การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งและเเนวนอน

การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งและเเนวนอน
ซัมเมอร์ เรดสโตนใช้ทั้งกลยุทธ์การรวมธุรกิจตามแนวดิ่ง และเเนวนอนสร้างอาณาจักรสื่อของเขาผ่านทางไวอาคอม และต่อมาซีบีเอส เขาได้มุ่งหมายที่จะควบคุมทุกขั้นตอนของการผลิต และการจัดจำหน่ายสื่อ จากการสร้างเนื้อหาไปสู่การจัดจำหน่าย มันเกี่ยวพันกับการซื้อบริษัทภายในขั้นตอนที่แตกต่างกันภายในอุตสาหกรรมสื่อเช่นการผลิตภาพภาพยนตร์
– พาราเม้าท์ พิคเจอร์ –
ซัมเมอร์ ได้ใช้การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งอย่างกว้างขวางภายในการสร้าง
อาณาจักรสื่อของเขา เขาได้ซื้อพาราเม้าท์ พิคเจอร์ เพื่อการการผลิตภาพ
ยนตร์ การซื้อบลอคบัสเตอร์ เพื่อที่จะควบคุมตลาดเช่าวีดีโอบ้าน ภายในการซื้อบลอคบัสเตอร์ โดยพื้นฐาน ซัมเมอร์ เรดสโต ได้ควบคุมการจัดจำ
หน่ายของเนื้อหาที่สร้างโดยพาราเมาท์ พิคเจอร์การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งนี้ มุ่งหมายที่จะทำกำไรสูงสุด โดยการควบคุมทุกขั้นตอนของกระบวนการความบันเทิง จากการผลิตไปสู่การจัดจำหน่ายการควบคุมทั้งการสร้างเนื้อ
หา – พาราเม้าท์ พิคเจอร์ – และการจัดจำหน่าย – บลอคบัสเตอร์ –
กลยุทธ์การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งนี้ทำให้เขาควบคุมลูกโซ่คุณค่าทั้งหมดจากการผลิตไปสู่ลูกค้า กลยุทธ์ของซัมเมอร์ เรดสโตน ของการซื้อทั้งพา
ราเมาท์ พิคเจอร์และบลอคบัสเตอร์ จะเป็นตัวอย่างคลาสสิคของการรวมธุรกิจตามแนวดิ่ง ตรงที่บริษัทควบคุมหลายขั้นตอนของการผลิตและการจัดจำหน่าย ซัมเมอร์ เรด สโตน ได้ใช้ถ้อยคำที่มีชื่อเสียงว่า เนื้อหาคือพระ
ราชา อธิบายความเชื่อของเขาภายในคุณค่าที่ยั่งยืนของการทำรายการ
ที่มีคุณภาพ ความเชื่อนี้ได้ถูกสะท้อนภายในกลยุทธ์ของเขาเพื่อการสร้าง
อาณาจักรสื่อ รวมทั้งไวอาคอมและซีบีเอส ผ่านทางการรวามธุรกิจตาม
แนวดิ่งและการรวมธุรกิจตามแนวนอน
ซัมเมอร์ เรดสโตน สนับสนุนอย่างสม่ำเสมอต่อความสำคัญของเนื้อหาเหนือการจัดจำหน่าย เขาเขื่อว่าเนื้อหาที่ดีที่สุดจะยั่งยืนและดึงดูดผู้ชม
ไม่ใช่ช่องทางการจัดจำหน่ายหรือเทคโนโลยี เป็นหัวใจต่อความสำเร็จ
ระยะยาวภายในสื่อ ถ้อยคำ เนื้อหาคือพระราชา ตรงกันข้ามกับความคิดว่าช่องทางการจัดจำหน่ายเป็นแรงขับเคลื่อนพื้นฐานเพื่อความสำเร็จ เขา
ได้ซื้อพาราเม้าท์ คอมมิวนิเคชั่น บริษัทแม่ของพาราเม้าท์ พิคเจอร์ การ
ขยายตัวอย่างสำคัญการควบคุมการสร้างเนื้อหาและการจัดจำหน่ายของ
เขา กลยุทธ์ของซัมเมอร์ เรดสโตน มุ่งที่การควบคุมวงจรชีวิตของเนื้อหา
ทั่งหมด จากการผลิต – พาราเม้าท์ พิคเจอร์ – ไปสู่การจัดจำหน่าย – เครือ
ข่ายเคเบิลของไวอาคอมและบลอคบัสเตอร์ –
ถ้อยคำพูดอ้างอิง เนื้อหาคือพระราชา ต้นกำเนิดจะมาจากบทความของ
ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ บิลล์ เกตต์ เขียนเมื่อ ค.ศ 1996 เขาได้อธิบายว่า
อนาคตของอินเตอร์เนต เป็นตลาดเพื่อเนื้อหา เนื้อหาเป็นตรงที่ผมคาดหวังว่าเงินจำนวนมาก ได้ถูกสร้างบนอินเตอร์เนตเมื่อมันได้ถูกออกอากาศ การปฏิรูปโทรทัศน์ที่ได้เริ่มต้นครึ่งศตวรรษที่เเล้ว มันได้แผ่ขยายจำนวนของอุตสาหกรรม รวมทั้งการผลิตชุดโทรทัศน์ แต่ผู้ชนะระยะยาวเป็นบุคคล
ที่ใช้สื่อจัดส่งข้อมูลและความบันเทิง

การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งเป็นการรวมของบริษัทสองบริษัททำหน้าที่ลูกโซ่อุปทานแตกต่างกันเพื่อผลิตภัณฑ์ การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งไปทางหลัง
เกิดขึ้นเมื่อบริษัทซื้อหรือควบคุมซัพพลายเออร์ การก้าวไปทางต้นน้ำภาย
ในลูกโซ่อุปทาน ผู้ผลิตรถยนต์อาจจะซื้อซัพพลายเออร์ผลิตวัตถุดิบหรือ
ชิ้นส่วน ในขณะที่การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งไปทางเหน้าเกิดขึ้นเมื่อบริษัทซื้อหรือควบคุมผู้จัดจำหน่ายและผู้ค้าปลีก การก้าวไปทางปลายน้ำ ผู้ผลิต
เสื้อผ้าอาจจะซื้อผู้ค้าปลีกเสื้อผ้า จุดสำคัญคือการรวมธุรกิจไปทางหน้าจะ
ก้าวบริษัืทไปใกล้แหล่งวัตถุดิบมากขึ้น ในขณะที่การรวมธุรกิจไปทางหน้า
ไปใกล้ลูกค้ามากขึ้น
การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งมีประวัติที่ยาวนาน ยุคของการปฏิวัติอุตสาห
กรรมเมื่อปลายศตวรรษที่ 19 มองเห็นการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งที่สำคัญ โดยเฉพาะภายในอุตสาหกรรมอย่างเช่นเหล็กและน้ำมันบริษัทเหมือนเช่นคาร์เนกี้ื สตีล และสแตนดาร์ด ออย ได้ใช้กลยุทธ์การรวมธุรกิจตามแนง
ดิ่งควบคุมกระบวนการผลิตทั้งหมดตั้งเเต่วัตถุดิบไปจนถึงการจัดจำหน่าย
การนำไปสู่อำนาจทางตลาดที่สำคัญ ตัวอย่างที่ดีเด่นจะมีทั้งการควบคุมอุตสาหกรรมเหล็กของเเอนดรูว์ คาร์เนกี้ จากการทำเหมืองแร่เหล็กไปสู่ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป และการครอบงำของอุตสาหกรรมน้ำมันของจอห์น รอคกี้เฟลเลอร์ จากการขุดเจาะน้ำมันไปสู่การกลั่นน้ำมัน
ความมุ่งหมายของการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งจะเพิ่มการเสริมแรงระหว่างบริษัทสองบริษัท บ่อยครั้งการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งได้สร้างการเสริมแรง ควบคุมลูกโซ่อุปทานมากขึ้น และเพิ่มจำนวนธุรกิจ การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งทำให้เกิดการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ การละเมิดกฏหมายห้ามการผูกขาดมักจะถูกอ้างถึงเมื่อการรวมธุรกิจตามแนวดิ่ง ถูกวางแผนหรืือเกิดขึ้น เนื่องจากความเป็นไปได้ของการแข่งขันของตลาดลดลง
การรวมธุรกิจตามแนวนอนเกิดขึ้น เมื่อบริษัทที่แข่งขันกันสองบริษัทรวมกันที่จะสร้างเป็นบริษัทเดียว ในขณะที่การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อบริษัทสองบริษัท ภายในขั้นตอนของการผลิตแตกต่างกัน รวมกันที่จะสร้างบริษัทเดียวกัน การรวมธุรกิจตามแนวนอนเกิดขึ้นเมื่อ บริษัทที่อยู่ ณ ระดับเดียวกันของลูกโซ่คุณค่าภายในอุตสาหกรรมรวมกัน การรวมธุรกิจตามแนวนอนจะช่วยบริษัทขยายขนาด สร้างความประหยัดจากขนาดเพิ่มอำนาจตลาดเหนือซัพพลายเออร์ และผู้จัดจำหน่าย นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่
หลากหลาย ลดการแข่งขันของตลาดลง และขยายตัวไปสู่ตลาดใหม่
การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งจะช่วยธุรกิจควบคุมขั้นตอนเริ่มแรกของลูกโซ่อุปทานของพวกเขา เช่น ซัพพลายเออร์จัดหาวัตถุดิบแก่ผู้ผลิต บริษัทสองบริษัทรวมกันตามแนวดิ่งจัดหาผลิตภัณฑ์แตกต่างกัน แต่อยู่ ณ ขั้นตอนที่แตกต่างกันของกระบวนการผลิต แต่กระนั้นทั้งสองบริษัทถูกต้องการ เพื่อการผลิตผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป การเสริมแรงสามารถ ถูกสร้างด้วยการรวมธุรกิจตามแนวดิ่ง เนื่องจากบริษัทที่รวมกันมีคุณค่า สูงกว่าบริษัทเเยกจากกันสองบริษัท
การพิจารณาการรวมธุรกิจตามเเนวดิ่งคู่ขนานกับโมเดลพลังห้าตัวของไมเคิล พอร์เตอร์ เเสดงการก้าวไปเหล่านี้สามารถสร้างโอกาสของกำไรสูงขึ้น สภาวะของการแข่งขันภายในอุตสาหกรรมขึ้นอยู่กับพลังห้าตัวจุดเเข็งร่วมกันของพลังเหล่านี้สามารถกำหนดศักยภาพการทำกำไรในที่สุดของอุตสาหกรรม บริษัทสามารถดำเนินการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งด้วยตัวพวกเขาเอง หรือผ่านทางการรวมและการซื้อบริษัทการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งเข้าใจได้ดีที่สุดด้วยการประยุกต์ใช้โมเดลลูกโซ่คุณค่าของไมเคิ พอร์เตอร์
การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งอ้างถึงระดับของการรวมระหว่างลูกโซ่คุณค่าของบริษัทและลูกโซ่คุณค่าของซัพพลายเออร์และผู้จัดจำหน่าย การทำ
ความเข้าใจบริษัทของเราสร้างคุณค่าอย่างไรและการมองหาวิถีทางเพิ่มคุณค่า เป็นองค์ประกอบที่สำคัญภายในการพัฒนาข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน ไมเคิล พอร์เตอร์ อาจารย์คณะบริหารธุรกิจฮาร์วาร์ด ได้อธิบายแนวคิดเหล่านี้ภายในหนังสือที่มีอิทธิพล 1985 ของเขา “Competitive Advantage ”
ถ้อยคำ “ลูกโซ่คุณค่า” ถูกสร้่างครั้งเเรกเมื่ิอ ค.ศ 1985 โดยไมเคิล พอร์เตอร์ ภายในหนังสือเล่มนี้ของเขา บทที่สองของมันจะเปิดตัวด้วยข้อความต่อไปนี้ การแนะนำสิ่งที่พอร์เตอร์เรียกว่า ลูกโซ่คุณค่า ” ข้อได้เปรียบทาง
การแข่งขันไม่สามารถเข้าใจโดยการมองที่บริษัทโดยส่วนรวม มันจะเกิด
ขึ้นจากกิจกรรมที่ไม่ต่อเนื่องกันหลายอย่างที่บริษัทได้กระทำภายในการออกแบบ การผลิต การตลาด การส่งมอบ และการสนับสนุนผลิตภัณฑ์
ของมัน”
ไมเคิล พอร์เตอร์ ได้แนะนำครั้งแรก เเนวคิดลูกโซ่คุณค่า ลูกโซ่คุณค่า
เป็นกลุ่มของกิจกรรมที่บริษัทได้กระทำสร้างคุณค่าแก่ลูกค้าของพวกเขา
เขาได้เสนอแนะลูกโซคุณค่าโดยทั่วไปที่บริษัืทได้ใช้พิจารณากิจกิจกรรมทุกอย่างของพวกเขา และมองดูมันเชื่อมโยงกันอย่างไร วิถีทางของการทำลูกโซ่คุณค่าจะกำหนดต้นทุนและกระทบกำไรเครื่องมือนี้จะช่วยให้เราเข้าใจแหล่งที่มาของคุณค่าแก่บริษัทของเรา

การรวมธุรกิจตามแนวนอนและการรวมธุรกิจแนวดิ่งเป็นกลยุทธ์ที่ถูกใช้โดยธุรกิจภายในอุตสาหกรรม หรือกระบวนการผลิตเดียวกัน เมื่อบริษัทต้องการจะเจริญเติบโตด้วยการรวมธุรกิจตามแนวนอน บริษัทมุ่งหมายที่ะซื้อบริษัทอย่างเดียวกันภายในอุตสาหกรรมเดียวกัน บริษัทได้ใช้การรวมธุรกิจตามแนวนอนเพื่อที่จะเพิ่มขนาดของของพวกเขา นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย บรรลุความประหยัดจากขนาด หรือลดการแข่งขันให้น้อยลง พวกเขาอาจจะต้องการเข้าไปสู่ลูกค้าหรือตลาดใหม่รวมทั้งตลาดต่างประเทศ
การรวมธุรกิจตามแนวนอน ได้สร้างชื่อเสียงโดยสแตนดาร์ด ออย ของ จอห์น รอคกี้เฟลเลอร์ สแตนดาร์ด ออยส์ ได้ซื้อโรงงานกลั่นน้ำมันอื่นประมาณ 40 โรง เพื่อการผูกขาดอุตสาหกรรมน้ำมัน บริษัทที่ใช้การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งซื้อบริษัทที่ดำเนินภายในกระบวนการผลิตของอุตสาห
กรรมเดียวกัน เหตุผลที่สำคัญบางอย่างทำไมบริษัทได้ใช้การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งคือ การทำให้ลูกโซ่อุปทานของพวกเขาเข้มแข็งขึ้นการลดต้น
ทุนการผลิต การยึดกำไรจาก ต้นน้ำและปลายน้ำ ภายในการรวมธุรกิจตามแนวดิ่ง บริษัทอาจจะซื้อบริษัทอื่นที่อยู่ข้างหน้าหรือข้างหลังภายในกระบวนการลูกโซ่อุปทาน
ตัวอย่างคลาสสิคคือ คาร์เนกี้ สตีล ของแอนดรูว์ คาร์เนกี้ ไม่เพียงแต่ซื้อ
เหมืองแร่เหล็กที่จะมั่นใจอุปทานของวัตถุดิบแล้วพวกเขาได้ซื้อรถไฟเพื่อการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ อย่างเข้มแข็งด้วย การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งช่วยให้คาร์เนกี้ สตีล ผลิตเหล็กได้ถูกลง และได้สร้างอำนาจภายในตลาด เมื่อปลาย ค.ศ 1800 คาร์เนกี้ สตีล จะเป็นผู้บุกเบิกรายหนึ่งภายในการใช้การรวมธุรกิจตามแนวดิ่ง
พวกเขาจะดำเนินทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องทำกับการผลิตเหล็ก ตั้งแต่การทำเหมืองแร่ ไปสู่การผลิต ไปสู่การจัดจำหน่าย คาร์เนกี้ สตีล จะควบคุมทุกด้านการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งที่ได้ช่วยให้ธุรกิจเจริญเติบโตอย่างมาก คาร์
เนกี้สตีล ได้กลายเป็นธุรกิจใหญ่ที่สุด ณ เวลานั้น คาร์เนกี้ สตีล ได้ควบคุมเหมืองแร่เหล็ก วัตถุดิบที่สำคัญของการผลิตเหล็ก เหมืองถ่านหินเชื้อเพลิงเพื่อการผลิตเหล็กและรถไฟเพื่อการขนส่งวัตถุดิบไปยังโรงงานเหล็ก การควบคุมทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต รับรองความมั่นคงและคุณภาพของวัตถุดิบที่สำคัญ ด้วยการใช้การรวมธุรกิจตามแนวดิ่ง คาร์เนกี้ สตีล สามารถบรรลุประสิทธิภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนภายในอุตสาหกรรมเหล็ก
การรวมธุรกิจตามแนวนอนจะเป็นการปฏิบัติทางธุรกิจภายในศตวรรษที่สิบเก้าที่รู้จักกันเป็นการผูกขาด ตัวอย่างที่ดีมากของศตวรรษที่สิบเก้าคือ สแตนดาร์ด ออย ของจอห์น รอคกี้เฟลเลอร์ เขาได้ซื้อบริษัทหลายบริษัท และแม้แต่ทำให้บริษัทบางบริษัืทออกไปจากธุรกิจ เขาต้องการจะเป็นบุค
คลเดียวที่ขายน้ำมัน เริ่มแรกสแตนดาร์ด ออย เดินตามเส้นทางของการรวมธุรกิจตามแนวนอน ต่อมาภายในประวัติของพวกเขาได้เปลี่ยนแปลงไปสู่การรวมธุรกิจตามแนวดิ่ง ครั้งหนึ่งเมื่อจอห์น รอคกี้เฟลเลอร์ได้ซื้อหุ้นส่วนของเขา ที่จะควบคุมสแตนดาร์ด ออยอย่างมีประสิทธิภาพ
เขาได้ใช้ทั้งการรวมธุรกิจตามแนวนอนเเละการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งที่จะขยายธุรกิจ เขาได้เจริญเติบโตตามแนวนอนด้วยการซื้อโรงกลั่นน้ำมันคู่แข่งขัน และแนวดิ่ง ด้วยการซื้อขั้นตอนทุกขั้นของการผลิตน้ำมัน อย่าง เช่น การซื้อเครือข่ายท่อขนส่งน้ำมัน รถถังน้ำมันบรรทุกรถไฟ สิ่งอำนวยความสะดวกของสถานีและโรงงานผลิตถังน้ำมันธุรกิจกำลังมองหาวิธีการที่จะลดต้นทุนและควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ของพวกเขาอยู่เสมอ
บริษัทสามารถสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน ด้วยการรวมขั้นที่ตอนแตกต่างกันของกระบวนการผลิตและลูกโซ่อุปทานภายในธุรกิจของพวกเขา นี่จะถูกเรียกกันว่าการรวมธุรกิจตามแนวดิ่ง การรวมธุรกิจตามแนวดิ่ง สามารถถูกเข้าใจได้ดีด้วยการประยุกต์ใช้โมเดลลูกโซ่คุณค่าของไมเคิล พอร์เตอร์ การรวมธุรกิจตามแนวดิ่ง อ้างถึงระดับของการรวมกันระหว่างลูกโซ่คุณค่าของบริษัท และลูกโซ่คุณค่าของซัพพลายเออร์และผู้จัดจำ
หน่ายของพวกเขา
ไมเคิล พอร์เตอร์ ได้อธิบายการประเมินและการสร้างข้อได้เปรียบทาง
ทางการแข่งขันด้วยต้นทุนต่ำ หรือด้วยความแตกต่าง ไมเคิล พอร์เตอร์ ได้ถูกมองว่าเป็นบิดาของกลยุทธ์ เขาจะเป็นนักคิดทางธุรกิจคนหนึ่งที่มีอิทธิพลมากที่สุดภายในโลก เเนวคิดของไมเคิล พอร์เตอร์ อย่างเช่นข้อ
ได้เปรียบทางการแข่งขัน การสร้างคุณค่า โครงสร้างอุตสาหกรรม และลูกโซ่ลูกคุณค่า ได้สร้างรากฐานของกลยุทธ์และการแข่งขันวันนี้ เหตุผลเชิงกลยุทธ์ของการใช้การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งได้เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ระหว่างศตวรรษที่สิบเก้าบริษัทได้ใช้การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งที่จะบรรลุความประหยัดจากขนาดระหว่างกลางศตวรรษที่ยี่สิบการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งได้ถูกใช้ที่จะรับรองอุปทานที่สม่ำเสมอของวัตถุดิบ

ไวอาคอม ในขณะนี้เป็นส่วนหนึ่งของพาราเม้าท์ โกลเบิล จะเป็นผู้เล่นราย
สำคัญภายในอุตสาหกรรมสื่อและความบันเทิงโดยพื้นฐานมุ่งที่ โทรทัศน์
และภาพยนตร์ มันได้ผ่านการรวมและการซื้อบริษัทหลายครั้ง รวมทั้งการ
รวมบริษัทครั้งสำคัญกับซีบีเอส การนำไปสู่การสร้างไวอาคอมซีบีเอส แล้ว
ได้ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่ ป็นพาราเมาท์ โกลเบิ้ล เรื่องราวของไวอาคอมภายในอุตสาหกรรมสื่อและความบันเทิง ถูกแสดงให้เห็นโดยการรวม และการซื้อบริษัทอย่างกว้างขวาง
ซัมเมอร์ เรดสโตน เป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ภายในอุตสาหกรรมสื่อและความบันเทิง ถูกรู้จักกันต่อการสร้างอาณาจักรสื่อรวมทั้งไวอาคอม ซีบีเอส และพาราเม้าท์ พิคเจอร์ ผ่านทางบริษัทของเขา แนชั่นเเนล อมิวสเม้นท์เขาเริ่มต้นด้วยลูกโซ่โรงภาพยนตร์จอดรถดู และได้ขยายตัวมัน ไปสู่กลุ่มธุรกิจสื่อที่สำคัญ บริษัทของซัมเมอร์ เรดสโตน แนชั่นแนล อมิวส์เม้นท์ กลาย
เป็นรากฐานที่อาณาจักรสื่อของเขาได้ถูกสร้าง
เรื่องราวของซัมเมอร์ เรดสโตนเกี่ยวกับนักธุรกิจคนหนึ่งที่ได้ปฏิรูปธุรกิจ
ครอบครัวไปสู่ยักษ์ใหญ่สื่อ มรดกของเขามีทั้งพลวัตรของครอบครัว และ
การต่อสู้การสืบทอด การต่อสู้เพื่อการควบคุมของอาณาสื่อของเขาภายหลังจากที่สุขภาพของเขาได้ทรุดตัวลง เขาได้สร้างอาณาจักสื่อ ผ่านทางการวมและการซื้อบริษัท จนกลายเป็นบุคคลที่สำคัญของการสร้างสภาพ
เเวดล้อสื่อและความบันเทิง และเขาได้นำลำดับของการซื้อบริษัทที่สำคัญรวมทั้งพารามาเม้าท์ พิคเจอร์ และบลอคบัสเตอร์ การปฏิรูปไวอาคอมไปสู่กลุ่มธุรกิจสื่อที่ยิ่งใหญ่ ไวอาคอมได้ รวมบริษัทกับซีบีเอสเมื่อ ค.ศ 2000
การสร้างอาณาจักรสื่อที่กว้างใหญ่
บริษัทสื่อและความบันเทิง – เอ็มแอนด์อี – กำลังเลือกการรวมและการซื้อบริษัท – เอ็ม แอนด์ เอ – เร่งความเร็วการเจริญเติบโตของตลาดและสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงาน เรากำลังเข้าไปสู่คลื่นลูกใหม่ของเอ็ม แอนด์ เอ ภายในอุตสาหกรรมสื่อและความบันเทิง บริษัทเอ็ม แอนด์ อีสามารถใช้เอ็ม แอนด์ เอ ได้มาของเนื้อหา ลูกค้า และความสามารถที่พวกเขาได้สร้างความแตกต่างอย่างไร ท่ามกลางการลบล้างของอุตสาหกรรมและการปฏิ
รูป บริษัทเอ็ม แอนด์ อี กำลังมองหาเอ็ม เเอนด์ เอ ที่จะเติมห้องสมุดเนื้อหาและสนับสนุนเทคโนโลยี
ทุกสองทศวรรษ การเปลี่ยนแปลงทางตลาดที่สำคัญพลิกโฉมใหม่บุคคลบริโภคเนื้อหาอย่างไร จากวอลคกี้ ทอลคกี้ภายในปลาย ค.ศ 1920 ไปสู่การแพร่ภาพโทรทัศน์เมื่อ ค.ศ 1950 จากเคเบิ้ลทีวีเมื่อปลาย ค.ศ 1970 ไปสู่วีดีโอบนหน้าจอเมื่อ ค.ศ 1990 แต่การลบล้างเกิดจากบริษัเทคโนโลยีได้เข้ามาสู่พื้นที่สื่อและความบันเทิงภายในไม่กี่เพียงทศวรรษกำลังกระตุ้นการปฏิรูปอย่างไม่เคยมีมาก่อน
บริษัทเอ็ม แอนด์ อี ไอคอน ได้ยืดหยุ่นมายาวนาน ท่ามกลางการลบล้าง เเต่ด้วยแนวโน้มการบริโภคและการจัดจำหน่ายเนื้อหาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากขึ้น เราจะไม่มีการรับประกันของความอยู่รอด เหตุผลที่สำคัญอย่างหนึ่งทำไมตราสินค้าสื่อและความบันเทิงที่มีชื่อเสียงกำลังรวมทีมและ
มองหาการรวมทรัพย์สินเ ที่จะทำให้ตำแหน่งของพวกเขาเข้มแข็งขึ้น และการตระเตรียมเพื่อยุคใหม่เพื่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้
บริษัทเอ็ม แอนด์ อี ใช้เอ็ม แอนด์ เอ อย่างสม่ำเสมอ รักษาข้อได้เปรียบ
ทางการแข่งขัน และยังคงจะมีธุรกิจที่ไม่ล้าสมัยในอนาคต นับตั้งแต่ ค.ศ 2014 บริษัทได้ดำเนินการ มากกว่า 700 พันล้านเหรียญกับข้อตกลงเอ็ม แอนด์ เอ ทั่วทั้งภาคสื่อและความบันเทิง แสดงโดยธุรกรรมเหมือนเช่นการซื้อทเวนตี้ เฟริสต์ เซ็นจูรี่ ฟอกซ์ ของวอล์ท ดีสนีย์ และเอที แอนด์ ที ซื้อไทม์ วอร์เนอร์
เอ็ม แอนด์ เอ : การรวมบริษัทและการซื้อบริษัท เป็นถ้อยคำโดยทั่วไปที่ได้ถูกใช้อธิบายลักษณะของการบริหารที่เกี่ยวพันกับการซื้อการขายและ
การรวมกันของบริษัท ส่วนใหญ่มันมักจะเกี่ยวพันกับการรวมธุรกิจโดยรูปแบบสองอย่างคือ การรวมบริษัท และการซื้อบริษัท แม้ว่าถ้อยคำสองคำนี้มักจะถูกใช้แทนกัน แต่ที่จริงแล้ว มันจะมีความหมายแตกต่างกันเล็กน้อย เมื่อบริษัทหนึ่งไปซื้ออีกบริษัทหนึ่ง และกำหนดตัวเองเป็นเจ้าของใหม่ เราจะเรียกว่าการซื้อบริษัท ไม่มีบริษัทใหม่สร้างขึ้นมา เพราะว่าบริษัทที่ซื้อจะรักษาและเพียงแต่รวมบริษัทอื่นที่ซื้อเข้ามาเท่านั้น บริษัทที่ถูกซื้อจะรักษาเอกลักษณ์เป็นธุรกิจของพวกเขาไว้ เเต่มันจะอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทที่ซื้อ
ตรงกันข้ามการรวมบริษัทจะอธิบายบริษัทสองบริษัทประมาณขนาดเท่ากันได้ร่วมกัน ที่จะสร้างบริษัทใหม่ ไม่ใช่แยกเจ้าของ และการดำเนินงานออกจากกัน การกระทำนี้จะถูกเรียกว่า การรวมบริษัทอย่างเสมอภาค การรวมบริัษัทเป็นการรวมธุรกิจที่บริษัทสองบริษัทได้ร่วมกัน ที่จะสร้างบริษัทใหม่
โดยทั่วการซื้อบริษัทบางครั้งถูกเรียกว่าการยึดครองบริษัทมีความหมายเป็นลบมากกว่าการรวมบริษัท ด้วยเหตุนี้บริษัทที่ซื้ออาจจะอ้างถึงการซื้อบริษัทเป็นการรวมบริษัท แม้ว่ามันจะเป็นการยึดครองบริษัทอย่างชัดเจน
การซื้อบริษัทเกิดขึ้นเมื่อบริษัืทหนึ่งยึดครองการตัดสินใจการดำเนินงานทุกอย่างของอีกบริษัทหนึ่ง
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







