INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ดอน คอร์ลีโอเน มีชีวิตที่เรียบง่าย “จงถ่อมตัว”

ดอน คอร์ลีโอเน มีชีวิตที่เรียบง่าย “จงถ่อมตัว”

บนความถ่อมตัว ดอน คอร์ลีโอเน ได้ถูกรู้จักกันเป็นต่อการปรากฏตัวที่ถ่อมตัวแม้ว่ายึดครองอำนาจอย่างมากมาย เขาได้ถูกบรรยายเป็นบุคคลที่เมตตาปฏิยัติต่อบุคคลทุกคน ด้วยการแสดงความรักที่เท่าเทียมกันไม่คำนึงถึงตำแหน่งของพวกเขา ภายในความเป็นผู้นำความถ่อมตัวสามารถเป็นเครื่องมือที่มีพลังมากกว่าความภูมิใจความถ่อมตัวทำให้ความเป็นผู้นำเข้มแข็งขึ้น การคงอยู่กับความถ่อมตัวรักษาคุณให้ติดดิน ยกระดับความสัมพันธ์ และสร้างความจงรักภัคดี – สำคัญต่อความสำเร็จในระยะยาวด้วยการยังคงถ่อมตัว ผู้นำสร้างได้พื้นที่ต่อบุคคลอื่นที่จะเจริญเติบโต สนับสนุนความจงรักภักดีและความเคารพ ตัวอย่างของดอน คอร์ลีโอเนสอนเราว่าภายในตำแหน่งที่มีพลังสูงสุด การแสดงความถ่อมตัวจะเป็นทางเลือกทางกลยุทธ์อย่างหนึ่ง การทำให้บุคคลมองเห็นอะไรที่บุคคลอื่นอาจจะมองข้ามไป และกระทำจากภูมิปัญญาไม่ใช่อัตตา เขาสร้างอาณาจักรคอร์ลีโอเนบนความเป็นเพื่อน ความถ่อมตัว ความจงรักภักดีและครอบครัวบุคคลที่ถ่อมตัวมีเพื่อนหลายคน เเละเพื่อนเหล่านีจะยืนเคีนงข้างคุณดอน คอร์ลีโอเน มีเพื่อนจำนวนมาก เพื่อนของเขาส่วนใหญ่จะเป็นหนีบุญคุนต่องานที่เขาทำให้แก่พวกเขา และไม่ค่อยจะกลัวต่อการเป็นหนี้ของเขา เขาพูดอยู่เสมอ คุณต้องสร้างกำเเพงของเพื่อน เขาก้าวต่อไปด้วยความพยายามช่วยเหลือบุคคลและเขามั่นใจที่จะบอกบุคคลว่าเขาห่วงใยพวกเขาคำพูดอ้างอิงที่ดีมากต่อเรื่องราวนี้คือ เมื่ออเมริโก โบนาเซรา สัปเหร่อไม่ต้องการพูดต่อหน้าของทอม เฮแกน และซานติโน คอร์ลีโอเนแต่ดอนคอร์ลีโอเน ได้กล่าวว่า ผมไว้วางใจบุคคลเหล่านี้ด้วยชีวิตของผม ผมไม่สามารถดูหมิ่นพวกเขาด้วยการขอให้พวกเขาออกไปจากห้องพูดกับคุณคนเดียวดอน คอร์ลีโอเน ตัวเขาเองไม่โมโห ตามมุมมองของเขา เขาได้เรียนรู้มานานว่าสังคมได้สร้างการดูหมิ่นที่ต้องรับไว้ เเต่มันสามารถถูกจัดการได้ดีที่สุดด้วยความอดทนและเวลาทางกลยุทธ์ เขาได้ปลอบโยนด้วยความรู้ว่าภายในโลกนี้เวลาของบุคคลถ่อมตัวส่วนใหญ่จะมาถึง ถ้าเขาทำให้สายตาของเขาเปิดกว้างสามารถใช้การแก้เเค้นของเขาบนพลังมากที่สุด มันเป็นความรู้นี้ที่ได้ห้ามดอน คอร์ลีโอเนสูญเสียความถ่อมตัวที่เพื่อนทุกคนของเขาชื่นชมเขาถ้อยคำอ้างอิงนี้มาจากกอดฟาเธอร์ยึดความเชื่อของดอน คอร์ลีโอเนภายในความอดทนและระยะเวลา การเตือนเราว่าแม้แต่บุคคลถ่อมตัวที่สุด สามารถลุกขึ้นสู่อำนาจ ด้วยการสังเกตุและการยับยั้งอย่างรอบคอบ ผู้นำที่ยิ่งใหญ่รู้ว่าเมื่อไรจะกระทำและเมื่อไรจะรอ การตอบสนองต่อสิ่งเล็กน้อยหรือุปสรรคทุกอย่างทันทีแสดงการขาดการควบคุมแก่นของเรื่องที่ปรากฏบ่อยภายในภาพยนตร์กอดฟาเธอร์คือ ความสามารถของดอน คอร์ลีโอเน นำทางความซับซ้อนของครอบครัวและธุรกิจ ความสงบของเขาระหว่างงานแต่งงานของลูกสาวของเขาทั้งที่มี
การขอร้องเข้ามาอย่างสม่ำเสมอสะท้อนความสามารถของเขาจัดการทั้งความรับผิดชอบส่วนบุคคลและอาชีพได้พร้อมกัน แม้ว่าเขาเข้มงวดและวินัยภายในธุรกิจของเขา เขาดูแลอย่างลึกซึ้งและป้องกัรครอบครัวของเขา สร้างความสมดุลทั้งสองโลกโดยไม่มีการผ่อนปรนภายในภาพยนตร์ การแนะนำดอน คอร์ลีโอเน ไม่ได้ผ่านการประกาศที่เสียงดัง แต่เป็นอำนาจที่เงียบสงบ เขานั่งอย่างสงบภายในสำนักงาน รับฟังคำร้องขอเพื่อความช่วยเหลือ แสดงการควบคุมโดยไม่ต้องการยืนยันมันด้วยเสียง วิถีทางที่เขาพูด วิถีทางที่เขารับฟัง ร่องรอยที่เป็นนัยเหล่านี้สร้างการครอบงำและการเคารพที่ควบคุมได้ของเขา การเปรียบเทียบระหว่างงานแต่งงานที่มีชีวิตชีวาข้างนอก และสำนักงานที่มืดและสงบเน้นความสงบของเขา วัดวิถีทางต่ออำนาจอำนาจมักจะเกี่ยวกับการปรากฏตัวไม่ใช่เสียง ผู้นำสามารถควบคุมความเคารพไม่ใช่ผ่านการกระทำที่ก้าวร้าว แต่ผ่านความสามารถของเขารับฟังดูดซึม และกระทำอย่างเด็ดขาด คล้ายมากกับสำนักงานของดอน คอร์ลี โอเน เป็นพื้นที่ของอำนาจที่เงียบสงบ ผู้นำควรจะสร้างสภาพเเวดล้อมตรงที่การตัดสินใจอย่างรอบคอบได้ถูกกระทำ พื้นที่ตรงที่ใครก็ตามมาได้มาแสวงหาคำแนะนำรู้ว่าพวกเขาจะได้ยินไม่ใช่ไม่สนใจเเมวของดอน คอร์ลีโอเน เป็นสัตว์ตัวเดียวเท่านั้นของเขาที่เชื่อมโยง และมองเห็ยนั่งบนตักของเขา ในขณะที่ดอน คอร์ลีโออยู่ภายในสำนักงานของเขาระหว่างพิธีงานแต่งงานคอนนี คอร์ลีโอเน เเมวที่อุ้มโดยดอนคอร์ลีโอเนภายในฉากเปิดตัวเป็นแมวเร่รอนที่ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลาได้พบมันบนที่ดินของพาราเม้าท์ เริ่มเเรกไม่ได้อยู่ภายในต้นฉบับดังนั้นฟรานซิสได้จับมัน และวางมันบนตักของตอน คอร์ลีโอเนเเมวอาจจะเป็นตัวแสดงที่สำคัญน้อยแต่เป็นสัญลักษณ์ ดอน คอร์ลีโอเนได้ถูกมองเห็นอุ้มแมวในขณะที่เขาได้อภิปรายธุรกิจกับผู้มาเยี่ยม แมวดูแล้วเงียบสงบและผ่อนคลาย ตรงกันข้ามกับบรรยากาศที่เข้มข้นของการสนทนา แมวตัวมันเองไม่ได้มีบทบาทที่สำคัญภายในโครงเรื่องเลยแต่การปรากฏตัวของมันมักจะถูกแปลความหมายเป็นการนำเเสดงของบุคลิกภาพของดอน คอร์ลีโอเน ทั้งเลี้ยงดูและอันตรายท่าทางที่เงียบสงบของแมวได้สะท้อนการควบคุมสภาพแวดล้อมของดอน คอร์ลีโอเน ในขณะที่ความตึงเครียดภายในฉากบอกใบ้ความรุนแรงและอำนาจโดยธรรมชาติภายในโลกขององค์กรอาชญากรรม การแสดงกรงเล็บที่ซ่อนเร้นภายใต้โฉมหน้าที่อบอุ่นของดอน คอร์ลีโอเนวีโต คอร์ลีโอเน ได้สร้างอาณาจักรดอน คอร์ลีโอเน บนความเป็นเพื่อน ความถ่อมตัว ความจงรักภักดี เเละครอบครัว มันทำให้เขาได้ความเคารพความรัก และอำนาจ เขาไม่เคยเมาอำนาจหรือเงิน บุคคลทุกคนที่เขาขอภายในการตอบแทนคือความเป็นเพื่อนและความจงรักภักดี ครอบครัวจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ชายที่ไม่ได้ใช้เวลากับครอบครัวไม่สามารถเป็นชายที่แท้จริงความมั่งคั่งอย่างเดียวเท่านั้นภายในโลกนี้คือลูกมากกว่าเงิน อำนาจ และความมั่งคั่งทั้งหมด ดอน คอร์ลีโอเน เป็นบุคคลครอบครัวให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่ครอบครัวของเขา เขาได้รับเลี้ยงทอม เฮแกน ที่ปรึกษา เป็นลูกของเขาดอน คอร์ลีโอเน มีความถ่อมตัว เพื่อนทุกคนของเขาชื่นชม เขามีหลักการชีวิตที่เรียบง่าย ขอให้ถ่อมตัว บุคคลที่ถ่อมตัวมีเพื่อนมากมายเพี่อนเหล่านี้ยืนเคียงข้างคุณเขาไม่ได้ใช้การข่มขู่และไม่เคยแสดงว่าเขามีความสำคัญมากกว่าบุคคลอื่น ภูมิปัญญาของเขารักษาเขาให้ติดดิน ทั้งที่เขามีอำนาจอย่างมากมาย ความถ่อมตัวไม่ได้เป็นจุดอ่อน แต่มันเป็นจุดแข็งทำให้เขาเข้าใจบุคคลรอบตัวเขา และคาดเดาความต้องการของพวกเขา ความตระหนักนี้ได้ช่วยเหลือเขาสร้างความจงรักภักดีและความไว้วางใจ ส่วนประกอบที่สำคัญของความเป็นผู้นำดอน คอร์ลีโอเนปฏิบัติต่อบุคคลทุกคนด้วยความเมตตาและความเคารพไม่มองถึงสถานภาพทางสังคม เขาได้แสดงความรักต่อบุคคลทุกคนตั้งแต่ร่ำรวยไปถึงยากจน จากมีอำนาจไปถึงถ่อมตัว เขาปฏิบัติต่อบุคคลทุกคนเป็นเพื่อนช่วยเหลือเขาสร้างเครือข่ายที่มีพลัง ตวามเป็นเพื่อนเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง มันเกือบเท่าครอบครัว อย่าลืมว่า ถ้าคุณสร้างกำแพงของความเป็นผู้นำ คุณไม่ต้องขอผมให้ช่วยเหลือผมหวังว่าเราสามารถมาที่นี่และใช้เหตุผลด้วยกัน และในฐานะของบุคคลที่มีเหตุผล ผมเต็มใจทำอะไรก็ตามที่จำเป็นค้นหาข้อแก้ปัญหาสันติภาพต่อปัญหาเหล่านี้ ดอน คอร์รีโอเน กล่าว แม้ว่ากอดฟาเธอร์แก่นของเรื่องอยู่ที่มาเฟียอิตาลี มันน่าสนใจที่จะสังเกตุว่าการฑูตได้ถูกเลือกเหนือความรุนแรงตลอดภาพยนตร์ ดอน คอร์ลีโอเน ใช้การเจรจาต่อรองอยู่เสมอและให้ข้อเสนอที่คุณไม่สามารถปฏิเสธได้ ความรุนแรงเป็นทางเลือกสุดท้ายอย่ามีความโกรธอย่าสร้างการขมขู่ใช้เหตุผลกับบุคคล ดอน คอร์ลีโอเน กล่าว ความถ่อมตัวจะเป็นคุณลักษณะที่สำคัญอย่างหนึ่งของความเป็นผู้นำที่สามารถช่วยสร้างความไว้วางใจ ความร่วมมือร่วมใจและการรักษาบุคคลไว้ วิถีทางบางอย่างที่จะปฏิบัติความถ่อมตัวภายในความเป็นผู้นำคือ การขอความช่วยเหลือเมื่อต้องการการให้การยกย่องแก่บุคคลอื่นการยอมรับเมื่อเราไม่รู้คำตอย และการให้อำนาจแก่บุคคลของเราความถ่อมตัวของผู้นำเป็น “พลังที่ผิดธรรมดา” เพื่อความผูกพันของหัวใจและจิตวิญญานของบุคคลอื่น ดึงการมีส่วนช่วยอย่างดีที่สุดของพวกเขา ผู้นำหลายคนยังคงมุ่งเน้นการควบคุม เพราะว่าผู้นำน้อยเกินไปเข้าใจพลังชองความถ่อมตัวของผู้นำที่จะบันดาลใจบุคคลอื่น เอ็ดการ์ ไชน์ ได้เรียกร้องความเป็นผู้นำแบบถ่อมตัวทดแทนความเป็นผู้นำแบบแลกเปลี่ยน ด้วยผู้นำที่เป็นส่วนบุคคลมากขึ้น เพื่อที่จะสร้างความเปิดเผยมากขึ้นและความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจการส่องแสงบนสิ่งเหล่านี้ด้วยการใส่ตัวเราเองภายในรองเท้าของบุคคลอื่น จงคิดกลับไปยังคำถามพื้นฐานสามข้อที่บุคคลมีเกี่ยวกับผู้นำ : เราเป็นใคร เรากำลังไปที่ไหน คุณเห็นเราไหม ไม่ใช่การใช้การบังคับบัญชาและการควบคุมที่จะได้การสนับสนุน หรือการใช้ความกลัว และการข่มขู่ เป็นตัวจูงใจ ผู้นำด้วยความถ่อมตัวสร้างพื้นที่น้ำใจ เพื่อศักดิ์ศรีของบุคคลอื่น ด้วยความเข้าใจและการให้เกียรติความต้องการของบุคคลอื่น ผู้นำด้วยความถ่อมตัวได้การสนับสนุนมากขึ้น เพราะว่าผู้มีส่วนได้เสียจะกลายเป็นผูกพันมากขึ้น ผู้นำที่ถ่อมตัวทำสิ่งนี้อย่างไร คำตอบเริ่มต้นด้วยการรับรู้ว่าผู้นำถูกมองอยู่เสมอโดยบุคคลอื่น อะไรที่ผู้นำพูดและทำจะถูกตรวจสอบ และพฤติกรรมของพวกเขาให้หลักฐานเป็นคำตอบต่อคำถามสามข้อของบุคคลอื่น คำตอบต่อคำถามเหล่านี้ย่อมสร้างความประทับใจภายในใจของความถ่อมตัวของผู้นำของบุคคลอื่นเมื่อเราพิจารณาภาพกระจกของคำตอบสามข้อที่ให้โดยผู้นำ คำตอบนี้กำหนดว่าบุคคลอื่นพบความถ่อมตัวของผู้นำมีอยู่หรือไม่ มันแสดงว่าในฐานะของผู้นำ พฤติกรรมของเราเองให้สัญญาน เราคือใคร พฤติกรรมเหล่านี้ให้คำตอบต่อบุคคลต้องการรู้ เราคือใคร ทำนองเดียวกันทิศทางที่เรากำหนดแก่บุคคลอื่นที่จะเดินตาม และเราปฏิบัติต่อคุณอย่างไร ให้คำตอบต่อคำถามเกี่ยวกับ เรากำลังไปที่ไหน และคุณได้มองเห็นเราไหม การเกี่ยวพันระหว่างกันของคุณกับเราด้วยคำถามเหล่านี้จะสนับสนุนหรืออ่อนแอลงความรู้สึกของศักดิ์ศรีหรือคุณค่าตัวเองของเราได้

 

เรื่องราวดอน วีโต คอร์ลีโอเน และครอบครัวของเขาภายในกอดฟาเธอร์เป็นการเเสดงที่ซับซ้อนของประสบการณ์ผู้อพยพและความฝันอเมริกันการเดินทางของครอบครัวคอร์ลีโอเน จากโลกเก่ามาสู่โลกใหม่เป็นอุปมาเพื่อประสบการณ์ของผู้อพยพ เมื่อพวกเขาได้พยายามรักษามรดกของพวกเขา ในขณะที่นำทางดินแดนแห่งเสรีภาพความฝันอเมริกันได้ถูกเชื่อมโยงต่อมรดกของครอบครัว และเป็นความทะเยอทะยานโดยทั่วไปที่จะบรรลุความสำเร็จ ความฝันอเมริกันจะเป็นความคิดว่าชาวอเมริกันใครก็ตามสามารถบรรลุด้วยงานหนัก ลุกขึ้นไปสู่ตำแหน่งของการพึ่งพาตนเองได้ ความฝันอเมริกันเป็นการเเสวงหาความสำเร็จ ความมั่งคั่ง และการยอมรับของสังคม ครอบครัวคอร์ลีโอเนได้แสดงความยากลำบากเผชิญโดยผู้อพบพมาสู่อเมริกาด้วยไม่มีอะไรเลยและใช้ความพยายามอย่างมากบรรลุการเจริญเติบโตเรื่องราวของครอบครัวคอร์ลีโอเน แสดงความฝันอเมริกันสามารถถูกติดสินบนอย่างไร ต้นกำเนิดของครอบครัว ได้ถูกเปิดเผยภายในกอดฟาเธอร์ภาคสอง ดอน คอร์ลีโอเน เป็นชาวซิซิลี เข้าใจลักษณะดึงดูดใจของความฝันอเมริกัน เขารู้จักกันต่อความจงรักภักดีของครอบครัวและเพื่อนของเขา แต่เขาได้ควบคุมดูแลธุรกิจที่มีทั้งการพนัน การค้าของเถื่อน การค้าประเวณี และการทุจริตของสหภาพความเกี่ยวพันกันของดอน คอร์ลีโอเนกับโบนาเซราได้แสดงการยืนหยัดของเขสต่อการกระทำสมัยเดิมของความเป็นเพื่อนเหนือธุรกรรมทางการค้า กอดฟาเธอร์ ได้ถูกมองเป็นความเห็นต่อความฝันอเมริกัน และการวิจารณ์ทุนนิยมอเมริกันถ้อยคำ “ความฝันอเมริกัน”ได้ถูกสร้างภายในหนังสือขายดีที่สุดเล่มหนึ่งเมื่อ ค.ศ 1931 “Epic of America” เจมส์ อดามส์ ได้อธิบายมันเป็นความฝันของแผ่นดินที่ชีวิตควรจะดีขึ้น ร่ำรวยขึ้น และสมบูรณ์ขึ้นต่อบุคคลทุกคน ด้วยโอกาสแก่บุคคลแต่ละคนตามความสามารถหรือความสำเร็จความฝันอเมริกันได้ถูกช่วยเหลือด้วยปัจจัยจำนวนหนึ่งที่ให้ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันแก่อเมริกาเหนือประเทศอื่น

วอร์เร็น เบนนิส กอดฟาเธอร์ความเป็นผู้นำ มหาวิทยาลัยเซ้าธ์เทิรน แคลิฟอร์เนีย เขาเกือบจะถูกกล่าวถึงอยู่เสมอท่ามกลางผู้นำความคิดสูงสุดห้าคนบนเรื่องของความเป็นผู้นำ และเป็นผู้เขียนหนังสือหลายเล่มรวมทั้งหนังสือคลาสสิคของเขา “On Becoming Leader” เขาได้ถูกรู้จักกันต่อการรับเอาความถ่อมตัว และการปฏิเสธความเย่อหยิ่งเขามีความถ่อมตัว ให้การยกย่องแก่บุคคลอื่นต่อความสำเร็จ และรับผิดชอบต่อความล้มเหลว เขาบันดาลใจอยู่เสมอ

พยายามที่จะปรบปรุงให้ดีขึ้นวอร์เรน เบนนิส ปฏิเสธความเย่อหยิ่งและสิทธิของตนเอง เขาเชื่อว่าความเย่อหยิ่งคือความกลัวที่ปิดบัง และความถ่อมตัวที่ไม่จริงเป็นความทรยศของตัวเอ ผู้นำควรจะเรียนรู้จากความล้มเหลว สร้างความเข้าอกเข้าใจ และสร้างกลุ่มที่ยิ่งใหญวอร์เรน เบนนิส เป็นบุคคลแรกที่ได้บุกเบิกการแยกความแตกต่างระหว่างความเป็นผู้นำและการบริหาร เขาชอบคำพูดว่า “ผู้นำทำอะไรที่ถูกต้อง ผู้บริหารทำอะไรอย่างถูกต้อง” ภายในหนังสือคลาสสิคเล่มหนึ่งของเขา

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com