INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ประวัติศาสตร์มนุษยชาติ (28)

IMG 3597 1

ประวัติศาสตร์มนุษยชาติ (28)

ผู้เขียน อ.อดุลย์ มานะจิตต์

การเล่นกล มายากล ตลอดจนการเล่นตลกคะนองทั้งการแสดงท่าทางและ การเล่าเรื่องขำขันและเรื่องลามกในทุกรูปแบบ เพื่อหันเหมนุษย์ออกจาก พระเจ้า

ในเรื่องของทรัพย์สินและลูกๆ ก็เช่นกัน พญามารมันจะทำการ ยุยงให้มนุษย์แสวงหาทรัพย์สินมาในทางผิดธรรมนองคองธรรมต่างๆ เช่น การฉ้อราชบังหลวง การกินสินบน การค้าขายของที่ต้องห้ามในทางศาสนา การทรยศคดโกงในทางการค้าในทุกรูปแบบ การกักตุนสินค้าเพื่อหวังกำไร เกินควรเมื่อยามขาดแคลน การกินดอกเบี้ย การปล้นสะดม การขูดรีด การเอารัดเอาเปรียบ หรืออาจพูดให้เข้าใจได้ง่ายๆ ก็คือจะเป็นการแสวง หาทรัพย์สินมาในรูปใดก็ตามขอให้วิธีการที่ได้มานั้นเป็นวิธีการผิดหลักการ ศาสนาก็แล้วกัน พญามารมันจะมีส่วนร่วมอยู่ในทรัพย์สินเหล่านี้ เพราะ มนุษย์ได้ปฏิบัติไปตามคำชี้นำชักชวนของมัน แต่ถ้าหากทรัพย์สินนั้นๆ ได้มาโดยถูกต้องตามหลักการศาสนาแล้ว มารร้ายก็ไม่อาจสามารถมามี ส่วนร่วมในทรัพย์สินเหล่านั้นได้ ดังนั้นการจ่ายซะกาต เงินคุมส์และ ซอดะเกาะฮ์(บริจาคทาน) จึงเป็นวิธีการที่ทำให้ทรัพย์สินที่ได้มานั้นปลอด พ้นจากหุ้นส่วนของพญามาร สิ่งที่มารร้ายต้องการอีกประการหนึ่งก็คือ มันต้องการให้ทรัพย์สินที่ได้มาโดยวิธีการต้องห้ามนั้น ได้ถูกใช้จ่ายไปใน หนทางที่ชั่วร้ายเช่นเดียวกัน อันเป็นวัฏจักรแห่งความชั่วร้ายที่มันได้สร้าง ขึ้นมาเพื่อเป็น กับดักมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพและอานุภาพมากมายร้าย กาจยิ่ง ซึ่งมักจะจบลงด้วยกับการเป็นศัตรูกันของมนุษย์ และในที่สุดหาก เป็นระดับชาติก็จะนำพาไปสู่การกลียุคและทำสงครามล้างผลาญกันในที่ สุด ดังที่รู้จักกันในนามของสงครามเศรษฐกิจ

ในส่วนลูกๆ ของพวกเขานั้น มารร้ายมันพยายามยุยงให้พวกเขา มีการได้เสียกันลับๆ เพื่อว่าเมื่อมีลูกเกิดขึ้นมา ลูกๆ ของมนุษย์เหล่านั้น ก็เปรียบประดุจดังเป็นลูกๆ ของมารร้ายเช่นกัน เพราะเป็นผลผลิตที่มัน
ได้ชักจูงให้กระทำ มันจึงมีหุ้นส่วนอยู่ในเด็กๆ เหล่านั้น ซึ่งเมื่อเติบโตขึ้น มันก็จะบรรจุเยาวชนเหล่านั้นที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลกเข้าไว้ในกองทัพแห่งพญา มาร ซึ่งในที่สุดกองทัพนี้ก็จะเติบโตขึ้นเป็นมหาอำนาจของโลก เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและพิทักษ์รักษาวัฏจักรแห่งความชั่วร้ายดังกล่าวนั้นให้ยั่งยืนสืบ ไป ซึ่งคำขวัญอย่างลับๆ ของพวกเขาก็คือ “จงส่งเสริมกันในความชั่วร้าย และห้ามปรามในความดีงาม” ความพินาศย่อยยับของอาณาจักรต่างๆ ในอดีตย่อมเป็นที่ประจักษ์กันดี

เพื่อให้กิจการงานของมันบรรลุผลสมบูรณ์ พญามารจึงให้สัญญากับ มิตรสหายของมันว่า หากพวกเขาได้ปฏิบัติตามมัน พวกเขาจะพบกับความ ร่ำรวย ความสุข ความยิ่งใหญ่ ความมีอำนาจ แต่โดยแท้จริงแล้วคำสัญญา ของมันเป็นเรื่องหลอกลวงทั้งสิ้น ซึ่งความจริงเช่นนี้สามารถยกตัวอย่างให้ เห็นได้คือ มันยุยงให้มนุษย์ผลิตเบียร์และสุรา เครื่องดื่มที่ต้องห้าม และ สัญญาว่าพวกเขาจะร่ำรวย เมื่อมนุษย์ดื่มกันจนติดและมันยังแนะนำพวก เขาให้ใช้คำขวัญที่ว่า “ความสุขที่คุณดื่มได้” ซึ่งคำขวัญนี้ใช้โฆษณากันไป ทั่วโลกในทุกๆ ภาษา หรือโดยผ่านทางการพนันขันต่อ การชิงโชคและอื่นๆ ด้วยคำขวัญที่ว่า “พรุ่งนี้รวย” อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือ มันสัญญากับมนุษย์ ว่าถ้าหากมนุษย์อยากเป็นผู้นำของโลกและมีอำนาจครอบครองโลกใบนี้แล้ว ก็จงนำเอาลัทธิการเมืองตามแบบที่มันเสนอไปปฏิบัติ รับรองได้ว่าเขาจะต้อง ประสบกับความสำเร็จ ผลที่ติดตามมาก็คือสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและครั้ง ที่สอง ได้คร่าชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนมหาศาลในช่วงเพียงไม่กี่ปี และในขณะ นี้สงครามตามภูมิภาคต่างๆ ก็เกิดขึ้นในทุกเมื่อเชื่อวัน ล้างผลาญชีวิตมนุษย์ ไปแล้วนับจำนวนไม่ถ้วน มิพักจะต้องพูดถึงความทุกข์ยากลำเค็ญที่ติดตาม มาอีกอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

นี้คือ คำสัญญาของพญามารที่ดูประหนึ่งว่าเป็นจริง แต่แท้ที่จริงเป็น ของโกหกหลอกลวงประดุจดังเงาที่สะท้อนในทะเลทรายที่ดูคล้ายกับว่าเป็นบ่อน้ำ เปรียบประดุจดังการแสดงกลของพวกมายากรซึ่งหาแก่นสาร สาระอันใดมิได้

มีข้อที่น่าสังเกตประการหนึ่งก็คือ อาวุธที่มารร้ายใช้ในการต่อสู้กับ มนุษย์นั้นมันเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับมนุษย์ผู้เป็นศัตรูกับมารร้ายด้วยหรือ คำตอบก็คือ อัลลอฮ์ทรงอนุญาตให้มันใช้อาวุธเหล่านี้ได้กับเฉพาะบุคคล ที่มันสามารถครอบงำพวกเขาได้เท่านั้น ซึ่งก็หมายความว่าเสียงเพลง เสียง ดนตรี การแข่งขันกีฬา การบันเทิงเริงรมย์ ทรัพย์สินและลูกๆ และคำ สัญญาต่างๆ นั้น ล้วนแล้วแต่เป็นนามธรรม ซึ่งมารร้ายได้นำสิ่งเหล่านี้ไป ใช้เพื่อยั่วยวนหลอกลวงมนุษย์เท่านั้น ซึ่งในตัวของมันเองก็เป็นเพียงเครื่อง มือของมนุษย์เช่นกัน ทั้งนี้หมายความว่า หากเครื่องมือหรืออาวุธเหล่านี้ได้ ถูกใช้ไปในหนทางที่ถูกต้อง เพื่อการแสวงหาความใกล้ชิดกับพระเจ้าแล้ว ทุกสิ่งที่มารร้ายเคยใช้เป็นอาวุธเพื่อทำลายล้างมนุษย์ ก็จะกลับกลายเป็น หอกที่ทิ่มแทงตัวของมันเอง ส่วนในรายละเอียดที่ว่าเสียงหรือท่วงทำนอง ขับร้องในบทกลอน บทกวี ลำนำ คำกล่าวรำพัน และเสียงของเครื่องดนตรี บางชนิด และท่วงทำนองหรือบทเพลงจะเป็นที่อนุมัติหรือต้องห้ามสำหรับ บรรดาผู้ศรัทธาในประการใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจในทางนิติบัญญัติ อิสลามจะเป็นผู้กำหนด ซึ่งหลักการเช่นนี้ก็จะครอบคลุมไปถึงเรื่องการแข่ง ขัน การกีฬา การแสวงหาทรัพย์สินหรือการประกอบอาชีพและการมีครอบ ครัว ตลอดจนถึงเรื่องการตกลงทำสัญญากันในรูปต่างๆ ซึ่งรายละเอียด ทั้งหมดนี้จะมีปรากฏอยู่ในริซาละฮ์ของ มัรเณียะฮ์ตักลีด แต่ละท่านที่มี ชีวิตอยู่ร่วมสมัยกับบรรดาผู้ศรัทธาที่ตามมัรเบียะฮ์ท่านนั้นๆ

ดังนั้น อำนาจวิลายะฮ์หรือวิลายะตุ้ลฟะกีฮ์ จึงเป็นมาตรการอัน สำคัญเพียงประการเดียว ที่จะจำแนกว่าอะไรเป็นของพระเจ้าและอะไร เป็นของพญามาร ซึ่งบรรดาผู้พิทักษ์อัล กุรอาน (35:32) จะเป็นผู้ที่มาทำ หน้าที่ชี้แจงแถลงไขให้กับประชาชาติของท่านศาสดามุฮัมมัด พวกหนึ่งใน

สรุปก็คือ การลุกขึ้นต่อสู้กับแผนการร้ายต่างๆ ของพญามารดัง กล่าว จึงถือเป็นเรื่องจำเป็นในทางศาสนา (วาญิบ) ที่ วิลายะตุ้ลฟะกีฮ์ จะต้องกระทำด้วยกับการสถาปนาอำนาจรัฐขึ้นมา หาไม่แล้วก็จะไม่มี อำนาจในทางนิติบัญญัติ อำนาจในทางการปกครองหรือการเมือง อำนาจ ในทางตุลาการ เพื่อการต่อสู้กับอำนาจของพญามาร และบำราบปราบปราม แผนการร้ายของมันให้ราบคาบได้

ดังนั้น การลุกขึ้นต่อสู้เพื่อบำราบปราบปรามแผนการร้ายของหมู่ จึงต้องเป็นหน้าที่ของบรรดาผู้ที่ถูกเลือกสรรแล้วเท่านั้น ผู้ซึ่งเป็นผู้ มาร ที่ถูกเลือกสรรมาจากพระเจ้า โดยผ่านทางบรรดาผู้ที่ถูกทำให้บริสุทธิ์แล้ว เท่านั้น ซึ่งพญามารจะไม่มีอำนาจเหนือพวกเขาเหล่านี้ได้โดยเด็ดขาด หา ไม่แล้วหากการเลือกสรรผู้ที่มีหน้าที่พิทักษ์อิสลาม ถูกเลือกมาจากบรรดา ผู้ที่มีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตาม (เอาวาม)แล้ว ผู้คนที่ถูกเลือกมาเหล่านี้ก็ จะไม่อาจนำประชาชาติในยุคสมัยของตน ให้รอดพ้นจากการใช้เล่ห์กล ต่างๆของพญามาร ที่มันใช้วิธีการฉาบความมดเท็จไว้ด้วยกับเสื้อคลุม ของคุณธรรมความดี ซึ่งจำเป็นจะต้องยกยอดของเรื่องที่สลับซับซ้อนนี้ไป กล่าวไว้ในบทต่อไป.

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *