น้ำท่วมทุกปี

น้ำท่วมทุกปี
ขณะนี้ อายุกำลังจะขึ้น ๘๐ ปีเร็วๆนี้ รู้สึกร่างกายจะอ่อนแอลง และมีปัญหาด้านสุขภาพรุมเร้า ผมอาจจะโทรมเร็วกว่าเพื่อนๆรอบข้างเพราะผ่านอดีตที่ทำลายสุขภาพมาอย่างโชกโชน ขณะนี้ อาการที่น่าห่วง แต่รักษายาก ต้องสู้เอง คือ สมองฝ่อ และโรคกระดูกเสื่อม นอกจากนั้น นัยน์ตา หู คอ จมูก โรคแพ้ ก็มีอาการเสื่อมลงชัดเจน ตอนนี้ พยายามเดินบ่อยๆสู้กับกำลังกายที่ถดถอยลงทุกวัน เมื่อวาน ไปกินข้าวกับพี่ๆน้องๆกลุ่มนักบริหาร รุ่น ๑๒ ที่อบรมภายใต้กระทรวงเกษตรฯ มีรุ่นพี่ที่สนิทคนหนึ่ง พบหน้ากัน เห็นแล้วทักว่าทำไมผมแก่จัง นั่นน่ะสิ มีบางสิ่งในชีวิตที่ทำให้ผมหน้าแก่ รู้ตัวดี
กิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน ตอนนี้ ไม่มีอะไรนอกจากจะดูข่าวทีวี คอยฟังเรื่องดินฟ้าอากาศ ว่าจะมีฝนตกหรือไม่ประการใด เมื่อไม่นานมานี้ กลัวฝนมาก เพราะบ้านที่อยู่ปลูกมานานกว่าเพื่อนบ้าน ทำให้ที่ต่ำ เมื่อฝนตก ก็มีน้ำท่วมขังในบ้านเป็นเวลานาน เพราะระบายช้า ข้างนอกก็ท่วมเหมือนกัน แต่ในปัจจุบัน ทางเขต (อำเภอ) มายกถนนหน้าบ้านให้สูง จึงลงทุนทำถนนในบ้านให้สูงทัดเทียมกัน ทำให้ปัญหาน้ำขังในบ้านลดลงไป และกลับชอบให้ฝนตก อากาศเย็นฉ่ำ ชะล้างถนนและบริเวณภายนอกได้เป็นอย่างดี
จากข่าวที่ดูอยู่ทุกๆวัน จะเห็นน้ำท่วมทางภาคเหนือและไหลลงมาเรื่อยๆ ท่วมทั้งถนนและบ้านตามจังหวัดรายทาง และกำลังจะลงมาภาคกลาง เพื่อไหลลงทะเลต่อไป สิ่งที่น่าเห็นใจมากๆ คือชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม บางแห่งเกือบมิดหลังคา และ ตอนนี้ไม่ใช่ท่วม นานๆครั้ง แต่ท่วมมาแล้วทุกๆปี ไม่มีเว้น บางท้องที่เห็นรถยนต์จมน้ำทั้งที่อยู่บนถนน และมีบางคันไหลลื่นลงคูข้างทางไปเลย บางแห่งเสาไฟฟ้า หรือต้นไม้ล้ม เป็นที่อนาถใจมากนัก นักข่าวทีวี เวลาทำข่าว ก็ต้องไปยืนกลางพื้นที่ๆน้ำท่วม ทำให้เห็นเหตุการณ์ที่เป็นจริง
เมื่อสมัยที่ยังเป็นเด็ก เวลามีฝนตก ก็น้ำท่วมบ้านทุกครั้งเพราะที่ต่ำ เวลาสร้างบ้าน เพียงแต่ขุดดินมาถม ทำให้มีสระในบ้านส่วนหนึ่ง แต่ไม่ค่อยได้ยินเรื่องน้ำท่วมจังหวัดทางภาคเหนือไล่ลงมาเหมือนในปัจจุบัน เข้าใจว่า สมัยนั้น พลเมืองยังน้อยอยู่กันในที่เดิมๆในเมือง แต่ปัจจุบัน พลเมืองเพิ่มมากขึ้น นอกจากจะขยายพลเมืองเองในประเทศแล้ว ยังมีผู้อพยพ หรือย้ายถิ่นฐานมาจากทุกทิศและทุกทวีป ทำให้ต้องบุกรุกแผ้วถางป่าเป็นที่อยู่อาศัย และทำการเกษตรในพื้นที่ ยกตัวอย่างบนภูเขาทางภาคเหนือ เข้าใจว่าในอดีตเป็นป่าเขาลำเนาไพร แต่ปัจจุบันเป็นหมู่บ้านกระจายๆไป และแน่นอนที่จะต้องมีการเกษตรอยู่ร่วมกับหมู่บ้านด้วย เมื่อฝนตกหนัก เคยมีป่าไม้คอยซับน้ำให้ไหลลงใต้อย่างช้าๆ ซึ่งปัจจุบันไม่มีแล้ว และไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในแถบตอนเหนือ เช่น จีน เมียนม่า ก็เช่นเดียวกัน ซึ่งสถานการณ์แบบนี้ ทำให้เชื่อได้ว่า ตั้งแต่นี้ต่อไป น้ำคงท่วมบ่อยๆ และนับวันจะรุนแรงมากขึ้น
ในข่าว เห็นชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมแล้วอนาถใจ ความจริงอาจจะไม่ใช่ความผิดของเขาที่ต้องมาลำบากผจญน้ำท่วม เพราะคนที่ขึ้นไปตัดไม้ทำลายป่าข้างนอก อาจจะเป็นคนอพยพ หรือต่างถิ่น พอมาอยู่หลายๆปี ก็เป็นที่ยอมรับ เป็นคนไทยในระยะเวลาต่อไป สำหรับผม เจอน้ำท่วมจนต้องอพยพ ๒ ครั้ง คือเมื่อ ปี ๒๕๕๔ ที่น้ำท่วมกรุงเทพฯครั้งใหญ่ และเมื่อปีที่ผ่านมา น้ำท่วมบ้านที่เชียงใหม่ ซึ่งต้องเสียเงินจำนวนมาก มาฟื้นฟูสถานที่ และมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ต่อไปอีกยาวนาน
เรื่องน้ำท่วมนี้ รัฐบาลจะต้องจัดงบประมาณมาลงทุนเพื่อป้องกัน มากกว่าการเยียวยา เพราะไม่คุ้มกับความเสียหาย ตอนที่ท่วมลำบากมากๆ และสกปรกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม คิดว่า คงจะป้องกันลำบาก เพราะมวลน้ำแต่ละครั้งมหาศาล สิ่งที่แต่ละครอบครัวต้องทำคือป้องกันตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น บ้านชั้นเดียว ต้องสร้างเสริมชั้นบนให้เป็น ๒ ชั้น แล้วเอาสิ่งของสำคัญๆที่ไม่อยากให้โดนน้ำท่วมไปเก็บไว้ชั้นบนให้หมด บ้านริมคลอง คงจะต้องลงทุนสร้างเขื่อนหรือผนังกั้นน้ำไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่สร้างบ้านให้ติดแม่น้ำลำคลอง เกรงว่าดินจะทรุด แล้วตัวบ้านยุบลงไป ถ้าให้ดีต้องเสริมฐานบ้าน (และหลังคา ) ให้แข็งแรงมากๆ
เป็นสิ่งที่น่าจะยอมรับได้ว่า การลงทุนในประเทศเรานี้ ไม่มีเทคโนโลยีที่พัฒนาใหม่ๆเหมือนประเทศจีน ที่มีโทรศัพท์มือถือ หัวเหว่ย หรือรถยนต์ไฟฟ้า ของเรามีแต่เอาเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาลงทุน เช่นรถยนต์ที่มีอุปกรณ์ต่างๆพร้อม เมื่อเห็นน้ำท่วมรถยนต์ หรือปิคอัพ รู้สึกสงสาร เขาคงต้องจำหน่ายไปในราคาถูกๆ ถ้าจะซื้อรถสูงๆคันใหญ่ๆมาใช้ก็เกรงว่าจะไม่ได้สำหรับทุกสถานการณ์ เช่นขึ้นลงสะพานในอาคารจอดรถซึ่งแคบมาก ในอนาคต อาจจะมีระบบให้เช่ารถมาใช้ และประกันชั้น ๑ ที่ครอบคลุมน้ำท่วมไว้ด้วย ถ้ารถถูกน้ำท่วม ก็สามารถเปลี่ยนคันใหม่มาใช้ได้ทันที ต้องยอมรับว่า ถ้าจะอยู่ในประเทศเรานี้ ต้องมียานพาหนะ เช่นรถยนต์ ปิคอัพ หรือจักรยานยนต์ เพราะเราเป็นเมืองร้อน ไม่สามารถเดินไกลๆให้เหนื่อย และรถสาธารณะในชนบทมีน้อย
ถึงแม้เราไม่มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง แต่ก็มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆของประเทศต่างๆเข้ามาเต็มที่ คิดว่าเป็นศูนย์กลางของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆคงได้ ยังดีใจที่ได้มีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน ได้พบเห็นชีวิตที่แสนสบายอยู่ทั่วๆไป ยกเว้น ตรงที่น้ำท่วม และปีต่อๆไป ก็คงจะท่วมอีก แย่หน่อยนะครับ
บู๊ คนเคยหนุ่ม
บางเขน ๖ ตุลาคม ๒๕๖๘







