เมื่อซูดานลุกเป็นไฟ

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
เมื่อซูดานลุกเป็นไฟ
การสู้รบกันระหว่างนักรบสังกัดกองทัพซูดาน กับนักรบสังกัดกองกำลังกึ่งทหาร(หน่วยรบสนับสนุนเคลื่อนที่เร็วหรือ Rapid Support Forces) เพื่อแย่งชิงอำนาจกัน ขณะที่เขียนเรื่องนี้( ๒๖เมษายน ๖๖)ยุติลงชั่วคราว(นับแต่เริ่มการสู้รบกันมาตั้งแต่วันที่ ๑๕ เมษายน) ตามข้อตกลงหยุดยิง ๗๒ ชั่วโมง
ทั้งนี้ เพื่อเปิดทางให้พลเรือน ทั้งคนท้องถิ่นและชาวต่างชาติหนีออกจากพื้นที่สัประยุทธ์ ได้อย่างปลอดภัย
ทั้งนี้ หลังจากที่มีผู้เสียชีวิตไปแล้วไม่ต่ำราว ๔๐๐ รายและบาดเจ็บอีกไม่รู้เท่าไร
ในขณะที่มีรายงานจากอนามัยโลกว่า ภายในพื้นที่ประเทศนี้โดยเฉพาะในเมืองหลวง”คาร์ทูม”ได้เกิดภาวะขาดแคลนอย่างหนัก ถึงขั้นวิกฤติ ไม่ว่าจะในด้านอาหารการกิน น้ำดื่มน้ำใช้ ยารักษาโรคและเชื้อเพลิง

การหยุดยิงชั่วคราว จึงเป็นโอกาสที่ดียิ่ง ที่ชาวต่างชาติ รวมทั้งคนไทยซึ่งส่วนมากเป็นนักศึกษาที่ได้ทุนไปเรียนวิชาการทางศาสนาอิสลามราว ๒๐๐ กว่าคนกับคนไทยที่เข้าไปทำงานราว ๕๐ คน สามารถอพยพหนีออกมา ด้วยการเดินทางไปรวมกันยัง”พอร์ต ซูดาน”แล้วลงเรือแล่นข้ามทะเลแดง ไปยังเมืองท่าเจดดาห์ในซาอุดีอาระเบีย โดยจะมีเครื่องบินของกองทัพอากาศไปรับกลับ เข้าใจว่าจะมาถึงเมืองไทย ภายในวันที่ ๒๗ เมษายน ที่ผ่านมานี้
จากข่าวของทางการไทยระบุว่า ในการอพยพหนีภัยสงครามครั้งนี้ ทางการซาอุดีอาระเบีย ได้ให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง
เห็นหรือยังว่า การฟื้นความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับซาอุดีอาระเบียนั้น ส่งผลต่อชาติบ้านเมืองไทยเราแค่มากไหนและมีอานิสงส์ถึงไพร่ฟ้าประชาชนชาวไทยอย่างไร
ขอเล่าซ้ำอีกทีครับว่า สงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นในซูดานคราวนี้ เป็นการแย่งชิงอำนาจระหว่างผู้นำกองทัพคือ พลเอก”อับเดล ฟัตตะห์ อัล-บูรฺฮาน” ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี กับผู้บัญชาการกองกำลังกึ่งทหารคือพลเอก”โมฮาเมด หัมดาน ดากาโล”ซึ่งเป็นรองประธานาธิบดี
แม้ทั้งสองจะเคยร่วมมือโค่นอำนาจประธานาธิบดี”โอมาร์ อัล-บาชีร์”เมื่อปี ๒๐๒๑ มาด้วยกันก็ตามและสามารถร่วมกันครองอำนาจมาด้วยกันระยะหนึ่ง

การที่ต้องโค่น”อัล-บาชีร์”นั้น มาจากความผิดพลาดของตัวเขาสองประการ คือระหว่างที่บริการประเทศมาสามปีนั้น
๑.เกิดภาวะข้าวยากหมากแพง จนชาวบ้านลุกขึ้นประท้วงครั้งแล้วครั้งเล่า ก็แก้ไขไม่ได้และ
๒. สั่งฆ่าคนไปเยอะในแคว้น”ดาฟูร์”(ถิ่นแถวในภาคตะวันตก ที่มีการเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดน) จนถูกศาลอาญาระหว่างประเทศออกหมายจับ เพื่อเอาตัวไปดำเนิคดีฐานก่ออาชญากรรมสงคราม
ถามว่าทำไมกองกำลังกึ่งทหารของ”ดากาโล”จึงมีศักยภาพมากมายนัก จนสามารถลุกขึ้นสู้กับกองทัพได้
ตอบว่า ก็ต้องย้อนกลับไปดูว่า กองกำลังนี้ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว เพื่อใช้ปราบปรามกบฏแบ่งแยกดินแดนใน”ดาร์ฟู”อย่างรุนแรง จนถูกกล่าวหาว่า เป็นกองกำลังที่มุ่งปราบเพื่อฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา”ดากาโล”สามารถสร้างอิทธิพลได้มาก จนในที่สุด เขามีกองกำลังนี้ราวๆ ๑๐๐,๐๐๐ นายทั่วประเทศ
ทั้งยังมีรายงานข่าวระบุว่า กองกำลังของเขา สามารถครอบครองพื้นที่ ที่มีเหมืองทองคำเอาไว้ได้ด้วย
ฉะนั้น จึงไม่น่าสงสัยเลยว่า ทำไมกองกำลังนี้จึงเข้มแข็งมากเหลือเกิน
ย้อนกลับไปก่อนการสู้รบนั้น ก็ได้เกิดความตึงเครียดขึ้นมาในระยะหนึ่งแล้ว จากกรณีที่”ดากาโล”พยายามต่อรองกับ”อัล-บูรฺฮาน”ขอผนวกกองกำลังกึ่งทหาร เข้าเป็นเนื้อเดียวกับกองทัพ
แต่”อัล-บูรฺฮาน”ไม่เอาด้วย

“ดากาโล”ยังกล่าวหาว่า การนำชาติของ”อัล บูร์ฮาน”นั้น เคร่งศาสนามากไป เขาต่างหากเล่า ที่ต่อสู้เพื่อนำประชาธิปไตยมาสู่ปวงชนที่แท้จริง
แต่”อัล-บูรฺฮาน”ก็ว่า เขาต่างหากที่จะนำพาส่งผ่านชาติไปสู่การบริหารโดยพลเรือนอย่างแท้จริงได้
ท้ายสุด ความขัดแย้งเหล่านี้ ก็นำไปสู่ความแตกหัก เกิดการรบพุ่งกันขึ้นมา กลายเป็นการแย่งชิงอำนาจกันระหว่างสองผู้ยิ่งใหญ่ ถึงขั้นใช้อาวุธสงครามเข้าห้ำหั่นกัน
ดังที่เห็น เป็นสงครามกลางเมืองที่กระจายการสู้รบไปทั่ว
ในการนี้ ยังไม่ชัดเจนว่า มีชาติมหาอำนาจใดหนุนหลังฝ่ายไหนแน่
แต่ก็มีหลายฝ่าย รวมทั้งเลขาธิการสหประชาชาติคือ“อันโตนิโย กูเตอร์เรส”พยายามเรียกร้องให้ขยายการหยุดยิงต่อ อย่างน้อยก็สามวัน(เป็นเบื้องแรก)ก่อนก็ยังดี
การเรียกร้องนี้ คือความหวังในการแผ้วถางทาง อันจะนำไปสู่การเจรจาหยุดยิงอย่างถาวร ซึ่งน่าจะนำไปสู่การตกลงกันทางการเมืองอย่างสันติได้
จะได้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนระดับรากหญ้าและไม่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจไปมากกว่านี้
นอกจากนั้น ก็มีเสียงเรียกร้องให้ใช้กองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติเข้ามากั้นกลาง มิให้เกิดการปะทะกัน แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ทันการแล้ว คงต้องรออีกสักระยะหนึ่ง หากเปิดมีการเจรจาตกลงกันได้
เห็นหรือยังครับว่า ใครก็ตามที่มีกำลังในมือนั้น สามารถสร้างความหายนะแก่ชาติได้แค่ไหน
คงจะจำกันได้ว่า ในบ้านเราเมืองไทยนั้น หลายครั้งมีผู้พยายามสร้างสถานการณ์ขัดแย้งอย่างรุนแรง ด้วยการยุแยงตะแคงรั่ว
รวมทั้งการสร้าง”กองกำลังไม่ทราบฝ่าย”หมายต่อสู้กับกองทัพ
ดีที่แกนนำกองทัพไทยเรา ยังเหนียวแน่นพอ ไม่แตกแยกร้าวฉานเป็นฝักเป็นฝ่าย อย่างในซูดาน ไม่เช่นนั้นชาติไทยเราวินาศไปแล้ว
ทำไมคนไทย จึงโชคดีอย่างนั้น
ก็เห็นจะต้องขอบคุณพระสยามเทวาธิราชแล้ว







