ประวัติศาสตร์มนุษยชาติ (52)

ประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
ผู้เขียน อ.อดุลย์ มานะจิตต์
เหยื่อของดัจญาล
จะมีผู้ทรงคุณธรรมคนหนึ่งในมะดีนะฮ์ทำการโต้เถียงกับตัจญาล อย่างเผ็ดร้อน และเขาจะถูกฆ่าโดยดัจญาล จากนั้นดัจญาลจะนำเอาส่วน ต่างๆ ของร่างกายมาต่อกัน และจะสั่งให้คืนชีวิตขึ้นมาอีก และผู้ทรง คุณธรรมเหล่านั้นก็จะกลับมีชีวิตขึ้นมาอีก ดัจญาลจะถามผู้ทรงคุณธรรม ท่านนั้นว่า เขายังไม่เชื่อในการเป็นพระเจ้าของเขาอีกหรือ ผู้ทรงคุณธรรม จะกล่าวตอบว่า เดี๋ยวนี้ท่านเชื่อสนิทแล้วว่าเขาคือดัจญาล ดัจญาลจะ พยายามสังหารผู้ทรงคุณธรรมอีกแต่เขาไม่ประสบความสำเร็จ
จากนั้นดัจญาลจึงรุดคืบหน้าเข้าไปสู่ซีเรีย แต่ก่อนที่จะเข้าถึง ดามัสกัส อิมามมะฮ์ดีจะอยู่ที่นั้นเพื่อจัดเตรียมกำลังรบ ในระหว่างนี้ได้ถึง เวลาอะซานนมาชอัสร์และมุสลิมก็เตรียมตัวเพื่อการนมาซ ท่านศาสดาอีชา (พระเยซู) จะมาปรากฏตัวบนท้องฟ้า โดยวางมือของท่านอยู่บนไหล่ของ ทูตสวรรค์สององค์ และจะลงมาที่หออะซาน (มินาเรต) ด้านทิศตะวันออก ของมัสยิดกลางและจะไต่บันไดลงมา อิมามมะฮ์ดีจะส่งมอบการบริหารทั้ง หมดและการนำกองทัพให้กับท่านศาสดาอีชา แต่ท่านปฏิเสธที่จะยอมรับ และท่านได้ขอให้อิมามมะฮ์ดีทำหน้าที่ต่อไป เพราะท่านศาสดาอีชา นั้น มาเพื่อการฆ่าสังหารดัจญาล
เช้าวันรุ่งขึ้น อิมามมะฮ์ดีจะนำกองทัพมุสลิมออกไปยังสนามรบ และท่านศาสดาอีชา จะรุดหน้าไปบนหลังม้าเพื่อเผชิญหน้ากับดัจญาลด้วย หอกในมือของท่าน กองทัพมุสลิมจะเจ้าโจมตีกองทัพของดัจญาลและจะ สู้รบกันอย่างหนัก ในระหว่างการทำศึกนั้นลมหายใจของศาสดาอีซาจะเป็น ดังที่ว่ามันจะไปไกลสุดสายตา และบรรดาผู้กราบไหว้เทวรูปทั้งหมดที่จะเข้า มาในระยะของมันจะตายสิ้น เมื่อดัจญาลมองเห็นศาสดาอีชา จะพยายาม หลบหนีแต่จะถูกศาสดาอีชาติดตามไป ท่านศาสดาอีชา จะไปจากที่หนึ่ง ไปสู่อีกที่หนึ่งเพื่อปลอบขวัญบรรดาผู้ที่ถูกกดขี่ข่มเหงทรมานทรกรรมโดยดัจญาล ด้วยกับความเมตตาของพระเจ้า จะไม่มีผู้กราบไหว้เทวรูปหลง เหลืออยู่เลย
จากนั้นอิมามมะฮ์ดีจะถึงแก่ชีวิต และการบริหารจัดการจะส่งมอบ ให้กับศาสดาอีชา พวกก๊อกและมาก๊อก (ญะฮ์ณุจและมะฮ์ญฺจ) จะออก มา ที่อยู่ของพวกมันนั้นอยู่ทางเหนือสุดของโลก ซึ่งพ้นเขตแดนของ ประชากรมนุษย์ที่ซึ่งมหาสมุทรเป็นน้ำแข็ง ถึงกับว่าเรือก็ไม่สามารถเคลื่อน ตัวไปได้ พวกก๊อกและมาก๊อกจะสร้างความเสียหายและความยุ่งยากขึ้น บนโลก ท่านศาสดาอีชา จะขึ้นไปบนภูเขาฎรพร้อมด้วยมุสลิมทั้งหมด ซึ่ง พระเจ้าทรงพระบัญชามา ก็อกและมาก็อกจะถูกพระเจ้าทำลาย และท่าน ศาสดาอิชาจะลงมาจากภูเขา
ภายหลังสี่สิบปี ท่านศาสดาอีซาจะถึงแก่กรรม และถูกฝังในหลุมศพ ของท่านศาสดามุฮัมมัด จากนั้นจะมีบุคคลผู้หนึ่งชื่อ จาฮัจ จากก๊กของคาห์ ตานจะมาสืบทอดตำแหน่งแทนศาสดาอีซา เขาจะปกครองด้วยความ ยุติธรรมอย่างสูง และจะมีกษัตริย์หลังจากเขาอีกสองสามองค์ จากนั้น คุณธรรมและการประพฤติปฏิบัติในสิ่งดีงามจะเริ่มลดลง และความชั่วร้าย จะขยายตัวเพิ่มขึ้น เมื่อถึงเวลานั้นท้องฟ้าจะปกคลุมไปด้วยหมอก มันจะ ลอยต่ำลงมาปกคลุมโลกอันจะทำให้มุสลิมเป็นหวัด และผู้กราบไหว้เทวรูป จะเป็นลม หมอกจะจางหายไปภายหลังจากนั้นสี่สิบวันใกล้กับเดือนซุลฮิ จญะฮ์ ภายหลังจากวันที่สิบของเดือนนั้น ทันใดนั้นกลางคืนจะมีความยาว นานจนทำให้คนเดินทางบังเกิดความงงงวย เด็กๆ จะรู้สึกเหนื่อยอ่อนกับ การนอน และสัตว์เริ่มร้องโหยหวนเพื่อจะออกไปแทะเล็มหญ้า แต่มันก็ไม่ ยอมสว่างเสียที จนกระทั่งมนุษยชาติจะเริ่มรู้สึกตระหนกใจและงงงันอย่าง หนัก ช่วงระยะเวลานั้นจะมีความยาวนานเท่ากับสามคืน และจากนั้นดวง อาทิตย์จะขึ้นจากทิศตะวันตกด้วยกับแสงอันริบหรี่ ภายหลังจากนั้นพระ เจ้าจะมิทรงรับการขออภัยโทษจากผู้ใดอีก เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นมาจนถึงเวลาเที่ยงตรง มันจะคล้อยกลับไปตกในทิศทางเดิมอีก และหลังจากนั้นมันจะ ยังคงขึ้นในทางทิศตะวันออกตามปกติ
ภายหลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้สองวัน แผ่นดินไหวจะสั่นสะเทือน และแยกภูเขาซอฟาออก และจะมีสัตว์ประหลาดออกมาจากมันซึ่งมันจะ พูดกับมนุษยชาติ และจะเดินทางไปทั่วทั้งโลกด้วยความเร็วอันมหาศาล พร้อมกับการทำเครื่องหมายบนหน้าผากของผู้ศรัทธาด้วยกับไม้เท้าของ ศาสดามูชา (อะชาอี มูชา) ซึ่งจะทำให้ใบหน้าของเขาสว่างไสว และบนต้น คอหรือจมูกของผู้ไร้ศรัทธามันจะทำเครื่องหมายสีดำไว้ด้วยกับแหวนของ ท่านศาสดาสุลัยมาน ซึ่งจะทำให้ใบหน้าของพวกเขาดำมืด หลังจากเสร็จ สิ้นภารกิจนี้แล้วสัตว์ประหลาดนี้ก็จะหายลับไป
จากนั้นจะมีลมโชยอันมีกลิ่นหอมชื่นพัดมาจากทิศเหนือ และมันจะ ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยขึ้นที่ใต้รักแร้ของผู้ศรัทธา และผลของมันนี้จะทำ ให้ผู้ศรัทธาทั้งหมดล้มตาย ภายหลังจากมุสลิมได้เสียชีวิตหมดแล้ว พวก อบิสซีเนียจะเข้าปกครองโลก และจะทำลายกะฮ์บะฮ์ พิธีฮัจญ์จะถูกยกเลิก คัมภีร์อัล กุรอานจะถูกยกเลิกออกไปจากหัวใจและกระดาษ จะไม่มีผู้ใด เกรงกลัวหรือรำลึกถึงพระเจ้าอีกแล้ว ในช่วงเวลานี้ทุกสิ่งทุกอย่างจะมีราคา ถูกมาก และผู้คนจากทุกสารทิศจะมุ่งตรงมายังซีเรีย โลกจะมีความเจริญ ก้าวหน้าอย่างมาก สิ่งนี้จะดำเนินไปเป็นเวลาสามหรือสี่ปี
จากนั้นเมื่อวันศุกร์ซึ่งเป็นวันที่สิบของเดือนมุฮัรรอม เมื่อผู้คนกำลัง วุ่นวายอยู่กับธุรกิจการค้าของเขาอยู่ในตอนเช้า ทันใดนั้นที่เป่า (สังข์) จะถูก เป่า โดยในตอนแรกนั้นจะมีเสียงค่อย และจากนั้นเสียงจะดังขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงขนาดที่ว่าผู้คนจะล้มตายเนื่องจากความกลัวจนลนลาน โลก และท้องฟ้าจะแตกออกและโลกทั้งโลกจะถูกทำลายล้าง เหตุการณ์นี้จะเกิด ขึ้นหลังจากดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกเป็นเวลาหนึ่งร้อยสามสิบปี เป็นต้นไปวันตัดสินพิพากษาก็จะอุบัติขึ้น
การปรากฏกายของ อิมามุลอัศร์
จะบังเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเหตุการณ์อันสำคัญดังจะกล่าวถึงในบาง ประการดังต่อไปนี้ ซึ่งปรากฏเป็นหลักฐานอย่างแจ้งชัดในฮะดิษของท่าน ศาสดามุฮัมมัด และบรรดาอะอิมมะฮ์ ได้บังเกิดขึ้นบนโลกนี้เสียก่อน
ซุฟยานีจะออกมาเพื่อก่อกบฏ ฮะซะนิดจะถูกสังหาร พวกอับบาสิด จะขัดแย้งกันในเรื่องอาณาจักรในทางโลก จะเกิดสุริยุปราคาในกลางเดือน รอมฎอน และจะมีจันทรุปราคาเกิดขึ้นในตอนสิ้นเดือน ซึ่งจะแตกต่างไป จากที่มันเกิดขึ้นในยามปกติ แผ่นดินจะถูกกลืนหายไปที่อัล บัยดา มัน จะถูกกลืนหายไปในทิศตะวันออก มันจะถูกกลืนหายไปทางทิศตะวันตก ดวงอาทิตย์จะอยู่กับที่ในเวลาที่มันกำลังตกจนถึงกึ่งกลางของเวลาสำหรับ การนมาชดุฮ์ริ มันจะขึ้นมาจากทิศตะวันตก วิญญาณบริสุทธิ์ (นัฟซ์ ชะกียะฮ์) จะถูกสังหารที่ชานเมืองกูฟาพร้อมกับผู้ทรงคุณธรรมอีกเจ็ด สิบคน ชาวฮาชิไมท์คนหนึ่งจะถูกสังหารระหว่างมุมนั้น (ของอัล กะฮ์บะฮ์) และที่ยืนนั้น (มะกอม อิบรอฮีม) กำแพงที่มัสยิดกูฟาจะถูกทำลาย บรรดา ธงดำจะรุกคืบหน้ามาจากคูรอซาน อัล ยะมานีจะออกมาเพื่อก่อกบฏ พวก มักรีบีจะมาปรากฏที่อียิปต์และทำการยึดครองมันจากซีเรีย พวกเติร์กจะ เข้าครอบครองดินแดนของอัล ญาชิรอ พวกไบเซนทีนจะเข้าครอบครองรัม ลา ดวงดาวหนึ่งจะปรากฏในทางตะวันออกและเปล่งรัศมีเสมือนดวงจันทร์ ให้แสงสว่างกระนั้น จากนั้น (จันทร์เสี้ยวแรก) จะงอเข้าหากันจนกระทั่ง ปลายทั้งสองข้างของมันเกือบจะแตะกัน จะมีสีหนึ่งปรากฏขึ้นในท้องฟ้าและ กระจายตัวไปยังขอบฟ้าของมัน จะมีไฟครั้งหนึ่งปรากฏขึ้นในทิศตะวันออก เป็นเวลานาน และจะคงอยู่ในอากาศเป็นเวลาสามหรือเจ็ดวัน ชาวอาหรับ จะปลดแอกนั้นออกและยึดเอาแผ่นดินของพวกเขาคืนมา โดยการขับไล่ อำนาจต่างชาติออกไป ประชาชนชาวอียิปต์ก็จะสังหารผู้ปกครองของพวกเขาและทำลายซีเรีย และธงนำสามผืนจะขัดแย้งกันในนั้น (ซีเรีย) ธงนำ ต่างๆ ของเคส์และอาหรับจะมาอยู่ในหมู่ของประชาชนชาวอียิปต์ ธงนำ ต่างๆ ของคินคา (จะไป) ยังคูรอซาน ม้า (หลายตัว) จะมาจากตะวันตกจน กระทั่งมันมาเข้าคอกที่อัล ฮิรอ บรรดาธงดำจะรุกคืบมาสู่มันจากตะวันออก แม่น้ำยูเฟรติสจะท่วมท้นจนไหล่บ่าเข้าสู่ตรอกซอกซอยของเมืองกูฟา จะมี ผู้หลอกลวงจำนวนหกสิบคนจะออกมาข้างหน้า ทั้งหมดของพวกเขาจะอ้าง การเป็นศาสดา และสิบสองจะออกมาข้างหน้าจากครอบครัวของอบูฏอลิบ ทั้งหมดนั้นจะอ้างการเป็นอิมาม ชายคนหนึ่งที่ดำรงตำแหน่งสำคัญผู้ซึ่งเป็น ผู้สนับสนุนของพวกอับบาซีด จะถูกเผาระหว่างยะลูลูและคานีคืน สะพาน ที่อยู่ถัดไปจากเมืองคัรคืน ในนครแบกแดดจะถูกสร้าง ลมสีดำคราหนึ่ง จะยกมันขึ้นในตอนเริ่มของวัน และจากนั้นแผ่นดินไหวครั้งหนึ่งจะเกิดขึ้น ถึงกับว่าส่วนมากของมันจะถูกกลืนหายเข้าไป ความหวาดกลัวจะเข้าครอบ งำผู้คนชาวอิรักและแบกแดด ความตายอย่างรวดเร็ว (จะเกิดขึ้น) ณ ที่นั่น เองจะเกิดการสูญเสียทรัพย์สินสมบัติ ชีวิตและพืชไร่ ตั๊กแตนจะมา ปรากฏ ณ เวลาอันเป็นปกติของมันและในเวลาที่ไม่ปกติ เพื่อว่ามันจะได้ เข้าโจมตีพื้นที่การเกษตรและแหล่งเพาะปลูก และยังผลให้ผลผลิตที่น้อย นิดจากการที่ผู้คนได้เพาะปลูกมัน ชาวต่างชาติสองกลุ่มจะขัดแย้งกัน และ จะมีการหลั่งเลือดกันอย่างท่วมท้นในการทะเลาะกันของพวกเขา บรรดา ทาสจะก่อกบฏในการจงรักภักดีต่อเจ้านายของพวกเขา และสังหารเจ้านาย ของพวกเขา (มะวาลี) พวกนอกคอก (อะฮ์ลัลบิดอะฮ์) จะถูกแปลงจนกระทั่ง พวกเขากลายเป็นลิงและหมู บรรดาทาสจะเข้าปกครองแผ่นดินของเจ้านาย ของพวกเขา เสียงร้องหนึ่ง(จะมา) จากฟากฟ้า (ในวิธีที่)ผู้คนนั้นจะได้ยิน ในภาษาของตน ใบหน้าหนึ่งและหน้าอกหนึ่งจะปรากฏขึ้นในท้องฟ้า ต่อหน้าผู้คนในศูนย์กลางของดวงอาทิตย์ คนตายจะฟื้นคืนชีพจากหลุมฝังศพ เพื่อว่าพวกเขาจะได้กลับคืนมาสู่โลกนี้ และพวกเขาจะจดจำซึ่งกันและกัน


