การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ปาเลสไตน์

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
ทหารประชาธิปไตย
การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ปาเลสไตน์
ในขณะที่เรากำลังพุ่งความสนใจไปที่ยูเครน ความน่าสงสารของประชาชนที่ต้องทุกข์ยากจากภัยสงคราม สูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ต้องพลัดที่นาคาที่อยู่
แต่มีน้อยคนนักที่จะพูดถึงความทุกข์ของชาวปาเลสไตน์ที่ถูกแย่งยึดดินแดน เข่นฆ่าทารุณมาตลอด 74 ปี นอกจากแย่งยึดที่อยู่อาศัยด้วยกลอุบายต่างๆและอำนาจบังคับ ยังมีการวางแผนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างเป็นระบบในระยะยาวอีกด้วย นั่นคือมาตรการควบคุมด้านอาหารเด็ก การกีดกันการได้พบแพทย์ของสตรีมีครรภ์ การจำกัดและควบคุมการศึกษา

จากรายงานประจำปีล่าสุดของคณะมนตรีด้านเศรษฐกิจและสังคมขององค์การสหประชาชาติ ค.ศ.2021 พบว่าสาธารณูปโภคของชาวปาเลสไตน์ทั้งฝั่งเวสแบงก์และกาซ่า ถูกทำลายโดยเจตนาจากรัฐบาลอิสราเอลไม่ต้องพูดถึงไฟฟ้า แม้แต่น้ำดื่มที่สะอาดก็มีปัญหาอย่างรุนแรงทั้งปริมาณและคุณภาพ โดยรัฐบาลอิสราเอลเข้าควบคุมน้ำดื่มอย่างเบ็ดเสร็จ แม้แต่การขับถ่ายของเสียก็ถูกจำกัดและกีดกัน โดยฝ่ายผู้ตั้งถิ่นฐานจะขจัดของเสียมายังที่อยู่อาศัยของปาเลสไตน์ ในขณะที่ชาวปาเลสไตน์ก็มีข้อจำกัดในเรื่องนี้ จนต้องขับถ่ายลงในแม่น้ำ ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียแก่คนที่อาศัยอยู่ปลายน้ำ และขาดเครื่องมือในการบำบัดน้ำเสีย และกรองน้ำดื่ม เพราะอิสราเอลควบคุมการสั่งอุปกรณ์เหล่านี้เข้าประเทศโดยชาวปาเลสไตน์
ทุกๆวันชาวปาเลสไตน์จะถูกคุกคามจากหน่วยรักษาความมั่นคงของอิสราเอล ที่สามารถทำได้ทุกอย่างโดยไม่ผิดกฎหมาย แม้แต่การเข่นฆ่าหรือข่มขืน การตั้งด่านตรวจทุก 2 ช่วงตึก หรือการสร้างกำแพงสูงแบ่งแยกชาวปาเลสไตน์และผู้อพยพมาตั้งถิ่นฐานในดินแดนของปาเลสไตน์ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษย์ชนและมติกับกฎบัตรสหประชาชาติ และกฎหมายระหว่างประเทศจากการเข้ายึดครองโดยมิชอบตั้งแต่ต้น

สิ่งเหล่านี้มีอยู่ในรายงานการประชุมทางคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม และรายงานของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ที่รายงานต่อที่ประชุมใหญ่
แต่ทำไมสิ่งเหล่านี้จึงถูกเพิกเฉยทั้งจากสื่อตะวันตกและนักวิชาการจำนวนหนึ่ง ในทางตรงข้ามเมื่อชาวปาเลสไตน์ลุกขึ้นสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและสิทธิในการเป็นมนุษย์ของตน พวกเขากลับถูกโจมตีโดยสื่อตะวันตก และนักวิชาการบางกลุ่มว่าพวกนั้นเป็นผู้ก่อการร้าย และจะต้องถูกกำจัด
หรือนี่คือคุณค่าที่ตะวันตกใช้ (Western Value) และนักวิชาการกับสื่อยึดถือเป็นหลักการ ทำให้เห็นว่าโลกมี 2 มาตรฐานจริงๆ
อย่างไรก็ตามก็ยังมีนักวิชาการบางกลุ่ม สื่อบางสื่อที่ยังมีใจเป็นธรรม อย่างเช่น Peace Now ของกลุ่มชาวยิวที่รักความเป็นธรรมและต้องการให้มีการแก้ปัญหาโดยสันติและเป็นธรรม นั่นคือส่งคืนดินแดนที่ยึดครองมาให้ชาวปาเลสไตน์ได้จัดตั้งประเทศตามมติของสหประชาชาติที่ 181
แต่ทว่ารัฐอิสราเอลที่มีการครอบงำโดยกลุ่มทุน ไซออนิสต์ ต่างยืนกรานที่จะไม่ยอมคืน แถมยังรุกคืบหน้าด้วยการขยายการตั้งถิ่นฐานชาวยิวในดินแดนยึดครอง อันเป็นการขัดต่อมติของสหประชาชาติ อนึ่งที่สำคัญสหประชาชาติได้มีมติประณามหรือแจ้งความผิดของรัฐยิวไซออนิสต์ว่า ทำผิดต่อกฎบัตร และมติขององค์การมาโดยตลอด รวมทั้งหลักมนุษยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ จนรัฐไซออนิสต์อิสราเอลเป็นรัฐที่ถูกสหประชาชาติประณามนับเป็นร้อยครั้งมากกว่ามติประณามชาติอื่นๆ นับแต่ตั้งสหประชาชาติรวมกัน

แต่ทำไมถึงไม่มีใครตอบสนองเหมือนกรณียูเครน หรือประชาคมโลกมี 2 มาตรฐานจริงๆ ตามที่ถูกกล่าวหา
นอกจากนี้รัฐยิวไซออนิสต์อิสราเอล ยังสร้างมายาคติต่างๆอย่างต่อเนื่อง โดยสร้างจากปมที่ชาวยิวถูกเข่นฆ่าจำนวนมาก จากนาซีเยอรมันเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ เสมือนว่ารัฐไซออนิสต์อิสราเอลเป็นรัฐที่ใฝ่หาสันติแต่ปาเลสไตน์เป็นพวกหัวรุนแรง โดยในจำนวนมายาคติต่างๆก็มีการอ้างว่าดินแดนแห่งนั้นเป็นดินแดนตามพันธสัญญาที่อ้างอิงจากคัมภีร์ไบเบิลฉบับเก่า มายาคติเหล่านี้ล้วนแล้วถูกปรุงแต่งและบิดเบือน ซึ่งได้รับการชี้แจงตอบโต้จากนักปราชญ์ชาวยิว ศาสตราจารย์อีแลนด์ แป๊ปเป้ ที่เป็นนักประวัติศาสตร์ชาวอิสราเอล และเคยสอนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยไฮฟาแต่ปัจจุบันต้องลี้ภัยไปสอนในมหาวิทยาลัยที่อังกฤษ สำหรับผู้ที่สนใจจะเปิดหูเปิดตา โปรดค้นหาอ่านได้จากหนังสือของท่าน 2 เล่ม ด้วยกันคือ 10 Myths of Israel และ The Ethnic Cleansing of Palestine ซึ่งได้เปิดโปงการบิดเบือนประวัติศาสตร์สร้างมายาคติและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์อย่างเป็นระบบมาเป็นระยะเวลานาน ด้วยการวางแผนอย่างอำมหิตเลือดเย็น

และหากว่าสิ่งที่รัฐอิสราเอลแอบอ้างคือมันเป็นดินแดนในพันธสัญญา ว่ามันเป็นความจริง ซึ่งศาตราจารย์เปปเป้ ก็พิสูจน์แล้วว่าไม่จริงนั้นพระเจ้าที่มอบดินแดนให้คงไม่มีพระประสงค์ในการให้ยิวไซออนิสต์ก่อกรรมทำชั่วกับชาวปาเลสไตน์ เช่น การปิดหมู่บ้านกราดยิงทิ้งทั้งหมู่บ้าน ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง ผู้ใหญ่ เด็กและคนชรา เช่นที่เดียร์ยัสซิน
ครั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ฝ่ายอิสราเอลอ้างว่าถูกฮามาสโจมตีด้วยจรวด เมื่อปลายปีพ.ศ.2564 นั้น มีชาวยิวถูกสังหารเพียง 2-3 คน ที่เหลือเป็นชาวต่างชาติอีก6คน แต่ชาวปาเลสไตน์ที่ถูกรัฐยิวไซออนิสต์อิสราเอลโจมตีทำให้มีผู้เสียชีวิต 81 คน บาดเจ็บ 500 คน ในจำนวนนั้นมีเด็กเสียชีวิต 18 คน
ศาตราจารย์ ดร.Sara Roy ชาวยิวที่บิดามารดาสูญเสียชีวิตจากฝีมือนาซีที่ค่ายกักกัน รู้สึกทนไม่ได้ต่ออาชญากรรมนี้ จึงเขียนจดหมายถึงประธานาธิบดีไบเดน เมื่อไบเดนให้สัมภาษณ์ว่า “ท่านไม่ได้เห็นว่าเป็นการตอบโต้ที่เกินเลย” ดร.Sara จึงเขียนจดหมายเปิดผนึกถึง โจ ไบเดน มีใจความสำคัญว่า “ท่านจะต้องให้เด็กๆชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตจำนวนเท่าไร จึงจะนับว่าเป็นการเกินเลย”
นี่เป็นเพียงข้อมูลและมุมมองบางประการที่จะชี้ให้เห็นว่าคุณค่าของตะวันตก (Western Value) หรือแม้แต่ประชาคมโลก ส่วนใหญ่มันมี 2 มาตรฐานที่ถูกครอบงำ โดยกลุ่มทุนยิวไซออนิสต์
หากปูตินจะต้องถูกส่งขึ้นศาลอาชญากรรมสงคราม ประธานาธิบดีสหรัฐหลายคนก็จะต้องถูกขึ้นศาลด้วยในฐานะที่สนับสนุนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ หรือชนชาติอื่นๆในตะวันออกกลาง
แต่ที่สำคัญผู้นำรัฐยิวไซออนิสต์ อิสราเอล หลายคนก็จะต้องถูกนำตัวขึ้นศาลอาชญากรรมนานาชาติ เหมือนที่ยิวไซออนิสต์นำตัวผู้นำนาซีมาขึ้นศาลอาชญากรรมสงครามที่นูแรมเบิร์ก ต่ออาชญากรรมที่พวกเขาก่อขึ้นในการฆ่าล้างผลาญชาวยิวที่ค่ายกักกันในเยอรมันนีและโปแลนด์ ถ้าโลกนี้มีมาตรฐานเดียว
ข้อความบางตอนคัดมาจากหนังสือชื่อ “ฤาชาวปาเลสไตน์จะไร้สิทธิบนแผ่นดินแม่” โดย ศ.พล.ท.ดร.สมชาย วิรุฬหผล







