INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

บทเรียนของ “คาซาบลังกา” ยังคงประยุกต์ใช้ เมื่อเวลาผ่านไป

IMG 6631

บทเรียนของ “คาซาบลังกา” ยังคงประยุกต์ใช้ เมื่อเวลาผ่านไป

เพลงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองได้ช่วยเหลือกองทหารรับมือกับความเครียดของสงคราม โดยการส่งเสริมขวัญ การให้การปลอบโยน และการสร้างความเป็นเพื่อน ทหารได้ร้องเพลงเตือนใจพวกเขาถึงบ้านและคนที่รักของเขาเพลงเหมือนเช่น “We’ ll Meet Again” โดยเวราลินน์ ได้ให้การปลอบโยน และความหวังแก่ทหาร และครอบครัวของพวกเขา เพลงได้พรรณาสถานการณ์ที่ทหารเป็นอยู่และส่งเสริมความเป็นวีรบุรุษ เพลงนี้ได้ถ่ายทอดความหวัง และความยืดหยุ่นระหว่างยามสงคราม ยกระดับขวัญของประเทศ เนื้อร้องของเพลงได้ให้การปลอบโยนต่อทหารที่แยกจากบุคคลที่รักของพากเขา การรักษาความศรัทธาว่าเราจะพบกันอีกครั้งหนึ่งภายหลังเวลาที่ลำบากเพลงรักชาติเหมือนเช่น God Bless Anerica โดยเออร์วิง เบอร์ลินเป็นสวด เพื่อการคุ้มครองของพระเจ้าของอเมริกา และการแแสดงออกของความกตัญญูต่ออะไรที่ประเทศนี้ได้ทำต่อประชาชนของพวกเขา เพลงได้ถูกเขียนระหว่างเวลาสงครามและความไม่สงบทางการเมือง และชาวอเมริกันหลายคนพิจารณามันเป็นเพลงชาติอย่างไม่เป็นทางการด้วยเพลงจากสงครามโลกครั้งที่สองเล่าเรื่องเรื่องราวของทหารและบุคคลที่รัก และให้ความหวังเพื่ออนาคต เพลงให้คำเเนะนำเพื่อบุคคล และได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือการรณรงค์ด้วยเพลงเหมือนเช่น As Time Goes By, I’ll Walk Alone และ I’ll Seeing You แสดงแก่นเรื่องของความรัก และการแยกจากกันยามสงคราม เพลงเหล่านี้มาจากแหล่งที่หลากหลายGod Bless America เป็นเพลงปลุกใจที่ได้ช่วยเหลือบันดาลใจทหารอเมริกันระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เออร์วิง เบอร์ลิน ได้เขียนเพลง แต่เพลงไม่ได้ถูกเปิดตัว จนกระทั่งเคท สมิธ ได้ร้องมันบนวิทยุเมื่อ ค.ศ 1938 มันเป็นเพลงรักชาติที่สำคัญระหว่างสงครามที่ช่วยสนับสนุนขวัญของทหาร ช่วยเหลือยกระดับจิตวิญญานยามสงคราม เพลงแสดงบ้านและช่วยเหลือทหารลืมเท้าของพวกเขาในขณะที่เดินทัพ God Bless America เป็นการสวดเพื่อการคุ้มครองของพระเจ้า และการแนะนำแก่อเมริกาการเเสดงความกตัญญูต่อความสวยงามของอเมริกาและอะไรที่อเมริกาได้ทำ ต่อประชาชนของพวกเขา เพลงได้ถูกเขียนเพื่อการตอบสนองต่อการคุกคามที่เจริญเติบโตของลัทธินาซีภายในยุโรป ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เคท สมิธ ร้องเพลงนี้เพื่อความบันเทิงต่อกองทหาร เพลงที่นิยมแพร่หลายมากที่สุดของเคท สมิธ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองคือ God Bless America รวมทั้ง The White Cliffs of Dover ด้วย

