วิธีให้อภัยให้หมดจด

วิธีให้อภัยให้หมดจด
โดย พระไพศาล วิสาโล
Q 1 – กราบนมัสการค่ะขอสอบถามว่า“ทำอย่างไรใจเราถึงจะยอมให้อภัยคนที่ทำร้ายเราอย่างหมดจด ไม่ติดข้องหมองใจส่วนใดอีกเจ้าคะ
Q 2 – กราบนมัสการเจ้าค่ะขอความกรุณาพระอาจารย์ช่วยชี้แนะว่าจะมีวิธี “ให้อภัย” คนที่คิดร้ายพูดร้ายทำร้ายเราซ้ำๆ ทั้งที่เราก็ไม่ได้ไปทำอะไรเขาได้อย่างไรเจ้าคะ (ให้อภัยครั้งหนึ่งเขาก็ยังทำร้ายเราอยู่ดีจนรู้สึกเหลือทนแล้วเจ้าค่ะ) ดิฉันอยากให้อภัยคนเหล่านี้ได้อย่างสนิทใจและอยากจะทำจิตให้เมตตาเขาให้ได้จริงๆดิฉันควร “ทำใจ” อย่างไรดีเจ้าคะ
พระไพศาล วิสาโล วิสัชนา – ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าการให้อภัยนั้นไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะป้องกันมิให้ใครมาทำร้ายเราได้ แต่อย่างน้อยการให้อภัยก็ช่วยให้เราไม่ทำร้ายจิตใจตนเอง (ด้วยการปล่อยให้ไฟโทสะพยาบาทเผาลนจิตใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ) ขณะเดียวกันก็ทำให้เราไม่จองเวรกับเขา (คือตอบโต้เขาด้วยความรุนแรงทั้งโดยคำพูดและการกระทำ) ซึ่งเท่ากับกระตุ้นเชื้อเชิญให้เขากลับมาจองเวรกับเราเกิดการโต้ตอบไปมาไม่จบไม่สิ้นจนหาความสุขสงบไม่ได้ทั้งสองฝ่าย
ทีนี้พูดถึงวิธีให้อภัยก็ต้องเริ่มต้นจากการมองเห็นโทษของความโกรธหรือผูกพยาบาทเห็นว่าความโกรธเผาผลาญใจเราอย่างไร ฉะนั้นจึงควรบรรเทาความโกรธไปจากจิตใจ แต่ไม่ใช่ทำด้วยการกดข่ม หากแต่อาศัยความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนั้นจึงควรพิจารณาต่อไปว่าอะไรทำให้เขาทำกับเราอย่างนั้น เขาอาจทำด้วยความเข้าใจผิดด้วยความไม่รู้ หรือเพราะต้องการแสดงอำนาจ การมองให้ลึกลงไปถึงปมปัญหาของเขา (เช่นปัญหาในวัยเด็กหรือในขณะนี้) ก็ช่วยให้เราเข้าใจเขามากขึ้นความเข้าใจถึงที่มาของพฤติกรรมของเขาจะช่วยให้เราเห็นใจเขาได้มากขึ้น
นอกจากนั้นพระพุทธองค์ยังทรงแนะให้มองเห็นถึงความทุกข์ของเขาด้วยว่า เขาเคยผ่านความทุกข์อะไรมาบ้างหรือความทุกข์ที่กำลังเกิดขึ้นกับเขาขณะนี้ รวมทั้งที่กำลังจะเกิดในอนาคต (จากพฤติกรรมของเขา) การเห็นความทุกข์เหล่านี้ของเขาก็จะช่วยให้เราโกรธเกลียดเขาน้อยลง
ข้อต่อมาคือมองให้เห็นถึงความดีของเขา ไม่ว่าความดีที่เคยทำกับเรา หรือความดีที่ทำกับผู้อื่น(เช่นเพื่อนพ่อแม่หรือลูกหลานของเขา) การเห็นความดีของเขาก็จะทำให้เรามีอคติต่อเขาน้อยลงซึ่งช่วยให้ความโกรธเกลียดบรรเทาลง
ประการสุดท้ายคือแผ่เมตตาให้เขา ส่งความปรารถนาดีให้เขา ได้พบความสุขทั้งกายและใจ ได้รับความรักความอบอุ่น ปลอดพ้นจากภยันตรายทั้งปวง เป็นต้น
อันนี้เป็นเรื่องการทำใจของเราให้ปลอดจากความโกรธและลดความทุกข์ในใจเราอย่างไรก็ตามถ้าหากไม่อยากให้เขามารังแกหรือรังควานคุณ ก็ควรทำอย่างอื่นเพิ่มเติมด้วยเช่นไปพูดคุยกับเขาตรงไปตรงมาว่าเหตุใดเขาจึงทำเช่นนั้นมีความเข้าใจผิดเกิดขึ้นหรือไม่หาไม่ก็ต้องอาศัยผู้อื่นช่วยตักเตือนหรือปรามเขา
อันที่จริงการที่เราให้อภัยเขาและทำดีต่อเขาก็สามารถช่วยให้เขามาเป็นมิตรกับคุณได้ มีหลายคนที่พยายามทำดีกับคนที่กลั่นแกล้งเขาจนในที่สุดสามารถชนะใจเขาทำให้เขาเลิกเป็นปฏิปักษ์พระพุทธองค์จึงตรัสว่า
“พึงเอาชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธพึงเอาชนะความร้ายด้วยความดีพึงเอาชนะคนตระหนี่ด้วยการให้พึงเอาชนะคนพูดพล่อยด้วยคำสัตย์“
แต่ทั้งหมดนี้ก็ต้องทำควบคู่กับปัญญาด้วย







