INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังเดินตามรอยเท้าของจอมพลถนอม กิติขจรหรือไม่

5685252
คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ

ทหารประชาธิปไตย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังเดินตามรอยเท้าของจอมพลถนอม กิติขจรหรือไม่

จอมพลถนอม กิติขจร แม้มิได้เป็นผู้นำในการรัฐประหารด้วยการนำกำลังทหารเข้ายึดอำนาจต่อจากจอมพลแปลก พิบูลสงคราม แต่ก็เป็นผู้สืบทอดอำนาจจากการัฐประหารของจอมพลสฤษฎ์ ธนรัชต์ โดยมีจอมพลประภาส จารุเสถียร เป็นผู้ค้ำจุลบังลังก์ ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก

เมื่อเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จอมพลถนอมก็ต้องเผชิญกับแรงกดดัน ทั้งจากภายในและภายนอก กล่าวคือ ได้มีการเรียกร้องให้เปิดโอกาสให้มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยจากปัญญาชน และนักศึกษา ซึ่งเริ่มมีการเคลื่อนไหวมากขึ้นภายหลัง จากอสัญกรรมของจอมพลสฤษฎ์ ที่ใช้กฎเหล็กปกครองประเทศ ส่วนแรงกดดันจากภายนอกก็คือ สหรัฐอเมริกา ซึ่งให้การสนับสนุนจอมพลสฤษฏ์ เพื่อให้เป็นหัวหอกสำคัญในการปราบปราม ขบวนการคอมมิวนิสต์ที่มีจีนแผ่นดินใหญ่สนับสนุน โดยมีการจัดตั้งกองกำลังในประเทศไทยและมีการปฏิบัติการทางทหาร แต่จากการล้มเหลวในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์เวียดนาม ที่รัฐบาลอเมริกันได้สนับสนุน รัฐบาลเผด็จการอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ จึงเริ่มกดดันจอมพลถนอมให้ผ่อนคลายการปกครองเพื่อปูทางไปสู่ระบบอบประชาธิปไตยในที่สุด

ในปีพ.ศ.2511 รัฐบาลจอมพลถนอมจึงประเทศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมีลักษณะคล้ายฉบับ พ.ศ.2475 ที่ทำให้เกิดองค์กรในสภาเป็น 2 ส่วน คือ สภาผู้แทนราษฎร ที่มาจากการเลือกตั้ง และวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง

ดังนั้นการเลือกตั้งที่จัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2512 โดยมีรัฐบาลจอมพลถนอมเป็นผู้กำกับดูแลการเลือกตั้ง จึงทำให้พรรครัฐบาล คือ พรรคสหประชาไทย ที่ไปรวบรวมเอานักการเมืองเก่าๆที่กระจัดกระจายอยู่ในพรรคต่างๆ รวมทั้งส.ส.ที่ไม่สังกัดพรรค ได้รับการเลือกตั้งเป็นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร จึงทำการสนับสนุนให้จอมพลถนอมเป็นนายกรัฐมนตรี โดยวุฒิสมาชิกไม่มีสิทธิในการสนับสนุน เพราะถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ให้มีหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายเท่านั้น

 

แต่เมื่อเปิดให้มีการปกครองแบบที่เข้าใจกันว่าเป็นรูปแบบของระบอบประชาธิปไตย ก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายต่างๆในสภาที่จอมพลถนอมไม่อาจจะควบคุมได้ จนในที่สุดจอมพลถนอมก็ต้องทำการรัฐประหารตนเอง และประกาศยุบสภา ยกเลิกพรรคการเมืองพร้อมทั้งหวนกลับไปปกครองแบบเผด็จการ โดยมีกองทัพเป็นผู้ค้ำบัลลังก์ และออกรัฐธรรมนูยฉบับชั่วครามเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2514

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ต้องยุบสภาก็เพราะงบประมาณแผ่นดินไม่ผ่าน แต่นอกเหนือจากนั้นรัฐบาลถูกโจมตีจากสื่อที่ได้รับการผ่อนคลายหลังกฎเหล็กของจอมพลสฤษฏ์ในเรื่องสำคัญหลายเรื่อง เช่น เรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น การล่นพรรคเล่นพวก และการไร้ซึ่งระบบยุติธรรมที่น่าเชื่อถือ ตลอดจนการเคลื่อนไหวประท้วงจากนิสิตนักศึกษา ผู้ใช้แรงงานและชาวนา

ส่วนปัจจัยภายนอกคือ การรุกคืบหน้าของคอมมิวนิสต์ที่มีเวียดนามเป็นกำลังหลัก ได้เข้าทำการยึดครอง ลาว และเขมร ภายหลังจากที่สหรัฐฯถอนทหารจากเวียดนามแล้ว รัฐบาลจอมพลถนอม จึงต้องการกระชับอำนาจ เพราะเข้าใจว่านั่นเป็นทางเดียวที่จะรักษาความมั่นคงไว้ได้

ผลสุดท้ายรัฐบาลจอมพลถนอมก็ไม่อาจรักษาอำนาจไว้ได้ เพราะโดนนิสิตนักศึกษา ประชาชน จำนวนมากลุกฮือขึ้นต่อต้านในวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516 (รายละเอียดให้ติดตามเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 16 วันมหาวิปโยค)

ในช่วงปี 2516 นี้เอง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าในชั้นปีที่ 3 ซึ่งกระแสการลุกฮือของนิสิตนักศึกษาและประชาชน ทำให้กองทัพต้องถอยร่นกลับกรมกรอง และได้รับการต้อนรับที่เป็นลบจากประชาชนทำให้หลายส่วนในกองทัพรู้สึกเป็นความอัปยศ ตัวอย่างหนึ่ง คือ กองทัพสั่งให้กำลังพลงดแต่งเครื่องแบบภายนอกกรม กอง ซึ่งรวมทั้งนักเรียนนายร้อยฯด้วย

อนึ่งความตื่นตัวของนิสิตนักศึกษาและนักเรียน ทำให้มีการแสวงหาความรู้ทางการเมืองกันอย่างกว้างขวาง ในขณะที่การศึกษาในโรงเรียนทหาร รวมทั้งโรงเรียนนายร้อยฯปิดแคบจนครั้งหนึ่ง เมื่อมีความพยายามจะจัดนิทรรศการของร.ร.จปร.ปรากฏว่า นักเรียนนายร้อยที่ไปกำกับการแสดงนิทรรศการถูกนักเรียนมัธยมปลายของโรงเรียนสตรีที่อยู่ใกล้เคียงไล่เบี้ยเรื่องการปกครองระบอบประชาธิปไตย แต่ตอบไม่ได้จนต้องมีอาจารย์มาช่วย

ด้วยความรู้สึกต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วง 14 ตุลา และหลังจากนั้น อาจทำให้นายทหารรุ่นนี้กับรุ่นพี่ และรุ่นน้องใกล้เคียงกันเกิดความรู้สึกที่จะเสริมสร้างเกียรติภูมิของกองทัพด้วยการยึดอำนาจ และปกครองประเทศในระยะต่อมาก็เป็นได้

ซึ่งแน่นอนกว่าจะมาถึงวันนี้นายทหารเหล่านี้ก็ได้มีส่วนร่วมในการเข้ายึดอำนาจมาหลายครั้ง ของรุ่นพี่ๆไม่ว่าจะเป็นสมัยพลเอกสุนทร คงสมพงษ์ พลเอกสุจินดา คราประยูร ฯลฯ

เมื่อได้สะสมประสบการณ์จากรุ่นพี่ๆมามากก็เริ่มมีความมั่นใจ และด้วยการเติบโตในกองทัพ จึงนำมาสู่การเข้ายึดอำนาจจากนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในปีพ.ศ.2557 ด้วยข้ออ้างสำคัญคือ ความแตกแยกที่อาจนำความรุนแรงและอาจเป็นอันตรายต่อประเทศชาติได้ ซึ่งข้ออ้างนี้ก็ไม่ต่างไปจากข้ออ้างที่จอมพลถนอม กิติขจรเคยใช้ในการยึดอำนาจตนเองเมื่อปี 2514 มาแล้ว

หลังจากยึดอำนาจมานานเกือบ 5 ปี พลเอกประยุทธ์ที่ได้รับแรงกดดันจากภายในและภายนอก ก็จำเป็นต้องเปิดให้มีการเลือกตั้ง ภายใต้รัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 ซึ่งบรรดานักวิชาการที่เป็นกลางหลายท่านกล่าวว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่เลวที่สุด เพราะมีการสร้างระบบเพื่อสืบทอดอำนาจอย่างชัดเจน เช่นการให้วุฒิสมาชิกที่คสช.เป็นผู้สรรหามาเอง มีสิทธิในการเลือกนายกรัฐมนตรี

นอกจากรัฐธรรมนูญฉบับอัปลักษณ์แล้ว ยังมีการใช้กระบวนการต่างๆที่ไร้มารยาททางการเมือง ด้วยการแจกจ่ายเงินทองและผลประโยชน์ต่างๆให้ประชาชน ซึ่งเท่ากับเป็นการปูทางหาเสียง ร่วมกับการไปประชุมครม.สัญจรในจังหวัดต่างๆ เพื่อหาคะแนนนิยมในช่วงใกล้เลือกตั้ง

ส่วนการจัดตั้งพรรคก็ไประดมเอาอดีตส.ส.จากพรรคต่างๆมาสังกัดด้วยวิธีการต่างๆ เช่น บีบบังคับด้วยคดีความหรือมีตำแหน่งต่อรอง รวมทั้งเงินตราโดยมีรัฐมนตรีของตนเองไปกำกับ

ในขณะที่องค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง เช่น กกต. ปปช.และปปง. ก็ได้รับการแต่งตั้งภายใต้การประทับตราจากสภาสนช. ซึ่งก็เป็นสภาแต่งตั้งจากคสช.นั่นเอง

อย่างไรก็ตามภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับน่าเกลียดนี้ ได้มีช่องว่างหนึ่งที่ผู้ร่างคงคิดว่าเป็นความได้เปรียบ คือการที่ส.ส.มีสิทธิจะลงคะแนนเสียงได้โดยไม่ต้องยึดมติพรรค เพราะผู้ร่างคงคิดว่าจะเป็นแต้มต่อในการไปล้วงคะแนนจากพรรคตรงข้าม แต่หากเหตุการณ์เดียวกันนี้เกิดขึ้นกับพรรคของตนเอง จะทำอย่างไร หรือนี่ก็เท่ากับเปิดทางให้ส.ส.เรียกร้องค่าตอบแทนสูงขึ้นในการออกเสียงวาระสำคัญๆแล้วจะเกิดความวุ่นวายเพียงไหน

และถ้าพลเอกประยุทธ์ เห็นว่าคุมสภาไม่ได้จะยึดอำนาจตัวเองเหมือนจอมพลถนอมจะทำได้หรือไม่ กองทัพภายใต้ผบ.ทบ.คนปัจจุบันจะยอมสนับสนุนหรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงสูง

ทางเลือกอีกทางคือสร้างให้เกิดความวุ่นวาย จนต้องระงับการเลือกตั้ง ถ้าเป็นอย่างนั้นก็นับถอยหลังได้เลย

ทางที่ดีรีบกราบบังคมทูลลาออก แล้วขอพระราชทานรัฐบาลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 มาปกครองประเทศ เพื่อสถาปนาความมั่นคง เหมือนเหตุการณ์หลัง 14 ตุลา จะดีไหม หรือจะรอให้เป็นอย่าง 14 ตุลาก่อนจึงค่อยลี้ภัย ตรองดูครับ

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *