INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ประชาธิปไตยและเงาของมัน จากทรัมป์ถึงไทย : ประชาธิปไตยและจุดอ่อนที่เพลโตเตือนไว้  ตอนที่ 4

4567898765456789

ประชาธิปไตยและเงาของมัน จากทรัมป์ถึงไทย  ตอนที่ 4

ทหารประชาธิปไตย

ประชาธิปไตยและจุดอ่อนที่เพลโตเตือนไว้

สิ่งที่เกิดขึ้นในอเมริกาไม่ใช่เรื่องใหม่ เพลโตอธิบายไว้ใน Republic มากกว่า 2,400 ปีก่อนแล้วว่าประชาธิปไตยมีเมล็ดพันธุ์ของการทำลายตัวเองอยู่ในตัว

วงจรเสื่อมตามเพลโต

เพลโตอธิบายว่าเสรีภาพมากเกินไปนำไปสู่การที่ประชาชนเลือกผู้นำที่สัญญาว่าจะให้ทุกอย่าง ผู้นำนั้นค่อยๆ รวมอำนาจโดยใช้ภาษาของประชาธิปไตย จนถึงจุดที่ระบบหยุดเขาไม่ได้ และประชาธิปไตยเปลี่ยนเป็น Tyranny โดยไม่มีวันที่เปลี่ยนกลับไปอีก

เพลโตจึงเสนอระบอบ Philosopher King — ผู้ปกครองที่มีปัญญาและคุณธรรม ไม่ต้องการอำนาจเพื่อตัวเอง และตัดสินใจด้วยเหตุผลล้วนๆ ความงดงามของแนวคิดนี้คือมันตอบโจทย์จุดอ่อนของประชาธิปไตยได้ตรงจุด

แต่ Philosopher King มีปัญหาที่เพลโตไม่ได้แก้

Karl Popper โต้ใน ‘The Open Society and Its Enemies’ ว่าแนวคิดของเพลโตคือรากฐานทางปรัชญาของเผด็จการสมัยใหม่ เพราะทุกเผด็จการอ้างว่าตัวเองคือผู้รู้แจ้งที่ปกครองเพื่อประชาชน ไม่ว่าจะเป็นสตาลิน เหมา หรือฮิตเลอร์

ปัญหาหลักสี่ประการคือ หนึ่ง ใครเป็นคนเลือก Philosopher King — ถ้าประชาชนเลือก ก็วนกลับปัญหาเดิม สอง อำนาจเปลี่ยนคน แม้เริ่มต้นด้วยคุณธรรม สาม ใครตัดสินว่าใครฉลาดพอ — คนที่แสร้งทำเป็นว่าไม่ต้องการอำนาจมักคือคนที่วางแผนครอบครองมันอย่างเป็นระบบ และสี่ ไม่มีกลไกแก้ไขเมื่อผู้ปกครองเสื่อม

“Power tends to corrupt, absolute power corrupts absolutely.”  — Lord Acton

ทางเลือกที่ดีที่สุดในโลกแห่งความเป็นจริง

มนุษยชาติยังไม่เคยแก้ปัญหานี้ได้จริงๆ ประชาธิปไตยให้คนโง่และคนฉลาดคนดีและคนเลวมีน้ำหนักเท่ากันและถูกจี้ด้วยอารมณ์ Philosopher King ฟังดูดีแต่ไม่มีกลไกป้องกันการเสื่อม เทคโนแครตฉลาดแต่ไม่มีความชอบธรรมและมักรับใช้ชนชั้นนำ

บางทีคำถามที่ถูกต้องจึงไม่ใช่ ‘ระบอบไหนดีที่สุด’ แต่คือ ‘ระบอบไหนล้มเหลวได้อย่างปลอดภัยที่สุด’ ประชาธิปไตยที่แย่ยังมีการเลือกตั้งครั้งหน้า Philosopher King ที่เสื่อม — ไม่มีใครหยุดได้เลย Churchill จึงพูดว่าประชาธิปไตยคือระบอบที่แย่ที่สุด ยกเว้นระบอบอื่นทั้งหมดที่เคยลองมา

แต่นั่นก็ไม่ใช่คำตอบที่สะดวกใจนัก เพราะมันหมายความว่าเรากำลังเลือกระบอบโดยวัดว่า ‘แย่น้อยที่สุด’ ไม่ใช่ ‘ดีที่สุด’ — และนั่นคือเพดานของความสามารถทางการเมืองของมนุษยชาติ ณ วันนี้

 

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *