INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ซัมเมอร์ เรดสโตน และรูเพิรต เมอร์ดอช

476890 1

ซัมเมอร์ เรดสโตน และรูเพิรต เมอร์ดอช

ตามสุภาษิตจีนโบราณ “ความมั่งคั่งไม่เคยอยู่รอดสามช่วงอายุคน” ความมั่งคั่งพันล้านเหรียญ ณ หัวใจของซัคเซสชั่นของเอสบีโอจะไปไกลกว่านั้นหรือไม่ เจสซี อาร์มสตรอง ผู้สร้าง “Succession” ภาพยนตร์ชุดโทรทัศน์ของเอสบีโอ ได้เขียนบทภาพยนตร์เกี่ยวกับรูเพิรต เมอร์ดอช ที่กลายเป็นบัญชีดำก่อนที่จะถูกทิ้งภายในลิ้นชักชั้นล่าง ณ บางจุด เจสซี่ อาร์มสตรอง ได้รับรู้ว่า รูเพิรต
เมอร์ดอช ครั้งหนึ่งได้พูดว่า เขาวางแผนบริหารนิวส์ คร์อป “ตลอดกาล” ผมไม่มีความมุ่งหวังของการเกษียณ หรือการตาย
ซัมเมอร์ เรดสโตน เจ้าของไวอาคอมและซีบีเอสได้บอกลาร์รี คิง เมื่อ ค.ศ 2009 ความรู้สึกของพวกเขาเกี่ยวกับความเป็นอมตะได้จบลงภายในมรดก
ของธุรกิจของพวกเขา เจสซี่ อาร์มสตรอง กล่าวว่า ในขณะนี้ ซัมเมอร์
เรดสโตนอายุเก้าสิบห้าปี และยังคงเป็นผู้ถือหุ้นควบคุม ดังนั้นซัคเซสชั่น สามารถออกอากาศต่อไปสิบห้าปีได้หรือไม่ มันเป็นเพียงแค่ตกใจผม อะไรกำลังเกิดขึ้นกับบุคคลเหล่านี้ภายใน ค.ศ 1980 และ 1990 ของพวกเขาที่ยังคงพกสมุดบันทึกทุกวัน อาร์มสตรอง พูด ซัคเซสชั่น งอกออกมาจากผู้มีอิทธิพลสื่อชีวิตจริง รูเพิรต เมอร์ดอช และซัมเมอร์ เรดสโตน ซัคเซสชั่น รายการทีวีนิยายแสดงความโกรธแค้นที่ขมขื่นภายในครอบครัว
เจสซี่ อาร์มสตรอง นักเขียนโทรทัศน์ชาวอังกฤษ กล่าวถึงความสนใจของเขา
ภายในประวัตืศาสตร์ราชวงศ์สื่อถูกกระตุ้นโดยผู้มีอำนาจสองคนพูดว่า พวกเขาไม่ได้วางแผนที่จะตาย เมื่อถามเกี่ยวกับแผนการสืบทอด
ซัมเมอร์ สโตน มหาเศรษฐีที่ดุร้าย ครั้งหนึ่งยึดครองไวอาคอมและซีบีเอส ได้เสียชีวิตเมื่ออายุ 97 ปี ผู้มีอำนาจสื่อได้สร้างอาณาจักรสื่อที่แผ่กิ่งก้านตลอดหลายทศวรรษ และเรื่องราวครอบครัวข่าวพาดหัวของเขาที่มีทั้งลูกของเขาต่อสู้กับเขา เพื่อทั้งการควบคุมบริษัทและส่วนแบ่งความมั่งคั่งของเขา กลาย
เป็นเเรงบันไจต่อรายการเอสบีโอยอดนิยม “ซัคเซสชั่น”
ความคล้ายคลึงที่สะดุดตาระหว่างโรแกน รอย และซัมเมอร์ เรดสโตน คือ พวกเขาทั้งสองมีลูกสาวที่ทะเยอทะยาน ลูกสาวของโลแกน ชิฟวอนกำลังเดิมพันต่อบัลลังก์ของครอบครัว ทั้งสองครอบครัวมีหัวหน้าครอบครัวมีอายุมาก ดำรงอยู่ที่บริษัทของเขา ผ่่านการเกษียณมาตรฐานไปแล้ว
ภายในซัคเซสชั่น โรแกน รอย เป็นผู้มีอำนาจสื่อชาวออสเตรเลีย เขาเป็นหัวหน้าครอบครัวรอย อายุ 80 ปี เขามีลูกสีี่่่่่คน ลูกชาย เคนดัลล์ รอย โรมัน รอย คอนเนอร์ รอย และลูกสาว ชิฟวอน รอย มักจะถูกปรียบเทียบมากที่สุดกับครอบครัวรูเพิรต เมอร์ดอช โรแกน รอย เป็นผู้ก่อตั้งเวย์สตาร์รอคโค
รูเพิรต เมอร์ดอช เป็นผู้มีอำนาจสื่อ และหัวหน้าชาวออสเตรเลียของครอบครัวเมอร์ดอช เขามีลูกหกคน

479631

รูเพิรต เมอร์ดอช ได้พยายามเพิ่มตราสินค้าอีกอย่างหนึ่งกับการรวบรวม
ที่ยิ่งใหญ่ของบริษัทสื่อ เขาได้เสนอการซื้อบริษัท 80 พันล้านเหรียญต่่อไทม์
วอร์เนอร์ การประมูลไทม์ วอร์เนอร์ ของรูเพิรต เมอร์ดอช เป็นเกม ออฟ ธร์อน
ครั้งสุดท้ายของเขา แต่กระนั้นไทม์ วอร์เนอร์ ไม่สนใจ พวกเขาได้ปฏิเสธข้อเสนอ
ตลอดห้าสิบปีที่แล้ว รูเพิรต เมอร์ดอชได้สร้างภารกิจของบริษัทที่จะซื้อบริษัทสื่อใหญ่ภายในโลก ระหว่างนิวส์ คอร์ป และทเวนตี้ เฟิรสต์ เซนจูรี ฟอกซ์ เขาเป็นเจ้าของสัดส่วนจำนวนมากของสิ่งพิมพ์ที่สำคัญมากที่สุด รายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และวารสาร ภายในโลก เช่น วอลล์ สตรีท เจอร์นาล ฮาร์เปอร์คอลลิน และะดาวโจนส์
ถ้ารูเพิรต เมอร์ดอช บรรลุความสำเร็จภายในการซื้อไทม์ วอร์เนอร์ การรวมกันของทเวนตี้ เฟิรสต์ เซนจูรี่ ฟอกซ์ และไทม์ วอร์เนอร์ จะสร้างยักษ์ใหญ่ความบันเทิงด้วยรายได้ 65 พันล้านเหรียญ ด้วยกันยักษ์ใหญ่สื่อสองบริษัทจะควบคุมกลุ่มทรัพย์สินที่ใหญ่โตมีทั้งวอร์เนอร์ บารเธอร์ ผู้สร้างภาพยนตร์
เเฮรี พอตเตอร์ และเเบทเเมน เอ็กซ์ แมน และอวตาร์ ของทเวนตี้ เฟิรสต์ เซนจูรี่ ฟอกซ์ และช่องเคเบิลทำกำไรดีของไทม์ วอร์เนอร์ มีทั้งเอชบีโอ บ้านของเกม ออฟ ธรอนส์ และฟอกซ์สเอฟเอ็กซ์ เครือข่ายฟอกซ์ นิวส์
รูเพิรต เมอร์ดอช เริ่มต้นครั้งเเรกพูดคุยกับไทม์ วอร์เนอร์ ด้วยข้อเสนอการ
ซื้อบริษัทที่เป็นทางการ การให้ราคาประมาณพรีเมียม 25 % ของราคาหุ้น
ของไทม์ วอร์เนอร์ คณะกรรมบริษัทของไทม์ วอร์เนอร์ ได้พิจารณาการ
ประมูลอย่างรอบคอบ ในที่สุดได้ปฏิเสขข้อเสนอไป
เดวิด ฟอนเคนฟลิค ผู้เขียนหนังสือ “Murdoch World” ได้กล่าวว่าการซี้อ
บริษัทขับเคลื่อนส่วนหนึ่งโดยเหตุผลทางธุรกิจ รูเพิรต เมอร์ดอชต้องการ
รักษาธุรกิจของเขาเป็นบริษัทเหมือนเช่นอเมซอนและเนตฟลิกซ์ ในขณะเดียวกันเขาต้องการเขียนบทสุดท้ายให้เพียงพอ นำเขาเลยพ้นไปอย่างดีจากคดีศาลที่จบลงภายในลอนดอน เดวิด ฟอลเคนฟลิค กล่าวว่าการรุกคืบอย่างกล้าหาญเป็นการประมูลโดยเมอร์ดอชที่จะจำกัดความใหม่ภาพพจน์ของเขา ภายหลังเรื่องอื้อฉาวการดักฟังโทรศัพท์ แสดงต่อโลกว่าเขามีความไม่ย่อท้อและไม่มีวันตาย
ระหว่างการรวมกันของอายุของพวกเขา 174 ปีบนโลกใบนี้ รูเพิรต เมอร์ดอช และซัมเมอร์ เรดสโตนควบุคมสะสมของบริษัทสี่บริษัท – ซีบีเอสและไวอาคอมของเรดสโตน นิวส์ คอร์ป และทเวนตี้ เฟริสต์ เซนจูรี่ ฟอกซ์ของเมอร์ดอช – มูลค่ารวมกันแล้ว 160.4 พันล้านเหรียญ เนื่องจากยุคและอุตสาหกรรมของพวกเขา
ซัมเมอร์ เรดสโตน อายุ 91 ปี และรูเพิรต เมอร์ดอช 83 ปี เมื่อ ค.ศ 2014
พวกเขาได้ขับเคลื่อนการรวมกันของอุตสาหกรรมสื่อนานกว่าสามทศวรรษ สร้างอาณาจักรของพวกเขา บนรากฐานของการทำข้อตกลง บ่อยครั้ง
พวกเขาแข่งขันระหว่างกันเอง ซัคเซสชั่น “ของเอสบีโอ” รายการโทรทัศน์
ดีที่สุดที่เราจะเคยได้
ประสบการณ์ นับตั้งแต่ซัคเซสชั่นออกอากาศ การเปรียบเทียบได้ถูกดึง
ระหว่างโลแกน รอย นักแสดง และรูเพิรต เมอร์ดอช ผู้ก่อตั้งนิวส์ คร์อป เจ้าของหนังสือพิมพ์ เช่น เดอะ ซัน เดอะ ไทม์ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล และนิวยอร์ค โพสต์ และเจ้าของก่อนหน้านี้ของสกาย ทเวนตี้ และนิวส์ ออฟ เดอะ
เวิรลด
แน่นอนครอบครัวของโลแกน รอยร่วมความคล้ายคลึงกับครอบครัวของ
รูเพิรต เมอร์ดอช การให้ทั้งสองหัวหน้าครอบครัวเป็นผู้มีอำนาจสื่อภายใน ค.ศ 1980 และ 1990 ด้วยลูกจากการแต่งงานหลายครั้ง ส่่วนใหญ่เกี่ยวพันภายในธุรกิจของครอบครัว แต่กระนั้นผู้สร้างซัคเซสชั่น เจสซี อาร์มสตรอง ได้กล่าวว่า รูเพิรต เมอร์ดอชไม่ได้เป็นแรงบันดาลใจเท่านั้นเบื้องหลังรอย โลแกน และเขาได้ยืมจากครอบครัวผู้มีอำนาจสื่ออื่นเหมือนเช่น ซัมเมอร์ เรดสโตน ด้วย

479630

ครั้งหนึ่ง ซัมเมอร์ เรดสโตนได้ถูกอ้างอิงโดยซีเอ็นบีซี ว่าเป็น “นายของ
นายทุกคน” ครอบครัวเรดสโตนได้ปลูกฝังจิตวิญญานของการแข่งขันระหว่างซัมเมอร์ เรดสโตนและน้องชายของเขา เอ็ดวาร์ด เรดสโตน และเน้นความสำคัญของของความยอดเยี่ยมประจำวัน ซัมเมอร์ เรดสโตน กล่าวว่า เเม่ของเขาบางครั้งหมุนเข็มนาฬิกากลับเป็นอุบายให้เขาฝึกฝนเปียนโนนานขึ้น “ชัยชนะคือทุกสิ่งทุกอย่าง” เขาพูดใน
ขณะที่พักจากการเล่นเทนนิสเมื่อ ค.ศ 1999 ณ การประชุมประจำปีของอุตสาหกรรม ผมต้องการชนะอยู่เสมอ นั่นไม่ได้หมายความว่าผมมีอยู่เสมอ หรือผมจะมีอยู่เสมอ แต่มันเป้าหมายตลอดชีวิตของผม ความมุ่งมั่นที่จะอยู่
รอดคือ ความมุ่งมั่นที่จะชนะ เขาสร้างตัวเอง และเขามีข้อได้เปรียบ ขอบคุณต่อพ่อของเขา ผู้ก่อตั้งโรงภาพยนตร์จอดรถยนต์ดู
เมื่อ ค.ศ 1930 ณ เวลานั้น ซัมเมอร์ เรดสโตนวัยรุ่นได้เข้าร่วมธุรกิจของครอบครัวเมื่อ ค.ศ 1954 วัฒนธรรมรถยนต์เป็นพระราชา และไดรว์ อิน
เป็นที่นิยมแพร่หลาย
“ไวอาคอมคือผม” ซัมเมอร์ เรดสโตน ชอบพูด ความลุ่มหลงของเขาได้สร้าง
บริษัทจากโรงภาพยนตร์จอดรถยนต์ดูของครอบครัวไม่กี่เเห่ง เป็นอาณาจักร
ความบันเทิงโลก เขาได้เดิมพันชีวิตของเขากับบริษัทของเขา และบรรลุ
ความสำเร็จ
ซัมเมอร์ เรดสโตน ไม่ได้มีความลุ่มหลงที่จะชนะเท่านั้น เขามีความสามารถเจริญเติบโตบริษัทผ่านการซื้อบริษัทอย่างถูกต้อง และทำให้การซื้อบริษัทบรรลุความสำเร็จ เขาเต็มใจต่อสู้คดี เมื่อเขารู้สึกผิด เราเดิมพันกับการแตก
กิ่งก้าน ถ้าไม่มีไวอาคอม เราไม่มีพาราเม้าท์ และเราไม่มีซีบีเอส
บุคคลทุกคนพูดว่าผมจ่ายสูงเกินไปกับไวอาคอม นักวิเคราะห์หนังสือพิมพ์และการเงิน
ให้ความเคารพผมอย่างไม่เต็มใจต่อการทำให้ผู้บริหารอ่อนเเรง การได้
ชัยชนะของการตัดกำลัง ที่จริงแล้วมันคล้ายกับสงครามยิงปืนมากกว่า
พวกเขาไม่รู้เกี่ยวกับอุปสรรควางไว้ภายในวิถีทางของเรา หรือการคุกคาม
การต่อสู้ระหว่างเราและคณะกรรมการบริษัท แต่การจ่าย 3.4 พันล้านเหรียญแก่ไวอาคอม เมื่อข้อเสนอเริ่มแรกของผู้บริหารเป็น 2.7 พันล้านเหรียญ ดูเหมือนกับการปะทุต่อสื่อว่าสูงเกินไป
ผมเดิมพันชีวิตของผมบนไวอาคอม และผมมองไปข้างหน้าทำให้บริษัืทบรรลุความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมีในขณะนี้คุมขังภายในมัน ผมมีความลุ่มหลงใหม่ ความลุ่มหลงต่อไวอาคอม หกปีต่อมา เมื่อผมมองออกไปที่ขอบฟ้า และมองเห็นพาราเม้าท์ ความรู้สืกเหมือนกันของความเชื่อกลับมา พาราเมาท์เป็นความสอดคล้องที่สมบูรณ์ มันเป็นอาหารสื่อของนักชิมอาหาร
และ 18 เดือนที่โหดร้าย และ 2 พันล้านเหรียญต่อมา เราได้ซื้อพาราเมาท์
จงจำไว้ว่า โอกาสที่แท้จริงไม่เคยเคาะ ผมพบว่าผมต้องมองหาโอกาส และถ้าผมไม่พบมัน ผมต้องสร้างมัน
บุคคลไม่ยอมรับความท้าทายที่ไม่ดี ส่วนหนึ่งของมันเป็นการรับความเสี่ยงภัย
โดยไม่มองว่าความเสี่ยงภัยมีเหตุผลและรางวัลสมน้ำสมเนื้อ สมน้ำสมเนื้อมากกว่ากับความเสี่ยงภัย เพื่อที่จะบรรลุความสำเร็จ เราต้องอยู่อย่างอันตราย
ตราบเท่าที่อันตรายยอมรับได้อย่างมีเหตุผล และตราบเท่าที่ผลประโยชน์น้ำหนักกว่าความเสี่ยงภัย ความสำเร็จไม่ได้สร้างบนความสำเร็จ มันสร้างบนความล้มเหลว บางครั้งมันสร้างบนความหายนะ
ทุกสิ่งทุกอย่าง……ทุกเหรียญสิบเซ็นต์ที่ผมได้มากกว่าสี่สิบปีจากที่ผมอยู่ภายในธุรกิจสื่อ ผมจัดสรรลงทุนกลับไปที่ธุรกิจสื่อ ผมทำการซื้อบริษัท –
ไวอาคอม บอลคบัสเตอร์ พารราเม้าท์ ซีบีเอส เป็นเดิมพันยิ่งใหญ่ที่สุดบางอย่างที่เกิดภายในอุตสาหกรรมนี้ ณ เวลาที่เราซื้อไวอาคอม บุคคลทุกคนกล่าวว่าผมจ่ายมากเกินไป แต่แม้ว่า ณ ราคาที่ลดลงของวันนี้ การลงทุนมีคุณค่า
พันล้านเหรียญ บุคคลทุกคนกล่าวว่าเอ็มทีวีเป็นแฟชั่น ผมรู้ดีกว่า
ผมเชื่อว่าที่จะเข้าใจคุณค่าของธุรกิจ เราต้องสามารถคาดคะเนความสำเร็จ
เราไม่สามารถประเมินบริษัทบนเพียงแค่มูลค่าของทรัพย์สินและการดำเนินงานในปัจจุบัน เราต้องเข้าใจพลวััตรของการเจริญเติบโต ศักยภาพ และการ
มีส่วนร่วมของเราเอง ภายในการบรรลุความสำเร็จ เราต้องเชื่อมั่นว่าถ้าคุณค่าของมันสิบ เราสามารถทำให้มันเป็นยี่สิบ
ผมต้องควบคุม จำไว้ว่า ผมต้องควบคุม เราไม่คิดว่าบุคคลบางคนทำให้เกิดฆ่าตัวตายทางความคิดสร้างสรรค์ และทำให้บริษัทเสียรายได้ ควรจะอยู่กับเรา
ซัมเมอร์ เรดสโตน ได้กล่าวภายหลังพาราเมาท์ได้แยกทางกับทอม ครูซ เมื่อ ค.ศ 2006
ผมรักไวอาคอม ผมรักซีบีเอส และดังนั้นผมไม่ต้องการตาย ผมมีความมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตอยู่ ความมุ่งมั่นเดียวกันที่จะชนะผมมีอยูเสมอ ผมจะต่อสู้ความตายเท่าที่ผมสามารถ ผมชอบอยู่ที่นี่ ผมไม่ต้องการไปที่ไหนเลย
ซัมเมอร์ เรดสโตน ได้กล่าวถึงรูเพิรต เมอร์ดอชว่า เขาถูกฝังกับน้ำหมึก หนังสือพิมพ์กำลัวตาย ผมไม่แน่ใจเราจะมีหนังสือพิมพ์ และมันเป็นธุรกิจ
อย่างหนึ่งที่ผมไม่เคยทำ เหตุผลที่เราไม่ทำหนังสือพิมพ์ เพราะว่า ผมไม่
แน่ใจว่าเราจะมีหนังสือพิมพฺ์ภายใน 10 ปี ผมอ่านหนังสือพิมพ์ทุกวัน ผม
อ่านแม้แต่วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ของเมอร์ดอช อินเตอร์เนตเป็นวิถีทางที่
มีพลังทำเงินจำนวนมาก แต่เราจะไม่ซื้อยาฮู
เมื่อถามเกี่ยวกับแผนการสืบทอดของเขา ซัมเมอร์ เรดสโตน ตอบอยู่เสมอว่าเขาไม่แผนที่จะตาย เขาไม่เคยจะมีมรดก เพราะว่าเขามีแผนที่จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป มรดกเป็นของบุคคลที่เสียชีวิตแล้ว และเมื่อเข้าสู่อายุ 90 ปีของเขา
เมื่อเขาได้เจ็บป่วย และไม่สามารถพูดได้ต่อไปอีกแล้ว ไอแพดได้ถูกโปรแกรม
ให้การตอบสนองสามอย่างที่เขาต้องการเท่านั้น ตกลง ไม่ตกลง และไล่ออก
โลแกน รอย นักแสดงตัวสำคัญภายในซีรี่ย์ยอดนิยมของเอสบีโอ “ซัคเซสชั่น”
ได้ถูกมองเป็นแรงบันดาลใจโดยซัมเมอร์ เรดสโตนและ รูเพิรต เมอร์ดอช
ภายในการสัมภาษณ์หลายครั้ง เขากล่าวว่า เขาไม่เคยตาย ผมมุ่งหวังมีชีวิตอยู่ตลอดไป ผมไม่มีความมุ่งหวังของการเกษียณ หรือการตาย เขาได้คาดคะเนว่าเขาจะไม่เคยตาย เขาได้คาดคะเนว่าหนังสือพิมพ์จะตาย ผมไม่คิดว่าหนังสือพิมพ์จะอยู่รอด บุคคลจะเข้าไปสู่อินเตอร์เนต…..ผมไม่แน่ใจเราจะมีหนังสือพิมพ์ภายใน 10 ปีหรือไม่ แม้แต่ตอนอายุ 92 ปี ซัมเมอร์ เรดสโตน ไม่ได้อภิปรายการสืบทอด ครั้งหนึ่งเขาได้กล่าวทำการบันทึกชีวะประวัติใช้ชื่อว่า “How to Live Forever” มันดูแล้วน่าเชื่อที่เขาจะไม่เคยตาย การรอดชีวิตจากไฟไหม้เมื่อ ค.ศ 1979 ณ โรงเเรมคอปลีย์ พลาซาของบอสตัน ด้วยการจับขอบหน้าต่างชั้นสามเมื่อมือของเขาไหม้ เขาทนกับการผ่าตัดนานกว่ท 60 ชั่วโมง ถามโดยนักข่าวฮอลลีวูดภายในการสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายของเขาเมื่อ ค.ศ 2014 ใครจะสืบทอดจากเขา เขาได้บันดาลโทสะ ผมจะไม่อภิปรายการสืบทอด คุณรู้ไหมทำไม ผมจะไม่ตาย
ไวอาคอมซีอีโอที่ยาวนาน ซัมเมอร์ เรดสโตน ได้แสดงตัวเขาเองเป็นผู้นำที่ก้าวร้าว เกี่ยวพันภายในทุกด้านของการดำเนินงานของบริษีท ไวอาคอมเผขิญความท้าทายที่สำคัญคือ ความไม่สามารถของบริษัทค้นหาผู้สืบทอดซัมเมอร์
เรดสโตน เพื่อการตระเตรียมต่อการเกษียณ หรือการเสียชีวิตของเขาในอนาคต การขาดเเผนสืบทอดของไวอาคอม เนื่องจากความไม่เต็มใจของซัมเมอร์ เรดสโตนที่จะแบ่งอำนาจ ณ ระดับสูงสุด และล้มเหลวที่จะแต่งตั้ง
ผู้สืบทอดซีอีโอ ศึกชิงบัลลังก์ ณ ไวอาคม สามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยแนวคิดความเป็นผู้นำระดับ 5 ภายในหนังสือ “Good to Great” ของจิม คอลลินส์

476894 1

“Game of Thrones” ศึกชิงบัลลังก์ นำทางการวางแผนการสืบทอดอย่างไร ท่ามกลางไฟ เลือด และน้ำแข็ง เพื่อนที่ร้ายกาจของเรา ทีเรียน ลานนิสเตอร์ ได้ให้ข้อแนะนำที่น่าสนใจแก่ดาเนรีส ทาร์กาเรียน – อะไรจะเกิดขึ้นกับความพยายามของเธอ ถ้าเธอเสียชีวิต ศึกชิงบัลลังก์ หกฤดูกาลได้หมุนไปรอบคำถาม : ใครในที่สุดจะนั่งบนบัลลังก์เหล็ก ภายในเกมการสืืบทอดของบริษัทของเราเอง เรามองดูไปรอบ ใครควรจะเป็นผู้สืบทอดของเรา และยอมให้เกม ออฟ ธรอนส์ นำทางเรา
มาริโอ กาเบลลี่ ผู้ถือหุ้นไวอาคอมและนักลงทุนที่มีชื่อเสียงได้ใช้ เรื่องราวของรายการเอสบีโอ “Games of Thrones” : ศึกชิงบัลลังก์ สร้างประเด็นของเขาเกี่ยวกับการต่อสู้ความเป็นเจ้าของของไวอาคอม ภายในฉากสุดท้าย
ผู้หญิงทุกคนชนะผู้หญิงทุกคนเป็นผู้นำ มาริโอ กาเบลลี่ กล่าว และจากนั้นสรรเสริญ ชารี เรดสโตน เขาได้ถามว่า อะไรไม่ถูกต้องกับผู้หญิงนำบริษัท
เธอมี 80% ของการออกเสียง
ด้วยการไม่มีแผนการสืบทอดที่ชัดเจน ณ ไวอาคอม การต่อสู้ที่ขมขื่นได้
ปะทุขึ้นระหว่างลูกสาวของซัมเมอร์ เรดสโตน ชารี่ และไวอาคอมซีอีโอ
ฟิิิลลิป ดอแมนน์ ดังที่ มาริโอ
กาเบลลี่ ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดลำดับสองของไวอาคอมและซีบีเอส เรียกว่า ศึกชิงบัลลังก์ ณ ไวอาคอม ศึกชิงบัลลังก์เรื่องราวห้องประชุมคณะกรรมการบริษัทของไวอาคอม เขาบอกว่า มันโดยพื้นฐานเป็นศึกชิงบัลลังก์ เราถึงที่สุดด้วย
การไปสู่ศาลเท่านั้น
ไวอาคอมสามารถหลีกเลี่ยงนิยายความเป็นผู้นำ ศึกชิงบัลลังก์ ได้อย่างไร
ในขณะที่การต่อสู้การสืบทอดอย่างรุนแรงแวดล้อมอยู่ที่เจ้าของ ซัมเมอร์
เรดสโตน น่าสนใจเหมือนกับดรามาทีวีของบริษัท เมื่อถามเกี่ยวกับแผนการสืบทอดของเขา ซัมเมอร์ เรดสโตน ตอบอยู่เสมอว่าเขาไม่แผนที่จะตาย ภายในการสัมภาษณ์หลายครั้ง เขากล่าวว่า เขาไม่เคยตาย ผมมุ่งหวังมีชีวิตอยู่ตลอดไป ผมไม่มีความมุ่งหวังของการเกษียณ หรือการตาย เขาได้คาดคะเนว่าเขาจะไม่เคยตาย เขาได้คาดคะเนว่าหนังสือพิมพ์จะตาย ผมไม่คิดว่าหนังสือพิมพ์จะอยู่รอด บุคคลจะเข้าไปสู่อินเตอร์เนต…..ผมไม่แน่ใจเราจะมีหนังสือพิมพ์ภายใน 10 ปีหรือไม่
แม้แต่ตอนอายุ 92 ปี ซัมเมอร์ เรดสโตน ไม่ได้อภิปรายการสืบทอด ครั้งหนึ่งเขาได้กล่าวที่จะทำการบันทึกชีวะประวัติใช้ชื่อว่า “How to Live Forever” มันดูแล้วน่าเชื่อที่เขาจะไม่เคยตาย การรอดชีวิตจากไฟไหม้เมื่อ ค.ศ 1979 ณ โรงเเรมคอปลีย์ พลาซาของบอสตัน ด้วยการจับขอบหน้าต่างชั้นสามเมื่อมือของเขาไหม้เขาทนกับการผ่าตัดนานกว่ท 60 ชั่วโมง ถามโดยนักข่าวฮอลลีวูดภายในการสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายของเขาเมื่อ ค.ศ 2014 ใครจะสืบทอดจากเขา เขาได้บันดาลโทสะ ผมจะไม่อภิปรายการสืบทอด คุณรู้ไหมทำไม ผมจะไม่ตาย

479623

ซัมเมอร์ เรดสโตน ทำเงินได้อย่างมากมายภายใน ค.ศ 1954 เป็นนักกฏหมาย ประมาณ 100,000 เหรียญต่อปี หรือประมาณมากกว่า 1 ล้านเหรียญของค่าเงินวันนี้ เมื่อเขาได้ตัดสินใจเข้าไปสู่ธุรกิจเพื่อตัวเขาเอง เขาได้เข้าร่วมธุรกิจของพ่อของเขา นอร์ธอีสท์ เธียเตอร์ คอรป เงินเดือนเริ่มแรก 5,000 เหรียญต่อปี มันเป็นบทเรียนเริ่มต้นภายในอำนาจของเนื้อหา เขาได้พยายามเจรจาต่อรองภาพยนตร์ดีที่สุด ณ ราคาดีที่สุด หลายปีต่อมา เขาได้ช่วยสร้างนอร์ธอีสท์ เธียเตอร์ คอรป เป็นลูกโซ่โรงภาพยนตร์แนวหน้าภายในอเมริกา ในที่สุดนอร์ธ อีสท์ เธียเตอร์ เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นแนชั่นแนล อมิวสเม้นต์
เมื่อ ค.ศ 1960 ด้วยการเจริญเติบโตของชานเมืองอย่างรวดเร็ว เขาได้เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงไดรว์ อิน
ของเขาเป็นโรงภาพยนตร์ประตู การทำกำไรเพิ่มสูงขึ้น แต่ภายใน ค.ศ 1970 และ 1980 การเจริญเติบโตช้าลง โทรทัศน์เคเบิ้ลกำลังเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของความบันเทิง และอนาคตอยู่ภายในความบันเทิงซอฟทแวร์
และเขากังวลใจเกี่ยวกับอนาคตของโรงภาพยนตร์
ผมเชื่อมั่นอย่างเข้มแข็งว่าเทคโนโลยีใหม่ของเคเบิลกำลังคุกคามอย่างมาก
ต่อการฉายภาพยนตร์ ผมมองเห็นเนื้อหาเป็นการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรม
ด้วยการเจริญเติบโตของจำนวนช่องเสียเงินและไม่เสียเงินที่จะเลือก บุคคลที่เคยเป็นลูกค้าของเรากำลังอยู่บ้านมากขึ้น
ซัมเมอร์ เรดสโตน ได้มองเนื้อหาเป็นอุตสาหกรรมที่เจริญเติบโต การรับรู้นี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ทันที ณ แนชั่นแนล อมิวสเม้นต์ บริษัทได้เริ่มต้นลงทุนภายในโรงถ่ายภาพยนตร์ เช่น
ท่ามกลางบริษัทที่เขาลงทุนเป็นไวอาคอม อินเตอร์แนชั่นแนล เขาได้ซื้อหุ้นของไวอาคอม ราคาไม่แพงแต่กำลังเพิ่มสูงขึ้น แนชั่นแนล อมิวส์เม้นท์ ได้สร้างอาณาจักรบริษัท บนพื้นฐานคุณค่าของความเป็นเจ้าของทรัพย์สินออกอากาศและเคเบิ้ลที่มั่นคงดี

479641

เมื่อ ค.ศ 1999 ไวอาคอมได้ประกาศการรวมบริษัทของพวกเขากับซีบีเอส
ข้อตกลงที่ยิ่งใหญ่ได้รวมเครือข่ายโทรทัศน์ของซีบีเอส สถานีทีวี 15 แห่ง
ของพวกเขา สถานีวิทยุมากกว่า 160 แห่ง และหลายอินเตอร์เนตไซต์
กับช่องเคเบิลที่มีชื่อเสียงของไวอาคอม เช่น เอ็มทีวี นิคเคิลโลเดียน โชว์
ไทม์ ทีเอ็นเอ็น สถานีโทรทัศน์ 19 แห่ง การผลิตภาพยนตร์และทีวี – พาราเมาท์ พิคเจอร์ การพิมพ์ – ไซมอน แอนด์ ชูสเตอร์ สวนสนุก และ
อย่างอื่น การรวมบริษัท 38 พันล้านเหรียญใหญ่กว่าการรวมบริษัท
ใดก็ตามก่อนหน้านี้ระหว่างบริษัทสื่อสองบริษัท
ต่อไวอาคอมแล้ว เนื้อหายังคงเป็นพระราชา ยักษ์ใหญ่สื่อใหญ่ที่สุดลำดับสองของโลก ได้ใช้นวัตกรรมทางการเงินและกลยุทธ์สร้างมหาอำนาจความบันเทิง
รวมธุริจตามแนวดิ่งและแนวนอน
เมื่อ ค.ศ 1987 แนชั่นแนล อมิวสเม้นท์ เจ้าของโรงภาพยนตร์โชว์เคส และมัลติเพลกซ์ ซีนีมา ได้ซื้อไวอาคอม ซีอีโอ ซัมเมอร์ เรดสโตน ได้ยึดครองเป็นหัวหน้าของไวอาคอม ด้วยการมาถึงของเรดสโตน การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ
ได้เกิดขึ้นภายในไวอาคอม ซัมเมอร์ โรดสโตน มีอายุ 64 ปี เมื่อเขายึดครอง
ไวอาคอม เขาเชื่อว่าเนื้อหาจะกลายเป็นสำคัญมากกว่ากลไกการจัดจำหน่าย
นี่เป็นปรัชญาเขาใช้เป็นรากฐานการเจริญเติบโตของไวอาคอม การมองหาธุรกิจใหม่เพื่อการพัฒนา ในไม่ช้าเขารับรู้ว่าการปฏิรูปไวอาคอมเป็นกลุ่ม
ธุรกิจสื่อที่ยิ่งใหญ่
ไวอาคอมเป็นบริษัทที่รวมธุรกิจตามแนวดิ่ง จุดที่เห็นได้ชัดภายในข้อเท็จจริงคือ ไวอาคอม เป็นเจ้าของบริษัทที่สร้างเนื้อหา และบริษัทอื่นที่จัดจำหน่ายความบันเทิง ไวอาคอมเป็นเจ้าของพาราเม้าท์ และสถานีโทรทัศน์หลายเเห่ง
เช่น บีเอที ซีเอ็มที เอ็มทีวี และนิคเคิลโลเดียน
ตัวอย่างเช่น พาราเม้าท์เป็นเจ้าของภาพยนตร์เอ็มทีวี สร้างภาพยนตร์และเป็นเจ้าของช่องโทรทัศน์ด้วย สามารถออกอากาศภาพยนตร์ของพวกเขา นี่เป็นตัวอย่างของการเสริมแรงสื่อด้วย เพราะว่าช่องเหล่านี้สามารถออกอากาศการโฆษณาต่อภาพยนตร์พาราเม้าท์อื่น หรือแม้แต่ราย
การโทรทัศน์อื่น ไวอาคอมเป็นบริษัทที่รวมธุรกิจตามแนวนอนด้วย
ซัมเมอร์ เรดสโตน เข้าใจว่าช่องหลายช่อง และอินเตอร์เน็ตเป็นนวัตกรรม
ที่สำคัญสองอย่างของศตวรรษที่แล้ว และจะครอบงำความบันเทิงโลก
ซัมเมอร์ เรดสโตนได้ตัดสินใจทำการซื้อบริษัทภายในต้น ค.ศ 1990 เริ่มต้นด้วยพาราเม้าท์ คอมมูนิเคชั่น บริษัทแม่ของพาราเม้าท์ พิคเจอร์ รวมทั้งไซมอน
แอนด์ ชูสเตอร์ 10 พันล้านเหรียญ เมื่อ ค.ศ 1993 และบอลคบัสเตอร์รวมทั้ง
สเปลลิ่ง เอนเตอร์เทนเม้นท์ 8.5 พันล้านเหรียญ เมื่อ ค.ศ 1994
ภายในสิ้นสุดของช่วงเวลานี้ ภายหลังการซื้อบริษัทเหล่านี้ ไวอาคอม ได้ปฏิรูปตัวมันเองจากการเป็นเพียงแค่บริษัทเคเบิ้ล ไปเป็นพระราชาของเนื้อหาทั่วทั้งทุกช่องทางการจัดจำหน่าย ซัมเมอร์ เรดสโตน ผู้เชื่อมั่นต่อการรักษาวัฒนธรรมของนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ กล่าวว่า เนื้อหาที่ยิ่งใหญ่
มาจากที่ไหน ความคิดสร้างสรรค์ และความคิดสร้างสรรค์มาจากที่ไหน จากบุคคลทำงานภายในสภาพแวดล้อมที่สร้างสรรค์ และเชื่อมโยงกับผู้นำที่สร้างสรรค์ เรารักษาระดับที่สูงของนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์
เพราะว่าเรามีระดับที่สูงของวินัยทางการเงิน
การรวมบริษัทตามแนวดิ่งเป็นการรวมของบริษัทสองบริษัทหรือมากกว่า
ทำหน้าที่ลูกโซ่อุปทานแตกต่างกันเพื่อผลิตภัณฑ์ ความมุ่งหมายของการ
รวมบริษัทตามแนวดิ่งเพิ่มการเสริมแรงระหว่างบริษัทสองบริษัท บ่อยครั้ง
การรวมบริษัทตามแนวดิ่งสร้างการเสริมแรง ควบคุมลูกโซ่อุปทานมากขึ้น
และเพิ่มจำนวนธุรกิจ การรวมบริษัทตามแนวดิ่งมักจะทำให้เกิดการลดต้นทุน
และเพิ่มประสิทธิภาพ การละเมิดกฏหมายห้ามการผูกขาดจะถูกอ้างถึงเมื่อการรวมบริษัทตามแนวดิ่งถูกวางแผนหรืือเกิดขึ้น เนื่องจากความเป็นไปได้ของการแข่งขันของตลาด
ลดลง
การรวมบริษัทตามแนวนอนเกิดขึ้นเมื่อบริษัทที่แข่งขันกันสองบริษัทรวมกันที่จะสร้างเป็นบริษัทเดียว ในขณะที่การรวมบริษัทตามแนวดิ่งเกิดขึ้นเมื่อบริษัทสองบริษัทภายในขั้นตอนของการผลิตแตกต่างกันรวมกันที่จะสร้างบริษัทเดียวกัน การรวมบริษัทตามแนวนอน บริษัทที่อยู่ ณ ระดับเดียวกันของลูกโซ่คุณค่าภายในอุตสาหกรรมรวมกัน การรวมบริษัทตามแนวนอนช่วยบริษัทขยายภายในขนาด สร้างความประหยัดจากขนาด เพิ่มอำนาจตลาดเหนือซัพพลายเออร์และผู้จัดจำหน่าย นำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลาย ลดการแข่งขันของตลาดลง และขยายตัวไปสู่ตลาดใหม่
การรวมบริษัทตามแนวดิ่งช่วยธุรกิจควบคุมขั้นตอนเริ่มแรกของลูกโซ่อุปทานของพวกเขา เช่น ซัพพลายเออร์จัดหาวัตถุดิบแก่ผู้ผลิต บริษัทสองบริษัทรวมกันตามแนวดิ่งจัดหาผลิตภัณฑ์แตกต่างกัน แต่อยู่ ณ ขั้นตอนที่แตกต่างกันของกระบวนการผลิต แต่กระนั้นทั้งสองบริษัทถูกต้องการ เพื่อการผลิตผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป การเสริมแรงสามารถถูกสร้างด้วยการรวมบริษัทตาม
แนวดิ่ง เนื่องจากบริษัทที่รวมกันมีคุณค่าสูงกว่าบริษัทเเยกจากกันสองบริษัท
แม้ว่าถ้อยคำของการรวมบริษัทตามแนวดิ่งและการรวมธุรกิจตามแนวดิ่ง
มักจะถูกใช้แทนกัน มันไม่ได้เป็นอย่างเดียวกันอย่างแท้จริง การรวมธุรกิจ
ตามแนวดิ่ง – การขยายการดำเนินงานไปสู่ขั้นตอนอื่นของกระบวนการลูกโซ่อุปทาน – สามารถเกิดขึ้นโดยไม่มีการรวมบริษัท ตัวอย่างเช่น ด้วยการรวมธุรกิจตามแนวดิ่ง บริษัทผลิตบันไดปีน สามารถผลิตอลูิมิเนียมของพวกเขาเองโดยไม่ซื้อมันจากซัพพลายเออร์ กลับกันการรวมบริษัทตามแนวดิ่งทำให้เกิดบริษัทผลิตและซัพพลายเออร์รวมบริษัทกัน
การรวมบริษัทตามแนวดิ่งสามารถดึงดูดอย่างมากเมื่อซับพลายเออร์และผู้ซื้อของบริษัทมีอำนาจมากเกินไปเหนือบริษัท แลใช้อำนาจของพวกเขายึดกำไรของบริษัทมากขึ้น ด้วยการซื้อซัพพลายเออร์หรือผู้ซื้อ ผู้บริหารสามารถลดหรือกำจัดอำนาจที่ซัพพลายเออร์หรือผู้ซื้อมีเหนือบริษัทได้
การพิจารณาการรวมธุรกิจตามเเนวดิ่งคู่ขนานโมเดลพลังห้าตัวของไมเคิล พอร์เตอร์ จะเเสดงการก้าวไปเหล่านี้สามารถสร้างโอกาสของกำไรสูงขึ้น
สภาวะของการแข่งขันภายในอุตสาหกรรมขึ้นอยู่กับพลังห้าตัว จุดเเข็ง
ร่วมกันของพลังเหล่านี้กำหนดศักยภาพกำไรในที่สุดของอุตสาหกรรม
บริษัทสามารถดำเนินการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งด้วยตัวพวกเขาเอง หรือผ่านทางการรวมและการซื้อบริษัท การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งเข้าใจได้ดีที่สุดด้วยการประยุกต์ใช้โมเดลลูกโซ่คุณค่าของไมเคิล พอร์เตอร์ การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งอ้างถึงระดับของการรวมระหว่างลูกโซ่คุณค่าของบริษัทและลูกโซ่คุณค่าของซัพพลายเออร์และผู้จัดจำหน่าย
การทำความเข้าใจบริษัทของเราสร้างคุณค่าอย่างไร และมองหาวิถีทางเพิ่มคุณค่า เป็นองค์ประกอบที่สำคัญภายในการพัฒนาข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน ไมเคิล พอร์เตอร์ ได้อธิบายแนวคิดเหล่านี้ภายในหนังสือที่มีอิทธิพล 1985 ของเขา “Competitive Advantage ” เขาได้แนะนำครั้งแรกของเเนวคิดลูกโซ่คุณค่า
ลูกโซ่คุณค่าเป็นกลุ่มของกิจกรรมที่บริษัทกระทำสร้างคุณค่าแก่ลูกค้าของพวกเขา ไมเคิล พอร์เตอร์ ได้เสนอแนะลูกโซคุณค่าโดยทั่วไปที่บริษัืทสามารถใช้พิจารณากิจกรรมทุกอย่างของพวกเขา และมองดูมันเชื่อมโยงกันอย่างไร วิถีทางของการทำลูกโซ่คุณค่าจะกำหนดต้นทุนและกระทบกำไร เครื่องมือนี้ช่วยให้เราเข้าใจแหล่งที่มาของคุณค่าแก่บริษัทของเรา

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *