บัวตองกับผม

บัวตองกับผม
บ้านที่ผมกำลังพักอยู่ที่เชียงใหม่ มีสุนัขอยู่ตัวหนึ่ง ขื่อว่าบัวตอง ที่มีชื่อนี้ เพราะเพื่อนของลูก ไปเที่ยวทุ่งบัวตอง แล้วสุนัขตัวนี้ติดสอยห้อยตามกลับมา ต่อจากนั้น เขาเอามาทิ้งไว้ที่บ้าน และไม่เอาคืน เราจึงต้องรับเลี้ยงดูแลต่อไป บังเอิญเป็นตัวเมีย จึงได้ไปติดต่อขอทำหมันที่เทศบาล ซึ่งมีคิวยาว เมื่อคิวมาถึงบัวตอง เทศบาลโทรมาบอกว่าให้เอาไปทำหมันในวันรุ่งขึ้น พอดีอยู่กรุงเทพฯ แต่เพื่อไม่ปล่อยให้โอกาสผ่านไป จึงขับรถกลับมาเชียงใหม่ ออกจากบ้านกรุงเทพฯ ตอน ๔ โมงเย็นกว่าๆ และถึงเชียงใหม่เกือบ ๖ โมงเช้า เพราะกลางคืน ขับมาช้าๆ ด้วยความกลัวอุบัติเหตุ เป็นการขับรถกลางคืนครั้งสุดท้ายที่เคยผ่านมา และตั้งใจว่า ถ้าไม่จำเป็น จะไม่เดินทางกลางคืน
ตลอดที่อยู่ด้วยกัน บัวตองก็วิ่งไปวิ่งมา ไม่มีอะไรทำ นอกจากมีสุนัขตัวอื่นผ่านมา หรือมีคน หรือรถผ่าน ก็จะเห่าเป็นที่หนวกหูพอควร ทั้งนี้ไม่ได้ปล่อยให้บัวตองออกนอกบ้าน เกรงว่าจะไปคลุกคลีกับตัวอื่น ติดเห็บ หรือเชื้ออะไรที่เป็นอันตรายต้องให้เสียค่ารักษาอีก แต่เห็นสุนัขตัวที่มีอิสระเสรีนอกบ้าน ก็คิดเห็นใจบัวตอง ที่ถูกขังไว้ภายในบ้าน บัวตองกัดคนในบ้าน คนละครั้ง ต้องไปหาหมอฉีดยามาแล้ว ทุกคนที่อยู่ด้วยกัน
เอาเรื่องนี้มาเล่า เพราะเหมือนกับผม ที่เกษียณแล้วก็ไม่มีอะไร เดินสวนกันไปมากับบัวตองเกือบทั้งวัน พอเดินเบื่อๆ ก็ไปเปิดโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค เพื่อดูโปรแกรม Line, Facebook หรือโปรแกรมอื่นๆ เป็นกิจวัตรประจำวัน ดีใจที่มี Line กลุ่ม หรือ ที่เพื่อนๆส่งทักทาย หรือเล่ากิจกรรมของเขาใน Facebook และ Line ผมว่า ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ คงจะแย่ เพราะร่างกายและสมองไม่ได้ใช้งาน ก็คงฝ่อเร็วกว่าที่ควรจะเป็น
นอกจากจะเดินเล่นๆในช่วงเช้า หรือเช้ามืด (แล้วแต่จะตื่น) ที่ถนนหน้าบ้านแล้ว พอตกบ่ายๆ ได้ไปเดิน ณ สถานที่ออกกำลัง ตรงบริเวณด้านหน้าของห้วยตึงเฒ่า ซึ่งกองทัพบก จัดให้เป็นสถานที่ขี่จักรยาน และเดิน(หรือวิ่ง) สภาพพื้นที่มีต้นไม้ปลูกบางๆคล้ายป่าละเมาะ มีสระน้ำอยู่ตรงครึ่งทางเดิน มีถนนรอบบริเวณสูงๆต่ำๆ ระยะทางโดยรอบประมาณ ๔.๗ กิโลเมตร ถ้าเดิน ๑ รอบ ก็เหนื่อยพอดี แล้วยังมีเดินขึ้นลงเนิน ทำให้หัวใจเต้นถี่ และช้า สลับกันไปมา สถานที่แห่งนี้ มีสุนัขที่คนเอามาทิ้งไว้หลายตัว บางตัวเป็นพันธุ์ไทยเหมือนบัวตอง บางตัวมีขนปุกปุยสีขาว หรือดำ แต่ขนยาวไม่ได้ตัดและคลุกคลีกับดินสกปรก น่าสงสารมาก มีผู้ใจบุญนำอาหารมาเลี้ยงบ้างบางวัน ทำให้อยู่กันได้ สุนัขมีการผสมกันเอง เกิดเป็นลูกสุนัข ก็เจริญเติบโตที่นั่นต่อไป เดินผ่านสุนัขเหล่านี้แล้ว ก็คิดสะท้อนถึงตัวเอง ที่วันๆ ไม่มีแก่นสารอะไร เดินไปมา แล้วก็นอนเล่น เหมือนพวกมัน นั่นเอง สุนัขจรจัด กับผม คนแก่ว่างงาน
ชณะที่เดินออกกำลัง ใกล้ๆ ห้วยตึงเฒ่า บางวันมีคนมาทักทาย และคุยด้วย มีอยู่วันหนึ่ง มีเพื่อนเดินที่ยังหนุ่มอายุอ่อนกว่าผม เดินไปก็คุยเรื่องต่างๆสัพเพเหระ สักพักหนึ่ง เขาโพล่งมาว่า เจอผมที่ตลาดรวมโชคบ่อย และพูดยิ้มๆว่าเห็นผมชอบจ้องดูสาวๆ รู้สึกเหมือนล้อเลียน จึงไม่ได้ออกความเห็นตอบเขาว่าอย่างไร แต่ปกติ ผมชอบนั่งดูคนผ่านไปมาตั้งแต่เด็กๆมาแล้ว ถ้าเป็นสาวๆ ก็คงยิ่งสนใจ ตามวิสัยชายแก่ ที่เคยหนุ่มมาแล้ว ดีกว่าไปจ้องคนแก่ หรือหนุ่มๆ เรื่องสาวๆ เป็นธรรมชาติของเราเอง ก็แค่มอง ไม่มีน้ำยาอะไร
ภายนอกบริเวณข้างๆสถานที่เดินนี้ คือห้วยตึงเฒ่า ที่มีหนองน้ำอยู่ตรงกลาง และถนนรอบๆ ให้คนได้ไปพักผ่อนหย่อนใจ ที่นั่น มีกิจกรรมต่างๆและร้านอาหารเครื่องดื่มดึงดูดนักท่องเที่ยว และผู้คนไปเที่ยวหนาแน่นในช่วงวันหยุดยาว แต่ก่อนจะเข้าไป เขาคิดเงินค่าเข้าเป็นรายหัว หรือรถยนต์เป็นรายคัน ทั้งนี้ คงเอาเงินไปทนุบำรุงสถานที่แห่งนี้นั่นเอง
ที่ได้พยายามออกกำลังเป็นประจำ ไม่ได้คิดว่าจะให้อายุยืน แต่ พยายามทำให้สามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตัวเองต่อไปนานๆ คือ ยืน เดิน นั่ง ทานอาหารเอง เข้าห้องน้ำเอง เท่านี้ก็พอใจแล้ว สำหรับเรื่องอายุยืนนั้นต้องทำใจ เพราะเราใช้ร่างกายหักโหมมาตั้งแต่ก่อนนี้ ผู้ที่มีอายุยืน เขาจะต้องรักษาสุขภาพ กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายตลอดเวลา และทำอารมณ์ให้แจ่มใส แต่บางทีเขาอาจจะขาดโอกาสที่สนุกๆ เช่น เขาไม่เคยสูบบุหรี่ ไม่ได้เคยรู้สึกว่าที่ติดบุหรี่ แล้วได้สูบตามต้องการ มีความชื่นใจอย่างไร เขาคงไม่เคยเมาหนักๆ ไม่รู้ว่าคนเมานี้ สามารถทำอะไรบ้าๆบอๆได้ เช่น เดินฉี่กลางงานเทศกาลหรือฉี่หน้าร้านขายสุราในตลาดที่มีคนเยอะๆ นอนหลับบนรถจักรยานยนต์ หลับในห้องส้วมชั่วคราวในงานวัดที่เขาขุดหลุม แล้วเอากระดานพาดไว้ เมาค้างลุกไม่ขึ้น เป็นวัน หรือ ๒ วัน นอกจากสุราแล้ว ยัง เมากัญชา ซึ่งหัวเราะสนุกสนานกันนาน ทั้งหมดที่ผ่านมา เป็นประสบการณ์ชีวิตของคนคึกคะนอง ก็เป็นความสุขอีกแบบ ถ้าสิ่งเหล่านี้ ทำลายสุขภาพ พวกไม่อยู่ในร่องรอยนนี้ คงตายเร็ว ก็ต้องปล่อย อายุไม่ยืนก็ช่างมัน ผ่านไปหมดแล้ว ชีวิตนี้ ขออายุแค่ร้อยเดียวก็พอ
เมื่อโดนบัวตองกัด มันกำลังเห่าคนข้างนอก ผมไปดึงคอมัน คิดว่าจะช่วยเอาโซ่ที่คล้องออก เลยหันมากัดมือผม ด้วยความโมโห เตะมันสุดโด่งไปเลย วันนั้น ไปโรงพยาบาล ฉีดยา ๕ เข็ม คือที่หน้าแขนตรงข้อศอก ๒ ข้าง ต้นแขน ๒ ข้าง รวม ๔ เข็ม และฉีดที่มือตรงแผลกัดอีก ๑ เข็ม แล้วต้องติดตามฉีดยากันบาดทะยักต่อมา อีก ๔- ๕ ครั้ง ก็จำไม่ได้ ตั้งแต่นั้นมา ผมเลยเป็นศัตรูกับมัน บางทีไปใกล้ๆมันเห่า และกระโจนใส่ ตอนนี้ เลยไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับมัน แม้ว่าตอนอยู่ภายนอกบ้าน มันยัง กระดิกหางทักทายหรือ เดินตามมาอยู่ใกล้ๆ ก็ไม่สนใจ และมันก็รู้ตัว ไม่ยุ่งกับผมเหมือนกัน แต่ที่อยู่มาได้ทุกวันนี้ เพราะใครต่อใครรักมัน เมื่อก่อนนี้ ผมอยู่บ้านคนเดียวได้ไม่มีปัญหา ตั้งแต่มีบัวตอง ก็ไม่มีใครปล่อยให้ผมได้อยู่คนเดียวอีก
เขียนให้อ่านเล่นๆแก้เหงานะครับ อีก ๒๐ ปีข้างหน้า เห็นคนแก่ อายุ ๑๐๐ ปีเดินอยู่ ทักทายด้วยนะ คงจะเป็นผมเอง
บู๊ คนเคยหนุ่ม
เชียงใหม่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๘

