลอร์ของเธอ ไม่ได้ถูกพบภายในการแก้แค้น แต่ภายในการเลือกชีวิตอย่างมีความสุข และช่วยเหลือบุคคลอื่นรักษาบาดแผลทางใจ เธอได้กล่าวบ่อยครั้งว่า ลูกสามคน หลานห้าคน และเหลนเจ็ดคนของเธอเป็นการแก้แค้นสุดยอดของเธอ

อีดิธ อีเกอร์ ได้อ้างอิงทั้งคอร์รี เทน บูม และมหาตมะ คานธี ภายใน

ผลงานของเธอโดยเฉพาะภายในหนังสือของเธอ “The Gift” แสดงว่าบุคคลทุกคนมีความสามารถ เพื่อทั้งความดีและความชั่วอย่างลึกซึ้งภายในพวกเขา เธอได้ใช้บุคคลเหล่านี้มุ่งเน้นอำนาจของการเลือก

และความรับผิดชอบส่วนบุคคลสาระสำคัญภายในปรัชญาการรักษาบาดแผลทางใจของเธอ เธอได้ยึดคอร์รี่ เทน บูม คริสเตียนชาวดัทซ์ที่ได้ช่วยเหลือชาวยิวจำนวนมากหลบหนีนาซี และมหาตมะ คานธี ที่

ถูกรู้จักกันต่อการต่อต้านที่ไม่ใช้ความรุนเเรงของเขาเป็นสัญลักษณ์

เเห่งความรัก ความเห็นอกเห็นใจ และความกล้าหาญ

เธอได้เปรียบเทียบกับอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ที่แสดงความสามารถของมนุษย์เพื่อการตัดสิน ความเกลียด และความโหดร้าย ถ้อยคำแกนของเธอคือว่าในขณะที่เราไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์ภายนอกที่เกิดขึ้นต่อเราได้ เราสามารถอยู่เสมอเลือกจะตอบสนองอย่างไรเรา

มีเจตจำนงเสรีที่จะตัดสินใจเราทำตามส่วนไหนของธรรมชาติของเรา ความรักความเห็นอกเห็นใจ “เท็น บูม/คานธี” ภายใน หรือความเกลียด การทำลาย “ฮิตเลอร์ภายใน”

ภายในหนังสือของเธอ “The Choice” อิดิธ อีเกอร์ ได้เสนอแนะว่า เราแต่ละคนมีอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และคอร์รี่ เทน บูมภายในเรา หมาย

ความว่าบุคคลทุกคนมีคาวมสามารถเพื่อทั้งความโหดร้ายและความรัก และความหมายอยู่ที่การเลือกส่วนบุคคลของความสามารถไหน

ที่จะทำตาม อิดิธ อีเกอร์ ได้อภิปรายเรื่องราวของคอร์รี เทน บูมเป็นพินัยกรรมต่อการยกโทษที่ลึกซึ้ง และความยืดหยุ่นทางจิตวิญญาน เทน บูม เป็นคริสเตียนชาวดัทซ์ รอดชีว้ตจากค่ายกักกัน และต่อมาเธอได้เดินทางไปทั่วโลกเทศนาความรักของพระเจ้าและความจำเป็นของการยกโทษศัตรูของตนเอง

คอร์รี่ เท็น บูม ผู้รอดชีวิตโฮโลคอสท์ชาวดัทช์ และสมาชิกต่อต้าน

นาซีได้ถูกนำเสนอเป็นสัญลักษณ์ของศรัทธาที่กล้าหาญ ความรักที่ลึกซึ้ง และอำนาจของการยกโทษ แม้ว่าภายหลังความทุกข์ทรมานอย่างมากและการตายของน้องสาวของเธอภายในค่ายกักกัน ความ

บันทึกความทรงจำที่มีชื่อเสียงของเธอ “The Hiding Place” ได้เล่าเรื่องราวความพยายามของครอบครัวของเธอที่จะซ่อนผู้อพยพชาวยิวและการจำคุกตามมาของพวกเขา

เรื่องราวที่มีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่ออิดิธ อีเกอร์ และผู้อ่านคนอื่นจำ

นวนมากด้วยถ้อยคำของความรักชนะความเกลียดของมันภายในผลงานของเธอ อิดิธ อีเกอร์ ใช้คอร์รี เท็น บูม เป็นตัวอย่างที่มีพลังของการมีความสามารถที่จะรักและยกโทษ แม้ว่าภายหลังการประสบกับความน่ากลัวของโฮโลคอสท์ เธอได้อ้างถึงคอร์รี เท็น บูมภายในการเขียนของเธอว่า

“ฉันได้เตือนใจตัวฉันเองว่าเราแต่ละคนมีอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และคอร์รี เทน บูม ภายในเรา เรามีความสามารถที่จะเกลียด และความสามารถที่จะรัก เราเลือกอย่างไหน ฮิตเลอร์ภายในของเรา หรือเทน บูม ภาย

ในของเรา ขึ้นอยู่กับเรา”

คอร์รี เทน บูม เป็นช่างนาฬกาชาวดัทช์และนักเคลื่อนไหวคริสเตียน กลายเป็นสัญลักษณ์รับรู้ทั่วโลกของความศรัทธา และการปรองดองภายหลังรอดชีวิตจากโฮโลคอสท์เธอได้กลายเป็นผู้หญิงคนเเรกของ

เนเธอร์แลนด์ได้ใบอนุญาติเป็นช่างนาฬิกา การค้าที่เธอได้เรียนรู้จากพ่อของเธอ เธอได้ร่วมกับพ่อของเธอและสมาชิกครอบครัวอื่น กลายเป็นผู้นำภายในขบวนการต่อต้านชาวดัทซ์ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง บ้านครอบครัวของ เทน บูม ภายในฮาร์เล็ม เนเธอร์แลนด์ กลายเป็นที่หลบซ่อนแก่ชาวยิว เธอที่ได้ช่วยเหลือชาวยิวหลายร้อยคนหลบหนีจากรัฐบาลนาซี การต่อต้านของครอบครัวได้นำพาไปสู่การถูกจับของพวกเขา

คอร์รี่ เทน บูมได้ถูกส่งไปค่ายกักกันนาซีตรงที่เธอได้มองเห็นความทุกข์ทรมานอย่างมาก แต่ได้รักษาศรัทธาของคริสเตียนไว้ น้องสาวของเธอได้ตายที่นี่ เธอรอดชีวิตจากค่ายกักกันอย่างน่าอัศจรรย์ และได้ถูกปล่อยตัวไปเนื่องจากข้อผิดพลาดทางธุรการ ภายหลังสงคราม เธอได้ทุ่มเทชีวิตของเธอ ร่วมข้อมูลความรักของพระเจ้า อำนาจการยกโทษ และความหวัง รายละเอียดภายในบันทักความทรงจำขายดีที่สุดของเธอ “The Hiding Place” เธอได้ยกโทษอย่างมีชื่อเสียงยามก่อนหน้านี้คนหนึ่งของเธอที่เป็นตัวตนถ้อยคำของเธอว่าอิสระภาพที่แท้จริงไม่ได้มาจากเพียงแค่จากการหลบหนีการถูกจับกุม แต่มาจากการปลดปล่อยความเกลียด

 

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com