จูกาด นวัตกรรมแบบประหยัด

จูกาด นวัตกรรมแบบประหยัด
นวัตกรรมภายในตะวันตกตายตัว มองแคบ และพองตัวเกินไปที่จะยังคงมีประสิทธิภาพ ตามมุมมองของนาวี ราดจู ใจดี พราบู และซิมอน อฮูจา ระหว่างการตกต่ำทางเศรษฐกิจไม่นานมานี้ วิถีทางโครงสร้างที่ชื่นชอบต่อนวัตกรรมได้ล้มเหลวตรงที่ความคล่องตัวและความแตกต่างถูกต้องการ วิถีทางเหล่านี้ไม่สามารถแก้ปัญหาของนวัตกรรมภายในสภาพแวดล้อมตรงที่เงินทุนจำกัด
แต่ความคิดสร้างสรรค์มากมาย ที่นี่เป็นตรงที่นวัตกรรมแบบจูกาดก้าวเข้ามา
จูกาดกำเนิดจากความฉลาดและการใช้ทรัพยากรที่หายาก รู้จักกันเป็นนวัตกรรมแบบประหยัดด้วย
วิถีทางของการทำมากขึ้นด้วยการใชน้อยลงนี้ได้เป็นเครื่องมือของการทำให้ตลาดเกิดใหม่ เช่น จีน อินเดีย และบราซิลมองเห็นบนแผนที่ การดูความพยายามที่บรรลุความสำเร็จของเยส แบงค์ ภายในอินเดียมุ่งหมายที่จะบริการชาวอินเดียที่ไม่มีบัญชีํนาคารหกร้อยล้านคน ทำนองเดียวกันนูซอฟท์ของจีนได้พัฒนาข้อแก้ปัญหาต้นทุนต่ำแต่ไฮเทคแก่โรงพยาบาลชนบทที่จะบริการผู้ป่วยรายได้ต่ำ เช่น เครื่องมือตรวจสุขภาพราคาถูก
หนังสือเล่มใหม่ Do Better With Less : Frugal Innovation for Sustainable Growth ผู้เขียนคือนาวี ราดจู และใจดี พราบู เป็นฉบับปรับปรุงของ ค.ศ 2015 ชื่อ Frugal Innovation : How to do More with Less นวัตกรรมแบบประหยัดสามารถช่วยสร้างยุคของโอกาส แม้แต่ภายในยุคของความประหยัด ซีอีโอยูนิลิเวอร์ก่อนหน้านี้ พอล พูลแมน ได้เขียนภายในคำนำ “ลูกค้าวันนี้ต้องการคุณภาพ คุณค่า และความรู้สึกความมุ่งหมายจากบริษัท” และสิ่งนี้สามารถบรรลุได้โดยความฉลาดอย่างประหยัดที่พบได้ภายในหลายเศรษฐกิจเกิดใหม่
ภายใต้ประชาธิปไตยใหญ่ที่สุดและหลากหลายที่สุดของโลก ด้วยความต้องการมากมายและความซับซ้อนอย่างเหลือเชื่อ อินเดียสามารถนำเสนอตัวเองอย่างแท้จริงเป็นห้องทดลองที่มีชีวิตใหญ่ที่สุดของโลก ผู้เขียนยืนยันว่า
อินเดียสามารถวางตำแหน่งตัวเองเป็นแหล่งเพาะพันธ์ที่อุดมสมบูรณ์ ต่อแก้ข้อแก้ปัญหาแบบประหยัดโดยไร้พรมเเดน
การใช้ประโยชน์จุดแข็งของอินเดียภายในวิศวกรรมแบบประหยัดช่วยให้
เรโนลท์ พัฒนา ควิด รถรุ่นเล็กใช้การออกแบบโมดูลาร์ วิศวกรรมแบบประหยัดต้องการโมเดลธุรกิจและความคิดที่ประหยัดพบได้อยู่แล้วภายในเศรษฐกิจเกิดใหม่ ไม่ใช่เศรษฐกิจตะวันตกที่ร่ำรวยทรัพยากรและมั่นคง
ตรงที่ความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ถูกมองเป็นสัญญานของความก้าวหน้า
รถยนต์โรแกนของเรโนลท์ถูกออกแบบภายในโรมาเนีย ตรงที่วิศวกรได้เจริญเติบโตภายในสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจที่รุนแรง
ิลูกค้าวันนี้ตระหนักทางคุณค่ามากขึ้น มิลเลนเนียน : เจนวาย ต้องการมากขึ้นที่จะซื้อผลิตภัณฑ์จากหรือทำงานภายในบริษัทที่รับผิดชอบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม
บริษัทต้องก้าวจาก ทำมากขึ้นด้วยมากขึ้น ไปสู่ไม่เพียงแค่ทำมากขึ้นด้วยน้อยลง แต่ทำได้ดีขึ้นด้วยน้อยลง นี่ได้ไปเลยพ้นประสิทธิภาพไปสู่ความมุ่งหมายที่กระจ่างเเจ้ง ผู้เขียนได้ระบุนวัตกรรมแบบประหยัดเป็น ศิลปเเละศาสตร์ของการสร้างคุณค่าจากคุณค่า พวกเขาได้ท้าทายบริษัทที่จะใช้ทรัพยากรน้อยลง 10X และยังคงให้คุณค่ามากขึ้น 10X และเเม้แต่การปรับปรุงอัตราส่วนนี้
นวัตกรรรมแบบประหยัดสามารถช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าเพื่อ
คุณภาพ ความเรียบง่าย การรับภาระได้ และความยั่งยืน ผลิตภัณฑ์สีเขียวต้องถูกเสาะหาอย่างยั่งยืนและรีไซเคิลได้ง่าย รัฐบาลได้ทำการควบคุมอย่างเข้มงวด บนการปล่อยคาร์บอนของรถยนต์และโรงงาน
ื การลุกขึ้นของบริษัทกาฟา : ชื่อย่อของกูเกิ้ล แอปเปิ้ล เฟซบุค และอเมซอน
คู่แข่งขันใหม่จากจีน : ไฮเออร์ เลเนโว ฮัวเหวย อาลีบาบา เทเน้นต์ และ
สตาร์ทอัพ ทั่วโลก กำลังบังคับให้บริษัทสมัยเดิมที่จะรับเอากรอบข่ายใหม่ของนวัตกรรม ลูกค้ากำลังกลายเป็นถูกให้อำนาจมากขึ้น และกลายเป็นนักสร้างและนักนวัตกรรมภายในสิทธิของพวกเขาเอง
จูกาดเป็นบางสิ่งบางอย่างที่ชาวอินเดียส่วนใหญ่ทำมันภายในชีวิตประจำว้นที่จะทำงานให้สำเร็จ จูกาด ยาตรา เป็นการสำรวจศิลปของการแก้ปัญหาของของชาวอินเดีย ถ้าเราเกิดภายในอินเดีย ถ้อยคำจูกาดเป็นบางสิ่งบางอยู่ที่เรามีชีวิตอยู่ มันหมายถึงการค้นหาข้อแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์แก่ปัญหา การใช้ทรัพยากรที่จำกัด
Jugaad Innovation : ผู้เขียนคือ นาวี ราดจู ใจดี พราบู และซิมอน อฮูจา
หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับวิถีทางที่ประหยัดและยืดหยุ่นได้ต่อนวัตกรรมเพื่อศตวรรษที่ 21 หนังสือเริ่มต้นด้วยการประชุมของไซมอนกับมันสุข ผู้คิดค้นตู้เย็น ราคา 2,500 รูปี ทำจากดินเหนียว – มันถูกเรียกว่ามิติคูล และทำงานไม่ต้องใช้ไฟฟ้า นวัตกรรมของมันสุข ปราจาปาตี ทำให้มันเป็นไปได้ต่อแม้แต่ชาวอินเดียภายในอินเดียชนบทเข้าถึงน้ำเย็นและเก็บรักษาผักและผลไม้ได้ถึงสามวัน เขาไม่มีปริญญาวิศวกรรม ที่จริงแล้วเขาไม่ได้จบโรงเรียนเลย นั่นคือนวัตกรรมแบบจูกาดที่ดีที่สุด หนังสือมีหลายร้อยตัวอย่างที่นำมาจากอินเดีย จีน บราซิล เคนยา และที่อื่นหลายแห่ง ทุกตัวอย่างใช้หลักการหกข้อของนวัตกรรมแบบจูกาด

1 การหาโอกาสภายในความทุกข์ยาก
ผู้ประกอบการจูกาดรับรู้ข้อจำกัดที่รุนเเรงเป็นการเชื้อเชิญที่จะสร้างนวัตกรรม นักเล่นแร่แปรธาตุสมัยใหม่ พวกเขาปฏิรูปความทุกข์ยากให้เป็นโอกาสที่จะนำคุณค่ามาสู่พวกเขาเองและชุมชนของพวกเขา การใช้บางสิ่งบางอย่างที่เป็นการคุกคามหรือดูเหมือนความทุกข์ยาก และทำมันให้กลายเป็นโอกาส นักนวัตกรรมจูกาดใช้ปัญหาสร้างโอกาส ความเป็นจริงที่รุนเเรงและอุปสรรคที่พวกเขาเผชิญอยู่ได้กลายเป็นที่ปล่อยจรวดเพื่อผลิตภัณฑ์ใหม่
คานาค ดาส ชายหนุ่มยากจนอาศัยอยู่ภายในโมริกาออน หมู่บ้านห่างไกลภายในรัฐอัสัมของอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือ เขาได้รับรู้ว่าการกระเเทกบนถนนชนบทที่ขรุขะที่เขาเดินทางอาจจะถูกเปลี่ยนแปลงไปสู่การเคลื่อนไหวไปข้างหน้าได้ ดังนั้นคานาค ได้ติดตั้งใหม่โชคอัพเปลี่ยนไปเป็นพลังงานที่มันได้ดูดซึม เมื่อรถจักรยานเคลื่อนไปกระแทกบนถนน
เขาต้องเหนื่อยจากการขี่รถจักรยานของเขาบนถนนหมู่บ้านที่ไม่ดีเต็มด้วยหลุมและกระเเทก แทนที่เขาจะทำการร้องเรียน เขาทำมันให้เป็นข้อได้เปรียบของเขา คานาค ดาสได้เปลี่ยนแปลงความทุกข์ยากเป็นโอกาสที่จะคิดค้นและดึงคุณค่าจากปัญหาที่เขาได้เผชิญ คานาค ดาสได้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของจิตวิญญานของจูกาด
โดยการติดตั้งใหม่รถจักรยานของเขาด้วยเครื่องมือที่จะทำให้การกระตุกของถนนที่กระแทกเป็นพลังงานที่เป็นคันเร่งจักรยานของเขา เขาได้ติดตั้งโชคอัพที่บีบอัด และปล่อยพลังงานทุกครั้งที่จักรยานของเขากระเเทก การสร้างพลังงานจากโชคอัพ
ความสามารถที่จะทำกรอบใหม่ของความทุกข์ยากเป็นแหล่งของนวัตกรรมและการเจริญเติบโตสำคัญต่อทุกองค์การ เพื่อความอยูรอดและการเจริญเติบโต บุคคลที่เริ่มต้นธุรกิจภายในประเทศที่กำลังพัฒาเผชิญความท้าทายหลายอย่างมีทั้งโครงสร้างพื้นฐานไม่ดี ระบบราชการที่เป็นง่อย ประชาชนยากจน และการเมืองไม่แน่นอน แต่กระนั้นพวกเขามองความยุ่งยากเหล่านี้เป็นโอกาสเพื่อนวัตกรรม
2 การทำได้มากขึ้นด้วยการใช้น้อยลง
นักนวัตกรรมแบบจูกาดสามารถแก้ปัญหาได้ดีภายในการเผชิญกับความขาดแคลน ไม่เหมือนกับผู้ประกอบการของซิลิคอน แวลลี่ย์ การหาเงินทุน
สำคัญน้อยที่สุดต่อความกังวลใจของพวกเขา นักปฏิบัติแบบจูกาดทำกับอะไรที่พวกเขาเอามาได้ การทำมากขึ้นด้วยน้อยลงอยู่ตรงกันข้ามกับวิถีทางอาร์ แอนด์ ดี “ยิ่งใหญ่ยิ่งดี” ใช้ภายในตะวันตก – วิถีทางที่ไม่บรรลุความสำเร็จภายในการให้บริการพื้นฐาน เช่น การศึกษาและการดูเเลสุขภาพ
ที่จริงแล้วนักนวัตกรรมจูกาดต้องประหยัด พวกเขาขาดเงิน วัตถุดิบ อำนาจ และความรู้ พวกเขาไม่สามารถแม้แต่พึ่งพาโครงสร้างพื้นฐาน แต่เมื่อพวกเขาขาดทรัพยากร พวกเขาได้ถูกสร้างเพื่อการแก้ปัญหาได้ดี พวกเขาทำการรีไซเคิล รวมเทคโนโลยีที่มีอยู่สร้างข้อแก้ปัญหาใหม่ ใช้ประโยชน์อะไรที่มีอยู่และขยายมัน มันเป็นวิถีทางเดียวเท่านั้นที่พวกเขาสามารถอยู่รอด พวกเขาใช้สิ่งนี้ที่จะเจริญเติบโต
ทัศนคติจูกาดที่เหมาะสมสามารถช่วยบริษัทบรรลุจำนวนมากด้วยเงินที่น้อยมาก สิ่งนี้สามารถบรรลุโดยการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ในขณะที่การให้คุณค่าสูงแก่ลูกค้า ผู้ขี่รถจักรยานยนต์จัดส่งจัดส่งถึงบ้านได้มากกว่ารถแวนจัดส่งที่ถูกจำกัดด้วยขนาด
กุสทาโว โกรโบโคพาเทล เป็นเกษตรกรอเมริกัน เขามาจากครอบครัวที่ยากจนและต้องการขยายธุรกิจ แต่กระนั้นไม่มีที่ดินเพียงพอภายในอาร์เจนตินา ต่อเขาที่จะซื้อ ดังนั้นเขาต้องเช่าที่ดิน เขาไม่มีเงินมากด้วย ดังนั้นเขาต้องหาวิถีทางอื่นของการได้แรงงานและเครื่องจักร เขาได้รับเหมาช่วงแรงงานและเช่าอุปกรณ์เกษตร เมื่อ ค.ศ 2010 บริษัทของเขา ลอส โกรโบ กลายเป็นผู้ผลิตเมล็ดพืชใหญ่ที่สุดภายในลาตินอเมริกา ด้วยการประะยุกต์ใช้ความคิดจูกาดต่อชีวิต การช่วยให้เขาบรรลุความสำเร็จด้วยเงินที่น้อยมาก
3 การทำมันให้มีความเรียบง่าย
จูกาดไม่ได้เกี่ยวกับการแสวงหาความซับซ้อนหรือความสมบูรณ์โดยผลิตภัณฑ์วิศวกรรมเกินไป แต่ค่อนข้างเกี่ยวกับการพัฒนาข้อแก้ปัญหาที่เพียงพอที่ทำงานให้สำเาร็จ ความเรียบง่ายที่สร้างสรรค์เป็นหลักการที่สำคัญของ
จูกาด บริษัทตะว้นตกที่ยุ่งเกี่ยวกับการแข่งขันทางอาวุธพยายามจะคิดค้นให้เหนือกว่าระหว่างกัน ด้วยการยัดเยียดเทคโนโลยีและคุณลักษณะมากขึ้นกับผลิตภัณฑ์ของพวกเขา ควรจะสร้างความเรียบง่ายเป็นหลักการที่สำคัญของโครงการนวัตกรรมของพวกเขา ดังที่ผู้ประกอบการภายในตลาดเกิดใหม่ทำ
เมื่อตะวันตกเจริญเติบโตด้วยความซับซ้อนทางเทคโนโลยีมากขึ้น นักนวัตกรรมจูกาดกำลังมองข้อแก้ปัญหาโลว์ เทค ดีเพียงพอ เรียบง่าย ใช้งาน และซ่อมแซม การคิดค้นเหล่านี้ทำงานได้เต็มที่โดยไม่มีคุณลักษณะเสริมของการออกแบบนวัตกรรม แต่ความเรียบง่ายไม่ได้มาจากการกำจัดคุณลักษณะจากข้อแก้ปัญหาที่ดี การพิจารณาความต้องการพื้นฐานมากที่สุดของผู้ใช้ นักนวัตกรรมจูกาด ไม่ลุ่มหลงกับความสมบูรณ์
การนำเสนอผลิตภัณฑ์ดีเพียงพอที่จะใช้ ดีกว่าการใช้เวลายาวนานทำให้การนำเสนอสมบูรณ์ ภายในโลกของจูกาด การปฏิบัติทำเพื่อการปรับปรุงไม่ใช่ความสมบูรณ์ บริษัทมองที่จะอยู่รอดต้องไม่เพียงแต่คิดและกระทำอย่างยืดหยุ่นเท่านั้น แต่พวกเขาต้องนำเสนอข้อแก้ปัญหาที่ใช้ง่ายด้วย
ภายในอินเดีย เด็กเกิดประมาณ 25 ล้านคนต่อปี 1.2 ล้านคนไม่สามารถรอดชีวิตเลยพ้น 28 วันแรกของพวกเขา เนื่องจากขาดตู้อบเด็กทารกที่เหมาะสม
ตู้อบเด็กทารกตะวันตกแพงเกินไปต่อโรงพยาบาลอินเดียส่วนใหญ่ และผู้ดูแลสุขภาพชนบทขาดทักษะหรือการฝึกอบรม
สัตยา เจกานาธาน เป็นกุมารแพทย์ของโรงพยาบาลชนบทภายอินเดียใต้ การตายของเด็กทารกสูงภายในโรงพยาบาลของเธอ โดยเฉลี่ย 39 คนจากเด็กทารก 1,000 คนตายตอนเกิด ข้อแก้ปัญหาอยู่ภายในตะว้นตกด้วยการใช้ตู้อบทารก เธอได้พยายามนำเข้าแก่โรงพยาบาลของเธอ แต่ราคาตู้อบทารกและต้นทุนบำรุงรักษาสูงมาก
มันเป็นข้อแก้ปํญหาของประเทศร่ำรวยเท่านั้น มันไม่สามารถดำเนินการภายในอินเดีบชนบทได้ เธอได้พยายามทำการคิดแบบจูกาดบางสิ่งบางอย่าง เธอได้ตัดสินใจออกแบบตู้อบทารกของเธอเอง การออกแบบตู้อบทารกไม้ราคาถูกที่ให้ความรนโดยหลอดไฟฟ้า 100 วัตต์เท่านั้น และได้ลดการเสียชีวิตของเด็กทารกลง 50%
4 การคิดและการกระทำอย่างยืดหยุ่น
จูกาดเป็นการหักล้างวิถีทางของโครงสร้าง เช่น ซิกซ์ ซิกมา ความคิดที่ยืดหยุ่นได้ของผู้ประกอบการแบบจูกาดสงสัยต่อสถานภาพเดิม การรักษาทางเลือกทุกอย่างให้เปิดกว้าง และการปฏิรูปผลิตภัณฑ์และโมเดลธุรกิจเดิม
ไม่จำกัดโดยกระบวนการทางโครงสร้าง นักนวัตกรรมแบบจูกาดสามารถตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้คาดหวังภายในสภาพแวดล้อม
นักนวัตกรรมจูกาดไม่ได้เพียงแค่คิดภายนอกกล่อง พวกเขาสร้างกล่องใหม่ทั้งหมดด้วย การคิดที่ไม่เป็นเส้นตรงของพวกเขามักจะสร้างความคิดที่ค้นพบอย่างสำคัญที่พลิกภูมิปัญญาดั้งเดิมบนหัวของพวกเขา และช่ายสร้างตลาดใหม่ทั้งหมด เช่น ราทาน ทาทา ประธานกรรมการทาทา กรุ้ป มองเห็นล่งหน้าตลาดใหญ่แก่รถยนต์ราคาถูก นาโน
นักนวัตกรรมจูกาดต้องการการกระทำทันทีไม่ใช่การวางแผนและการพยากรณ์ พวกเขากระโดดเข้ามาด้วยต้นแบบ และเเก้ไขการกระทำของพวกเขา เมื่อพวกเขาก้าวหน้าไป เมื่อการกระทำผิดพลาด พวกเขาทำการปรับตัว
พวกเขาเริ่มต้นด้วยงบประมาณเล็กน้อย รับความเสี่ยงภัยเล็กน้อย และสามารถแก้ไขอย่างรวดเร็ว ภายหลังความล้มเหลวเล็กน้อย
อินเดียมีโรคเบาหวานมากกว่าประเทศอื่นใดก็ตาม
ดร วี โมฮาน ได้ช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ ด้วยการทำงานบนคลีนิคโมบาย เทเลเมดิซีน การช่วยเหลือผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกลจากโรงพยาบาลและหมอ เขาได้คิดค้นที่จะนำความคิดสู่การปฏิบัติได้อย่างไร แม้ว่าเขาไม่สามารถรับภาระเริ่มแรกได้ แต่เขาได้ชักจูงช่างเทคนิคทำงานฟรี เนื่องจากความลุมหลงของเขาต่อการช่วยเหลือบุคคลเป็นโรคเบาหวาน รัฐบาลได้ช่วยเหลือเขาโดยการให้ใช้ดาวเทียมร่วมกัน ดังนั้นเขาสามารถให้บริการนี้โดยไม่มีต้นทุน
5 การรวมลูกค้าที่ไม่สำคัญ
โดยทั่วไปบริษัทตะวันตกแข่งขันที่จะบริการลูกค้ากระเเสหลัก ตรงกันข้ามผู้ประการแบบประหยัดแสวงหาลูกค้าที่ไม่สำคัญและไม่ได้รับบริการ โมเดลธุรกิจของพวกเขาเกี่ยวพันกับชุมชนรายได้ต่ำและผิดแบบแผน ไม่ได้เป็นลูกค้าที่อยู่เฉย แต่เป็นผู้สร้างร่วมคุณค่าที่กระตือรือร้น นักนวัตกรรมจูกาด
สามารถมองเห็นโดยตรงความต้องการของตลาดที่ไม่ถูกตอบสนอง บ่อยครั้งที่พวกเขาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน พวกเขาถูกขับเคลื่อนโดยความยุติธรรม
บุคคลทุกคนได้รับสิทธิต่อบริการพื้นฐาน เช่น การศึกษา ข้อมูล การดูแลสุขภาพ การธนาคาร และพลังงาน
ทั้งที่คำนายของ ซี เค พราฮาลาด เกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจภายในพีระมิดระดับล่าง บริษัทตะวันตกมักจะเข้าหาตลาดระดับล่างของพีระมิดในแง่ของความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัท ดังที่ บิลล เกตส์ ได้กล่าวว่า เราต้อง
การระบบของทุนนิยมครอบคลุมที่ควรจะมีภารกิจคู่ : การสร้างกำไรและการปรับปรุงชีวิตแก่บุคคลที่ไม่ได้ประโยชน์จากพลังตลาด
ดร หลิว จิเหริน ซีอีโอของนิวซอฟท์ ผู้จัดหาบริการและโซลูชั่นไอทีใหญ่ที่สุดของจีน ห่วงใยเกี่ยวกับสุขภาพชองชาวจีนแปดร้อยล้านคนภายในพื้นที่ชนบท ความห่วงใยอย่างแท้จริงของ ดร หลิว ต่อตลาดระดับล่างของจีนนำเขาที่จะพัฒนาข้อแก้ปัญหาทางเทคโนโลยี เช่น เทเลเมดิซีน การให้การดูแลสุขภาพที่รับภาระได้แก่ชาวจีนชนบทหลายล้านคน บริษัทใหญ่ไม่ค่อยจะออกแบบและวางตลาดผลิตภัณฑ์แก่คนยากจน ด้วยเหตุนี้พวกเขาได้ทิ้งตลาดที่ยิ่งใหญ่ไป
แต่กระนั้นนักนวัตกรรมที่ฉลาดมักจะเข้ามาสู่ตลาดนี้และทำได้ดี
เมื่อ ค.ศ 2004 ดร รานา คาปูร์ ได้ลาออกจากงานของเขากับบริษัทข้ามชาติ เขาได้เริ่มต้นธนาคารด้วยเป้าหมายเฉพาะของการบริการบุคคล 600 ล้านคนที่ไม่ได้เข้าหานาคารภายในอินเดีย นับตั้งแต่ ค.ศ 2004 พวกเขาทำได้ดีด้วยการทำ รายได้ 2% มากกว่าต้นทุนกู้ยืมต่อปีดีกว่าธนาคารส่วนใหญ่ เขาได้กล่าวว่า ผมมองไม่เห็นความขัดแย้งใดเลยระหว่างการทำดีต่อสังคมของผม และทำดีต่อผู้ถือหุ้นของผม
ดร คาปูร์ เชื่อว่าธนาคารควรจะเป็นผู้รับใช้ของเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ใช่เป็นนายที่จองหอง วิสัยทัศน์ของการบริการความต้องการของเศรษฐกิจอินเดียของเขา ได้ขยายไปสู่ชาวอินเดียหกร้อยล้านคนที่ไม่ได้เข้าหาธนาคาร เขาได้เรียกชื่อว่า เยส แบงค์ ตลอดหลายปี เยส แบงค์ ได้บุกเบิกความคิดริเริ่มหลายอย่างที่จะทำให้บริการทางการเงินเข้าสู่มวลชน
6 การเดินตามใจของเรา
นักนวัตกรรมแบบประหยัดไม่ได้อาศัยการสนทนากลุ่ม หรือการวิจัยตลาดอย่างเป็นทางการตัดสินใจสร้างผลิตภัณฑ์ ความรู้โดยตรงเเละสัญชาตญาน
ของพวกเขาเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้าจุดไฟโดยความเห็นอกเห็นใจ
รายได้ทางการเงินสำคัญ แต่บางทีเป็นรองจากความต้องการที่จะแก้ปัญหาที่ทุกข์ยาก
การสร้างความท้าทายต่อชุมชนของพวกเขา กระดานข่าวออนไลน์ได้ถูกใช้
ร่วมนวัตกรรม บุคคลแสวงหาข้อแก้ปัญหาสามารถประกาศได้ การล่าผู้ร่วมมือร่วมใจที่จะช่วยแก้ปัญหาของพวกเขา พวกเขาไม่กังวลใจนักลงทุนจะตอบสนองต่อกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ใหม่ของพวกเขาอย่างไร พวกเขารู้ลูกค้าของพวกเขา และความคุ้นเคยผลิตภัณฑ์ของพวกเขา และในที่สุดพวกเขาไว้วางใจเเละเดินตามใจของพวกเขา โดยเฉพาะ นักนวัตกรรมจูกาดใช้สัญชาตญาน ความเห็นอกเห็นใจ และความลุ่มหลง คุณสมบัติที่เพิ่มความสำคัญเหมือนกับการคิดอย่างวิเคราะห์ภายในการนำทางสภาพแวดล้อมโลกที่หลากหลาย เชื่อมโยงกัน และคาดคะเนไม่ได้มากขึ้น
ความลุ่มหลงสำคัญต่อนวัตกรรมทั้งหมดและกระบวนการผู้ประกอบการ และแม้แต่เป็นจริงมากขึ้นภายในสภาพแวดล้อมที่ทรัพยากรน้อย ผู้ประกอบการ
จูกาด ไม่ใช้กลุ่มสนทนาตัดสินใจผลิตภัณฑ์อะไรที่จะถูกแนะนำหรือคุณลักษณะอะไรที่จะรวมเข้าไว้ แต่พวกเขาใช้สัญชาตญานของพวกเขา
สตีฟ จ้อบ ใช้วิสัยทัศน์ของเขา เขาใช้ดุลยพินิจของเขาเองเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อะไรที่จะพัฒนา ไม่ใช่การถามลูกค้าเพื่อการเห็นด้วยของพวกเขา เขาเชื่อว่าความคิดที่ดีที่สุดมาจากภายใน ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับนวัตกรรมขับเคลื่อนโดยลูกค้า
ดังที่สตีฟ ได้กล่าวว่า “เวลาของเราจำกัด ดังนั้นอย่าไปเสียเวลาด้วยการใช้ชีวิิตตามชีวิตของบุคคลอื่น มีความกล้าหาญที่จะเดินตามหัวใจของเรา”

แม้ว่าในขณะนี้จูกาดเป็นนวัตกรรมที่โดดเด่นภายในตลาดเกิดใหม่ ภายในตะวันตกจูกาดได้ถูกปฏิบัติเป็นกรณีที่โดดเดี่ยวเท่านั้น และทั้งที่เมื่อ ค.ศ 1980 ภาพยนตร์ชุดโทรทัศน์ แมคกายเออร์ ได้นิยมแพร่หลายจิตวิญญานของจูกาด บริษัทอเมริกันน้อยมากปฏิบัติจูกาดอย่างแท้จริงวันนี้ แต่ครั้งหนึ่งจูกาดเป็นส่วนหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ของนวัตกรรมตะว้นตกด้วย มันเป็นความคิดที่ยืดหยุ่นของนักนวัตกรรมจูกาดเร่งการเจริญเติบโตภายในเศรษฐกิจเกิดใหม่ เช่น
อมริการะหว่างการปฏิวัติอุตสาหกรรม จูกาดได้เร่งการเจริญเติบโตภายในอเมริการะหว่างการปฏิวัติอุตสาหกรรม
บิดาผู้ก่อตั้งของอเมริกา เกษตรกรที่สร้างสรรค์ นักบุกเบิกอุตสาหกรรม และนักสำรวจวิทยาศาสตร์ภายในศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 จากเบน แฟรงคลิน ไปสู่ไซรัส แมคคอร์มิค ไปสู่พี่น้องไรต์ เป็นนักปฏิบัติทางประวัติศาสตร์ของจูกาดภายในตะวันตก ผู้ประกอบการที่ฉลาดเหล่านี้ได้กระตุ้นการปฏิวัติอุตสาหกรรมภายในชาติตะวันตก
ตัวอย่างเช่น เมื่อ ค.ศ 1931 เกษตรกรชาวเวอร์จิเนียชื่อ ไซรัส แมคคอร์มิค ได้แนะนำเครื่องจักรเก็บเกี่ยวเมล็ดพืช เมื่อไซรัส กำเนิดเมื่อ ค.ศ 1809 มากกว่า 80 % ของชาวอเมริกันขึ้นอยู่กับการเกษตรเพื่อการดำรงชีวิตของพวกเขา – เมื่อ ค.ศ 1970 ตัวเลขนั้นได้ลดน้อยลงเป็น 4% ภายในอเมริกาต้นศตวรรษที่ 19 เกษตรกรเก็บเกี่ยวเมล็ดพืชด้วยมือ การใช้แรงงานจำนวนมากทำให้เสร็จ พ่อของไซรัสต้องการทำให้ชีวตง่ายขึ้นแก่เกษตรกรเพื่อนของเขา เขาใช้ยี่สิบแปดปีพยายามพัฒนาเครื่องจักรสามารถเก็บเกี่ยวเมล็ดพืชได้อัตโรมัติ แต่เขายอมแพ้ภายหลังจากความพยายามที่ล้มเหลวหลายครั้ง
เมื่อลูกชายของเขาไซรัส แมคคอร์มิค อายุเพียงแค่ยี่สิบสองปี เขาได้ยึดครองการคิดค้นของพ่อของเขา และซ่อมแซมเครื่องจักรที่จะให้มันทำงานได้ เขาใช้หลายเดือนปรับปรุงการออกแบบเพื่อเป็นเครื่องจักรเก็บเกี่ยวเมล็ดพืชอัตโนมัติ ด้วยการใช้ทรัพยกรที่จำกัดและส่วนประกอบทำด้วยมือ ในที่สุดเมื่อ ค.ศ 1831 เขาได้คิดค้นรุ่นใหม่ที่ใช้งานได้และสวยงามของเครื่องจักรเก็บเกี่ยว สามารถทำการเก็บเกี่ยวเมล็ดพืชได้มากกว่าแรงงานห้าคนร่วมกันใช้
แคร่ก่อนหน้านี้
เขาเป็นเกษตรกรที่สร้างสรรค์ได้กลายเป็นผู้ดำเนินการจูกาดดีที่สุดคนหนึ่งของอเมริกา เขาได้คิดค้นด้วยการใช้ยุ่งข้าวของครอบครัวเป็นห้องทดลอง และทำงานกับทรัพยากรที่ขาดแคลน บุคคลทั่วโลกได้ประโยชน์จากการคิดค้นของเขา เพราะว่ามันทำให้อุปทานของอาหารเหลือใช้ นอกจากการคิดค้นเครื่องจักรเก็บเกี่ยวแล้ว เขาได้พัฒนาคันไถใหม่ที่ดีกว่าเดิมด้วย ระหว่างช่วงเวลาของเขา เรามีนวัตกรรมแบบจูกาดมากมายภายในอเมริกา ตรงที่บุคคลใช้ความคิดสร้างสรรค์พัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการที่มีประโยชน์ แม้ว่าพวกเขามีทรัพยากรน้อย
ิ แต่กระนั้นการคิดค้นจูกาดมีชื่อเสียงที่สุดของไซรัส เครื่องจักรเก็บเกี่ยว
ไม่ได้บรรลุความสำเร็จทางการค้าทันที เกษตรกรเพื่อนของเขา คุ้นเคยกับวิธีการเก็บเกี่ยวใช้มือ เริ่มแรกสงสัยเกี่ยวกับประโยชน์ของเครื่องจักรเก็บเกี่ยวนี้ ไซรัส แมคคอร์มิค ได้ต่อสู้นานหลายปีที่จะขายเครื่องจักรเก็บเกี่ยวของเขา เขาได้ผพบความสำเร็จผ่านการคิดแบบจูกาดที่ยืดหยุ่นต่อไป การบุกเบิกการปฏิบัติของการตลาดแบบปากต่อปาก เขาได้ลูกค้าเริ่มเเรกไม่กี่คนเเนะนำเครื่องจักรเก็บเกี่ยวของเขาไปยังลูกค้าอื่น ในที่สุดยอดขายของเครื่องจักรเก็บเกี่ยวของเขาได้เพิ่มสูงขึ้น ไซรัส แมคคอร์มิค ได้ย้ายการผลิตไปสู่โรงงานถายในชิคาโก เครื่องจักรเก็บเกี่ยวของเขาได้เริ่มต้นขายดี

ชายคนนี้เป็นเจ้าแห่งจูกาด หรือนวัตกรรมราคาถูก อีรอน มัสก์ แห่งอินเดีย ด้วยการคิดค้นที่ฉลาด 140 อย่าง และในขณะนี้เขาได้มองที่การช่วยเหลือบุคคลพิการ เขาคือ อุดฮาบ บาราลี เป็นนักคิดค้นชาวอินเดีย นักคิดค้นที่ไม่สามารถหยุดช่วยเหลือบุคคลได้ เขาได้กล่าวว่า ผมชอบแก้ปัญหา ผมชอบทำให้บุคคลสบายมากขึ้นเล็กน้อยด้วยตัวพวกเขาเอง นวัตกรรมของเขาส่วนใหญ่ต้นทุนต่ำเเละใช้วัตถุดิบหามาได้ของท้องที่ นวัตกรรมแบบประหยัดนี้เรียกกันว่าจูกาด จูกาดเป็นภาษาฮินดี ใช้อย่างกว้างขวางภายในอินเดีย อธิบายข้อแก้ปัญหาเดี๋ยวนั้นหรือเฉพาะหน้าใช้ทรัพยากรที่ขาดแคลน มันเป็นวิถีชีวิตภายในอินเดีย เราจะสร้างข้อแก้ปัญาหาที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพด้วยทรัพยากรที่น้อยอย่างไร นั่นคือแนวคิดจูกาดของอินเดียเกี่ยวกับอะไร
ความจำเป็นเป็นมารดาของการคิดค้น การแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส
และความต้องการอยู่อย่างปลอดภัยได้จุดไฟจูดกาดทั่วอินเดีย ดูภาพของผู้ขายนมที่คิดค้นเทคนิคที่สร้างสรรค์ที่จะส่งนมในขณะที่รักษาระยะห่างทางสังคมแก่ลูกค้า ผู้ขายนมนั่งบนรถจักรยานยนต์ของเขาด้วยกระป๋องนมขนาดใหญ่ติดอยู่แต่ละข้าง แต่มีกรวยและท่อใหญ่ที่เขาจะเทนมโดยตรงไปยังภาชนะของลูกค้าในขณะที่รักษาระยะห่าง
นวัตกรรมแบบประหยัดอยู่บนพื้นฐานของแนวคิดจูกาดของ อินเดีย หมายถึงการแก้ไขอย่างฉลาด สร้างสรรค์ ด้วยทรัพยากรที่จำกัด ภายในบริบททางธุรกิจ จูกาดเป็นวิถีทางที่ประหยัดและยืดหยุ่นที่จะเเก้ปัญหาและนวัตกรรม
ภายในประเทศที่ร่ำรวยเหมือนเช่นอเมริกา นวัตกรรมได้ถูกขับเคลื่อนผ่านทางการวิจัยและพัฒนาที่แพง แต่ตรงกันข้ามจูกาดสามารถมีประสิทธิภาพสูงกว่า การมีทรัพยากรที่น้อยกว่าสนับสนุนความสามารถของเราที่จะสร้างสรรค์
นาวี ราดจู ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับนวัตกรรมจูกาดที่มีชื่อเสียงของโลก
ได้กล่าวถึงนักนวัตกรรมจูกาดแสวงหาโอกาสภายในความยากจน
ตัวอย่างของผู้ประกอบการรากหญ้าที่ชื่นชอบของเขาคือ ชาวบ้านคนหนึ่งชื่อ มันสุข ปราจาปาตี เขามีชีวิตอย่างแท้จริงอยู่ภายในทะเลทรายของอินเดีย เขาอยู่ภายในภูมิประเทศตรงที่ไม่เพียงแค่ไม่ได้สร้างไฟฟ้าเท่านั้น แต่พวกเขาเข้าหาไฟฟ้าไม่ได้ด้วย แต่แม้ว่าถ้าพวกเขามีไฟฟ้า ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่สามารถรับภาระมันได้ เขาต้องการความเข้าใจที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมพื้นฐานอย่างไร เพื่อการสร้างตู้เย็นที่ไม่ใช้ไฟฟ้า เรียกว่าตู้เย็นดินเหนียว สามารถเก็บรักษาผักและผลไม้ได้นานหลายวัน

นาวี ราดจู ได้กล่าวว่า บริษัทตะวันตกจะนำจูกาดลงสู่การปฏิบัติอย่างมีตัวตนได้อย่างไร ภายในการวิจัยของเรา เราได้ระบุหลักการดำเนินงานหรือกฏของนวัตกรรมสี่ข้อ
1 ความประหยัดไม่ใช่องเสีย กฏข้อแรกนี้ส่งเสริมความประหยัด การช่วยแก้ปัญหาความขาดแคลนของทรัพยากรทุกอย่าง จูกาดช่ายความประหยัด
และหลีกเลี่ยงของเสีย ดังที่นักนวัตกรรมจูกาดต้องดำเนินงานภายในข้อจำกัดและการหายากอย่างรุนแรงของทรัพยากรทุกอย่าง
2 การครอบคลุมไม่ใช่การยกเว้น กฏข้อสองนี้ช่วยบริษัืทผู้ประกอบการนำการครอบคลุมสู่การปฏิบัติ ด้วยการเชื่อมโยงอย่างกระชับ และการใช้ประโยชน์การเจริญเติบโตของความหลากหลายที่แทรกซึมชุมชุนของลูกค้า บุคคล และหุ้นส่วนของพวกเขา
3 การมีส่วนร่วมล่างขึ้นบนไม่ใช่การควบคุมบนลงล่าง กฏข้อที่สามนี้ขับเคลื่อนความร่วมมือร่วมใจ ซีอีโอที่จะแสดงเป็นคอนดัคเตอร์ต้องเรียนรู้สนับสนุนการแสดงทันทีของความร่วมมือร่วมใจเหมือนเช่นผู้เล่นภายใน
วงแจ้สทำ
4 การคิดและการกระทำอย่างยืดหยุ่นไม่ใช่การวางแผนแบบเส้นตรง กฏข้อที่สี่นี้สนับสนุนความยืดหยุ่นภายในการคิดและการกระทำ บริษัทที่ปฏิบัติจูกาด
สามารถปรับตัวได้มาก เมื่อพวกเขาไม่ได้ผูกกับโมเดลธุรกิจเดียวใดเลย และแสวงหาทางเลือกหลายทางเวลาใดก็ได้
ตัวอย่างที่มีชื่อเสียงมากอย่างหนึ่งของนวัตกรรมจูกาดจากอินเดียคือ
ขาเทียมชัยปุระ ขาเทียมยางเพื่อบุคคลที่ตัดขาใต้เข่า เมื่อ ค.ศ 1968 ปราโมท
การาน เศรษฐี และราม จันทรา ชาร์มา ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของบุคคลหลายล้านคนทั่วโลกด้วยตัวอย่างที่สวยงามของวิถีทางการคิดแบบจูกาด ข้อแก้ปัญหาที่ฉลาดและต้นทุนต่ำ
ชัยปุระ ฟุต เป็นขาเทียม ถูกผลิตและจัดจำหน่ายโดยองค์การที่ไม่มุ่งกำไร
ชื่อ บีเอ็มวีเอสเอส องค์การได้แสดงบทบาทที่สำคัญภายในการสนับสนุนและการขยายตัวของการผลิตขาเทียม ชัยปุระ ฟุต ความคิดของชัยปุระ ฟุต ได้ถูกเสนอแนะโดย ดร. ปราโมท
การาน เศรษฐี และราม จันทรา ชาร์มา ดร.ปราโมท การราน เศรษฐี เป็นศัลยแพทย์กระดูกที่มีชื่อเสียง ในขณะที่ราม จันทรา ชาร์มา เป็นช่างแกะสลัก พวกเขาทั้งสองได้รวมความสามารถออกแบบชัยปุระ ฟุต ดังนั้นการยกย่องของการคิดค้นขาเทียมที่มีชื่อเสียงของโลกได้ให้แก่การร่วมกันของพวกเขา
ทั้งสอง
ชัยปุระ ฟุต เป็นขาเทียมที่มีชื่อเสียงของโลก การให้ประโยชน์แก่บุคคลพิการมากกว่า 1.8 ล้านคนภายในทั้งอินเดียและ 32 ประเทศอื่น ขาเทียมชัยปุระมีต้นทุนต่ำ แต่เทคโนโลยีสูง มันเป็นขาเทียมปัญญาประดิษฐ์ที่ราคาประมาณ 4,100 รูปี แม้ว่าขาเทียมไม่ได้เป็นการปฏิรูป ขาเทียมชัยปุระเป็นขาเทียมต้นทุนต่ำใช้งานได้มาก ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตชาวอินเดียจำนวนมาก การทำให้ชาวอินเดียกลับไปสู่การเคลื่อนไหวและศักดิ์ศรีของพวกเขา ด้วยการทำให้กระบวนการของการผลิตขาเทียมที่พอดีเป็นมาตรฐาน ชัยปุระ ฟุต ได้ลดต้นทุนอย่างมากโดยไม่สูญเสียการใช้งาน ต้นทุนขาเทียมภายในประเทศที่กำลังพัฒนาช่วงตั้งแต่ 125 ถึง 2,000 เหรียญ ต่ำกว่าราคา 5,000 ถึง 20,000 เหรียญของอเมริกามาก แต่มันยังคงเอื้อมไม่ถึงของครอบครัวอินเดียจำนวนมาก แขนขาของชัยปุระ ฟุต
ราคาไม่ถึง 40 เหรียญ รวมทั้งขาเทียมทำจากไม้และยางฟองน้ำต้นทุนตัวมันเองไม่ถึง 5 เหรียญ และสามารถผลิตภายในสามชั่วโมง
ทำไมชัยปุระ ฟุต มีชื่อเสียงเหลือเกิน ต้นทุนต่ำเป็นเหตุผลที่สำคัญเบื้องหลัง
ความนิยมแพร่หลายและความมีชื่อเสียงของชัยปุระ ฟุต มันเป็นขาเทียมต้นทุนต่ำที่สุดของโลก การใช้ยางและไม้ภายในการผลิตของชัยปุระ ฟุตช่วยให้ทำให้ต้นทุนต่ำ ดังนั้นมันไม่คงทนเหมือนกับส่วนผสมคาร์บอน ไฟเบอร์ โดยทั่วไปชัยปุระ ฟุต อยู่ได้นานประมาณสามปี ภายหลังจากนั้นเราต้องใช้ขาเทียมใหม บุคคลที่ใช้ชัยปุระ ฟุต สามารถวิ่ง เต้นรำ ปีนต้นไม้ ขี่รถจักรยาน
และทำกิจกรรมอื่นส่วนใหญ่ได้ เรื่องราวของชัยปุระ ฟุต ได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วเมื่อนักแสดง สุดา จันทรา ใส่ชัยปุระ ฟุต เต้นรำภายในภาพยนตร์ของเธอ ตามบีเอ็มวีเอสเอส ต้นทุนการผลิตของชัยปุระ ฟุต 30 เหรียญเท่านั้น
แต่กระนั้นบีเอ็มวีเอสเอส ได้ให้ขาเทียมเหล่านี้ฟรีด้วย ชัยปุระ ฟุต น้ำหนักเบา
บุคคลขนาดกลางใส่ชัยปุระ ฟุต น้ำหนักรวมของขาใต้เข่าอยู่ระหว่าง 1.3 กิโล และ 1.5 กิโลเท่านั้น
Cr : รศ สมยศ นาวีการ

