INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ปาเลสไตน์ – ฮามาส ความขัดแย้งครั้งที่ 4 ตอนที่ 2

unnamed 23

ปาเลสไตน์ – ฮามาส ความขัดแย้งครั้งที่ 4 ตอนที่ 2 

จรัญ มะลูลีม

การทูตที่เมืองกาซ่า

Zhao lijian โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวว่า จีนในฐานะประธานหมุนเวียนของคณะมนตรีความมั่นคง สหประชาชาติสนับสนุนให้มีการหยุดยิงและการมีมนุษยธรรมอันเป็นหนึ่งในข้อเลือกสำคัญเพื่อให้มีการยุติความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์    แต่ก็ถูก “ประเทศหนึ่ง” สกัดเอาไว้ทำให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติพูดให้เป็นเสียงหนึ่งเดียวกันไม่ได้

ในวันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคมจีนได้เรียกร้องอีกครั้งให้ สหรัฐมีบทบาทที่สร้างสรรค์ในการยุติความขัดแย้งในเมืองกาซ่าและหยุดยั้งความพยายามที่จะไม่ให้มีการพูดถึงเรื่องนี้ที่สหประชาชาติทั้งนี้ก็เพื่อเรียกร้องให้มีการยุติการนองเลือดนั่นเอง

เราได้เรียกร้องให้สหประชาชาติเข้ามารับผิดชอบและส่งเสริมให้คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติมีบทบาททำให้สถานการณ์คลี่คลายลงและเสริมสร้างความไว้วางใจในการแก้ปัญหาการเมืองขึ้นมาใหม่

Zhao lijian กล่าวว่าจีนประณามความรุนแรงที่มีต่อพลเรือนและเรียกร้องให้มีการหยุดยั้งการโจมตีทางอากาศ ทางภาคพื้นดิน การยิงจรวดและปฏิบัติการอื่นๆ ที่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงเป็นลำดับ

ทั้งนี้อิสราเอลจะต้องปฏิบัติตามมติของ UN ที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงด้วยการหยุดทำลายล้างบ้านเรือนของชาวปาเลสไตน์ หยุดยั้งการขับไล่ประชาชนชาวปาเลสไตน์และหยุดขยายโครงการที่อยู่อาศัย ให้ความเคารพต่อการดำรงสถานะทางประวัติศาสตร์ของนครเยรูซาเล็มอันเป็นที่ตั้งที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาของทั้งสามศาสนา

Zhao lijian กล่าวว่ามีเสียงเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารของ Biden มีจุดยืนที่จริงจังต่อความรุนแรง อิสราเอล – ปาเลสไตน์ อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาดังกล่าวสหรัฐและพันธมิตรใกล้ชิดอย่างอิสราเอล ได้หยุดยั้งความพยายามของจีน นอรเวย์และตูนีเซียที่ต้องการให้เลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติออกแถลงการณ์รวมทั้งการเรียกร้องให้ยุติการเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน

แม้ว่าชาวปาเลสไตน์ได้ระลึกถึงวันนักบะฮ์ (วันระลึกถึงความพินาศย่อยยับ) เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม    กระนั้นพวกเขาก็ดูเหมือนจะตกอยู่ภายใต้การคุกคามของ วันแห่งความพินาศจากการถล่มอย่างหนักหน่วงของอิสราเอล หากว่าการทำลายล้างมวลชนในช่วงปี 1948-49 เป็นผลให้ชาวปาเลสไตน์ มากกว่า 750,000 คนที่มาจาก 532 หมู่บ้าน ต้องเปิดทางให้กับรัฐใหม่อิสราเอลแล้วอนาคตของชาวปาเลสไตน์ 5 ล้านคนในวันนี้ก็ตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยง และความรุนแรงจากการใช้อำนาจหน้าที่ทางการเมืองของอิสราเอลเช่นกัน

เมืองเวสต์แบงก์และกาซ่า พร้อมๆ ไปกับนครเยรูซาเล็มตะวันออกที่ถูกยึดครองได้รับความสนใจในฐานะที่เป็นพื้นฐานของรัฐปาเลสไตน์ตามมติ “ทวิรัฐ” อย่างไรก็ตามหลังจากเวลาผ่านพ้นไปหลายทศวรรษ จุดหมายของการตั้งรกรากถาวรก็กลายเป็นสิ่งที่อยู่ห่างใกลจากสิ่งที่แลเห็นได้พร้อมกับได้เห็นความพยายามในการเข้ามาสร้างบ้านเรือนของชาวยิว ในดินเเดนดังกล่าวอยู่ตลอดเวลา

ประเทศบางประเทศรวมทั้งสหรัฐให้การยอมรับนครเยรูซาเล็มว่าเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลโดยเฉพาะ  Trump  ผู้สร้างเรื่องราวครั้งใหม่ขึ้นมาเพื่อทำให้นคร เยรูซาเล็มกลายเป็นการเมืองภายในของอิสราเอลและองค์การปาเลสไตน์จนทำให้ความขัดแย้งขยายตัวออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ที่ผ่านมาไม่ยาวนานนัก อิสราเอลต้องเผชิญหน้ากับความไม่มั่นคงทางการเมืองจนนำไปสู่การเลือกตั้งถึงสี่ครั้งในสองปีและไม่มีฝ่ายใดมีความมั่นคงมากพอที่จะเป็นรัฐบาลที่มั่นคงได้ ด้วยเหตุนี้ ช่วงเวลาแห่งความขัดแย้งในเวลานี้จึงเป็นช่วงที่นายกรัฐมนตรีขวาจัดอย่างเนทันยาฮูถูกสอบสวนด้วยข้อหาต่างๆ  อย่างเช่นการให้สินบนและฉ้อโกง แม่แต่ผลการเลือกตั้งครั้งหลังสุดในเดือนมีนาคมปีนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนและการไม่มีทางออกทางการเมืองก็อาจนำไปสู่การเลือกตั้งอีกครั้งได้เช่นกัน

ส่วนในอีกด้านหนึ่งประธานาธิบดีอับบาส (Abbas) ก็ตัดสินใจที่จะยุติโปรแกรมการเลือกตั้งของสภาและการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคมและกรกฎาคมปีนี้ออกไปก่อน การเลื่อนการเลือกตั้งออกไปถูกบังคับด้วยประเด็นที่เกี่ยวกับการลงคะแนนเสียงในนครเยรูซาเล็มซึ่งตกอยู่ภายใต้การครอบครองของอิสราเอล    กระนั้นก็ตามมีรายงานความขัดแย้งระหว่างกันในกลุ่มก้อนของฟาตะฮ์เกิดขึ้น    ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจของอับบาสที่ประกาศเลื่อนการเลือกตั้งออกไป  จนกว่าการรวมตัวกันของประชาชนในนครเยรูซาเล็มจะได้รับการรับรอง

อย่างไรก็ตามชาวปาเลสไตน์ส่วนใหญ่ปฏิเสธข้อถกเถียงของอับบาสที่กำลังใช้นครเยรูซาเล็มเป็นข้ออ้างที่จะหลีกเลี่ยงการเลือกตั้งเนื่องจากฟาตะฮ์อาจจะสูญเสียกำลังของตัวเองไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งความนิยมที่มีต่อประชาชนและเปิดทางให้ขบวนการฮามาส ได้รับความนิยมมากกว่า อาจเป็นเพราะว่าขบวนการฮามาสได้ประจักษ์ว่าอนาคตทางการเมืองของตนจะผูกพันอยู่กับปัญหาเยรูซาเล็ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนเราะมะฎอนอันประเสริฐ

ในขณะเดียวกันประเด็นต่างๆ ก็เกิดตามมาอันเนื่องมาจากการบีบบังคับของกองกำลังอิสราเอลให้ชาวปาเลสไตน์ถอนตัวออกมาจากชัยค์ ญัรเราะฮ์จนในที่สุดได้นำไปสู่การประท้วงที่หลากหลายและการเดินขบวนดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

ตามการอุทธรณ์ของอิสราเอลครอบครัวชาวยิวซึ่งสูญเสียดินเเดนไปอันเนื่องมาจากการสร้างรัฐอิสราเอลในปี 1948 สามารถเอาดินแดนเหล่านี้คืนได้ตามกฎหมายของอิสราเอล อย่างไรก็ตามกฎหมายนี้มิได้ให้สิทธิ์การเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยแก่ชาวปาเลสไตน์นับแสน โดยชาวปาเลสไตน์เหล่านี้ต้องกลายเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัย หลังจากปี 1948

ยิ่งไปกว่านั้นนครเยรูซาเล็มตะวันออกก็ถูกยึดครองโดยอิสราเอลจากจอร์เเดน ในปี 1967 ชาวปาเลสไตน์กล่าวว่า หากชาวยิวสามารถเอาดินแดนคืนจากนครเยรูซาเล็มตะวันออก โดนอ้างจากเอกสารก่อนปี 1948 แล้ว กฎหมายเดียวกันนี้ก็จำต้องใช้กับผู้อยู่อาศัยในนครเยรูซาเล็มตะวันตกที่อิสราเอลผนวกเข้าเป็นดินแดนของตนด้วยเช่นกัน

อาจจะย้อนกลับไปได้ว่าในเดือนตุลาคมปี 2020 ศาลอิสราเอลได้ออกคำสั่งให้ครอบครัวชาวปาเสลไตน์ถอนตัวออกไปจากบ้านเรือนของตัวเองและกำหนดให้วันที่ 2 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันระลึกถึงการยึดครองดินแดนปาเลสไตน์แต่วันดังกล่าวถูกเลื่อนออกไปสองครั้งอันเนื่องมาจากการขยายตัวของความขัดแย้งและความตึงเครียดระหว่างชาวยิวกับชาวปาเลสไตน์

ด้วยพื้นฐานนี้เองโฆษกของสหประชาชาติ Rupert  Colville จึงเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการใช้กำลังขับไล่ชาวปาเลสไตน์  โดยเขาได้เตือนว่านครเยรูซาเล็มตะวันออกยังคงเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง ซึ่งกฎหมายว่าด้วยสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศยังคงมีผลในการนำมาปฏิบัติและผู้ยึดครองไม่อาจเข้ามายึดทรัพย์สินส่วนตัวของผู้คนในดินแดนยึดครองได้

แม้ว่าความขัดแย้งที่มีขึ้นจะเริ่มต้นด้วยการประท้วง    การบีบบังคับชาวปาเลสไตน์ให้ออกจากบ้านเรือนของตนด้วยการใช้กำลังก็ตาม   พื้นที่ของนครเยรูซาเล็มตะวันออกก็ได้กลายเป็นการประลองกำลังครั้งใหญ่ระหว่างปาเลสไตน์และอิสราเอลไปเรียบร้อยแล้ว

ถ้าสถานการณ์ในพื้นที่อื่นๆ ย่ำแย่ลงไปอีก    ประสบการณ์ที่ชัยค์ ญัรเราะฮ์ก็ดูเหมือนจะเกิดขึ้นอีกในดินแดนยึดครองอื่นๆ   ถึงเวลานี้ชาวปาเลสไตน์ต้องติดอยู่ระหว่างความน่าหวาดหวั่นของโรคระบาดและความหวาดหวั่นของการไร้ที่อยู่อาศัย

สิ่งนี้ถูกนำมากล่าวถึงโดยองค์กร Lancet (Lancet Platestiman  Health Alliance) ที่วิเคราะห์ถึงสถานการณ์ในดินแดนแห่งการยึดครองว่า

เมืองกาซ่าตกอยู่ภายใต้การปิดล้อมอย่างเข้มแข็งโดยอิสราเอลมาเป็นเวลายาวนานก่อให้เกิดการขาดแคลนยารักษาโรคและความสามารถด้านการแพทย์  ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคนที่นี่อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

จุดยืนของอินเดีย

ในวันจันทร์ที่ 15 พฤษภาคม 2021 ที่คณะมนตรีความมั่นคง   อินเดียซึ่งมิได้เป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติยืนยันว่าอินเดียสนับสนุนปาเลสไตน์  แต่ก็ไม่ได้กล่าวถึงสถานะของนครเยรูซาเล็มตรงๆ หรืออนาคตของชายแดนอิสราเอล ปาเลสไตน์แต่อย่างใด

ตรีมุรติ (T.S. Tirmurti) ตัวแทนถาวรของอินเดียในสหประชาชาติ  ได้กล่าวสรุปเป็นเวลา 4 นาทีที่คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติว่า “อินเดียขอย้ำถึงการสนับสนุนภารกิจของชาวปาเลสไตน์และยืนกรานอย่างไม่เปลี่ยนแปลงในเรื่องการหาทางออกด้วยการมีสองรัฐ”

อินเดียมีความสนใจในความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่นครเยรูซาเล็ม  โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่หะรอม อัล-ชารีฟ / Temple Mount ในระหว่างเดือนเราะมะฏอนและกระบวนการรื้อถอนบ้านเรือนของชาวปาเลสไตน์ในชัยค์  อัลญัรเราะฮ์และที่สิลวาน  ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ใกล้ชิดกับนครเยรูซาเล็ม

ครอบครัวชาวอาหรับปาเลสไตน์ 12 ครอบครัวในดินแดนยึดครองเยรูซาเล็มตะวันออกต้องเผชิญกับการถูกรื้อถอนบ้านเรือนของตัวเองโดยกองกำลังของอิสราเอล  ซึ่งเป็นหนึ่งในการเริ่มต้นการประท้วงของชาวอาหรับในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเราะมะฏอน

อินเดียสนับสนุนให้สองฝ่ายหลีกเลี่ยงจากการใช้ความพยายามที่จะเปลี่ยนสถานะเดิมของพื้นที่   รวมทั้งนครเยรูซาเล็มตะวันออกและดินแดนที่อยู่ติดกัน

อินเดียจึงเรียกร้องให้มีการเคารพสถานะทางประวัติศาสตร์ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของนครเยรูซาเล็ม  รวมถึงหะรอม อัล-ชารีฟ / Temple Mount

ดังนั้นโดยปราศจากการพูดถึงประเทศใดๆ อินเดียได้เรียกร้องให้มีการยุติการรื้อถอนและรื้อฟื้นสถานะเดิมของพื้นที่

ประเทศอาหรับซึ่งหันไปมีความสัมพันธ์ขั้นปกติกับอิสราเอลอย่างซูดาน อาหรับอิมิเรตส์และบาห์เรนก็คงขาดน้ำหนักในการหยุดยั้งความขัดแย้งอิสรเอล-ปาเลสไตน์   หากเปรียบเทียบกับอียิปต์ที่ทั้งขบวนการฮามาสและอิสราเอลให้การรับฟังมากกว่า

อาจกล่าวได้ว่าความรุนแรงและความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับความผันแปรทางการเมืองในประเทศโดยสถานะทางการเมืองของอิสราเอลและปาเลสไตน์ไม่มีความมั่นคง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเนทันยาฮูและตำแหน่งประธานาธิบดีของอับบาสก็มีความอ่อนแอทั้งสองฝ่าย

ในขณะที่องค์การปาเลสไตน์แห่งชาติ (Palatines National Authority) ที่มีกองกำลังฟาตะห์เป็นกำลังหลักได้สูญเสียพื้นที่ความนิยมให้กับขบวนการฮามาส

ทั้งนี้ผู้นำอิสราเอลผู้นำขบวนการฮามาสและประธานาธิบดีอับบาส ต่างก็พยายามหาความนิยมด้วยมาตรการที่หลากหลายเพื่อหวังการสนับสนุนจากประชาชน

ในระหว่าง 11 วันของความขัดแย้ง ประธานาธิบดี Biden ได้รับแรงกัดมาจากพรรคของเขาเอง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มก้าวหน้าที่วิพากษ์อิสราเอลและต้องการให้ Biden ทำอะไรให้มากขึ้น

ในความเห็นของ Biden การมีสองรัฐเป็นทางออกที่เป็นคำตอบในความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ซึ่งมีการเน้นย้ำอย่างต่อเนื่องและเป็นที่รับรู้มามากกว่าทศวรรษแล้ว   อย่างไรก็ตามข้อเสนอดังกล่าวมิได้รับความสนใจจาก Trump อดีตประธานาธิบดีที่เวลานี้หมดอำนาจลงไปแล้วแต่อย่างใด

ในวันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม Biden ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าจะไม่มีสันติภาพเกิดขึ้นในภูมิภาคหาก ว่าสิทธิของอิสราเอลในฐานะรัฐเอกราชของชาวยิวไม่เป็นที่รับรู้และเป็นที่ยอมรับของปาเลสไตน์

Biden ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ขณะที่เขาได้ออกมาแถลงการณ์ร่วมกับ Moon Jae – in ประธานาธิบดีของเกาหลีหนึ่งวันก่อนที่อิสราเอลและฮามาสจะออกประกาศยอมรับการหยุดยิง  โดยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งทำให้ความขัดแย้ง 11 วันจบลง  โดยสหรัฐเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้ความพยายามทางการทูตมาระยะหนึ่งก่อนที่จะมีการหยุดยิงในที่สุด

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ของสหรัฐได้ติดต่อทางโทรศัพท์กับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคหลายครั้งและ 6 ครั้งเป็นการพูดคุยระหว่าง Biden กับ Natanyahu

Biden ยืนยันว่าความมุ่งมั่นของเขาที่มีต่อความมั่นคงของอิสราเอลไม่เคยเปลี่ยนและจะไม่เปลี่ยนอย่างแน่นอน Biden กล่าวเพื่อขานรับคำถามที่ว่ามีความเปลี่ยนแปลงในนโยบายของพรรคเดโมแครตที่มีต่ออิสราเอลหรือไม่?

“การเปลี่ยนแปลงก็คือเรายังคงต้องการให้มีทางออกว่าด้วยสองรัฐ   ซึ่งเป็นคำตอบเดียว”

เขากล่าวเพิ่มเติมและกล่าวต่อไปว่า “พรรคของผมยังคงสนับสนุนอิสราเอล” และขอให้มีการพูดอย่างตรงไปตรงมาที่นี่ว่าในภูมิภาคนี้สิทธิของอิสราเอลที่มีอยู่ในฐานะรัฐยิวอิสระจะต้องได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง   หาไม่แล้วก็จะไม่มีสันติภาพ

การยืนยันในเรื่องข้อเสนอให้มีสองรัฐของสหรัฐเพื่อให้อิสราเอลกับปาเลสไตน์อยู่ร่วมกันในฐานะสองรัฐที่แยกออกจากกันได้ลดความสำคัญลงอย่างมากภายใต้ Trump ซึ่งทำให้สหรัฐเข้าชิดใกล้อิสราเอลมากยิ่งขึ้นโดยเปลี่ยนแปลงนโยบายที่มีมาแล้วหลายทศวรรษ อย่างเช่นการยอมรับว่านครเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล

ในปี 2020 Trump เปิดเผยถึงแผนการที่เขานำเสนอ “ทางออกของสองรัฐที่เป็นจริง” ที่ทำให้นครเยรูซาเล็ม ซึ่งถูกอ้างการเป็นเจ้าของจากทั้งสองฝ่ายให้เป็นเมืองหลวงของอิสราเอลที่ “ไม่อาจแบ่งแยก” ได้     Trump จึงเป็นประธานาธิบดีที่อยู่เคียงข้างอิสราเอลอย่างที่สุดไม่ต่างไปจากโรนัลด์ เรแกน

 

การประกาศยอมรับการหยุดยิง  และการสิ้นสุดความขัดแย้ง 11 วัน

การประกาศหยุดยิงโดยอิสราเอลและขบวนการฮามาสในวันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม ทำให้ความขัดแย้งปาเลสไตน์-อิสราเอล ซึ่งคุกคามภูมิภาคยุติลง

เช่นเคยอียิปต์เป็นตัวกลางในการทำให้การหยุดยิงของสองฝ่ายยุติลงอย่างที่อียิปต์เคยทำสำเร็จมาแล้วหลายครั้งในอดีตที่ผ่านมา

การเลือกตั้งที่ยังไม่ลงตัวในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาทำให้นายกรัฐมนตรีของอิสราเอลต้องต่อสู้อีกครั้งเพื่อจัดตั้งรัฐบาล   แต่ความขัดแย้งกับปาเลสไตน์ที่เพิ่งจบลงทำให้ความเพลี่ยงพล้ำทางการเมืองของเขาได้รับการชดเชย

การหยุดยิงนั้นดูเหมือนจะสร้างความสั่นไหวในการเมืองอิสราเอล   ซึ่งกลุ่มก้อนของพวกไซออนิสต์หรือชาวยิวจากยุโรมที่มาตั้งหลักแหล่งในดินแดนปาเลสไตน์ได้ตีความไปเรียบร้อยแล้วว่าเป็นการยอมแพ้

นับตั้งแต่มีข้อตกลงออสโล (Oslo Accords) เกิดขึ้นในปี 1993 โลกส่วนใหญ่ต่างก็ให้การยอมรับการมีสองรัฐ (two-state solution) ว่าเป็นทางออกของความขัดแย้ง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ปรากฏให้เห็นก็คืออิสราเอลยังคงมีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะสร้างบ้านเรือนในดินแดนที่ตนเองเข้าไปยึดครองและไม่ต้องการยกเลิกข้ออ้างในการเป็นเจ้าของนครเยรูซาเล็มตะวันออกที่ไม่ได้รับการยอมรับ โดยคณะมนตรีความมั่นคงและในอีกหลายประเทศ

บริบทรอบด้านที่ชาวปาเลสไตน์ได้รับจากอิสราเอลจะยังคงส่งผลต่อความรู้สึกทางจิตใจและจะยังคงเป็นแรงจูงใจไปสู่ความขัดแย้งครั้งแล้วครั้งเล่าต่อไปในอนาคตได้อีก   ทั้งนี้ก็เพราะสภาพของประชาชนที่ได้รับการดูแลโดยขบวนการฮามาสยังอยู่ในสภาพยากลำบากอยู่เหมือนเดิมเนื่องจากพวกเขาถูกปิดล้อมจากอิสราเอลในเกือบทุกๆ ด้าน  เส้นทางผ่านที่นำเอาอาหารเข้ามาฉนวนกาซ่าส่วนใหญ่ถูกปิด   จำนวนผู้ป่วยก็เพิ่มมากขึ้น

นโยบายปิดล้อมของอิสราเอลนำไปสู่ราคาอาหารที่เพิ่มขึ้น   ระบบการศึกษาได้รับผลกระทบ  นักศึกษาหลายพันคนไม่สามารถเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยทั้งในดินแดนเวสต์แบงก์หรือในต่างประเทศ    การห้ามนำเข้าวัตถุดิบที่สำคัญต่อโรงงานอุตสาหกรรมในเมืองกาซ่า  รวมทั้งการห้ามส่งออกสินค้าจนนำไปสู่การปิดตัวลงของโรงงาน

ที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าเรื่องอื่นๆ ก็คือเกษตรกรไม่สามารถนำเข้าวัตถุดิบและอุปกรณ์ทางการเกษตรที่จำเป็นต่อการเพาะปลูกและรักษาพืชผลไม่ให้เกิดความเสียหายได้    จากข้อมูลของธนาคารโลกพบว่าร้อยละ 67 ของชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่ในเมืองกาซ่า  มีฐานะต่ำกว่าเส้นความยากจน  สภาพแวดล้อมที่พวกเขาอยู่อาศัยจึงผสมผสานกันระหว่างความสูญเสีย  ความยากจน  ความโกรธแค้น  ความไร้อำนาจ  และความหวาดกลัว    ความรู้สึกนี้ในท้ายที่สุดอาจนำไปสู่ความรุนแรงได้

คณะมนตรีความมั่นคงกับการหยุดยิง

คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติเรียกร้องให้มีการช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนต่อพลเรือนชาวปาเลสไตน์อย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองกาซ่า

แถลงการณ์ของคณะมนตรีความมั่นคงได้รับการสนับสนุนจากตัวแทนของสหรัฐ  ซึ่งเคยหยุดยั้งแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ของคณะมนตรีความมั่นคงมาก่อน

ทั้งนี้แถลงการณ์ก่อนหน้านี้ของคณะมนตรีความมั่นคงได้ประณามปฏิบัติการณ์อันรุนแรงที่มีต่อพลเรือน   รวมทั้งปฏิบัติการณ์ก่อการร้าย การยั่วยุ ปลุกปั่นและการทำลายล้าง

แถลงการณ์ดังกล่าวยังแสดงความห่วงใยถึงความตึงเครียดของความรุนแรงในนครเยรูซาเล็มตะวันออก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณภายในและภายนอกที่ตั้งของนครศักดิ์สิทธิ์  และเรียกร้องให้เคารพสถานะทางประวัติศาสตร์ในที่ตั้งของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

อาจกล่าวได้ว่าตัวแทนของสหรัฐเป็นผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งที่สุดต่ออิสราเอลในสหประชาชาติ  โดยก่อนหน้านี้ตัวแทนของสหรัฐใน UN ได้ปฏิเสธการเรียกร้องของฝรั่งเศสที่ให้หยุดยั้งการเป็นปรปักษ์ต่อกันของสองฝ่าย   และเรียกร้องให้มีการช่วยเหลือทางด้านสิทธิมนุษยชนในเมืองกาซ่า

ส่วนแถลงการณ์ที่นำเสนอโดยจีน นอร์เวย์และตูนีเซียก็เพียงแต่จะบอกว่าสมาชิกของคณะมนตรีความมั่นคง  แสดงความไว้อาลัยต่อการเสียชีวิตของพลเรือนอันมีผลมาจากความรุนแรง  โดยสนับสนุนข้อเรียกร้องของเลขาธิการ  สหประชาชาติ Antonio Guterress  ร่วมกัปบระชาคมระหว่างประเทศที่จะทำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุนการสร้างบ้านเรือนที่ถูกทำลายล้างจากความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติได้ให้การยอมรับ “ความสำคัญสำหรับบทบาทของอียิปต์ (และ) ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคที่มีบทบาทในเรื่องนี้  รวมทั้งกลุ่มก้อนของประเทศและองค์กรที่รวมตัวกันเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางอย่างเช่น สหรัฐ สหภาพยุโรป

การทำลายล้างในความขัดแย้ง 11 วันในท้ายที่สุดก็จบลงโดยขบวนการฮามาสสูญเสียพลเรือนของตนไปพร้อมกับเด็กที่ตกเป็นเหยื่อของความขัดแย้ง 248 คน บาดเจ็บราว 1,000 คนและไร้ที่อยู่อาศัย 6,000 คน ในขณะที่อิสราเอลเสียชีวิต 12 คนในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทย 2 คน  ซึ่งเป็นความสูญเสียที่น่าสลดใจเนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นกำลังหลักของครอบครัวและเด็กอินเดียอีกหนึ่งคน

จากความขัดแย้งที่ระเบิดออกมาเป็นการใช้อาวุธตอบโต้กันระหว่างฝ่ายปาเลสไตน์ภายใต้การนำของขบวนการฮามาสและรัฐบาลอิสราเอลนำโดย Natunyahu  ดูเหมือนว่าประวัติศาสตร์ได้ซ้ำร้อยตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะความขัดแย้งที่มีรูปแบบเดียวกันนี้ได้เกิดมาก่อนหน้านี้แล้วถึงสามครั้งโดยครั้งสุดท้ายเกิดในปี 2014 ทั้งนี้ความไม่ลงรอยกันครั้งล่าสุดเป็นครั้งที่ 4 เกิดขึ้นในปี 2021

หนึ่งในสงครามอิสราเอล-ปาเลสไตน์ที่ยังอยู่ในความทรงจำของชาวปาเลสไตน์คือสงครามในปี 2008 โดยอิสราเอลปิดท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่   ในปี 2008 ด้วยการบุกถล่มขบวนการฮามาสอย่างรุนแรง  ทั้งนี้อิสราเอลได้ใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่เรียกว่า “แคสต์ลีด” เข้าถล่มฉนวนกาซ่า, และข่านยูนุส ฯลฯ    อันเป็นที่อยู่ของขบวนการฮามาสโดยฝูงบินรบของอิสราเอลระดมยิงขีปนาวุธกว่า 30 ลูก ถล่มที่มั่นของขบวนการฮามาสนำไปสู่การเสียชีวิตและบาดเจ็บของประชาชนจำนวนมากและการรบก็ดำเนินต่อไปยาวนานถึง 3 สัปดาห์   นำไปสู่ความตายของเด็ก 400 รายและผู้บาดเจ็บที่พุ่งขึ้นถึง 5,500 ราย

ทั้งนี้หากฉนวนกาซ่ายังคงถูกปิดกั้นจากอิสราเอลทั้งทางบก ทางอากาศและภาคพื้นดินและหากของนานาประเทศยังหาทางออกร่วมกันว่าด้วยการยึดครองพื้นที่ของชาวปาเลสไตน์ไม่ได้  ความขัดแย้งก็จะยังคงกลับสู่วัฏจักรของมันเองอยู่ตลอดเวลา  แม้ว่ารายละเอียดในความขัดแย้งแต่ละครั้งจะแตกต่างอยู่บ้าง   อย่างเช่นความแข็งแกร่งที่มีมากขึ้นของขบวนการฮามาสเป็นต้น แต่โดยภาพรวมแล้วสภาพแวดล้อมของความขัดแย้งยังไม่มีทางออกที่เป็นรูปธรรม แต่อย่างใดในปัจจุบัน

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *