เริ่มจาก”อาคม มกรานนท์”ถามไถ่-แต่ไปจบที่ผู้ลี้ภัยยูเครน
สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
เริ่มจาก”อาคม มกรานนท์”ถามไถ่-แต่ไปจบที่ผู้ลี้ภัยยูเครน
เมื่อสองสามวันที่ผ่านมานี้ ผมเข้าไปทักท่านพี่”อาคม มกรานนท์”(ในวัย ๙๐ กว่าๆ)ที่กำลังออกรายการสดทาง
เฟซบุ๊ก(ขยันทำทุกวันตั้งแต่เวลา ๑๑.๐๐ น.) เพื่อแสดงความคารวะ เพราะชอบใจการให้สัมภาษณ์ของท่าน ในรายการ”ลายกนก ยกสยาม” ที่เล่าถึงประสบการณ์การเป็น”ผู้ประกาศข่าว”ในอดีต รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ที่ผมไม่เคยรู้ ประกอบเป็น”น้ำจิ้ม”
เช่น เรื่องที่ท่านไปฝึกอบรมวิชาเทคนิคการทำโทรทัศน์ในฝรั่งเศส เสียดายที่ท่านไม่ลงลึก ในรายละเอียด
ฟังแล้วเพลิดเพลินเจริญใจมากครับ ฐานที่ผมเอง เคยเป็นผู้ประกาศทาง”ช่องเจ็ดสีทีวีเพื่อคุณ”ราวปีหนึ่ง แต่พบว่าเอาดีทางนี้ไม่ได้ ก็เลยขอเลิกกลางคัน
ขณะคุยกันอยู่นั้น ในที่สุดท่านพี่(“อาคม”)ก็ถามว่า “สงครามยูเครนจะจบลงเมื่อไรครับ คุณเกษม”
”ไม่รู้จริงๆ ครับ”ผมตอบไปอย่างนั้น
เนื่องจากเดาไม่ได้เลย เพราะในขณะนี้ รัสเซียกลับมาใช้จรวดระยะไกลยิงโจมตีถล่มเมืองต่างๆ ในยูเครนอีกแล้ว แม้”กรุงเคียฟ”เมืองหลวงก็โดนด้วย ส่อท่าทีว่า สงครามอาจขยายตัว
แต่ที่น่าอัปยศที่สุด ก็คือโจมตีห้างสรรพสินค้าที่เมือง”เครเมนชุก”ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย ๒๐ ราย บาดเจ็บ(ทั้งที่สาหัสและไม่สาหัส)๕๙ ราย เหตุเกิดขึ้นในตอนบ่ายวันที่ ๒๘ มิถุนายนที่ผ่านมา ในช่วงที่ลูกค้าราว ๑,๐๐๐ คน เข้าไปจับจ่ายข้าวของที่นั่น
พฤติกรรมของกองทัพรัสเซีย เช่นนี้เคยเกิดมาแล้วหลายครั้ง ทั้งๆที่รู้ว่า เข้าข่ายก่อ”อาชญากรรมสงคราม” โดยไม่อาจปฏิเสธได้
หากถามว่าฝ่ายไหน หรือใคร สมควรจะดำเนินคดีรัสเซียอย่างไรหรือไม่และกับใครบ้าง
ผมเองก็ไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ แม้จะคับแค้นใจแทนชาวยูเครน สักเพียงไร
ถามว่าการโจมตีแบบไม่แยกแยะเป้าหมายเช่นนี้ ผิดหลักการทำสงครามสากล(ที่จะต้องโจมตีเป้าหมายทางทหารเท่านั้น) ใช่หรือไม่
โจมตีเสียจนพลเรือนยูเครน ต้องกลายเป็นผู้อพยพไปแล้วกว่า ๑๐ ล้าน ทั้งในประเทศและในต่างประเทศ(ที่อพยพหนีข้ามพรมแดนยูเครนออกไป)
ตัวเลขขององค์การสหประชาชาติล่าสุดระบุว่า ผู้อพยพยูเครนตอนนี้ มีถึงกว่า ๑๒ ล้านคนแล้ว ทั้งในชาติอื่นๆ และภายในประเทศ เพราะบ้านเรือนถูกทำลายและชีวิตถูกคุกคาม
ในจำนวนนี้กว่า ๗,๐๐๐,๐๐๐ คนพลัดที่นาคาที่อยู่ในประเทศ ไม่รู้จะหลบไปไหน ต้องทนอดอยากยากไร้ ขาดแคลนปัจจัยสี่
อีก ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน หนีไปพักพิงในชาติเพื่อนบ้านและชาติที่อยู่ห่างไกลออกไป เช่นสหรัฐอเมริกา แต่ไม่รู้จำนวนเท่าไรแน่ (โดยไปสมทบกับคนยูเครนเดิมที่ย้ายถิ่นฐานไป รวมๆแล้ว ราว ๑.๑ ล้านคน)
ตัวเลขชัดๆ ที่เปิดแล้วเผยก็คือ
รัสเซียรับผู้ลี้ภัยยูเครนไว้ ๑,๓๐๕,๐๑๘ คน
โปแลนด์รับไว้ ๑,๑๘๐,๖๗๗ คน
มอลโดวารับ ๘๕,๗๙๗ คน
โรมาเนีย ๘๒,๗๓๓ คน
สโลวาเกีย ๗๘,๙๗๒ คน
ฮังการี ๒๕,๐๔๒ คน
เบลารุส ๙๐๐๖ คน
นี่คือตัวเลขที่ได้มา เมื่อหกวันก่อนที่จะเขียนเรื่อง(เขียนวันที่ ๒๙ มิย.)
จำนวนผู้ลี้ภัยจากสงครามยูเครนในต่างแดนที่เหลือจากจำนวนนี้ ไปอยู่ที่ไหนอีกบ้าง มากน้อยเท่าไร ผมยังหามานำเสนอไม่ได้ในรายละเอียด
แต่ที่สหราชอาณาจักรนั้น พอหาได้อยู่ คงจะช่วยสะท้อนปัญหาผู้ลี้ภัย ให้เห็นชัดขึ้น
ผมหาตัวเลขมาได้ โดยไม่มีหลักแหล่งอ้างอิงได้ นอกจาก“วิกิพีเดีย”ว่า
ตัวเลขเมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๐๒๒ สหราชอาณาจักร รับผู้ลี้ภัยสงครามยูเครนไว้แล้ว ๕๓,๘๘๐ คน ในจำนวนนี้ ๒๐,๘๐๐ คน ไปสมทบกับสมาชิกครอบครัวที่นั่นได้ทันที
อีก ๓๓,๐๐๐ คนเข้าไปได้ ตามโครงการสนับสนุน Ukraine Sponsorship Scheme แต่ต้องมีปัจเจกชนชาวอังกฤษหรือองค์กรอะไรก็ได้ ลงทะเบียนให้การสนับสนุน(ชั่วคราว)อย่างน้อยหกเดือน ด้วยการแบ่งปันที่อยู่อาศัยให้ โดยได้สิทธิทำงาน ได้รับการศึกษาและเข้าถึงกองทุนสาธารณได้
ฟังๆดูแล้ว ก็น่าจะราบรื่นและดีเอามากๆ
ผมได้ยินมาด้วยยว่า เยอรมนี ก็ทำเช่นเดียวกัน กับสหราชอาณาจักร แต่คงจะไม่เหมือนกันเสียเลยทีเดียว ฉะนั้น ใครพอจะรู้ในรายละเอียด โปรดส่งข้อมูลเพิ่มเติม มาให้ผมได้รับรู้บ้าง ก็จะขอบพระคุณมากครับ
ย้อนกลับไปที่สหราชอาณาจัก หรือที่เราเรียกกันว่าอังกฤษ ปรากฏว่ามีปัญหาเกิดขึ้นกับชาวยูเครนหลายราย ทำให้กลายสถานะ จาก”ผู้ลี้ภัย”เป็น”คนไร้บ้าน”ไป
ก็หมายถึง”คนไร้บ้าน”ที่ร่อนเร่ อาศัยหลับนอน ตามถนนรนแคมนั่นแหละ
เรื่องนี้ สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น นำมาเปิดเผยครับ
จากการติดตามสัมภาษณ์ของนักข่าวซีเอ็นเอ็น พบว่า ผู้ลี้ภัยยูเครน ราวครึ่งโหล ที่ไปถึงสหราชอาณาจักรใหม่ๆ ไม่กี่สัปดาห์ ต้องกลายเป็น”คนไร้บ้าน” หลังที่ความสัมพันธ์กับ”ผู้ให้การสนับสนุน”เกิดร้าวฉาน ต้องออกจากบ้านไป ด้วยความรู้สึกสับสนและโดดเดี่ยว ไร้ที่พี่งพา
ส่วนจะมีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้กลายเป็นคนไร้บ้าน หรือไม่นั้น คงต้องเสาะแสวงหารายละเอียดกันต่อ
ในที่สุดรัฐบาลอังกฤษตรวจสอบพบว่า “ผู้ลี้ภัย”จากยูเครน ที่กลายสภาพเป็น”คนไร้บ้าน”ทั่วประเทศ มีอยู่อย่างน้อย ๖๐๐ คน
เท่ากับเป็นการทับถมปัญหา”คนไร้บ้าน”ซึ่งอังกฤษมีอยู่แล้ว ๒๗๔,๐๐๐ คน โดยเฉพาะในมหานครลอนดอนมีกว่า ๕,๐๐๐ คน
สภาพ”คนไร้บ้าน”เป็นอย่างไร ผมเขียนไว้แล้วใน เรื่อง “ชัชชาติ : ความหวังใหม่ของ”คนไร้บ้าน” จากเว็บไซต์ INEWHORIZON แชร์มาลงใน“เฟซบุ๊ก” เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕
ย้อนกลับไปหาอ่านได้ครับ
ถามว่า ผมเขียนเรื่อง”ผู้ลี้ภัย”เพราะสงครามเพื่ออะไร
ตอบว่า เพื่อเตือนสติคนไทยอย่างเราๆ ท่านๆ ว่า อย่าเผลอไปเป็น”ผู้ลี้ภัยสงคราม”เข้า เพราะหนักหนาสากรรจ์นัก
ไทยเราเอง เคยต้องรับ”ผู้ลี้ภัยสงคราม”มาแล้วหลายหน เจ้าประจำก็คือจากพม่า
เจ้าที่เคยจรมาพำนักชั่วคราว ก็คือ “คนเรือ” หรือ Boat Peoples จากเวียดนามใต้หลายพันคน ซึ่งล้วนส่งไปตั้งถิ่นฐานยังประเทศที่ ๓ แล้ว ที่เหลือ ก็ส่งกลับภูมิลำเนาเดิมคือเวียดนาม
ขอบอกว่า ไทยเราจัดการแก้ไข”ผู้ลี้ภัย”ได้ดีพอใช้ ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายระหว่างประเทศ
แต่ไม่ค่อยจะดีเลยกับชาวโรฮีนจา ซึ่งยังเป็นปัญหาคาราคาซัง สอบไม่แล้วเสร็จ เพราะถูกอำนาจทางการเมืองกีดกัน มาจนทุกวันนี้
ก็ได้แต่หยิบยกเรื่องนี้มาเขียน เพื่อเตือนสติกัน ว่าอย่าประมาท หากสักวันคนไทยเรา ต้องตกเป็น”ผู้ลี้ภัยสงคราม”ซึ่งสุ่มเสี่ยงมาแล้วเมื่อครั้งที่นายพลวันเทียนดุงแห่งเวียดนาม ประกาศจะยึดกรุงเทพฯ ภายในสองชั่วโมง หมายสถาปนา “สหพันธรัฐอินโดจีน”
ดีที่จีนทำสงครามลงโทษเวียดนามเสียก่อน เวียดนามต้องหันไปรบจีน เลยเสียโอกาส ไม่สามารถมาจัดการไทย
อีกอย่าง ผมเคยเป็น”ผู้ลี้ภัย”(ไร้บ้าน ไร้งานทำ)เร่ร่อน ในประเทศตัวเองมาแล้ว ราวหนึ่งในสามของชีวิต
จึงสะทกสะท้านและซับซึ้งในความทุกข์ยากของ”คนไร้บ้าน ไร้งานทำ”ของ”ผู้ลี้ภัย”เหล่านั้น เป็นอย่างยิ่ง
เลยต้องเขียนถึง เพื่อการทดแทน ทางจิตวิญญาน