IMG 6632

เพลง The Longest Day อ้างถึงการบุกนอร์มังดีของดี-เดย์ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ตรงที่ถ้อยคำ Longest Day แสดงวันแรกที่เข้มข้นและสำคัญการโจมตีของพันธมิตรบนชายหาดของฝรั่งเศส มักจะอธิบายเป็นวันเต็มไปด้วยความเครียดและอันตรายอย่างมากต่อทหารเพลงเกี่ยวกับความน่ากลัวของสงคราม จากมุมมองของการต่อสู้ของทหารภายในนอร์มังดี บนดี-เดย์ เพลงเชื่อมโยงโดยทั่วไปมากที่สุดกับภาพยนตร์ชื่อเดียวกัน การพรรณาทางดนตรีของการบุกดี-เดย์ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง The Longest Day มุ่งประสบการณ์ที่เข้มข้นและน่ากลัวของทหารพันธมิตร เพลงอยู่บนพื้นฐานหนังสือ 1959 ของชื่อเดียวกัน The Longest Day โดยคอร์เนเลียส ไรอัน นักข่าวชาวไอรีสรู้จักกันดีต่อผลงานที่ดึงดูดของเขาไม่ใช่นิยายทางประวัติศาสตร์ เขาได้รับการยกย่องระหว่างประเทศด้วยหนังสือของเขา หนังสือได้ยึดเหตุการณ์ของการยกพลขึ้นบกดี-เดย์ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองการวิจัยที่เข้มงวดของไรอันและสไตล์การเล่าเรื่องทำให้หนังสือถูกยกย่องสูง และกลายเป็นผู้เขียนแนวหน้าของสงคราม หนังสือเล่มอื่นที่มีชื่อเสียงของเขามีทั้ง Bridge Too Far และ The Last Battle คอร์เนเลียส
ไรอันเป็นนักข่าวสงครามเพื่อ เดอะ เดลี่ เทเลกราฟ
The Longest Day เป็นภาพยนตร์ 1962 ได้แสดงการบุกนอร์มังดีของพันธมิตรเมื่อ 6 มิถุนายน ค.ศ 1944 และการเริ่มต้นการจบสิ้นลงของนาซี เยอรมัน ภาพยนตร์ได้ถ่ายทอดความสำคัญของความร่วมมือร่วมใจ การวางแผน และการเสียสละภายในการเผชิญกับสงคราม ภาพยนตร์อยู่บนหนังสือไม่ใช่นิยายของชื่อเดียวกันโดยไรอัน คอร์เนเลียส หนังสือจะเป็นผลลัพธ์ของการวิจัย และการเขียนนาน 10 ปี ไรอัน ได้สัมภาษณ์สิบตรีจอห์น สตีล ที่ได้กล่าวว่าว่าเขาเเขวนอยู่บนหอคอยโบถส์ภายในนอร์มังดีบนดีเดย์ The Longest Day เป็นภาพยนตร์สงครามเปิดตัวเมื่อ ค.ศ 1962 เกี่ยวกับการบุกนอร์มังดีของกองกำลังพันธมิตรระหว่างดี-เดย์ ภายในสงครามโลกครั้งที่สอง แดร์ลิล ซานัคสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อทเวนตี เซ็นจูรี ฟอกซ ภาพยนตร์ได้ถูกถ่ายเป็นขาวดำ และได้เปิดตัวเมื่อ ค.ศ 1962 เพลง The Longest Day ถูกเขียนโดยพอล แองกา การอุทิศต่อทหารที่ต่อสู้ภายในการบุกดี-เดย์ เพลงจะเกี่ยวกับความหวัง ความกลัว และการเสียสละของทหารที่ต่อสู้ภายในประวัติวันที่ยาวนานที่สุดพอล แองกา ได้ค้นพบความคิดเพื่อเพลงภายหลังการถามแดริล ซานุคผู้สร้างภาพยนต์ ใครสร้างเพลง เมื่อซานัคบอกเขาว่าจะไม่มีเพลง แองกาได้เริ่มต้นเขียนเพลง เขาได้บันทึกเสียงเดโม 250 เหรียญ และได้ส่งไปที่ซานัคภายในฝรั่งเศส และได้รับเทเลคกลับมากล่าวว่าพอลที่รัก เราจะมีเพลง

