INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เออร์วิน รอมเมล 24 ชั่วโมงเเรกที่เด็ดขาด

233190

เออร์วิน รอมเมล 24 ชั่วโมงเเรกที่เด็ดขาด

เออร์วิน รอมเมล ได้กล่าวเมื่อ 22 เมษายน 1944 24 ชั่วโมงแรกของ
การบุุกดี-เดย์ของพันธมิตรจะตัดสินผลลัพธ์ของสงครามโลกครั้งที่สอง
ภายในยุโรป เรียกมันอย่างมีชื่อเสียงว่า “The Longest Day” วันที่ยาว
นานที่สุดต่อทั้งสองฝ่าย เขายืนยันว่าเยอรมันมีโอกาสเดียวเท่านั้นที่จะ
ชนะสงครามภายในตะวันตก ด้วยการทำลายกองกำลังพันธมิตรในขณะ
ที่พวกเขายังคงอยู่ภายในน้ำ และบนหาดทราย รอมเมลได้สรุปไว้ว่าถ้าพันธมิตรไม่แพ้บนวันแรก สงครามภายในตะวันตกจะแพั ประวัติศาสตร์
ในที่สุดได้พิสูจน์การประเมินทางกลยุทธ์ของเขาถูกต้อง เมื่อพันธมิตร
ได้ยึดตำแหน่งของพวกเขาได้สำเร็จ 24 ชั่วโมงแรกพ้นไปเเล้วบนดี-เดย์
มันได้แสดงการเริ่มต้นของการสิ้นสุดนาซี เยอรมัน
รอมเมล ได้ใช้ถ้อยคำ วันที่ยาวนานที่สุด อธิบายความเครียดทางจิตใจ
และร่ายกายอย่างมากของการบุกดี- เดย์แก่ทหารทั้งสองฝ่าย ต่อรอมเมล
มันจะเป็นวันที่ยาวนานที่สุด เพราะว่าหน้าต่าง 24 ชั่วโมงเเรกเป็นโอกาส
ที่เป็นจริงเท่านั้นของเยอรมัน ขับไล่การบุกได้บรรลุความสำเร็จ
ความเป็นผู้นำสงครามโลกครั้งที่สองของไอเซนฮาวร์ ถูกแสดงภายในภาพยนตร์สงครามคลาสสิคยิ่งใหญ่ของโลก1962 “The Longest Day” ภาพยนตร์ ได้เเสดงช่วงเวลาพลิกผันของการตัดสินใจเดิมพันสูงที่จะบุก
นอร์มังดี ทั้งที่ภูมิอากาศช่องแคบอังกฤษพายุรุนเเรงมาก ภาพยนตร์ได้
แสดงงเเรงกดดันอย่างมากต่อไอเซนฮาวร์ในฐานะผู้บัญชาการพันธมิตรสูงสุด เขาถ่วงน้ำหนักหน้าต่างที่สรุปเสี่ยงภัยของสภาพอากาศที่ดีขึ้นต่อความเสี่ยงภัยหายนะของความล้มเหลว เขาได้รับฟังนักพยากรณ์อากาศและผู้บัญชาการของเขา แต่ภาระในที่สุดจะแบกไว้ทั้งหมดบนบ่าของเขา การบัญชาการที่มีชื่อเสียงของเขา – “Let’s go” – สร้างการบุกนอร์มังดี 6 มิถุนายน1944 แห่งประวัติศาสตร์ไปสู่การเริ่มต้นขึ้น
จอมพลเออร์วิง รอมเมล ชื่อเล่น “จิ้งจอกทะเลทราย” ที่ได้ถูกให้แก่เขาโดยกองกำลังอังกฤษและพันธมิตรภายในสงครามอัฟริกาเหนือ รอมเมล
ได้มาถึงอัฟริกาเหนือ บัญชาการกองทัพน้อยยานเกราะของเยอรมัน เขาถูกเรียกว่าจิ้งจอกทะเลทราย เนื่องจากยุทธวิธีรถถังฉลาดเเกมโกง คาดคะเนไม่ได้ เเละเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วของเขา ความสามารถจะโอบล้อมกองกำลังพันธมิตรภายในการโจมตีอัฟริกาเหนือ แทนการยึดแนวป้องกัน เขาได้เปิดตัวการบุกยานเกราะอย่ากล้าหาญ เคลื่อนที่รวดเร็ว ทำให้กอง
ทหารอังกฤษตั้งตัวไม่ทัน
รอมเมลได้ถูกส่งไปริบยานำกองทัพน้อยยานเกราะ ภารกิจของเขาเป็นเพียงแค่ปิดกั้นอังกฤษ และช่วยชีวิตกองทัพอิตาลีที่ล้มเหลว แทนการยึดเเนวป้องกันตามคำสั่งเขาจะเริ่มต้นการโจมตีบุกทันทีและดุดัน เขาใช้การทำสงครามยานเกราะเคลื่อนที่ โอบล้อม ประหลาดใจ ผลักดันกองกำลังอังกฤษที่เหนือกว่าถอยกลับไปสู่พรมแดนอียิปจ์ แต่กระนั้นเขาได้ออกไปจากอัฟริกาเหนือเมื่อ ค.ศ 1943 เนื่องจากสุขภาพไม่ดี และการพังทลายของเเนวหน้า
เมื่อปลาย ค.ศ 1943 อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ได้แต่งตั้งรอมเมลให้ควบคุมการป้องกันยุโรปตะวันตก เขาเป็นผู้บัญชาการกองทัพกลุ่มบีกองทัพเยอรมันตั้งฐานอยู่ภายในฝรั่งเศสทางเหนือป้องกันการบุกดี-เดย์ของพันธมิตรเขาออกจากอัฟริกาเหนือ ก่อนที่กองกำลังอักษะ พ่ายแพ้ภายในอัฟริกาเหนือ
ถ้อยคำ “The Longest Day” วันที่ยาวนานที่สุดกำเนืดมาจากความเห็นโดยรอมเมลในขณะที่ตรวจการป้องกันชายหาดของกำแพงแอตแลนติดของเยอรมันตามชายฝั่งฝรั่งเศส รอมเมลได้หันไปที่ผู้ช่วยของเขา ร้อยเอก เฮลมุท แลง และกล่าวว่า
“เชื่อผม เเลง 24 ชั่วโมงเเรกของการบุกจะชี้ขาด…….ต่อพันธมิตรและเยอรมัน มันจะเป็นวันที่ยาวนานที่สุด”
ความหมายเบื้องหลังคำพูดของเขาคือ รอมเมลใช้การแสดงออกนี้ยึด
ความเป็นจริงทางกลยุทธ์ที่สำคัญคือรอมเมลมีประสบการณ์อย่างกว้าง
ขวางการต่อสู้ พันธมิตรความเหนือกว่าทางอากาศและการระดมยิงทาง
ทะเลภายในอัฟริกาเหนือเเละอิตาลี รอมเมลจะเชื่อว่าเส้นทางโคจรของสงครามทั้งหมดจะเด็ดขาดภายในวันเดียว ถ้ากองกำลังเยอรมันล้มเหลว
ผลักดันกองทัพพันธมิตรกลับไปสู่ทะเลภายใน 24 ชั่วโมงเเรก การบุกจะบรรลุความสำเร็จ และเยอรมันนจะเเพ้สงคราม ต่อทหารทั้งสองฝ่าย 24 ชั่วโมงแรกรู้สึกอย่างไม่จบสิ้นด้วยความวุ่นวาย ความรุนเเรง ความเหนื่อยอ่อนอย่างไม่เคยมีมาก่อน ทุกนาทีของวันยาวนานที่สุดนั้นจะเเบกน้ำหนักทางประวัติศาสตร์
ถ้อยคำ “วันที่ยาวนานที่สุด” ได้ยึดเเรงกดดันทางจิตใจ ความเหนื่อยล้า และความกลัวอย่างมากที่ทหาร ผู้บัญชาการ และประชาชน บนทั้งสองฝ่ายจะเผชิญจากช่วงเวลาการบุกได้เริ่มต้น ตลอด หลายเดือนกองกำลังเยอรมันรอตามแนวชายฝั่ง 800 ไมล์ โดยไม่รู้ว่าตรงไหนหรือเมื่อไรการโจมตีจะเกิดขึ้น วันได้ยืดขยายด้วยความช้าที่ทรมานเมื่อการสู้รบเค่อยปรากฏนาทีต่อนาที รอมเมลได้รับรู้ว่าวันของการยกพลขึ้นบกจะเป็นจุดสุดยอดแท้จริงของสงตรามโลกครั้งที่สอง วันที่จะประทับตราโชคชะตาที่แท้จริงของนาซี เยอรัมัน
การทำนายของรอมเมลพิสูจน์ความจริงบน 6 มิถุนายน 1944 ถ้อยคำที่เข้มข้นของเขาต่อมได้กลายเป็นมีชื่อเสียงทั่วโลกเมื่อนักหนังสือพิมพ์ชาวไอริส คอร์เนเลียส ไรอัน ได้ใช้ถ้อยคำของรอมเมลเป็นชื่อหนังสือ
1959 แท้จริงของเขา “The Longest Day” เพราะว่าชื่อได้ยึดติดอย่างสมบูรณ์ของความน่ากลัว ความเหนื่อยล้า ความไม่จบสิ้น 6 มิถุนายน
1944 ต่อทหาร ผู้บัญชาการ และประชาชน บนทั้งสองฝ่ายของความ
ขัดเเย้ง
ภายในภาพยนตร์ คำพูดอ้างอิงที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของรอมเมลคือ
การให้คำพูดตำนานนี้ในขณะที่ได้มองไปที่ชองแคบอังกฤษ ณ ชายฝั่ง
ฝรั่งเศส ภายในบทพูดคนเดียวเต็มของเขา รอมเมลได้เตือนว่าอสูรกาย
รอเหนือขอยฟ้าที่เงียบสงบของช่องแคบอังกฤษ และประกาศความมุ่ง
มั่นของเขาที่จะทำลายศัตรู ณ ริมขอบน้ำ ก่อนการสรุปด้วยคำพูดที่มี
ชื่อเสียงของเขาบน 24 ชั่วโมงเเรกที่เด็ดขาด เขาทำนายถ้าพันธมิตร
รอดชีวิต 24 ชั่วโมงแรกของพวกเขา รวมกันเข้าด้วยกันหัวหาดอำนาจ
ทางอากาศของพันธมิตรจะอัมพาตอย่างสิ้นเชิงถนนและเครือข่ายรถ
ไฟของฝรั่งเศส ขัดขวางแพนเซอร์ของเยอรมันจากการโจมตีกลับ

233198 233202 233200

กลยุทธ์ของรอมเมลเพื่อการต่อสู้พันธมิตรบนดี-เดย์ จะอยู่บนหลักการหลักที่เรียบง่ายคือ หยุดการบุกพันธมิตรโดยตรงบนชายหาดภายใน 24 ชั่วโมงเเรก แทนการยอมให้พวกเขาสร้างหัวสะพาน และ การโจมตีกลับเคลื่อนที่ภายในแผ่นดิน บนพื้นฐานประสบการณ์ภายในอัฟริกาตะวันตกของเขา รอมเมลรู้ว่าความหนือกว่าทางอากาศด้วยเครื่องบินพันธมิตรจะอัมพาตและทำลายการโจมกลับด้วยยานเกราะ พยายามก้าวไปข้างหน้าตอนกลางวัน บนการหยุดศัตรู ณ ริมน้ำ รอมเมล กล่าวแก่นายทหาร ณ นอร์มังดี
“ถ้าเราสามารถโยนศัตรูลงไปสู่ทะเลภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง และนั่นจะเป็นการเริ่มต้นของการจบ”
เเนวสิ่งกีดขวางของรอมเมลจะถูกมองเห็นได้จากเขาได้สั่งการขยายอย่างใหญ่โตของกำแพงแอตแลนติค วางทุ่นระเบิดหลายล้านลูก สร้างบังเกอร์คอนกรีตหลายพันจุด และติดตั้งสิ่งกีดขวางห่างบนชายฝั่งแตก
ต่างกัน สิ่งเหล่านี้รวมไปถึงประตูเบลเยี่ยม – รั้วเหล็กกั้นรถถังเคลื่อนย้ายได้ – เม่นเช็ก – สิ่งกีดขวางเหล็กต่อต้านรถถัง – ท่อนไม้ปักเอียงติดตั้งทุ่นระเยิด ออกแบบที่จะฉีกตัวเรือยกพลขึันบก ณ ระดับน้ำที่ขึ้นลงแตกต่างกัน เพี่อที่จะต่อต้านทหารพลร่มและเครื่องร่อนพันธมิตร รอมเมลทำให้น้ำท่วมพื้นที่ชายฝั่งลุ่มต่ำ ติดตั้งเสาต่อต้านเครื่องร่อน ที่ถูกรู้จักกันเป็นหน่อไม้ฝรั่งของรอมเมล ตลอดทุ่งโล่งภายในแผ่นดิน มันจะเป็นเสาไม้ปักเรียงรายภายในพื้นที่โล่ง สิ่งกีดขวางทางอากาศ
“ผมต้องการทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคล ทุ่นระเบิดต่อต้านรถถัง ทุ่นระเบิด
ต่อต้านทหารพลร่ม ผมต้องการทุ่นระเบิดจมเรือ และทุ่นระเบิดจมเรือยกพลขึ้นบก….. …ผมต้องการทุ่นระเบิดที่จุดระเบิดเมื่อลวดถูกถอดออก ทุ่นระเบิดที่ระเบิดเมื่อลวดถูกตัด ลวดที่สามารถเป็นไปได้”
“หน่อไม้ของรอมเมล” เป็นการตลกลยุทธ์การป้องกันออกเเบบโดยรอมเมล ป้องกันยุโรปที่ยึดครองจากการบุกการขนส่งทางอากาศ เเละการขน
ส่งทางเครื่องร่อนของพันธมิตร กองทัพเยอรมัน ได้ปักหลายล้านต้นของท่อนไม้หรือเสาโทรศัพท์ สูง 4 ถึง 5 เมตร – 13 ถึง 16 ฟุต – ลึกลงไปสู่ทุ่งกว้างโล่งทุ่งหญ้าและบริเวนยกพลขึ้นบกตลอดชายฝั่งฝั่งเศสและเนเธอร์
แลนด์ เสาได้ถูกวางใกล้กันเป็นแถวที่จะฉีกออกปีกของเครื่องร่อนทหารของพันธมิตร หรือบดขยี้มันทั้งหมด บางเสาได้ถูกเชื่อมโยงด้วยลวดดัดสะดุดหรือด้านบนวางทุ่นระเบิด
เนื่องจากหลายล้านของเสาเหล่านี้ถูกปักแนวดิ่งยาวเป็นแถวเรียบร้อยคล้ายกับทุ่งกว้างใหญ่ของการปลูกหน่อไม้ฝรั่ง กองทหารและนักบินลาดตระเวนของพันธมิตรได้สังเกตุแบบแผนจากอากาศ เรียกอย่างล้อเลียนมันว่าหน่อไม้ฝรั่งของรอมเมล รอมเมลตัวเขาเองจะเรียกชื่อเป็นทางการ
ว่าเเนวคิดสิ่งกีดขวางการยกพลทางอากาศ แต่กระนั้นผลกระทบที่แท้จริงของมันระหว่างการบุกดี-เดย์ของนอร์มังดีส่วนใหญ่มองว่าไม่สำคัญ กองกำลังพันธมิตรได้ตรวจพบทุ่งกว้างของเสาล่วงหน้าเวลาใช้เครื่องบินลาดตระเวน ทำให้นักบินเครื่องร่อนค้ดท้ายพวกเขา หรือใช้ทุ่งกว้างทางเลือก
รอมเมลเชื่อว่ากลยุทธ์การป้องกันภายในแผ่นดินสมัยเดิมจะล้าสมัยเขา
ยืนยันว่าเมื่อการบุกได้เริ่มต้น ความเหนือกว่าทางอากาศของพันธมิตรจะ
ทิ้งระเบิดและอัมพาตถนนหนทางเครือข่ายรถไฟและสะพานของฝร้่งเศส ทำให้มันเป็นไปไม่ได้คลื่อนที่กำลังเสริม หรืออาวุธหนักไปข้างหน้า ดังนั้นเขาได้มุ่งเน้นการสร้างแนวหน้าทะลุผ่านไ่ม่ได้ทำลายผู้บุกก่อนที่พวกเขาสามารถก้าวออกมาจากเรือยกพลขึ้นบกของพวกเขารอมเมลจะยืนยีนว่าความเกนือกว่าทางอากาศเเละการระดมยิงทางเรือของพันธมิตรจะทำให้การป้องกันเชิงลึกสมัยเดิม – ยอมให้ศัตรูขึ้นบกโจมตีกลับด้วยยานเกราะเคลื่อนที่ – เป็นไปไม่ได้
รอมเมลพยายามจะทำลายกองกำลังการบุกภายในคลื่นซัดฝั่งและหาดทราย บนความจำเป็นของการป้องกันชายหาด เหนือกว่าการสำรองแพน
เซอร์ภายในพื้นที่ เขาได้กล่าวว่า
“สงครามจะถูกชนะหรือแพ้บนชายหาด เรามีโอกาสเดียวเท่านั้นที่จะ
หยุดศัตรู และนั่นคือในขณะที่เขาอยู่ในน้ำ …. ดึ้นรนที่จะขึ้นฝั่ง”
ในฐานะของผู้บัญชาการกองทัพกลุ่มบี รอมเมลยืนยันอย่างเข้มแข็งว่ากองพลเเพนเซอร์ ต้องเคลื่อนไปสู่ชายฝั่ง เพื่อที่พวกเขาสามารถโจมตีกลับได้ทันทีบนบริเวณยกพลขึ้นบกอดอล์ฟ ฮิตเลอร์และกองบัญชาการ
สูง ได้ปฏิเสธยกการควบคุมยานเกราะหรือยอมให้มันแยกเกันใกล้ชายฝั่ง เก็บมันล็อคไว้เป็นสำรองส่วนกลางห่างไกล รอมเมลได้กล่าว่า
“สำรองจะไม่เคยไปถึงจุดของการโจมตี เเละมันโง่แม้แต่ที่จะพิจารณา
มัน….. ทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีต้องอยู่บนชายฝั่ง”
รอมเมลยืนยันว่ากองกำลังเยอรมัน ต้องทำลายกองทหารยกพลขึ้นบก
ในขณะที่พวกเขายังคงอยู่ภายในน้ำ หรือดิ้นรนที่จะขึ้นฝั่ง เมื่อพันธมิตร
สร้างฐานที่มั่นอย่างมั่นคงและนำเข้ามาอุปกรณ์หนักและสำรอง มันสาย
เกินไปต่อเยอรมันแล้ว
บนการบุกดี-เดย์ภายในนอร์มังดี รอมเมลไม่ได้อยู่ ณ แนวหน้าเมื่อการบุกได้เริ่มต้น เนื่องจากการพยากรณ์อากาศที่รุนแรง คาดคะเนพายุหนักและทะเลตลื่นเเรง รอมเมลเชื่อว่าพันธมิตรจะไม่เริ่มต้นการบุก 5 หรือ 6 มิถุนายน เขาออกไปจากสำนักงานใหญ่ของเขา และเดินทางไปเยอรมัน
ประหลาดใจถรรยาของเขาด้วยรองเท้าคู่หนึ่ง ภายในวันเกิดของเธอ 6
มิถุนายน และวางแผนที่จะพบฮิตเลอร์ขอสำรองแพนเซอร์มากขึ้น เมื่อการยกพลขึ้นบกเริ่มต้นตอนเช้า 6 มิถุนายน เขาได้รับรับข่าวด่วนของการบุกที่บ้าน รอมเมล์อยู่ไกลหลายไมล์ออกไป
รอมเมลทันทีได้รีบเร่งกลับมาสู่สำนักงานใหญ่ของเขาภายในนอร์มังดีที่จะสั่งการการป้องกันของเยอรมันที่กระจัดกระจาย ณ เวลาที่เขากลับ
มา พันธมิตรได้ป้องกันหัวหาดของพวกเขาเเล้ว เมื่อตอนเย็น 7 มิถุนายน ภายหลังล้มเหลวที่จะผลักดันพวกเขากลับลงสู่ทะเล รอมเมลได้กล่าวว่า
“ผมค่อนข้างจะไม่มั่นใจอะไรที่ผิดพลาด ศัตรูจะมีรถถังบนฝั่งมากกว่าที่
เราได้คาดหวังไว้ แต่เราจะทำมันตอนกลางคืน”
ในที่สุดความกลัวของรอมเมลกลายเป็นความจริง ไม่สามารถจะทำลาย
หัวหาดพันธมิตรภายใน 24 ชั่วโมงเเรก กองทัพเยอรมันได้ถอยกลับทีละ
น้อยจากนอร์มังดี แสดงความจริงการเริ่มต้นของการสิ้นสุดของเยอรมัน
นักประวัติศาสตร์ทหาร คอร์เนลเลียส ไรอัน ได้รับเอาถ้อยคำของรอมเมลเป็นชื่อหนังสือไม่ใช่นิยาย 1959 ขายดีที่สุดของเขาทำเป็นเอกสารเหตุการณ์ 6 มิถุนายน 1944 แดร์ริล ซานุค เลือกหนังสือของไรอัน สร้างภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่คลาสสิค “The Longest Day” ผู้บริหารสตูดิโอต้อง
การทำให้ชื่อเรียบง่ายลงเป็น “D – Day” แต่ซานุคยืนยันการรักษาถ้อยคำของรอมเมลไว้ ยืนยันว่าเยอรมันได้ตั้งชื่อวันนี้ไว้และการสร้างภาพยนตร์ ควรจะรักษาชื่อของพวกเขา
การแสดงผู้บัญชาการพันธมิตรสููงสุดจะต้องแบกรับความโดดเดียวไว้คนเดียวอย่างไร และในที่สุดรับผิดชอบเมื่อข่าวกรองไม่สมบูรณ์ ไอเซนฮาวร์ได้แสดงความสมดุลแนวร่วมของผู้บัญชาการอิสระหงุดหงิดง่าย ที่อื้อฉาว เช่น เบอร์นาร์ด มอนท์โกเมอรี่ แห่งอังกฤษ และชารลส์ เดอ โกล เเห่งฝรั่งเศส แสดงการฑูตที่ยอดเยี่ยมและความสามารถการฑูต ที่สร้างแนวร่วมที่สุดยอด
ภาพยนตร์แสดงไอเซนฮาวร์ เยือกเย็น มุ่งเน้น และตระหนักอย่างลึกซึ้งถึงต้นทุนมนุษย์ที่สูงมากผูกติดต่อคำสั่งของเขา ผู้สร้างภาพยตร์ “The
Longest Day” ดาร์ริล ซานุค เริ่มแรกต้องการไอเซนฮาวร์ตัวจริง แสดง
ตัวเขาเองภายในภาพยนตร์ ไอเซนเฮาร์เต็มใจจะแสดง แต่ช่างแต่งหน้า
ตระหนักว่าวาระประธานาธิบดีสองครั้งและเกือบสองทศวรรษ ทำให้เขา
อายุมากเกินไปที่จะชักจูง ดููเหมือนตัวเขาเองยามสงคราม 1944 วัยหนุ่ม
ของเขา ช่างแต่งหน้าในที่สุดได้สรุปว่าไม่สามารถจะทำให้ไอเซนฮาวด์ประธานาธิบดีก่อนหน้านี้อายุ 71 ปี ดูเหมือน 53 ปีอีกครั้งหนึ่ง
ซานุคจบการคัดเลือกนักเเสดงด้วยเฮนรี เกรซ นักตกแต่งฉากฮอลลีวูด ไม่มีประสบการณ์การเเสดงมาก่อน แต่มีความคล้ายทางร่างกายสะดุดตาน่าประหลาดเต่อไอเซนฮาวร์วัยหนุ่ม

233198 233196 233195

ถ้อยคำกำแพงแอตเเลนติค กำเนิดจากอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และกองบัญชา
การระดับสูงเยอรมันเมื่อ ค.ศ 1942 ถ้อยคำการรณรงค์ชวนเชื่อ มันทอด
ข้ามประมาณ 5000 กิโลเมตร – 3000+ ไมล์ ขยายจากนอร์เวย์ทางเหนือ
ลงไปสู่พรมแดนสเปน เขาได้สั่งการเครือข่ายการป้องกันว่า ชายฝั่งตะวันตกทั่งหมดของยุโรปที่ถูกยึดครองจะถูกป้องกันต่อการบุกของพันธมิตรที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตามมาจากคำสั่งของฮิตเล่อร์ นาซี เยอรมันเรี่มต้นสร้าง
ระบบป้องกันชายฝั่งที่ยิ่งใหญ่ ยึดจากนอร์เวย์ไปสู่พรมเเดนสเปน
เครื่องยนต์โฆษณาชวนเชื่อนาซ้ เยอรมีน นำโดยโยเซฟ เกิบเบิ่ล เรียก
ชื่อมันอย่างเป็นทางการว่า “แอตเเลนติค วอลล์” แสดงภาพพจน์ของป้อมคอนกรีตไม่สามาถผ่านได้ สร้าง “ป้อมยุโรป” ไม่สามารถโจมตีได้ ป้องกันปีกตะวันตกของไรช์ ทัั้งทีการโฆษณาชวนเชื่อของนาซีแสดงป้อมทำลายไม่ได้ แต่แท้จริงเเล้วมันจะเป็นลำดับของจุดเเข็งทางท้องที่ สถานีเรดาร์ ฐานยิงปืนใหญ่หนัก เกาะกลุ่มรอบท่าเรือและชายหาดที่สำคัญ อดอล์ฟ ฮิตเล่อร์ ได้ริเร่มโครงการขับเคลื่อนโดยความเกลัวการบุกยุโรปที่ถูกยึด
ครองข้ามช่องแคบของพันธมิตร
การก่อสร้างได้ถูกจัดการโดยออร์แกนไนเซชั่น ทอดท์ บริษัทวิศวกรรมนาซี ใช้หลายล้านลูกบากส์เมตรของคอนกรีตและเหล็ก พวกเขาขึ้นอยู่
กับคนงานมากกว่า 500,000 คน มีทั้งนักโทษสงคราม ทหารเกณฑ์ และเเรงงานบังคับสร้างระบบภายใต้สภาวะการคุกคามชีวิตที่โหดร้าย เพื่อที่จะเร่งความเร็วการก่อสร้างเยอรมันใช้ระบบมาตรฐานของการออกแบบบังเกอร์ คนงาน ทุกข์ยากจากการอดอาหาร ความเหนื่อยล้า และอากาศ
รุนเเรง ยามรักษาการณ์ใช้การทารุณอย่างโหดเหี้ยมประมาณ 20% ของ
นักโทษค่ายพักเสียชีวิตภายในสี่เดือนเเรกตามกำหนดเวลาการก่อสร้าง
ที่ตายตัว เอสเอสควบคุมการดำเนินงานของค่ายพักคนงาน การทำทารุณทางร่างกาย และสภาพแวดล้อมการทำงานอันตรายอย่างมาก
ตามมุมมองของรอมเมลกำแพงแอตเเลนติกเริ่มเเรกของฮิตเลอร์จะเป็น
กำแพงโฆษณาชวนเชื่อ ภาพลวงตาที่อันตรายและไม่ใช่กำแพงเลย แทน
ที่จะเป็นการป้องกันทางทหารที่แท้จริง วิจารณ์ว่าไม่ได้เป็นการสร้างป้อมอย่างต่อนื่องแท้จริง แต่เป็นการรวมกันที่กระจัดกระจายไม่สมบูรณ์ของจุดแข็งแยกจากกัน เมื่อรอมเมล ได้ตรวจสอบการสร้างป้อม เขาได้เขียน
ถึงผู้บังคับบัญชาของเขาว่า “กำแพงเเอตเเลนติกไม่่ได้เป็นกำแพง”ระบบเหมือนเชือกเส้นบางและเปราะบางที่มีเงื่อนเล็กไม่กี่เงื่อนเลย ณ สถานที่
แยกจากกัน เช่น เดียป และดังเคิรก
การเปิดกว้างชายหาดที่ไม่ป้องกันเป็นอันตราย ตรงที่การยกพลขึ้นบกปฏิบัติได้อย่างแท้จริงมากที่สุดการขาดการสร้างป้อมที่ถาวร เขามองเห็นช่องว่างที่ใหญ่โตระหว่างจุดเเข็งตรงที่กองทหารพันธมิตรสามารถยกพลขึ้นบกโดยไม่มีการต่อต้าน
ถ้อยคำ “ไม่มีกำแพง เพียงแต่การข่มขู่โฆษณาชวนเชื่อ” สะท้อนมุมมองที่เมินเฉยกำเเพงแอตแลนติกเริ่มแรกของจอมพลแกร์ด ฟอน รุนสเต็ดท์ เขามองกำแพง แอตแลนติก เป็นคำพูดข่มขู่ครั้งใหญ่ และกำแพงโฆษณา
ชวนเชื่อ ไม่ใช่แนวป้องกันทำลายไม่ได้ที่แท้จริงเขาไม่เชื่อว่าพันธมิตรจะ
ถูกหยุดโดยตรงบนชายหาดโดยบังเกอร์คอนกรีตอยู่นิ่ง แต่เขาต้องการ
ยึดสำรองแพนเซอร์เคลื่อนที่ที่เข้มแข็งปลอดภัยภายในพื้นที่ยอมให้ศัตรู
ยกพลขึ้นบก และบดขยี้พวกเขาด้วยการโจมตีกลับอย่างรุนแรง
เมื่อรอมเมลไปตรวจสอบระบบการป้องกัน เขาเห็นด้วยกับการประเมิน
ที่ไร้ความหวังของการสร้างป้อมปราการที่เเท้จริงของรุนสเต็ดท์ แต่จะไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงต่อกลยุทธ์ทางยุทธวิธีที่จะเเก้ปัญหา ผู้บัญชาการที่เหนือกว่า แกร์ด ฟอน รุนสเต็ดท์ ชอบกลยุทธ์การป้องกันเชิงลึก หมายถึงการยอมให้พันธมิตร ยกพลขึ้นบก บดขยี้พวกเขาด้วยสำรองแพนเซอร์เคลื่อนที่ภายในพื้นที่ต่อไป รอมเมลไม่เห็นด้วยยืนยันอย่างแแหลมคมว่าความเหนือกว่าทางอากาศเละทางเรือของพันธมิตรจะอัมพาตการโจมตีกลับเคลื่อนที่ภายในพื้นที่ใดก็ตาม ก่อนที่มันจะสามารถจะเริ่มต้นได้
ในที่สุดอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ได้ประนีประนอมระหว่างกลยุทธ์สองอย่างนี้
กลยุทธ์การป้องกันเชิงลึกของฟอน รุนสเต็ดท์ และกลยุทธ์การป้องกัน
ชายหาดของรอมเมล ฮิตเลอร์ได้แบ่งและกระจายตัวกองพลเเพนเซอรฺ์ระหว่างชายฝั่งและภายในพื้นที่ แพนเซอร์บางส่วน ถูกวางใกล้ชายหาด
ภายใต้รอมเมล ในขณะที่สำรองเเพนเซอร์ส่วนใหญ่ ถูกวางภายใต้การ
บัญชาการส่วนบุคคลโดยตรงของฮิตเลอร์ ผู้บัญชาการทั้งสองคนจะไม่พอใจการตัดสินใจนี้และปล่อยทิ้งให้กองกำลังเยอรมันไม่สามารถปฏิบัติ
การป้องกันชายหาดของรอมเมล หรือการโจมตีกลับเคลื่อนที่ภายในพื้น
ที่ของฟอนรุนสเต็ดท์อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อการบุกดี-เดย์ ได้เกิดขึ้น วอน รุนดฺสเต็ดท์ พยายามทันทีดำเนินการสำรองด้านหลัง เพื่อการโจมตีกลับ แต่เนื่องจากสายการบังคับบัญชาที่
ที่แตกหัก และความล่าช้าส่วนบุคคลของฮิตเลอร์ กองกำลังไม่สามารถเคลื่อนที่ทันเวลา การประนีประนอมได้ทำลายการปฏิบัติการการป้องกันเชิงลึกที่แท้จริง การยอมให้พันธมิตรสร้างฐาน ที่มันพลิกกลับไม่ได้ภาย
ในยุโรปของพวกเขา ภายหลังไม่นานการบุกได้เริ่มต้น รอมเมลได้รับรู้ว่าการป้องกันอยู่กับที่การโจมตีกลับแยกจากกันไม่สามารถหยุดการเดินหน้าของพันธมิตรได้
รอมเมลได้พบกับฮิตเลอร์เมื่อ 17 มิถุนายน 1944 ภายหลังไม่นานการ
ยกพลขึ้นบกดี-เดย์ ภายในนอร์มังดี เตือนเขาว่าเยอรมันจะแพ้สงคราม และกระตุ้นเขาแสวงหาการตกลงทางการเมือง รอมเมลพบฮิตเลอร์ ณ สำนักงานใหญ่ของเขา ภายในหุบเขาหมาป่าที่สอง คอมเพล็กบังเกอร์
บัญชาการภายในมาร์ชีวาล ใกล้ซัวซอง ฝรั่งเศสรอมเมล์ได้บอกอย่าง
ชัดเจนฮิตเลอร์ว่าความเหนือกว่าของพันธมิตรภายในอากาศ ทะเล และพื้นดิน หมายถึงกองกำลังเยอรมันไม่สามารถจะยึดเเนวหรือผลักดันพัน
ผู้บุกกลับไปสู่ทะเลได้
รอมเมลยืนยันว่าเยอรมันจะต้องเผชิญกับความเป็นจริง หยุดการต่อสู้ และนำพาทันทีสงครามมาสู่การสิ้นสุดผ่านทางการเจรจาต่อรอง ฮิตเลอร์ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดความคิดของการเจรจาต่อรองอ้างว่าเขาไม่ต้องการ และพันธมิตรตะวันตกจะไม่ยอมรับน้อยกว่าการทำลาย หรือการยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไข ฮิตเลอร์ จะไม่สนใจการมองโลกในเเง่ร้ายของรอมเมล ด้วยการสัญญาว่าอาวุธลับยอดเยี่ยม เช่นเครื่องบินพลังไอพ่น และระเบิดวีหนึ่ง ในไม่ช้าจะพลิกสถานการณ์ได้ ฮิตเลอร์ได้สั่งการรอมเมล เเละผู้
บัญชาการของเขาเลิกการพูดคุยใดก็ตามของการถอนตัว หรือเสรีภาพ และยืนหยัดอย่างรวดเร็วการต่อต้านอย่างรุนเเรง
ความล้มเหลวของการประชุมชักจูงรอมเมลและผู้นำทหารเยอรมันคนอื่นว่าฮิตเลอร์ได้เยกออกจากความเป็นจริง รอมเมลได้เจริญเติบโตการ
สนับสนุนการสมรู้ร่วมคิดใต้ดิน พยายามจะดึงเยอรมันออกจากสงคราม
แม้ว่าเขาจะคัดค้านการฆ่าฮิตเลอร์ ตามมาความล้มเหลวของแผนการ 20
กรกฎาคม รอมเมลถูกพัวพันและบังคับให้ฆ่าตัวตาย แผนการ 20 กรกฎา
คม เป็นความพยายามที่มีชื่อเสียงการลอบสังหารอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ กลุ่ม
ของนายทหารระดับสูงเยอรมันและประชาชนได้พยายามจะลอบสังหาร
ฮิตเลอร์ และโค่นล้มรัฐบาลนาซี การสมรู้ร่วมคิดรู้จักกันอย่างกว้างขวาง
เป็น ” ปฏิบัติการวาลคีรี”
ชเตาเฟินแบรค วางกระเป๋าเอกสารบรรจุระเบิดโดยตรง ข้างใต้โต๊ะประชุมเพียงไม่กี่ฟุตจากฮิตเลอร์ ภายหลังที่ชเตาเฟินแบรคขอโทษตัวเขาเองที่จะออกไป นายทหารอีกคนหนึ่งโดยบังเอิญชนเข้ากับกระเป๋า
เอกสารใบหนัก และเคลื่อนมันไปข้างหลังขาโต๊ะหนา ไม้โอคแข็งแรง
สิ่งกีดขวางไม้ที่หนักนี้ได้ป้องกันฮิตเลอร์จากแรงระเบิดที่รุนแรง และ
การปฏิวัติภายในเบอร์ลินได้พังทลายลง ภายหลังที่ฮิตเลอร์รอดชีวิต
จากระเบิดกระเป๋าเอกสาร ณ รังหมาป่า ด้วยบาดเจ็บเล็กน้อย เขาได้
บนวิทยุของรัฐ ชเตาเฟินแบรคและผู้สมรู้ร่วมคิดที่สำคัญคนอื่นถูกจับ
ตัวและประหารชีวิต

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *