กฏความเป็นผู้นำ 13 ข้อของโคลิน พาวเวลล์
![]()
กฏความเป็นผู้นำ 13 ข้อของโคลิน พาวเวลล์
โคลิน พาวเวลล์ ได้แนะนำกฏของความผู้นำ 13 ข้อที่มีชื่อเสียงของเขา
ภายในบันทึกความทรง 2013 ของเขา “It Worked for Me : In Life and
Leadership'” ดึงมาจากหลายทศวรรษของประสบการณ์เป็นนายพลกอง
ทัพยูเอสสี่ดาว ประธานคณะ้สนาธิการร่วม และรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของเขา หลักการของพาวเวลล์มุ่งเน้นความยืดหยุ่น ความรับผิด
ชอบ การมองโลกใน่แง่ดี และความสนใจรายละเอียด
พาวเวลล์ ได้เตือนใจผู้นำที่ยิ่งใหญ่ว่า “ความฝันไม่ได้กลายเป็นความจริง
ผ่านทางความอัศจรรย์ มันใช้เหงื่อ ความมุ่งมั่น แลเงานหนัก…วันที่ทหา่ร
.หยุดนำปัญหาของพวกเขามาให้คุณเป็นวันที่คุณหยุดนำพวกเขา พวก
เขาได้สูญเสียความเชื่อมั่นที่คุณสามารถช่วยเหลือพวกเข่า หรือสรุปว่า
คุณไม่สนใจ แต่ละกรณีเป็นความล้มเหลวของความเป็นผู้นำ”
การมีให้น้อยที่สุดหรือการละเลยลำดับชั้นเป็นปรัชญาหลักที่มีชื่อเสียง
ถูกพบภายในหลักการความเป็นผู้นำของพาวเวลล์ พาวเวลล์ยืนยันอย่าง
มีชื่อเสียงว่าโครงสร้างบัญชาการที่ตายตัว ขัดขวางการสื่อสาร การระบุ
ผู้นำควรจะให้ความสำคัญข่าวกรองแนวหน้า เหนือแผนภูมิองค์การหรือ
ชื่อตำเเหน่ง แม้ว่าพาวเวล์ ใช้อาชีพทัั่งหมดของเขาภายในสถาบันลำดับ
ชัีนฝังรากลึก เขาเชื่อมั่นอย่างเข้มแข็งว่าการยึดแผนภูมิองค์การขัดขวาง
นวัตกรรม ล่าช้าการตัดสินใจ บดบังความจริง พาวเวลล์ เเนะนำผู้นำให้ลำดับความสำคัญบุคคลคุณภาพสูง และการสื่อสารภาคสนามโดยตรง
เหนือโครงสร้างเป็นทางการ
เขามองเห็นว่าแผนภูมิทางการจะถูกปฏิบัติเป็นไม้ค้ำยันโดยผู้บริหารที่ขาดความสามารถการเป็นผู้นำแท้จริง เขายืนยันว่าแผนภูมิควรจะไม่เคยกำหนดคุณจะพูดกับใครและใครสามารถพูดกับคุณพาวเวลล์จะอ้อมผ่าน
ลำดับชั้นที่ตายตัวสร้างสิ่งที่เขาเรียกว่า “ระบบเสียงดัง” – วัฒนธรรมที่ให้
ความสำคัญการสื่อสารโดยตรงเปิดกว้าง ตรงที่ข้อมูลไหลเวียนอย่างเสรี
จากแนวหน้าขึ้นไปสู่ความเป็นผู้นำ พาวเวลล์จะเเสวงหาความหลากหลาย
ของความคิด และกระตุ้นผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาท้าทายมุมมองของเขา
เขาคาดหวีงบุคคลของเขาที่จะโต้เเย้งอย่างลุ่มหลง ถ้าพวกเขาเชื่อว่าเขา
กำลังทำความผิด
“กระตุ้นระบบเสียงดัง” กำเนิดจากปรัชญาความเป็นผู้นำของโคลิน พาว
เวลล์ มันไดู้กนิยมแพร่หลายอย่างกว้างขวางโดยนักเขียน โอเร็น ฮารารี
ภายในหนังสือ 2002 ของเขา “The Leadership Secrets of Colin Powell” ภายในมุมมองของพาวเวลล์ ระบบเสียงดัง เป็นสภาพเเวดล้อม
ขององค์การที่ให้คุณค่าอย่างตื่นตัวความคิเห็นที่หลากหลาย ต้อนรับการ
ไม่เห็นด้วย และกระตุ้นตวามขัดเเย้งของความคิด พาวเวลล์ยืนยันอย่าง
มีชื่อเสียงว่าองค์การที่เงียบสงบอย่างสิ้นเชิงเป็นอันตราย เพราะว่าโดย
ปรกติความสงบเกิดขึ้นจากความกลีว ระบบราชการ หรือความเฉยเมย
พาวเวลล์ กล่าวว่าสำนักงานหรือองค์การที่เงียบสงบไม่ได้เป็นสัญญาน
ของเครื่องจักรน้ำมันดี โดยทั่วไปมันเป็นสัญญานของความกลัว เขาเชื่อ
ว่าเมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาหยุุดนำปัญหามาสู่ผู้นำของเขา ความเป็นผู้นำได้
ล้มเหลว ระบบเสียงดังกระตุ้นให้บุคคลแนวหน้าและทหารชั้นผู้น้อยเสียง
ร้องข่าวไม่ดีปัญหาทางระบบ และความเปราะบางโดยไม่กลัวการตอบโต้
อย่างรุนเเรง ภายในโครงสร้างระบบราชการหรือการทหาร ข้อมูลสำคัญ
มักจะถูกกรองหรือเคลือบน้ำตาล เมื่อมันถูกผ่านขึ้นไปตามสายการบังคับ
บัญชา พาวเวลล์ ได้ใช้ระบบเสียงดัง อ้อมผ่านลำดับชั้นที่ตายตัว มั่นใจว่า
ข้อมูลดิบแท้จริงจากแถวหน้าไปถึงผู้ตัดสินใจระดับสูงครบถ้วน
บนระดับมหภาค พาวเวลล์ ได้ใช้แนวคิดนี้ต่ออเมริกาตัวมันเองด้วย เชาได้สรุปความซับซ้อนของอเมริกาโดยกาาระบุมัน บางครั้งดูเหมือนสับสน
และเสียงดังอยู่เสมอ เขาได้เพิ่มเติมว่า เสียงดังมีชื่อเรียก มันถูกเรียกว่าประชาธิปไตย และเราได้ใช้มันผ่านพ้นความสับสน ตามมุมมองของเขา
ระบบประชาธิปไตยเสียงดังเต็มไปด้วยความคิดที่ขัดเเย้งกันและโต้เถียง
สาธารณะ สำคัญต่อประทศที่จะไปถึงการเห็นพ้องต้องกันและก้าวไปข้าง
หน้า ประชาธิปไตยถูกออกแบบอย่างเจตนาเป็นระบยเสียงดัง นักสังเกตุ
การณ์ต่างประเทศมักจะดูที่อเมริกา และมองความวุ่นวาย การทะเลาะกัน และทางตัเนขาได้ปรับบริบทสิ่งนี้อย่างสวยงามว่า ของเราเป็นระบบเสียง
ดัง เสียงดังนั้นที่คุณได้ยินคิอประชาธิไตยทำงาน
1 มันไม่ได้ไม่ดีอย่างที่คุณคิด มันจะดูดีขึ้นตอนเช้า
ผู้นำต้องรักษาความสมดุลทางอารมณ์และมุมมองระหว่างวิกฤติ แทน
การตื่นตกใจหรือการยอมให้ความพ่่ายแพ้ชั่วคราวทำลายคุณตามมุมมอง
ขอวพาวเวลล์ มันจะเป็นทัศนคติไม่ได้เป็นการทำนายตามตัวอักษรปัญหาอาจจะรุนเเรงขึ้น หรือเเม้แต่เลาร้ายมากกว่าที่มันปรากฏ แต่กระนั้นผู้นำไมสามารถยอมแพ้ความสิ้นหวีงหรือความพ่ายแพ้ได้ ทำการหยุดพักหรือการนอนหลับให้สบายทั้งคืน ทำจิตใจให้สงบ ลดความกดดันทางอารมณ์ เเละจะทำให้คุณเข้าถึงปัญหาที่ซีบซ้อนด้วยความชัดเจนที่สดใสวันต่อไป
ความตกใจไม่เคยแก้ไขวิกฤติ หลีกเลี่ยงการตอบสนองด้วยสภาวะตก
ใจและพ่ายแพ้ และไว้วางใจพรุ่งนี้จะนำมามุมมองที่สดใสเมื่อเผชิญกับวันหายนะ ก้าวถอยหลัง ได้มามุมมอง ไว้วางใจ พรุ่งนี้จะนำมาจิตใจที่สดใสและคำตอบใหม่ กฏข้อนี้สะท้อนทัศนคติและไม่ใช่การทำนาย เมื่อเผชิญกับวันที่ยุ่งยาก ออกไปจากสำนักงานคุณควรจะไปนอนรู้ว่าวันพรุ่งนี้นำมาการเริ่มต้นอย่างสดใสที่จะแก้ปัญหา
การเผชิญกับสภาพแวดล้อมการสู้รบที่วุ่นวายความเครียดสูง หรือการ
ปฏิบัติการภาคสนามที่ผิดพลาดตรงที่การตื่นตกใจทันทีสามารถจะทำให้
เสียชีวิต พาวเวลล์เรียนรู้เริ่มแรกตอนเป็นนายทหารหนุ่ม ที่ยังคงสงบนิ่ง
ภายในการเผชิญความหายนะทางยุทธวิธีทันที ป้องกันการตื่นตกใจไหลลงมา ด้วยการถอยกลับนอนหลับบนวิกฤติเมื่อเป็นไปได้ และการปฏิเสธ
ที่จะพินาศ เขาสามารถประเมินความเป็นจริงทางยุทธวิธีด้วยสมองที่โล่งวันต่อไป แทนการตอบสนองจากความเหนื่อยหรือความตกใจเต็มที่
พาวเวลล์รับใช้เป็นที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งขาติภายใต้ประธานาธิบดี
โรนัล เรแกน และต่อมาเป็นประธานคณะเสนาธิการร่วม ระหว่างสงครามอ่าว เขาบังคับตัวเขาเองและบุคคลของเขาที่จะมีสติและมั่นคง ประมวลความตกตะลึงเริ่มเเรกและรวบรวมข้อเท็จจริง แทนการตอบสนองอย่างตาบอดต่อการเตรียมพร้อมสู้หรือหนีทันที เขาสร้างมันเป็นประเด็นออกไปจากสำนักงานหรือห้องสรุปงานอยู่เสมอการแสดงออกทัศนคติชัยชนะ และความสงบอย่างสมบูรณ์เพราะว่าการตื่นตกใจจะแพร่หลายง่าย ความสงบที่เจตนาของเขาแพร่กระจายไปสู่ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา ทำให้ทั้งห้องมั่นคง เเละมั่นใจทีมว่าพวกเขาสามารถแก้ปัญหาตอนเช้าได้

2 โกรธแล้วปล่อยวาง
ผู้นำจะเผชิญกับวันหรือเหตุการณ์ที่คับข้องใจ และบุคคลที่ผลักดัน
คุณไปที่ข้อจำกัด มันเป็นธรรมดาที่จะรู้สึกโกรธ เมื่อคุณอาามณ์เสียแล้ว
อย่าสูญเสียการควบคุมเวลาเดียวกัน บุคคลจดจำผู้นำด้วยอารมณ์ที่ไม่ดี และไม่เคยเป็นวิถีทางบวก รับรู้ความโกรธของคุณ แต่จะนำทางมันอย่างรวดเร็วไปสู่คำตอบที่เสริมสร้าง ความโกรธเป็นอารมณ์ธรรมชาติในฐานะผู้นำคุณจะเจ็บปวด ตำหนิ แทงข้างหลัง และผิดหวัง โกรธแล้ว และก้าวไป
ชีวิตสั้นเกินไปที่จะยังคงโกรธ เรามีพื้นที่มากเกินไปที่จะปกปิดไม่ให้โกรธ บุคคลทุกคนจะโกรธ แต่ยังโกรธอยู่ไม่เคยมีประโยชน์
แทนการปล่อยให้โกรธทำลายคุณใช้โกรธสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่าง
เสริมสร้าง ในฐานะของประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาร่วมพาวเวลล์ใช้กฏขอ 2 เป็นเครื่องมือเพี่อการบริหารบุคคล เขากล่าว่าผู้นำจะโกรธอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาทำผิดพลาดหรือให้ข่าวที่น่ากลัว แต่กระนั้นเขามุ่งเน้นว่าถ้าผู้นำยังโกรธ และลงโทษผู้ส่งข่าว บุคคลเรียนรู้ที่
จะซ่อนความผิดพลาดของพวกเขา กฏอาชีพที่ยาวนานของพาวเวลล์คือ แสดงความคับข้องใจที่มองเห็นและสรุป แก้ไขปัญหา และก้าวผ่านทันทีความโกรธ ดังนั้นทีมของเขารู้สึกปลอดภัยเพียงพอบอกเขาความจริงที่แน่นอน
3 หลีกเลี่ยงอย่ามีอัตตาของคุณใกล้ตำเเหน่งของคุณ เมื่อตำแหน่งของคุณล้มเหลว อัตตาของคุณไปกัยมัน
ผู้นำจะต้องไม่เคยผูกคุณค่าตัวเอง หรือเอกลักษณ์ส่วนบุคคลภายในความคิดเฉพาะ แผนงาน หรือความคิดเห็น ชี่อตำแหน่งงาน หรือยศของคุณเป็นเพียงแค่หน้าที่ที่คุณกระทำ มันไม่ได้ระบุคุณค่าของคุณในฐานะของบุคคล ผู้นำที่ผูกติดเอกลักษณ์ของพวกเขาต่อชื่อตำแหน่งทั้งหมดจะ
กลายเป็นหยิ่งยะโสป้องกันตัว หรือสูญหายเมื่อพวกเขาสูญเสียตำแหน่งนั้นหรือทำความผิดพลาด ผู้นำที่แท้จริงรู้ว่าพวกเขาสามารถ เพิ่มคุณค่าและนำทางบุคคลอื่น ไมพิจารณาตำแหน่งเป็นทางการของพวกเขา
การเเยกเอกลักษณ์ของคุณจากชื่อตำแหน่งของคุณที่จะยังคงปรับตัวได้ ตำแหน่งและความคิดเห็นของคุณ ไม่สามารถระบุคุณคือใคร มิฉะนั้นเมื่อคุณล้มเหลวหรือสูญเสีย คุณไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย เต็มใจผิดพลาด
และสูญเสีย ยอมรับว่าตำแหน่งของคุณผิดพลาด ที่ไม่ใช่อัตตาของคุณ
ตรวจสอบอัตตาของคุณและรู้ว่าคุณสามารถนำจากที่ไหนก็ตามที่คุณอยู่
ในฐานะของผู้บัญชาการทหาร พาวเวลล์เผชืญหน้ากับบุคคลของเขาเป็นประจำ โต้เเย้งกับเขาอย่างเข้มแข็ง เขาได้บอกพวกเขาว่ามันเป็นหน้าที่ของพวกเขาพยายามที่จะพิสูจน์เขาผิด ถ้าพวกเขาคิดว่าเขาทำความผิดพลาด
พาวเวลล์ได้เเยกอำนาจหน้าที่ของเขา ออกจากความคิดเห็นเริ่มแรกของเขา ทำให้เขาเปลี่ยนแปลงจิตใจของเขา โดยไม่รู้สึกลดคุณค่าส่วนบุคคลลง เขาได้สรุปอย่างมีชื่อเสียงกรอบความคิดนี้ต่อนายทหารชั้นผู้น้อยว่าความจงรักดีคือ การไม่เห็นด้วยอย่่วงเข้มแข็งและความจงรักดีคือการดำเนินการอย่างซื่อสัตย์ เมื่อการถกเถียงที่เปิดเผยสิ้นสุดลงและพาว
้เวลล์ทำการตัดสินใจบัญชาการสุดท้าย เขาจะคาดหวังให้ทีมของเขาทิ้ง
การคัดค้านก่อนหน้านี้ของพวกเขา และดำเนินการเส้นทางที่เล็อกเต็มที่ เหมือนที่เขาเต็มใจยกเลิกความคิดที่ชอบของเขาเอง ถ้าข้อเท็จจริงหรือการเห็นพ้องต้องกันพิสูจน์ว่ามันผิด
4 มันสามารถทำได้
ผู้นำต้องรักษาทัศนคติสามารถทำ และค้นหาวิถีทางทำให้อะไรก็ตาม
เกิดขึ้น เเม้ว่าเมื่อเผชิญกับความท้าทายที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ เข้าหาความท้าทายทุกอย่างด้วยกรอบความคิดที่มุ่งคำตอบ รักษาทัศนติเชิงรุก และเเสวงหาคำตอบต่ออุปสรรค พาวเวลล์ ได้กล่าวว่า “เริ่มต้นเสมอความเชื่อคุณสามารถทำให้สำเร็จ จนข้อเท็จจริงและการวิเคราะห์สะสมต่อต้านมัน การมีวิถีทางบวก และกระตือรือร้นต่องานทุกอย่าง อย่าล้อมรอบตัวคุณเองด้วยผู้สงสัยทันที ผู้นำทำให้อะไรก็ตามเกิดขึ้น ถ้าวิถีทางหนึ่งใช้ไม่ได้ ค้นหาวิถีทางอื่น ไม่ใช่อธิบาทำไมบางสิ่งบางอย่างเป็นไปไม่ได้
เมื่อเผชิญกับความท้าทายที่ยุ่งยากหรือไม่น่าเป็นไปได้ ผู้นำควรจะถามทำไมจะไม่ได้ แทนการยอมแพ้ ถ้าแผนหรือวิถีทางเเรกของคุณล้มเหลว มันไม่ได้หมายความภารกิจจบลงแล้ว มันเพียงแค่หมายความคุณจะต้องค้นหาเส้นทางที่แตกต่างกันไปสู่ความสำเร็จ การพุ่งขึ้นของเพาวเวลล์จะ ผ่านทางยศของกองทัพยูเอส เป็นพินัยกรรมที่มีชีวิตต่อมันสามารถทำได้ ชายผิวดำกำเนิดจากผู้อยพยชาวจาไมก้าภายในฮาเร็ม เขาเข้ามาสู่ทหารที่ยังคงรับมือกับการเหยียดเชื้อชาติทางสถาบันฝังรากลึก
แทนการยอมให้ข้อจำกัดทางสังคม และระบบกำหนดเส้นทางโคจรของ
เขา พาวเวลล์ มุ่งเน้นอย่างเข้มงวดต่อความเป็นเลิศ ความเป็นผู้นำ ความสามารถ เขาอ้อมผ่านท่อชนชั้นสูงสมัยเดิมเช่นเวสท์พอยท์ ทัศนคติของเขาทำให้เขาสามารถกลายเป็นชาวอเมริกันผิวดำหนุ่มที่สุด และคนเเรก เป็นประธานคณะกรรมการเสนาธิการร่วม ตำแหน่งทหารสูงสุดภายในอเมริกา
5 ขอให้ระวังอะไรที่คุณเลือก คุณอาจจะได้มัน
ผู้นำต้องถ่วงน้ำหนักการตัดสินใจอย่างรอบคอบ เพราะว่าทีมของ
พวกเขาจะมีชีวิตอยู่กับผลลัพธ์ พวกเขาต้องปะเมินผลตามมาระยะยาว
ก่อนการเลือก การตัดสินใจที่รีบร้อนสามารถ สร้างปัญหาที่ไม่ต้องการ
ต่อองค์การทั้งหมด เมื่อเส้นทางได้ถูกเลือก ทีมจะต้องมีชีวิตอยู่กับความ
เป็นจริงของการตัดสินใจนั้น พิจารณาผลตามมาที่ไม่ได้ตั้งใจเป็นไปได้ของการตัดสินใจ ถ่วงน้ำหนักการตัดสินใจอย่างรอบคอบ รู้ว่าคุณต้องมีชีวิตอยู่กับผลตามมาอย่างเร่งรีบไปสู่อะไรก็ตาม โดยทั่วไปคุณจะมีเวลาพิจารณาการเลือก และคิดผลตามมาอย่างรอบคอบ คุณจะมีชีวิตอยู่กับการเลือกของคุณ
การสะท้อนที่โดดเด่นของกฏข้อ 5 ภายในอาชีพของพาวเวลล์คือสิ่งที่
กลายเป็นรู้จักกันอย่างมีชื่อเสียงเป็นกฏของพอตเต้รี่ บาร์นคุณทำมันพัง คุณเป็นเจ้าของมันก่อนการบุกอิรักเมื่อ 2003 ภายใต้ประธานาธิบดีจอร์จ
บุช พาวเวลล์ ได้เตือนชัดเจนรัฐบาลต้องระมัดระวังเกี่ยวกับการรีบเร่งไปสู่สงครามโค่นล้มซัดดัม ฮุสเซนพาวเวลล์เข้าใจว่านั่นคือยูเอสได้รับอะไรแน่นอนที่มันได้เลือก – กำจัดทันทีผู้ผด็จการ – มันจะเป็นตกทอดความรับผิดชอบระยะยาวที่ใหญ่ใตของการควบคุม การสร้างใหม่ และมั่นคงชาติที่แตกหักด้วย
อเมริกาได้มาอะไรที่มันเลือก และทศวรรษตามมาของการทำให้กลายเป็นมั่นคง พิสูจน์หนักแค่ไหนที่ผู้นำ ต้องรับน้ำหนักความรับผิดชอบก่อนการเลือกสุดท้าย ระหว่างการดำรงตำแหน่งประวัติศาสตร์ที่เป็นประธานคณะกรรมการเสนาธิการร่วมของเขา พาวเวล์ พัฒนาหลักการพาวเวลล์
กรอบข่ายผูกติดโดยตรงต่อความระมัดระวังต้องการโดยกฏข้อ 5 กฏได้
กำหนดว่า ก่อนที่อเมริกาจะเข้าไปสู่ตวามขัดเเย้งทางทหาร ผู้นำต้องระบุอย่างชัดเจนเป้าหมายการเมือง ใช้กองกำลีงที่ท่วมท้น สร้างกลยุทธ์ออกไปที่ชัดเจน พาวเวลล์ออกแบบข้อจำกัดเหล่านี้ ที่จะป้องกันผู้นำจากการ
เลือกอย่างรีบเร่ง เขาเชื่อว่าถ้าผู้นำเลือกที่จะใช้กองกำลังทหาร พวกเขา
ต้องเข้าใจเต็มที่ความเป็นจริงของปลายน้ำของการเลือกนั้น ความมั่นใจ
ว่าพวกเขาไม่ติดกับภายในความขัดเเย้งไม่จบสิ้นจากการวางแผนไม่ดี
6 อย่ายอมให้ข้อเท็จจริงที่เป็นโทษขัดขวางการตัดสินใจที่ดี
ผู้นำจะต้องขึ้นอยู่กับสัญชาติญานเเละดุลยพินิจที่เข้มแข็ง แทนการอัมพาตด้วยข้อมูลทางลบทุกอย่าง ความเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมจะเป็นกรณีของสัญชาติญานที่ยอดเยี่ยม ฝึกฝนความสามารถผ่านทางประสบการณ์ อย่ายอมให้บุคคลไม่กี่คนขัดขวางข้อเท็จจริงหยุดคุณจากการก้าวไปข้างหน้า เมื่อดุลยพินิจโดยส่วนรวมของคุณบอกคุณแผนถูกต้อง ใช้เวลาที่หามาได้รวบรวมข้อเท็จจริง ที่ป้อนและทดสอบสัญชาติญานของคุณ ไม่ใช่
การยอมให้รายละเอียดตรงกันข้ามลบล้างทิศทางที่มีเหตุอย่างดี ยืนหยัดมั่นคงบนความเชื่อทั้งที่ถูกผลักดันกลับ
ข้อเท็จจริงไม่ถูกต้องเสมอไป ความเป็นผู้นำจะเกี่ยวกับความกล้าหาญของคุณ ความเป็นผู้นำคือการรู้ว่าความแตกต่างคืออะไรผู้นำที่ยอดเยี่ยมมักจะเป็นกรณีของสัญชาติญานที่ยอดเยี่อม เมื่อเผชิญกับการตัดสินใจที่ยาก ใช้เวลาทีหามาได้ที่จะรวบรวมข้อมูล ที่จะบอกสัญชาติญานของคุณ พาวเวล์ มักจะชี้ไปยังการตัดสินใจการบุกดี-เดย์ นอร์มังดี ฝรั่งเศส 1944 ของนายพลไอเซนฮาวร์ การพยากรณ์อากาศจะเป็นข้อเท็จจริงที่น่ากลัวเป็นผลร้ายข่องแคบอังกฤษยากลำบาก และตัวชี้หลายอย่างได้เสนอแนะการบุกควรจะเลื่อนเเต่ไอซานฮาวด์ไว้วางใจดุลยพินิจของเขาและเลือกที่จะบุก
ไอเซนฮาวร์ได้ใช้หลายเดือนวิเคราะห์แผนและเข้าใจมัน “ในปลายนิ้ว
มือของเขา” เรียนรู้จากสัญชาติญานที่บอกกล่าวของเขา แทนการยอมให้ภูมิอากาศเป็นลบอัมพาตการปฏิบัติการอย่างสิ้นเชิง เขาได้ให้ “ไป” ที่
มีชือเสียง ในขณะที่ได้ร่างจดหมายยอมรับการตำหนิเต็มที่ถ้ามันล้มเหลว พาวเวลล์ใช้พิมพ์เขียวทหารประวัติศาสตร์นี้เป็นเส้นฐานทุกครั้ง เมื่อเขาเผชิญกับสภาวะทางตันภายในเพนตาก

7 คุณไม่สามารถเลือกของบุคคลอื่น คุณไม่ควรจะยอมให้บุคคลบางคนเลือกของคุณ
ผู้นำต้องเลือกสุดท้ายของพวกเขาเอง แทนการบังคับบุคคลอื่น หรือ
ยอมให้เสียงร้องภายนอก ตัดสินใจเพื่อพวกเขา เขาต้องรับฟังคำแนะนำ แต่การเลือกสุดท้ายเป็นของคุณยืนเคียงข้าการเลือกที่ดีของคุณ เรียนรู้จากความผิดพลาดของคุณ เป็นเจ้าของการตัดสินใจของคุณ รับความรับผิดชอบส่วนบุคคล ในฐานะของผู้นำความรับผิดชอบที่แท้จริงของคุณ มั่นใจการเลือกเป็นของคุณ คุณไม่ได้ตอบสนองต่อเเรงกดดันเเละความต้องการของบุคคลอื่น มันไม่ได้หมายว่าความคุณตัดสินใจด้วยตัวคุณเอง คุณควรจะยังคงอสวงหาคำแนะนำ แต่จะต้องตระหนักว่ามีบุคคลจำนวนมากอยู่เสมอช่วยเหลือคุณตัดสินใจ
ตลอดเวลาของการเเนะนำประธานาธิบดีของเขาตั้งแต่กลยุทธ์ทหารไป ถึงการโต้เถียงทางการเมือง ระหว่างรัฐบาลจอร์จ บุช พาวเวลล์เผชิญกับ
เเรงกดดันที่เข้มข้นรับเอานโยบายเฉพาะที่สอดคล้องกับปัจจุบันทางการ
เมือง เขาได้ใชกฏข้อ 7 ด้วยการให้คำแนะนำทางทหารเเละการฑูตตามความจริงที่ซื่อสัตย์ แทนการบอกผู้นำอะไรที่พวกเขาต้องการฟัง แต่รับรู้
ในที่สุดว่าความเป็นผู้นำที่เลือกตั้ง ต้องทำการเลือกทางการเมืองสุดท้าย
กลับกันเขาไม่ยอมที่จะยอมให้บุคคลอื่นประนีประนอมความซื่อสัตย์ของ
เขา หรือบังคับเขาเป็นเจ้าของการตัดสินใจที่ได้ละเมิดหลักการหลักของเขา
8 ตรวจสอบสิ่งเล็กน้อย
ผู้นำต้องให้ตวามสนใจรายละเอียด เพราะว่าการมองข้ามสิ่งเล็กน้อยสามารถทำลายแผนที่สำคัญได้ในขณะที่พวกเขาจะมุ่งเน้นภาพใหญ่พวกเขานต้องไม่ละเลยการดำเนินงานประจำวันความผิดพลาดเเล็กน้อยหรือ
การละเลยปัญหามักจะลุกลามไปสู่ความหายนะที่สำคัญล้มเหลวกลยุุทธ์
ที่ดีได้ ผู้ตามมีชีวิตอยู่ภายในโลกของสิ่งเล็กน้อย ดังนั้นผู้นำที่ดีค้นหาวิถีทางมองไปสู่รายละเอียดเหล่านั้น และเข้าใจอะไรกำลังเกิดขึ้นบนพื้นดิน การให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดรายละเอียดหลีกเลี่ยงการตกราง ป้องกันความล้มเหลวที่ใหญ่ขึ้น
การกระทำเล็กน้อยสามารถจะทำให้เกิดผลตามมาที่ใหญ่โตได้ ความสำเร็จในที่สุด ขึ้นอยู่กับสิ่งเล็กน้อย สิ่งเล็กน้อยจำนวนมากผู้ตามมีชีวิต
อยู่ภายในโลกของสิ่งเล็กน้อย ค้นหาวิถึทาวที่จะได้การมองเห็นไปสู่โลกนั้น ในฐานะของนายทหารและผู้บัญชาการหนุ่ม พาวเวลล์จะตรวจสอบ
ที่มีชื่อเสียงค่ายทหาร อุปกรณ์ และห้องสุขา เขาทำสิ่งนี้ไม่ใช่หมกมุ่นสิ่ง
ที่ไม่สำคัญ แต่เพราะว่าสภาวะของสิ่งเล็กน้อยจะสะท้อนระเบียบย ความ
ภูมิใจ และความพร้อมของหน่วยโดยส่วนรวม
ในฐานะของประธานคณะเสนาธิการร่วม และต่อมารัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ พาวเวลล์ได้สร้างนิสัยของการมาเยี่ยมโดยไม่บอกบนแผนกระดับล่าง การบริหารเดินดูโดยรอบทำให้เขาประเมินขวัญที่แท้จริง ระบุปัญหาที่มองข้าม และมองเห็นว่าบุคคลเผชิญกับอะไรที่แท้จริงประจำวันอยู่
9 แบ่งปันการยกย่อง
ผู่นำต้องกระจายการชื่นชมการยกย่องไปสูทีมทั้งหมดและองค์การของพวกเขา แทนการยึดมันเพื่อตัวพวกเขาเอง รับรู้ว่าความกตัญญู และการยอมรับ สร้างความจงรักภักดี ความไว้วางใจ และความสำเร็จร่วมกัน
ผู้นำไม่สามารถบรรลุความสำเร็จคนเดียว ชัยชนะถูกสร้างบนการทำงาน
หนักของบุคคลภายในองค์การและบุตคลเหล่านี้สมควรได้รับการยกย่อง
รับรู้การมีส่วนช่าย และการทำงานหนักของทีมเบื้องหลังความสำเร็จ เมื่อบางสิ่งบางอย่างไปได้ด้วยดี มั่นใจที่จะแบ่งปันการยกย่องลงไป เเละรอบองค์การทั้งหมด ขอให้บุคคลทุกคนเชื่อพวกเขาทำมัน บุคคลต้องการการยกย่องและรู้สึกมีคุณค่ามากเท่ากับที่พวกเขาต้องการอาหารและน้ำ
ในฐานะประธาณคณะเสนาธิการร่วม ระหว่างสงครามอ่าว 1991 พาว
เวลล์ จะปัดออกไปเป็นประจำการยกย่องผู้บัญชาการส่วนบุคคลโดยสื่อ
ไปสู่ผู้บัญชาการปฏิบัติการเช่นนายพลนอร์แมน ชวารซ์คอปซ์เเละทหารจำนวนมากภายในสนาม มุ่งเน้นว่าชัยชนะจะเป็นผลลัพธ์ร่วมกัน ของการปฏิบัติการของพวกเขา ไม่ใช่จะเป็นการวางแผนคนเดียวของเขา ระหว่างการปฏิบัติการทางทหารที่ความเครียดสู เช่น ช่วงเวลาที่เขาเป็นประธานคณะเสนาธิการร่วมระหว่างสงครามอ่าว
10 ยังคงความสงบและเมตตา
ผู้นำต้องแสดงการควบคุมอย่างมั่นคงระหว่างวิกฤติ ในขณะที่ปฏิบัติต่อบุคคลด้วยความเห็นอกเห็นใจและเคารพอย่างแท้จริงแทนการควบคุผ่านทางความกลัวหรือความตื่นตกตกใจ ความตื่นตกใจแพร่กระจายง่าย แต่ความสงบด้วยเช่นกัน เมื่อสถานการณ์ที่ฉุกเฉินหรือวุ่นวายได้เกิดขึ้น บุคคลมองที่ผู้นำประเมิสิ่งไม่่ดีที่แท้จริงเป็นอย่างไร ถ้าผู้นำเกิดอารมณ์เสียหรือตื่นตกใจ บุคคลย่อมจะสูญเสียความเชื่อมั่นและรู้สึกไม่ปลอดภัย การอยู่อย่างสงบทำให้สมองทำงานอย่างมีเหตุผลและตัดสืนใจได้ดี การ
เเสดงความมั่นคงและความเห็นอกเห็นใจถายใต้แรงกดดัน
การรักษาความสงบใจของคุณ และการปฏิบัติต่อบุคคลอื่นด้วยความเคารพสร้างความไว้วางใจ บุคคลไม่กี่คนตัดสินใจได้ดีหรือยั่งยืนภายในบรรยากาศของความมวุ่นวาย สร้างบริเวนที่สงบในขณะที่ยังคงจะรักษาความรู้สึกของความเร่งด่วน ความสงบจะคุุ้มครองระเบียบมั่นใจว่าเราได้
พิจารณาความเป็นไปได้ทุกอย่าง รักษาระเบียบเมื่อมันพังทลายและการ
ยับยั้งบุคคลจากการร้องตะโกนใส่่กัน

ระหว่างสถานการณ์ที่ร้ายแรง ด้วยหมายกำหนดเวลาที่ตายตัว บุคคลทุกคนโดยธรรมชาติล้อมรอบผู้นำเริ่มต้น อยู่ไม่สุขเหมือนกับน้ำร้อนบนกระทะควบคุมอารมณ์ไม่ได้จะทำลายระเบียบการยังคงสงบนิ่งภายนอกเขาได้ป้องกันความเป็นระเบียบ รักษาบุคคลของเขาจากการร้องตะโกนตื่นตกใจใส่กัน ด้วยการป้องกันระเบียบ ดังนั้นพวกเขาสามารถจะคิดได้ชัดเจน เขาเชื่ออย่างมั่นคงว่าท่าทีที่มั่นคงของระดับสูงไหลรินลงมาระดับล่าง ภายในความร้อนของการสู้รบ ความสงบที่มองเห็นของเขาได้ส่งสัญ
ญาน เราสามารถรับมือสิ่งนี้ได้ รักษาโครงสร้างทางทหารจากการตื่นตก
ใจ
11 การมีวิสัยทัศน์และความต้องการ
ผู้นำต้องเเสดงอย่างชัดเจนแก่บุคคลตรงไหนที่พวกเขากำลังไป และ
กำหนดมาตรฐานที่สูงไปถึงเป้าหมายนั้นผู้ตามต้องการรู้เป้าหมายสุดท้าย
และทำไมมันสำคัญ ความมุ่งหมายที่ขัดเจนให้ทีมแรงขับเคลื่อน และพลัง
ผู้นำต้องกำหนดความคาดหวังที่สูง และต้องมั่นใจว่าทีมทำมันได้เพื่อที่จะบรรลุความมุ่งหมายนั้น วิสัยทัศน์ที่ดึงดูดจะถูกใช้เป็นจุดหมายปลายทางกระตุ้นและวางแนวองค์การ เพื่อที่จะบรรลุวิสัยทัศน์ผู้นำต้องผูกมัดมันกับมาตรฐานความต้องการที่สูง สื่อสารทิศทางที่ชัดเจนเ กำหนดมาตรฐานที่สูง และยึดบุคคลต่อมาตรฐานการปฏิบัติวานที่สูง
บุคคลต้องการรู้ว่าผู้นำของพวกเขา กำลังนำพวกเขาไปที่ไหน และเพื่อความมุ่งหมายอะไร ความมุ่งหมาย เป็นจุดหมายปลายทางของวิสัยทัศน์ ผู้นำจะต้องฝังความรู้สึกความมุ่งหมายของพวกเองไปสู่หัวใจและวิญญาน
ของบุคคลทุกตนที่พวกเขานำเพื่อที่จะบรรลุความมุ่งหมายของเขาผู้นำที่บรรลุความสำเร็จจะต้องกำหนดมาตรฐานความต้องการ ระหว่างสงครามอ่าว เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ไม่ประนีประนอมชัดเจนของพาวเวลล์ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลักดันกองกำลังของอิรักออกจากคูเวทแต่จะต้องทำเช่นนั้นอย่างเด็ดขาดด้วยกองกำลังท่วมท้นที่จะลดบาดเจ็บและเสียชีวิตของชาว
อเมริกันให้น้อยที่สุดเขาได้สรุปวิสัยทัศน์นี้อย่างมีชื่อเสียงว่า กลยุทธ์ของเราติดตามกองทัพนี้ง่ายมาก ขั้นแรกเราจะตัดขาดพวกมันและจากนั้นเราจะฆ่าพวกมัน เพื่อที่จะดำเนินการสิ่งเหล่านี้ เขาได้เรียกร้องผู้บัญชาการของเขาอย่างไม่น่าเชื่อ
12 อย่าปรึกษาหารือความกลัวหรือผู้คัดค้านชองคุณ
ผู้นำจะต้องยอมรับความกลัวเป็นอารมณ์ธรรมชาติ แต่ไม่เคยยอมให้
มันกำหนดการตัดสินใจของพวกเขาหรืออัมพาตองค์การความกลัวจะเป็น
ธรรมดา ผู้นำต้องควบคุมความกลัวของพวกเขา คิดอย่างมีเหตุผล กระทำด้วยความกล้าหาญที่ฉลาด การก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ ไว้วางใจการตระเตรียมของคุณเเหนือข้อวิจารณ์หรือความวิตกกังวลการมองโลกในเเง่ไม่ดี เราสามารถเรียนรู้ที่จะตระหนักเมื่อความกลัวจับเรา เเละเราจะ
สามารถฝึกฝนก้าวผ่่าน องค์การที่บรรลุความสำเร็จ ดไม่ได้สร้างโดยความ
ขี้ขลาดหรือผู้มองโลกในแง่ร้าย
ประสบการณ์ที่ลึกซึ้งครั้งแรกของพาวเวลล์กับกฏข้อ 12 เกิดขึ้นเมื่อ
1963 ระหว่างการเดินทางครั้งเเรกของเขาภายในเวียตนามตรงที่เขาได้
รับใช้เป็นที่ปรึกษาการสู้รบวัยหนุ่มเเก่หน่วยทหารราบเวียตนามใต้ ตอน
ระหว่างการลอบยิง เขาเผชิญกับการซุมยิงจากศัตรูโดยตรงในฐานะของนายทหารอเมริกันที่สูงแตกต่างบนสนามรบ เขารู้ว่าเขาเป็นเป้าที่มองเห็นได้สูงต่อนักลอบยิงของศัตรู พาวเวลล์ยอมรับว่าความกลัวจะเป็นอัมพาตเขารับรู้ว่าในฐานะของผู้นำ การแสดงความกลัวจะทำลายขวัญทหารของเขา เขาได้ระงับความวิตกกังวลของเขา ไว้วางใจการฝึกฝนของเขา และมุ่งทั้งหมดที่การจัดการสถานการณ์ทางยุทธวิธี เบ้าหลอมเริ่มแรกนี้ สอนเขาว่าความกล้าหาญไม่ใช่การขาดความกลัวแต่เป็นความสามารถกระทำ
อย่างมีประสิทธิภาพในขณะที่รู้สึกมัน
13 มองโลกในเเง่ดีตลอดไปเป็นตัวคูณพลัง
ทัศนคติทางบวกของผู้นำแพร่กระจายไปสู่ทึมของพวกเขา และเพิ่ม
ความสามารถและขวัญกำลังใจโดยส่วนรวม บุคคลจะได้รับพลังของผู้นำ
ไม่ว่าทางบวกหรือทางลบ ความเชื่อภายในภารกิจ ตัวคุณอง บุคคลของคุณ กระตุ้นพวกเขาเชื่อภายในคุณการมองโลกในแง่ดีช่วยเหลือองค์การผลักดันผ่านทางสถานการณ์ที่ลำบาก ไม่แน่นอน วุ่นวาย ใช้การมองโลกในแง่ดี บันดาลใจความเชื่อมั่น และขยายประสิทธิภาพของทีมของคุณ
มองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ เชื่อภายในตัวคุณเอง เชื่อภายในความมุ่งหมายของคุณ เชื่อว่าคุณจะเหนือกว่า และเเสดงความลุ่มหลงและความเชื่อมั่นเป็นตัวคุณที่มีพลัง ถ้าคุณเชื่อและได้ตระเตรียมผู้ตามของคุณผู้ตามของคุณจะเชื่อ
ตลอดการพุ่งขึ้นจากผู้นำกองทหารวัยหนุ่มไปสู่นายพลสี่ดาว พาวเวลล์เผชิญกับสภาพแวดล้อมการสู้รบ ที่วุ่นวายและความเครียดสูง เขาสังเกตุว่าเมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาและกองทหารมองเห็นผู้บัญชาการของเขาตื่นตก
ใจกลัวจะแพร่กระจายทันที ด้วยการรักษาความสงบที่มองเห็นได้ มองไปข้างหน้า และมองโลกในเเง่ดี เขาได้รักษาระเบียบวินัย และประสิทธิภาพยุทธวิธี ทวีคูณความพร้อมทางจิตใจของหน่วยของเขา
Cr : รศ สมยศ นาวีการ





