INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ทุกวันนี้อินเดียนแดงคิดอย่างไร

istockphoto 1371988636 612x612 1

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

ทุกวันนี้อินเดียนแดงคิดอย่างไร

ผมยังคงชอบสำรวจดู คลิปต่างๆ ที่พวก”ยูทูเบอร์”ทำกันไว้อย่างหลากหลาย”เนื้อหา”(ที่นิยมเรียกกันว่า content)ครับ
ระยะหลังสุดนี่ ดูตั้งแต่การล่าสัตว์ป่ามากิน(โหดมาก) แสดงการแล่เนื้อเถือหนังจะๆ และนำไปทำอาหารย่างกินสดๆ ร้อนๆ
ดูคลิปการตะลอนท่องไปตามป่าเขาและทะเล ของ”เชฟ”อเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่น เสาะหาหากุ้ง หอย ปู ปลาและ เห็ดป่า เอามาทำครัวสดๆ ช่างน่าสนุกสนาน-น่ากิน
เชฟผู้นี้อาศัยความชำนิชำนาญในการ”ทำ”ซูชิ”มาเป็น”ยูทูเบอร์”หารายได้เพื่อ”เลี้ยงชีพชอบ”และ”ทำการงานชอบ”
ดูคลิป การพึ่งตนเองของครอบครัวสองผัวเมียหนุ่มสาวในอลาสกา ที่ใช้ชีวิตพึ่งพาธรรมชาติอย่างสมถะและน่ารัก ฯลฯ จำพวกนี้
ล่าสุด ตามดูคลิป การเยี่ยมเยียนคนต่างประเพณีวัฒนธรรม ที่แตกต่างไปจากชาวโลกธรรมดา ของ”ยูทูเบอร์”อเมริกันคนหนึ่งชื่อ “ปีเตอร์ ซานเตเนลโล”ครับ
เขาผู้นี้ตระเวณไปทั่วโลก คบหาพูดคุยกับคนท้องถิ่น เจาะจงที่ชนกลุ่มน้อย มุ่งสะท้อน”อนุวัฒนธรรม”ที่แตกต่างไปจากสากล ผู้คนทั่วไปไม่คุ้นเคย
ทำให้รู้สึกแปลก รวมทั้งวัฒนธรรมชนกลุ่มน้อยเช่นชาวยิว ชาวมุสลิมและชาวอามิช ฯลฯ ทั้งในสหรัฐและชาติอื่นๆ
หลังสุดที่ผมชมเมื่อไม่กี่วันมานี้ เขาไปเยือนกลุ่มอินเดียนในสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็หมายถึง”อินเดียนแดง”ที่คนไทยรู้จัก จากหนังคาวบอยในฐานะ”ผู้ร้าย”นั่นแหละครับ
เยือนหลายกลุ่มเลยทีเดียว นับตั้งแต่กลุ่มที่ทันสมัยสุด ไปจนกลุ่มที่ล้าหลังสุด (ในแง่การพัฒนาพี่งพาตนเอง)
มาดูกันสิว่า“อินเดียนแดง”หรือที่ในสหรัฐกล่าวถึงพวกเขาโดยสุภาพว่า”อเมริกันอินเดียน”นั้น มีทัศนะอย่างไร ต่อโลกที่เปลี่ยนไป นับตั้งแต่พวกเขา ถูกกันให้ไปอยู่ใน”เขตคุ้มครองอินเดียน”หรือ Indian Reservation
เขตคุ้มครองอินเดียนเริ่มมีมาแต่ปี ๑๗๕๘ เป็นต้นมาครับ

51JY3REFAGL. AC SY780
เขตคุ้มครองแห่งแรกอยู่ที่รัฐนิวเจอร์ซีย์เรียกว่า Brotherton Indian Reservation จากนั้นก็มีที่อื่นๆ เกิดขึ้นตามมา
ทุกวันนี้มี”เขตคุ้มครองอินเดียน”อยู่ ๓๒๖ แห่งทั่วสหรัฐ
มีชาวอินเดียนเผ่าต่างๆที่ยังอาศัยอยู่ในนั้น รวมๆแล้ว ราวหนึ่งล้านคน มีความเป็นอยู่ค่อนข้างจะล้าหลัง
ที่เหลืออีกราว ๑.๕ ล้านคน แยกย้ายกระจัดกระจายไปอยู่ที่ตามที่ต่างๆ ในสหรัฐ เผชิญกับชีวิตสมัยใหม่ตามแต่อัธยาศัย
แต่เที่ยวล่าสุดนี้“ปีเตอร์ ซานเตเนลโล”ไปพูดคุยกับ”หมอผี”ที่เรียกโดยสุภาพว่า medicine man ชาวอินเดียนเผ่า“ลาโกตา”ที่บ้านพักใน”เขตคุ้มครองอินเดียนไพน์ริดจ์” รัฐดาโกดา
สัมภาษณ์”เมดิซิน แมน”คนนี้ เพียงคนเดียว ก็สะท้อนความรู้สึกทั่วๆ ไปของ”อเมริกันอินเดียน”ได้ทั้งมวลและชัดเจน ครับ
“เมดิซิน แมน”ที่ว่านี้ คือบุคคลซึ่งเป็นที่เคารพนับถือสูงสุดของเผ่าทั้งในแง่”ผู้นำจิตวิญญาน”และเป็น”หมอ”รักษาคนป่วย ด้วยอาคมและยาสมุนไพร
แน่นอนว่า จะต้องเป็นคน ที่ฉลาดเฉลียวมากที่สุด เท่าที่แต่ละเผ่าจะพึงมี
“เมดิซิน แมน”ผู้นี้คือ“เดวิด สวอลโลว์”ชื่อตามแบบฉบับ Christian name
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ได้เข้ารีตรับนับถือศาสนาคริสต์แล้ว
เขายังคงเป็นอินเดียนแดงเต็มตัวชื่อจริงคือ“โววิตัน อูฮา มานี”ในภาษา”ลาโกตา”แปลว่า”เดินด้วยความทนง”
ตั้งชื่อตามธรรมเนียมอินเดียนแดงที่มักจะใช้”อากัปกิริยา”เป็นชื่อเสมอ เช่น Sitting Bull คือ “วัวนั่ง” หรือ Crazy Horse คือ“ม้าบ้า” ฯลฯ
เขาบอกว่า เติบโตมาโดยไม่รู้ภาษาอังกฤษเลย แต่ก็ไม่ยากที่จะเรียน ซึ่งก็คงจะจริง เพราะเขาพูดภาษาอเมริกันได้ชัดเจนยิ่งกว่าคนอเมริกันในภาคใต้เสียอีก
เขาบอกว่าตามปกติเขาจะพูดภาษา”ลาโกตา” แต่ชาว”ลาโกตา”ในปัจจุบันมีไม่กี่คนที่พูดได้ ทำให้น่าเป็นห่วงว่าในที่สุดภาษานี้จะสูญหายไป
“แต่ถ้ามองในแง่ที่ดีแล้ว เราก็ประพฤติตามคำทำนายที่มีมา”เพราะปู่เคยพูดกับเขาเมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็กว่า สักวันหนึ่งในอนาคตเด็กๆ ที่วิ่งเล่นอยู่ข้างหน้าเรา จะกลายเป็นพวก wasicu (พวกหยิบชิ้นปลามัน)ซึ่งหมายถึง”คนขาว”
เขาบอกว่า ความเป็น”คนขาว”ไม่ได้อยู่ที่ผิวสี”แต่อยู่ที่สมอง(ที่ถูกล้าง)
เห็นหรือยังว่า“เมดิซิน แมน”ฉลาดพูดแค่ไหน
“เมดิซิน แมน”บอกอันที่จริง คำว่า wasicu ใช้เรียกพวกบาทหลวงที่เข้ามาสอนศาสนารุ่นแรกๆที่สวมเสื้อคลุมสีดำ แต่ไม่รู้ว่าพวกนี้เป็นใคร พระของพวกเขาคือใคร
เมื่อถามว่า จิตวิญญานที่ชาว”ลาโกตา”นับถือเสมือนศาสนา คืออะไร
“ก็ดวงอาทิตย์ โลก ดวงดาวไง”
“รวมทั้งต้นไม้ ก้อนหิน น้ำ ควายไบซัน นกอินทรี หมาป่า หมี ฯลฯ ทุกสิ่งทุกอย่างคือจิตวิญญานที่ต้องนับถือ”
“แล้วพวกเสื้อดำนั้นเป็นใคร มากระทำชำเราพวกเด็กๆของเรา แต่กลับอ้างว่าเป็นตัวแทนพระเจ้า ข้าไม่เชื่อ”
“ปีเตอร์”แย้งว่าศาสนาคริสต์นั้น คือสถาบันนะ
แต่เขาโต้ว่าสถาบันหรือศาสนาล้วนถูกควบคุมโดย corporation ซึ่งแปลว่า“บริษัท”และบริษัทนั้นควบคุมโดยกลุ่มคนตะกละ พวกนี้ไม่คิดจะมีมนุษย์ธรรมหรือให้ความเคารพนับถือเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วยกัน ต้องการเพียงสิ่งเดียวคือการเข้าควบคุม

istockphoto 1395939009 612x612 1

ถามว่าสถานะโลกปัจจุบันเป็นอย่างไร โลกปี ๒๐๒๒
ตอบว่า “เสียใจด้วยกับสถานะโลกปัจจุบัน เพราะบริษัทเหล่านี้ทำเฉพาะหาทางให้ได้มาซึ่งเงินพันล้านหมื่นล้านดอลลาร์เท่านั้น”
“ได้มาแล้วก็อยากได้มากยิ่งขึ้น นี่คือหลุมใหญ่ ศูนย์กลางของจิตใจ ซึ่งไม่มีที่สิ้นสุด”
“อย่างนี้ ศาสนาช่วยอะไรไม่ได้หรอก”
“แต่มีอย่างหนึ่งที่ดีงาม คือชาวอินเดียนไม่ต้องสังกัดนิกายอะไร คือใครจะนับถืออะไรก็ได้ เปิดโอกาสให้ใครๆ สามารถขอพรจากพระเจ้าที่พวกเรานับถือได้”
“พวกเราจะนับถืออะไร อย่างไรก็ได้”เขาย้ำ
คำบอกเล่าของ”เมดิซิน แมน”น่าจะถูกต้องเพียงบางส่วน เพราะเคยรู้มาว่า แรกๆอินเดียนแดงถูกทางการห้าม ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อดั้งเดิม เช่น“Sundance”หรือเต้นบูชาดวงอาทิตย์ ซึ่งอีกนัยหนึ่งเป็นการเต้นปลุกปลอบให้เกิดความกล้าหาญที่จะทำสงครามกับคนขาว
แต่ทุกวันนี้ ชาวอเมริกันอินเดียนบางกลุ่มก็แอบทำกัน จนทางการต้องปล่อย เอาหูไปนา เอาตาไปไร่
บริเวณที่ Pine Ridge Indian Reservation ที่”ปีเตอร์ ซานเตเนลโล”ไปเยือนและพูดคุยกับ“เมดิซิน แมน”นั้น ยังคงมีสภาพที่ล้าหลัง มีพื้นที่กว้างก็จริง แต่ยังมีบ้านเรือนโทรมๆ
มีโบสถ์คริสต์ร้าง มีคาสิโนหรือโรงพนันที่รัฐสร้างไว้ เพื่อสร้างงาน หารายได้ให้แก่ชาวอินเดียน แต่ก็ร้าง ไม่มีคนไปเที่ยว
ที่ผ่านมา ชาวอินเดียนกล่าวโทษตลอดว่า“คนขาว”เอาความชั่วร้ายไปให้ทั้งหมด รวมทั้งสุรายาเมา
สรุปแล้ว ทุกวันนี้ อเมริกันอินเดียนในเขตคุ้มครองส่วนใหญ่ ไม่พึงพอใจต่อการปกครองของสหรัฐ พวกเขาต้องการความป็นชาติในตัวพวกเขาเอง
จนในที่สุด ต้องการปกครองตนเอง ซึ่งก็ได้รับ แต่ได้ในลักษณะจำกัด เพราะถึงอย่างไร ก็ต้องถูกปกครองด้วยรัฐบาลสหพันธ์ที่กรุงวอชิงตันดีซี อยู่ดี
มีเขตคุ้มครองอินเดียนไม่กี่แห่งเท่านั้น ที่เจริญเกือบเทียบเท่า”คนขาว”เช่น เขตคุ้มครองอินเดียนเผ่า”นาวาโฮ”ในรัฐแอริโซนา เขตคุ้มครองอินเดียนเผ่า”โครว์ครีก”ในรัฐเซาธ์ ดาโกตา เป็นต้น
เมื่อ ๕๐ กว่าปีก่อน ผมเคยไปเยือน เขตคุ้มครองอินเดียนที่”ไวท์ เอิร์ธ”ในรัฐมินเนโซตา ที่นั่นค่อนข้างยากจนและอยู่ได้ด้วย”แสตมป์อาหาร”ที่รัฐช่วยเหลือ เพราะผู้คนไม่มีงานทำ หรือไม่อยากทำงาน ที่ติดเหล้าก็เยอะ
ก็ไม่รู้ว่าทุกวันนี้ มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในทางบวกมากน้อยแค่ไหน
ฟังๆ ที่”เมดิซิน แมน”พูดคุยกับ”ปีเตอร์”แล้ว อินเดียนแดงไม่ค่อยจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อครึ่งศตวรรษที่ผ่านมาเลยครับ
ผมเพียงแต่นำเรื่องของพวกเขาบางเสี้ยว มาถ่ายทอดในเชิงสารคดี
เพื่อความรู้รอบเท่านั้น

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *