จะบอกผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคร้ายอย่างไร?

จะบอกผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคร้ายอย่างไร?
โดย พระไพศาล วิสาโล
Q – นมัสการพระคุณเจ้า พระไพศาล ผมเพิ่งแยกจากการพูดคุยกับแม่ที่นอนที่โรงพยาบาลสกลนคร แม่ป่วยเป็นมะเร็งสมอง มีอาการปวดหัวมา ๑๐ วัน ตอนนี้ครอบครัวเลือกแนวทางการรักษาตามอาการโดยไม่ใช้รังสี คีโม เพราะระยะของมะเร็งอยู่ในระยะที่กระจายหลายจุดในสมอง มีเลือดซึมออก แม่จึงปวดหัว วันนี้แม่ได้กินยามอร์ฟีนเพื่อบรรเทาความปวด (แม่ไม่ทราบว่าหรอกครับ รู้แค่ว่ายาแก้ปวดแบบแรง) ทำให้แม่ดีขึ้นพูดคุย แต่แม่ก็ถามว่าทำไมเขาไม่เอายามารักษาเลือดออกในสมอง
เพราะเรายังไม่ได้บอกแม่ว่าเป็นมะเร็งสมองครับ ผมพยายามพูดคุยเรื่องธรรมกับแม่ เพราะก่อนหน้านี้แม่ปฏิบัติธรรม เราคุยกันหลายเรื่องทั้ง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ควบคู่กับการพูดคุยเรื่องครอบครัวเพื่อให้แม่คลายกังวลกับสิ่งที่ห่วงต่าง ๆ ผมยังไม่กล้าบอกแม่ตรง ๆ กลัวแม่จะทรุด แต่อีกทางหากแม่รู้และมีภูมิคุ้มกันทางสติก็จะเตรียมตัวต่อการตายแบบสงบ ผมจึงอยากเรียนปรึกษาพระคุณเจ้าว่าผมควรทำเช่นไรครับผม
พระไพศาล วิสาโล วิสัชนา – หากแม่เคยผ่านการปฏิบัติธรรมและคุ้นเคยกับคำสอนทางพุทธศาสนา ก็น่าจะมีความเตรียมพร้อมทางใจได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามคุณควรใช้วิธีบอกความจริงอย่างค่อยเป็นค่อยไป คือ ค่อย ๆ หยอดข้อมูลเกี่ยวกับโรคของท่าน โดยยังไม่ต้องพูดคำว่ามะเร็ง แล้วดูว่าท่านรู้สึกอย่างไรกับข้อมูลที่ได้รับ ถือเป็นการหยั่งความรู้สึกนึกคิดของท่านด้วย หากท่านพอจะทำใจได้ก็ค่อย ๆ หยอดข้อมูลต่อ
เรื่องนี้ควรถามหมอด้วยว่า หากจะค่อย ๆ หยอดข้อมูลให้ท่าน ควรให้ข้อมูลเป็นขั้นเป็นตอนอย่างไรบ้าง เช่น ทีแรกอาจพูดว่าหมอพบเซลล์บางส่วนในสมองที่ผิดปกติ จากนั้นก็ดูอาการของท่าน หากท่านพอรับได้แล้วก็อาจพูดต่อไปว่า อาการอย่างนี้รักษาใ้ห้หายได้ยาก สิ่งที่ควรทำควบคูไปกับการให้ข้อมูลเหล่านี้ก็คือ ให้ความมั่นใจแก่ท่านว่าหมอและลูก ๆ จะดูแลท่านเต็มที่ (คือให้ข่าวร้ายแล้วต้องตามด้วยข่าวดีหรือสิ่งดี ๆ บ้าง) คุณอาจชวนให้ท่านทำสมาธิไปด้วย หรือสวดมนต์นั่งสมาธิกับท่าน
สิ่งที่อยากจะย้ำก็คือการให้ข้อมูลแต่ละขั้นตอน ควรตามด้วยการถามความรู้สึกของท่าน และหากท่านยังทำใจไม่ได้กับข้อมูลนั้น ๆ ก็พักไว้ก่อน