The Longest Day เนื้อร้อง
ชายหลายคนมาที่นี่เป็นทหาร
ชายหลายคนจะผ่านเส้นทางนี้
ชายหลายคนจะนับชั่วโมง
เมื่อพวกเขามีชีวิตอยู่วันที่ยาวนานที่สุด
ชายหลายคนพยายามและเหนื่อย
ชายหลายคนจะต้องอยู่ที่นี่
ชายหลายคนจะไม่เห็นดวงอาทิตย์ขึ้น
เมื่อมันสิ้นสุดวันที่ยาวนานที่สุด
วันที่ยาวนานที่สุด วันที่ยาวนานที่สุด
นี่จะเป็นวันที่ยาวนานที่สุด
เต็มไปด้วยความหวัง และเต็มไปด้วยน้ำตา
เต็มไปด้วยเลือด และเหงื่อและน้ำตา
ชายหลายคนเเข็งแกร่งเป็นพัน
ชายหลายคยไปสู่ชัยชนะ
เดินหน้าไปสู่การสู้รบ
ภายในวันยาวนานที่สุดภายในประวัติศาสตร์

The Longest Day
Song by Paul Anka ‧ 1981
Lyrics
Many men came here as soldiers
Many men will pass this way
Many men will count the hours
As they live the longest day
Many men are tired and weary
Many men are here to stay
Many men won’t see the sunset
When it ends the longest day
The longest day the longest day
This will be the longest day
Filled with hopes and filled with fears
Filled with blood and sweat and tears
Many men the mighty thousands
Many men to victory
Marching on right into battle
In the longest day in history
Source: Musixmatch
Songwriters: Paul Anka

IMG 6635

ภายในภาพยนตร์คาซาบลังกา “As Time Goes By” เป็นเพลงที่แสดงความทรงจำที่คิดถึงและเจ็บปวดของความรักในอดีตระหว่าง ริค เบลน นำแสดงโดยฮัมฟรีย์โบการ์ด และอิลซา ลันด์ นำแสดงโดยอินกริด เบิรกแมน การแสดงความหมายอำนาจอย่างยั่งยืนของความรัก ภายในความเป็นจริงที่ลำบากของสงครามและการเสียสละที่พวกเขาต้องทำเมื่อเพลงได้บรรเลงทุกครั้ง การปรากฏตัวของอิลซา กระตุ้นความทรงจำของพวกเขาอยู่ด้วยกันภายในปารีสสัญลักษณ์แห่งความรักที่ยังคงสม่ำเสมอเเม้ว่าเวลาได้ผ่านไปแล้ว เพลงได้ถ่ายทอดความคิดว่าความจริงเหนือกาลเวลาแต่สงครามได้ชัยชนะในที่สุดเนื้อร้องเปิดตัวของ As Time Goes By โดยพื้นฐานแล้วได้กล่าวว่าแม้ว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความก้าวหน้าภายในโลกรอบตัวเราด้านพื้นฐานของชีวิต โดยเฉพาะความรัก ยังคงมั่นคงและไม่เปลี่ยนแปลงการแสดงความหมายว่า ข้อเท็จจริงที่เรียบง่ายจะเป็นเช่นนั้นที่พวกเขาไม่สามารถลบออกได้ เเม้ว่าเมื่อเวลาผ่านไป

เนื้อร้อง As Time Goes Byเธอต้องจำไว่ว่า จูบยังคงเป็นจูบถอนใจยังคง แค่ ถอนใจเป็นสิ่งพื้นฐานไม่เคยเปลี่ยนเมื่อเวลาผ่านไปและเมื่อคู่รักขอความรักพวกเขายังคงพูด ผมรักคุณเรื่องราวเช่นนี้คุณสามารถเชื่อใจได้ไม่ว่าอนาคตจะนำพาอะไรมาเมื่อเวลาผ่านไปแสงจันทร์และเพลงรัก ไม่เคยล้าสมัยหัวใจเต็มไปด้วยความลุ่มหลง ความริษยาและความเกียจผู้หญิงต้องการผู้ชาย และผู้ชายต้องมีเนื้อคู่ของเขานั่นไม่มีใครปฏิเสธได้มันยังคงเป็นเรื่อวราวเก่าเหมือนเดิมการต่อสู้เพื่อความรักและความรุ่งโรจน์กรณีที่ต้องทำหรือตายโลกจะต้อนรับคู่รักอยู่เสมอเมื่อเวลาผ่านไป
Tips on how to make your own face mask
You must remember this,
A kiss is still a kiss,
A sigh is just a sigh,
The fundamental things apply,
As time goes by.
And when two lovers woo,
They still say “I love you,”
On that you can rely,
No matter what the future brings,
As time goes by.

Moonlight and love songs,
Never out of date,
Hearts full of passion,
Jealousy and hate,
Woman needs man, and man must have his mate,
There’s no one can deny.

It’s still the same old story,
A fight for love and glory,
A case of do or die,
The world will always welcome lovers,
As time goes by.

Moonlight and love songs,
Never out of date,
Hearts full of passion,
Jealousy and hate,
Woman needs man, and man must have his mate,
There’s no one can deny.

It’s still the same old story,
A fight for love and glory,
A case of do or die,
The world will always welcome lovers,
As time goes by.

IMG 6630

โดยเฉพาะบรรทัด “เป็นสิ่งพื้นฐานไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป” มุ่งเน้นว่าท่ามกลางกาเปลี่ยนแปลง ด้านแกนของชีวิต เหมือนเช่นความรักจะยังคงแท้จริงอยู่ เมื่อถูกร้องภายในภาพยนตร์ เพลงได้กระตุ้นการย้อนกลับไปสู่อดีตที่โรแมนติค ของริคและอิลซาภายในปารีส การเเสดงลักษณะความขมขื่นของเรื่องราวความรักของพวกเขานักเปียนโน เเซม บรรเลง As Time Goes By ณ ริคส์ คาเฟ ไดถูกใช้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญภายในภาพยนต์ มันมักจะแสดงออกการมาถึง หรือการกลับมาของความทรงจำร่วมของพวกเขาAs Time Goes By ได้ถูกพิจารณาเป็นเพลงกระตุ้นขวัญเพื่อทหาร เนื่องจากเนื้อร้องที่คิดถึงและรู้สึกมักจะเชื่อมโยงกับกับบ้านและคนที่รักการให้ความรู้สึกของการปลอบโยนและความหวัง ระหว่างความยากลำบากของสงคราม การเตือนความจำพวกเขาของชีวิตที่พวกเขาต่อสู้ที่จะกลับมามันได้ยกระดับจิตวิญญานของพวกเขา ให้พวกเขาความเข้มแข็งที่จะรักษาไว้เนื้อร้องของเพลงโดยเฉพาะบรรทัดตรงที่คุณต้องจดจำสิ่งนี้ไว้ได้กระตุ้นความทรงจำของอดีตและคนที่รักกลับบ้าน การให้การหลบหนีทางจิตใจจากความเป็นจริง ที่รุนเเรงของการสู้รบ การร้องเพลงนี้ด้วยกันได้สร้างประสบการณ์ร่วมท่ามกลางทหาร ความรู้สึกของความเป็นเพื่อนและการเป็นส่วนหนึ่งท่วงทำนองและเนื้อร้องสามารถกระตุ้นอารมณ์ทางบวก การให้ช่วงเวลาของการบรรเทาความเครียดเเละความวิตกกัวลงวลAs Time Goes By สามารถส่งเสริมขวัญของทหารโดยการกระตุ้นความรู้สึกความคิดถึงและความทรงจำพวกเขาถึงที่บ้านและบุคคลที่รัก การให้การปลอบโยนและความรู้สึกที่คุ้นเคยท่ามกลางความลำบากของสงครามโดยเฉพาะ เนื่องจากการเชื่อมโยงกับภาพยนตร์ และเเก่นเรื่องของความรักที่ยั่งยืนของมันที่สามารถให้การยกระดับทางความรู้สึกที่ต้องการอย่างมากภายในสถานการณ์ที่ยุ่งยากเนื้อร้องของ As Time Goes By เกี่ยวกับความรักที่ยั่งยืนและการรอคอยบุคคลบางคนที่จะกลับมาสามารถให้ทหารถึงความรู้สึกของความมุ่งหมายและและการมองในแง่ดี การเตือนใจพวกเขาถึงบุคคลที่พวกเขากำลังต่อสู้เพื่อ ในฐานะเพลงคลาสสิคที่มีชื่อเสียง เพลงสามารถถูกจำได้ง่ายและร้องตามโดยทหารจำนวนมาก การสร้างความรู้สึกของประสบการณ์ร่วมและชุมชน” As Time Goes By” เป็นเพลงเเจ้ส เขียนโดยเฮอร์แมน ฮับเฟลด์ เพลงได้กลายเป็นนิยมเเพร่หลายระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ภายหลังจากเพลงได้ถูกนำเเสดงภายในภาพยนตร์ “Casablanca” เมื่อ ค.ศ 1942 ร้องโดยดูลีวิลสัน เป็นแซม เพลงติดลำดับที่สองบนเอเอฟไอ นำหน้าโดย Over the Rainbow ร้องโดยจูดี การ์แลนด์ เท่านั้น เพลงถูกขับร้องโดยนักร้องหลายคน เช่น บิลลี โฮลิเดย์ จิมมี ดูเเรนเต หลุยส์ อาร์มสตรอง เวอรา ลินน์และแฟรง แฟรงค์ ซิเนตรา เป็นต้นทำนองเดียวกับนักร้องต่อมาหลายคน แซม ภายในคาซาบลังกาได้เริ่มต้นด้วย You Must Remember This , A kiss is Still a Kiss…. ร้องบทนำเท่านั้น งดเว้น – As Time Goes By เขาได้ละเว้นบทนำทั้งหมดที่ได้วางสิ่งพื้นฐานเหล่านี้ไปสู่บริบท”วันนี้และยุคที่เรามีชีวิตอยู่ให้เหตุผลเพื่อความกลัวด้วยความรวดเร็วและการคิดค้นใหม่ และสิ่งเหมือนเช่นมิติที่สาม จนบัดนี้ เราเบื่อหน่ายเล็กน้อยกับทฤษฎีมิสเตอร์ ไอน์สไตน์ ดังนั้นเราต้องอยู่ภายในโลกแห่งความเป็นจริง บางครั้งพักผ่อน ผ่อนคลายความเครียดไม่ว่าความก้าวหน้าอะไรหรืออะไรยังคงพูสิจน์ ข้อเท็จจริงที่เรียบง่ายของชีวิตเป็นเช่นนี้มันไม่สามารถกำจัดได้”คำนำของเพลง As Time Goes By โดยเฮร์แมน ฮับเฟลด์ ได้เสนอแนะว่าข้อเท็จจริงพื้นฐานของชีวิตสำคัญกว่าทฤษฎีวิทยาศาสตร์ เหมือนดังเช่นทฤษฎีสัมพัธภาพของอัลเบิรต ไอนสไตล์ บทนำจะสำรวจความคิดว่าความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ยุ่งเหยิง แต่เนื้อเเท้ของความรักยังคงเหมือนเดิม แม้ว่าโลกได้เปลี่ยนแปลงรอบตัวเรา บทนำได้เริ่มต้นด้วย การสะท้อนการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์เมื่อ ค.ศ 1931 ในขณะที่ได้มันเสนอเเนะว่ารากฐานของความรักเป็นนิรันดร การอ้างถึงทฤษฎีสัมพัธภาพของอัลเบิรต ไอน์สไตน์ ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงพื้นฐานของชีวิต ข้อเท็จจริงที่เรียบง่ายของชีวิตยังคงเหมือนเดิม แม้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์”As Time Goes By” ถ่ายทอดความคิดว่าความรักเป็นความจริงที่เหนือกาลเวลา แต่สงครามจะยังคงดำเนินอยู่ต่อไป เพลง เข้ากับแก่นของเรื่องการแยกจากกันยามสงคราม เพลงได้แสดงบทบาทที่สำคัญ ภายในการส่งเสริมขวัญและความเป็นเพื่อนของทหารระหว่างสงคราม เพลงสามารถช่วยเหลือความรู้สึกเชื่อมโยงต่อหน่วยของพวกเขา และภารกิจของพวกเขา

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *