INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

บทบาทอิหร่านกับกลุ่มติดอาวุธตาลีบันและสันติภาพอัฟกานิสถาน

 

บทบาทอิหร่านกับกลุ่มติดอาวุธตาลีบันและสันติภาพอัฟกานิสถาน

 

ดร.ประเสริฐ สุขศาสน์กวิน

คณะรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

 

ทันทีที่ภาพข่าวการรุกคืบของกองกำลังกลุ่มติดอาวุธตาบิลัน (Taliban) เข้ายึดพื้นที่ในอัฟกานิสถานมากกว่า 80%  และว่ากันว่าได้ยึดเมืองใหญ่ๆของอัฟกานิสถานหลายเมืองอีกด้วย ทำให้กระแสความสนใจต่อประเทศอัฟกานิสถานของคนไทยมากขึ้น อยากรู้เรื่องของประเทศอัฟกานิสถานมากขึ้น กอรปกับมีดราม่าในโลกทวิตเตอร์ได้ขึ้นแฮชแท็ก #IRoanAlone  ได้วิจารณ์กรณีที่ ยูทูเปอร์ชื่อดัง มิ้นท์ ไอโรม อะโลน เดินทางไปทำคอนเทนต์ที่ประเทศอัฟกานิสถาน และยังโพสต์ข้อความว่า” อัปเดต ตอลิบานโจมตีใกล้สนามบินที่อยู่ ตอนนี้ไฟลต์แคนเซิลหมดแล้วค่ะ พรุ่งนี้ไม่รู้ยังไง…..”ยิ่งทำให้คนไทยและคนติดตามยูทูเปอร์สาวนั้นเข้ามาคอมเม้นท์และสนใจการรุกคืบของกลุ่มติดอาวุธตาลีบันและสนใจการเมืองประเทศอัฟกานิสถานมากขึ้นอย่างไม่เคยเกิดมาก่อนเลยทีเดียว

สื่อกระแสหลักยังได้กระพือข่าวความวิกฤติอัฟกานิสถานอย่างต่อเนื่องแบบที่ว่าไม่กระพริบตากันเลยทีเดียว ทำให้การเมืองระหว่างประเทศที่ติดกับอัฟกานิสถานอย่างประเทศอิหร่านร้อนแรงทันที ถึงกับมีการแถลงการณ์จากสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำกรุงคาบูล และสถานกงสุลใหญ่ เมืองเฮรัตว่าให้ประชาชนชาวอิหร่านหลีกเลี่ยงการเดินทางมายังอัฟกานิสถานในช่วงเวลานี้ เพราะเป็นสถานการณ์ที่รุนแรงและไม่ปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านศึกษามองว่าระยะเวลาการยึดครองอัฟกานิสถานของสหรัฐฯและพันธมิตร(นาโต้) คือภัยคุมคามในภูมิภาคและต่ออิหร่าน และมองว่าคาดหวังอะไรไม่ได้กับรัฐบาลอัฟกานิสถานที่ตั้งโดยสหรัฐฯ(เป็นรัฐบาลเงาของสหรัฐฯ)และท่าทีของกลุ่มไอเอส(IS)ก็มีพื้นที่ในอัฟกานิสถานและยังได้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ต่างๆอยู่ โดยเฉพาะในชุมชนมุสลิมนิกายชีอะห์ ซึ่งอิหร่านได้ให้การสนับสนุนและปกป้อง และอิหร่านมองว่า รัฐบาลเงาของสหรัฐฯ(รัฐบาลอัฟกานิสถานแอบให้พื้นที่แก่กลุ่มรัฐอิสลาม)  ดังที่มีบทสัมภาษณ์หนึ่งของนักการเมืองผู้เชี่ยวชาญด้านอัฟกานิสถาน ดร.มะมูด รีซอ อะมีนี กลุ่มการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยม(กลุ่มรัฐบาลอิหร่านปัจจุบัน)ได้กล่าวถึงท่าทีอิหร่านต่อกลุ่มตาลีบันไว้น่าสนใจว่า อิหร่านได้มีจุดยืนและมองว่า อัฟกานิสถานจะต้องมีสันติภาพและเสรีภาพ ต้องไม่ถูกครอบงำโดยสหรัฐฯ  ในขณะเดียวกันต้องยอมรับว่ากลุ่มตาลีบันได้เข้ากระชับพื้นที่เกือบทั้งหมด และมีทีท่าว่าจะรุกคืบเข้าเมืองใหญ่ๆสำคัญอย่างคาบูลอีกด้วย ซึ่งเป็นนโยบายหลักของตาลีบัน  และด้วยกับการถอนทหารออกของสหรัฐฯและกลุ่มพันธมิตรยิ่งทำให้กลุ่มตาลีบันมีจุดได้เปรียบมากขึ้น

ในขณะเดียวกันสื่อกระแสหลักที่กำหนดโดยชาติมหาอำนาจพยายามจะนำภาพจำหรือภาพลักษณ์ของความสุดโต่งและความรุนแรงของกลุ่มตาลีบันกลับมาในพื้นที่สื่ออีกครั้งและสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาคมโลก เพื่อโฆษณาชวนเชื่อว่า กลุ่มตาลีบันคือกลุ่มก่อการร้ายไม่ต่างอะไรไปกับกลุ่มรัฐอิสลาม(ไอเอส)และพยายามหาจุดเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มตาลีบันกับกลุ่มอัลกออีดะห์บ้างหรือกับกลุ่มไอเอสบ้าง ทั้งๆที่กลุ่มตาลีบันใหม่หรือที่เรียกกันว่ากลุ่มตาลีบัน2.1(ตอลีบัน2021)มีอุดมการณ์แตกต่างกับกลุ่มไอเอสเสียด้วยซ้ำ

นักวิเคราะห์มองอีกว่า กลุ่มตาลีบันใหม่นี้ ถือว่ากลุ่มไอเอสคือภัยคุกคามอัฟกานิสถานและกลุ่มไอเอสยังได้รับการสนับสนุนอย่างลับๆจากรัฐบาลคาบูลที่มีสหรัฐฯอยู่เบื้องหลังเสียด้วยซ้ำ

อิหร่านมองว่า กลุ่มตาลีบันไม่ใช่กลุ่มก่อการร้ายเหมือนกับกลุ่มไอเอส(กลุ่มรัฐอิสลาม) และยังไม่มีรายงานเป็นที่ชัดว่ากลุ่มตาลีบันได้ร่วมมือและเป็นพันธมิตรกับกลุ่มไอเอส  แต่สายข่าวรายงานว่า กลุ่มตาลีบันได้สกัดขั้นการใช้พื้นที่ของกลุ่มไอเอสในการปฎิบัติก่อการร้ายในอัฟกานิสถานเสียด้วยซ้ำ นายมะมูด รีซอ อะมีนี กล่าว

นายอะมีนีกล่าวอีกว่า กลุ่มตาลีบันพยายามจะมิให้กลุ่มไอเอสทำการก่อการร้ายในอัฟกานิสถานหรือให้พื้นที่แก่กลุ่มไอเอสเด็ดขาด ดังที่ได้มีการเจราจากันกับจีน รัสเซียและอิหร่าน  เพราะว่ากลุ่มไอเอสได้แสวงหาพื้นที่เฉพาะที่เป็นเป้าหมายที่เอื้อต่อผลประโยชน์สหรัฐและอิสราเอลเท่านั้น

ตาลีบันวันนี้(2021)กับตาลีบันอดีตมีความต่างกันทั้งมิติอุดมการณ์และยุทธศาสตร์  นั่นคือว่า ตาลีบันวันนี้พวกเขาต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงและสันติภาพในอัฟกานิสถาน โดยที่พวกเขาจะเป็นผู้กำหนดอนาคตของประเทศและประชาชนอัฟกานิสถานเอง  และตาลิบันวันนี้ปรับตัวไม่สุดโต่ง มีการยอมรับโลกสมัยใหม่มากขึ้น และการที่เราอิหร่านกล่าวเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่า เราจะปกป้องหรือสนับสนุนกลุ่มตาลีบันนะ นายอะมีนีกล่าวย้ำ

 

ท่าทีอิหร่านต่อกลุ่มติดอาวุธตาลิบัน

อิหร่านถือว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านกับอัฟกานิสถานที่มีความสัมพันธ์อันดีตลอดมาตั้งแต่อดีต มีความคล้ายและเหมือนกันหลายๆ มิติ ไม่ว่าวัฒนธรรมหรือภาษาที่ดูจะเข้าใจกันได้ (ภาษาเปอร์เซียกับภาษาดารีหรือเรียกกันว่าฟัรซีอัฟกัน ถึงแม้จะมีสำเนียงจะแตกต่างกันอยู่ก็ตาม) ดังนั้นอิหร่านถือว่าตัวแสดงสำคัญไม่น้อยถ้ามองในด้านภูมิรัฐศาสตร์ และยังมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการเมืองของอัฟกานิสถาน และปฏิเสธไม่ได้ว่าวันนี้อิหร่านคือตัวแสดงสำคัญของการเมืองระหว่างประเทศและต่อกลุ่มตาลิบัน กรอปกับมีได้รายงานข่าวแบบไม่ลับว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2021ที่ผ่านมา อิหร่านยังได้เปิดบ้าน เพื่อให้ตัวแทนของตาลิบันและรัฐบาลอัฟกานิสถานพูดคุยและแสดงหาสันติภาพร่วมกัน ยิ่งเกิดคำถามต่อการเมืองอัฟกานิสถานและต่อกลุ่มตาลิบันว่า อิหร่านมีบทบาทอย่างไรต่อการเจรจาสันติภาพ? อิหร่านมีจุดยืนอย่างไรกับกลุ่มตาลิบัน? และความสัมพันธ์ระหว่างรัฐของสองประเทศไปในทิศทางใด? ในขณะที่อิหร่านได้สนับสนุนมุสลิมนิกายชีอะห์ในอัฟกานิสถานและยังปกป้องและให้การช่วยเหลือกลุ่มชีอะห์ อีกด้านหนึ่งก็มีข้อตกลงการลงทุนด้านต่างๆ ในประเทศอัฟกานิสถานหลายร้อยล้านดอลลาร์อีกด้วย และอิหร่านยังรับผู้อพยพชาวอัฟกานิสถานหลายล้านคนอยู่ในประเทศ

ถ้าย้อนดูการปรากฏของกลุ่มติดอาวุธตาลิบันในอัฟกานิสถาน จากปี ค.ศ.1994  กลุ่มตาลิบันต้องการจะนำหลักกฏหมายชะรีอะห์มาปกครองในอัฟกานิสถานในระบอบอะมีร(ระบบผู้นำอิสลาม)  หลังจากนั้นพวกเขาได้เริ่มขยายอำนาจอย่างรวดเร็วจากภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ และในเดือน ก.ย. ปี 1995 ตาลีบันยึดจังหวัดเฮรัต ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนอิหร่าน และ 1 ปีหลังจากนั้น ก็เข้ายึดกรุงคาบูล เมืองหลวงอัฟกานิสถานสำเร็จ หลังโค่นประธานาธิบดี บูร์ฮานุดดีน รอ๊บบานี หนึ่งในผู้ต่อตั้งกลุ่มมุญาฮิดีน   และในปี ค.ศ. 1996 กลุ่มตาลีบันยึดครองอัฟกานิสถานได้เกือบ 90% และได้เปลี่ยนการปกครองในประเทศอัฟกานิสถานเป็นระบอบผู้นำอามีรอิสลาม(Islamic Emirate of Afghanistan) หลังเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน  2001 รัฐบาลตาลีบันถูกโค่นลงโดยปฏิบัติการเสรีภาพยั่งยืน (Operation Enduring Freedom) โดยการนำของสหรัฐฯและพันธมิตรร่วมด้านความมั่นคงนานาชาติ (International Security Assistance Force) นำโดยนาโต้

 

นักวิเคราะห์มองท่าทีของอิหร่านได้เปลี่ยนไปต่อจุดยืนในการสัมพันธ์กับกลุ่มตาลิบัน  ถ้าย้อนดูก่อนหน้านั้นอิหร่านมีจุดยืนและท่าทีต่อต้านและแข็งกร้าวไม่เห็นด้วยกับกลุ่มสุดโต่งตาลิบันในยุคเรืองอำนาจในปี ค.ศ.1996 เพราะว่า กลุ่มตาลิบันได้อ้างแนวคิดอิสลามหรือระบอบอิสลามแบบสุดขั้วและสุดโต่ง และยังถือว่าเป็นกลุ่มที่ตีความคำสอนอย่างผิดๆ และขัดแย้งกับหลักการ เช่น บังคับมิให้สตรีออกจากบ้านหรือห้ามเด็กสตรีเรียนหนังสือ  นอกจากนี้ กลุ่มตาลีบันยังห้ามไม่ให้มีการดูทีวี ฟังเพลง หรือดูหนังอีกด้วย และต่อต้านการให้เด็กผู้หญิงที่อายุ 10 ขวบ และ ห้ามไปโรงเรียน ยังได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงและที่ยอมรับไม่ได้เลยคือการทำลายสิ่งก่อสร้างทางวัฒนธรรมในหลายกรณี รวมถึงเมื่อปี 2001 พวกเขาทำลายพระพุทธรูปบามิยันอันโด่งดัง  ถึงแม้จะมีเสียงประณามจากนานาชาติก็ตาม

ยุคแรกๆอิหร่านไม่ยอมรับกลุ่มตาลิบันในการปกครองอัฟกานิสถาน แต่อิหร่านกลับให้การสนับสนุนและยอมรับกลุ่มพันธมิตรฝ่ายเหนือ ประกอบด้วยกลุ่มญามิอะฮ์อิสลามี กลุ่มของนายพล มุฮัมมัด กาซิม ฟาฮีม (กลุ่มมุญาฮิดีนเดิม), ยุมบิช มิลลี่ หรือขบวนการอิสลามแห่งชาติ,  พรรคชีอะห์ ฮะซะร่า ฮิซบี วะดัต ,กลุ่มชูรอ  อินาซาร์, และกลุ่มของเมาวะลี มุฮัมมัด ยูบิสตอลิส  ได้ร่วมกันต่อต้านและต่อสู้กับรัฐบาลตาลิบันตั้งแต่ปีค.ศ.1996     และอิหร่านมองว่าการดำรงอยู่ของกลุ่มตาลิบันในช่วงเรืองอำนาจและขึ้นปกครองอัฟกานิสถานนั้น คือภัยคุกคามต่ออิหร่านและต่อภูมิภาค  และจากเหตุการณ์ที่คณะทูตของอิหร่านถูกสังหารในอัฟกานิสถานโดยกลุ่มตาลิบัน ถึง 8 คนนั้น ยิ่งทำให้อิหร่านเจ็บแค้นต่อกลุ่มตาลิบันเป็นอย่างมากทีเดียว

ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านศึกษามองว่าระยะเวลาการยึดครองอัฟกานิสถานของสหรัฐฯและพันธมิตร (นาโต้) คือภัยคุกคามในภูมิภาคและต่ออิหร่าน และมองว่าคาดหวังอะไรไม่ได้กับรัฐบาลอัฟกานิสถานที่ตั้งโดยสหรัฐฯ (เป็นรัฐบาลเงาของสหรัฐฯ) กรอปกับจุดยืนแนวความคิดและท่าทีของกลุ่มตาลิบันก็เปลี่ยนไปมาก อิหร่านได้เห็นสัญญาณบวกของกลุ่มตาลิบัน โดยมีทีท่าที่จะคุยและเจรจากันได้  ดังนั้นระยะเกือบ 20 ปีนั้น อิหร่านได้เข้าไปปฎิบัติการในอัฟกานิสถาน ผ่านกองกำลังกุดส์ IRGC โดยพูดคุยกับแกนนำของกลุ่มตาลิบันอย่างลับๆ จนกระทั่งเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำกรุงคาบูล ต้องออกมาเปิดเผยว่า เรามีการพูดคุยกับกลุ่มตาลิบันจริง โดยมุ่งเน้นเรื่องการช่วยเหลือด้านความมั่นคงและด้านการข่าว แต่ไม่มีความสัมพันธ์เชิงรัฐต่อกัน

นักวิเคราะห์มองว่ามีหลายเหตุผลที่อิหร่านมีท่าทีและจุดยืนที่เปลี่ยนไปกับกลุ่มตาลิบัน คือ

หนึ่ง- การที่อิหร่านได้เจรจากับกลุ่มตาลิบัน เนื่องจากกลุ่มตาลิบันเปลี่ยนทัศนะคติ ไม่ใช่เป็นกลุ่มสุดโต่งแบบเดิมหรือเรียกว่า ตาลิบันใหม่

สอง- อิหร่านต้องการรักษาดุลอำนาจ เพื่อให้กลุ่มตาลิบันเป็นแรงต้านสหรัฐอเมริกาและกดดันให้สหรัฐฯออกไปจากอัฟกานิสถานซึ่งเป็นเป้าหมายร่วมกันระหว่างอิหร่านกับกลุ่มตาลิบัน (ศัตรูของศัตรู คือมิตร อะไรทำนองนั้น)

สาม- อิหร่านได้รวมกลุ่มภาคีอำนาจใหม่ โดยมีจีนและ รัสเซีย ในการจัดระเบียบสันติภาพในอัฟกานิสถาน โดยมองว่าจะพูดคุยกับกลุ่มตาลิบันได้

สี่- เพื่อจำกัดกลุ่มตอลิบัน มิให้สร้างพื้นที่แก่กลุ่มไอเอส (กลุ่มรัฐอิสลาม) หรือกลุ่มอัลกออิดะฮ์ให้กลับมาใช้พื้นที่อัฟกานิสถานเป็นแหล่งก่อการร้าย

ดังนั้นจะเห็นว่าในเวลาต่อมา ในปีค.ศ. 2011 อิหร่านได้ออกตัวอย่างเป็นทางการว่า เราอิหร่านยินดีจะเป็นคนกลางในการพูดคุยระหว่างกลุ่มตอลิบันกับรัฐบาลอัฟกานิสถานเพื่อบรรลุข้อตกลงสันติภาพ  และอิหร่านยังได้เสนอตัวจะเป็นเจ้าภาพในการพูดคุยของกลุ่มตอลิบันกับอัฟกานิสถาน  และในปี 2021  เดือนมกราคมที่ผ่านมา อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้พบปะกับ มุลลาห์ อับดุลกานี บาราดาร์ แกนนำกลุ่มตาลิบัน ในกรุงเตหราน

ในที่สุดวันที่ 7 ก.ค. 2021 ที่ผ่านมา ข่าวได้รายงานว่าอิหร่านได้เป็นเจ้าภาพการพูดคุยอย่างเป็นทางการระหว่างกลุ่มตอลิบันกับคณะรัฐบาลอัฟกานิสถาน  โดยอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน นายมุฮัมมัดยะวาด ซารีฟ ให้การต้อนรับ และรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านได้เริ่มการสนทนาว่า สหรัฐอเมริกาเข้ายึดครองอัฟกานิสถานมา 20 ปี สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อประเทศอัฟกานิสถาน วันนี้ประชาชนและผู้นำทางการเมืองของพวกท่าน จำเป็นต้องกำหนดอนาคตประเทศของพวกท่านเอง และตัดสินใจต่อการแก้วิกฤตินั้นเสีย”

” เราอิหร่านพร้อมที่จะเป็นคนกลางในการพูดคุยทุกเรื่องระหว่างกลุ่มก้อนต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตของอัฟกานิสถานและเราจะให้การร่วมมือในการสร้างสันติภาพเกิดขึ้น” ซารีฟ กล่าวย้ำ

ดังนั้นสันติภาพในอัฟกานิสถานจะเกิดขึ้นหรือไม่อย่างไรนั้น คงต้องติดตามกันต่อไป แต่ตัวแสดงและบทบาทของอิหร่านต่ออัฟกานิสถานและระหว่างกลุ่มตาลิบันนั้น ไม่มีใครปฎิเสธได้ในวันนี้

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com