INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (42)

1751271562779 edit 472228438216681 207x300 1

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (42)

โดย​ อดุลย์​ มานะจิตต์

พวกเขา ในนามของเราด้วยเ ในวจนะอีกบทหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งอีซาบอกกับ

ฮะวาริสของเขาดังว่า “โอกลุ่มชนผู้ช่วยเหลือของฉันจงปฏิบัติตามที่ฉัน ปรารถนาเถิด พวกเขาจึงถามขึ้นว่ามีเรื่องอะไรหรือท่าน เขา(อีซา) จึงลุกขึ้นจัดการล้างเท้าให้กับพวกเขา บรรดาฮะวาริสจึงอุทานขึ้นว่า โอ้ผู้เป็นวิญญาณบริสุทธิ์ของอัลลอฮ์ มันจะเป็นการเหมาะสมกว่า ที่เราจะเป็นผู้ล้างเท้าอันจำเริญของท่าน อีซากล่าวตอบว่า “ผู้หนึ่ง ที่มีความรู้ย่อมมีคุณค่ามากกว่าที่จะเป็นผู้บริการให้กับผู้อื่น ฉันขอเน้นย้ำความต่ำต้อยด้อยค่าและความออนน้อมครั้งนี้ เพื่อว่าภายหลัง จากฉัน พวกท่านจะได้รับความประพฤติอย่างออนน้อมถอมตนต่อผู้ คนที่ฉันกระทำต่อพวกท่าน วิทยญาณได้รับการเผยแพร่ออกไป โดยอาศัยความสุภาพและอ่อนน้อมถ่อมตน มิใช่ด้วยความหยิ่งทะนง และความจองหอง หญ้าและเมล็ดพืชย่อมเติบโตเจริญงอกงามใน ดินที่อ่อนและนุ่มนวลไม่ใช่ที่แข็งกระด้าง”

มีกล่าวไว้ในวจณะที่น่าเชื่อถือได้เพื่อเป็นคำตอบที่ว่า ทำไม บรรดาสาวกของอีซาจึงสามารถเดินบนน้ำได้ ในขณะที่สาวกของ มูฮัมมัดกลับไม่มีอำนาจนี้ อิมามกล่าวตอบว่า สถานะการเงินของ อีซา นั้น อัลลอฮ์ทรงเป็นผู้จัดการให้(โดยตรง)แต่ชุมชนนี้ (บรรดาผู้ตาม แนวทางของมุฮัมมัด) ได้ถูกทำให้เป็นผู้รับผิดชอบต่อการทำงานที่

จะต้องแสวงปัจจัยยังชีพของพวกเขาเอง มีบันทึกจากบรรดา

ผู้เล่าเรื่องที่น่าเชื่อถือได้ว่า มีบางคนถาม อิมาม อัศศอดิกว่า ในบางครั้งมันมีเรื่องเกิดขึ้นว่า ฉันได้เห็นบางคน

ที่เขาดูว่ามีความอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างมาก ผู้ซึ่งวิงวอนขอพรและ ละหมาด อยู่เป็นนิจและไม่ได้มีการศรัทธาในศาสนาของท่าน ดังนั้น การเคารพสักการะจะเป็นประโยชน์กับเขาหรือไม่

“ผู้คนดังกล่าวนี้เสมือนกลุ่มชนหนึ่งของอิสราเอล ผู้ซึ่งเมื่อได้ก็ตามที่ เขากระทำการเคารพภักดีและวิงวอนขอพรเป็นเวลาสี่สิบวัน ย่อมจะได้ อิมาม กล่าวตอบว่า รับในสิ่งที่เขาวอนขอ แต่มีครั้งหนึ่ง เมื่อคนๆหนึ่งของพวกเขากระทั่ เช่นนั้น การวิงวอนของเขาไม่ได้รับการตอบรับ ดังนั้นเขาจึงมาหา อีซาและร้องเรียนต่อท่านและขอร้องท่านเพื่อให้ทำการวิงวอนเพื่อ

ตัวเขา อีซา จึงทำน้ำละหมาดและละหมาดจำนวนสองร็อกกะห์อัต และจึงวิงวอนต่ออัลลอฮ์ ซึ่งเป็นผลให้อัลลอฮ์ลงวิวรณ์มายังท่าน “ชาย

บางทีเจตนารมณ์นี้เพื่อชี้ชวนให้เห็นว่าพวกเขา(บรรดาผู้เจริญรอยตามอีซา ) ไม่ต้องรับ

ภาระของการประกอบกิจกรรมในทางโลกซึ่งต้องใช้เวลาเป็นส่วนใหญ่ แต่ชุมชนของ มุสลิมนั้นต้องแบกภาระและหนักหนากว่าเป็นสองเท่าของการรำลึกถึงอัลลอฮ์ ถึงแม้ ขณะอาศัยหรือทำงานอยู่ในสังคม รางวัลตอบแทนของพวกเขาย่อมยิ่งใหญ่กว่า แต่ กเขาไม่มีปัจจัยต่างๆเหล่านั้นในชีวิตนี้ (ซึ่งบรรดาสาวกของอีซาได้รับ) เพราะฉะนั้น รางวัลตอบแทนของพวกเขาในสวรรค์ก็เช่นกันย่อมได้รับการเพิ่มพูน ดังที่ได้กล่าวไว้ ในอะดีษนี้ ในอีกทางหนึ่งดังที่ได้ชี้แนะไว้ ในการรายงานของเชค ตะบัรซี ดังที่ว่าเมื่อบรรดาสาวกของอีซาเกิดความหิวกระหาย พวกเขาเพียงแต่บอกกับอีซาว่า พวกเขาหิว ดังนั้นอีซาจึงเพียงแต่ตีไปที่พื้นดิน ณ ที่ใดก็ได้ที่เขาอยู่ และบัดดลนั้นขนมปังสอง ก้อนก็จะโผล่ขึ้นมาให้กับพวกเขา ในทำนองเดียวกันเมื่อพวกเขา เมื่อพวกเขา กระหายน้ำ พวกเขาเพียงแต่กล่าวว่า “โอ้วิญญานบริสุทธิ์ของอัลลอฮ์ เรากระหายน้ำ และอีซา สาวกกล่าวกับอีซาว่า ไอ้รูฮุลลอฮ์ มีผู้คนอื่นๆอีกไหมที่ดีกว่าเรา เพราะพวกเรา ก็เอามือของเขาตีไปที่พื้นดิน และน้ำก็จะพุ่งมาในทันที ณ ที่นั้น ครั้งหนึ่งบรรดา มีศรัทธาต่อท่านและท่านก็เลี้ยงดูเรา เมื่อใดก็ตามที่เราหิว และท ให้เราเมื่อเรากระหาย อีซากล่าวตอบว่า บรรดาผู้ที่พวกเขาทำงานเลี้ยงชีพของ พวกเขาด้วยกับมือของพวกเขาเอง ย่อมดีกว่าพวกท่าน ภายหลังจากนั้น พวกเขา จึงไปประกอบอาชีพของพวกเขาด้วยการทำงานหนัก และท่านก็จัดหาน้ำหนัก

 

แนวทางให้กับเขาและชายคนนั้นมีความสงสัยในการเป็นศาสนทูต(อีซา) คนนี้ได้เข้ามาหาพระองค์แต่ในวิธีที่ไม่ถูกต้องซึ่งต่างไปจากดอีซาร ดังนั้นข้าจึงไม่รับคำวิงวอนขอร้องของเขา ถึงแม้เขาจะทำการวิงวอน เขาบิด นิ้วของเขาร่วง” เมื่อได้ยินเช่นนี้ อีขา ต่อไป จนกระทั้งคอของเขาบิด นวญญาณ จึงมองไปยังชายผู้นั้นและจึงถามเขาว่า “เจ้ามีความสงสัยใดๆในการ เป็นศาสนทูตของฉันหรือไม่ เขากล่าวตอบว่า “ใช่แล้ว ข่าวตอบว่า “ใช่แล้ว โอ้ผู้เป็นวิญญาณ อัลลอฮ มันเป็นเช่นนั้นจริง ได้โปรดกรุณาวิงวอนต่ออัลลอฮ บริสุทธิ์ของอัลลอฮฺ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในสถานะภาพของฉันในทางที่ดีขึ้น จึงวิ่งวอนให้กับเขา อัลลอฮฺทรงรับการขอลุแก่โทษของเขาและเขาก เช่นกันจึงเป็นเช่นเดียวกันกับสมาชิกในครอบครัวของเขาผู้ซึ่งกลาย

มาเป็นมุอฺมิน(ผู้ศรัทธา) ในอีกฮะดีษหนึ่งมีรายงานไว้โดยผ่านทางอิมาม อัศศอดิก ว่า มูซาเคยกล่าวบางสิ่งไว้ครั้งหนึ่งกับผู้คนของท่าน ผู้ซึ่งพวกเขาไม่ สามารถเชื่อฟังปฏิบัติตามได้ ดังนั้นพวกเขาจึงก่อกบฏขึ้นในอียิปต์ พวกเขาจึงสู้รบกับพวกเขา และได้สังหารพวกเขา (ในทำนองเดียวกัน) อีซาพูดบางสิ่งกับชุมชนของเขาซึ่งพวกเขาไม่อาจอดทน(เข้าใจ)ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงลุกขึ้นต่อต้านเขาและสู้รบกับเขา ณ เมืองติกรีต ( อิรัก) และพวกเขาทั้งหมดจึงถูกสังหาร ดังที่พระองค์ผู้ทรงเกรียงไกรตรัสไว้ ดังว่า

“ดังนั้นคณะหนึ่งของบุตรหลานแห่งอิสรออีล เชื่อศรัทธา และ อีกคณะหนึ่งปฏิเสธ ดังนั้นเราจึงให้การช่วยเหลือบรรดา ผู้ศรัทธาในการต่อกรกับบรรดาศัตรูของพวกเขา และดังนั้น จึงเป็นผู้ที่มีอำนาจเหนือ” (61:14)

บางอย่างพร้อมด้วยสาวกสามคนของเขา พวกเขาไป มีบันทึกไว้ในอีกวจนะหนึ่งว่า วันหนึ่งอีซาไปยังหมู่บ้านแห่ง

พบทองคำรวมสามแท่งในระหว่างทางที่เดินผ่าน อีซาจึงกล่าวขึ้นว่า “ก้อนอิฐทั้งสามก้อนนี้จะฆ่าผู้คน” และจึงเดินผ่านมันไป หลังจากที่

เดินกลับมาทำธุระบางอย่าง เขาจึงอนุญาตให้และจึงเดิน เดินผ่านไปแล้วหลายก้าว สาวกคนหนึ่งของเขา ขออนุญาตเขาเพื่อในทำนองเดียวกัน อีกสองคนก็ขออนุญาตต่อเขาและจึงเดินกลับไปเอา ทองคำทั้งสามแท่งนั้นมา สองคนของพวกเขาจึงขอให้คนที่สามไป ที่ตลาด เพื่อไปหาของกินบางอย่าง โดยบอกกับเขาว่าพวกเขาจะ คอยอยู่ ณ ที่นั้น

คนที่สามจึงไปที่ตลาดและจึงผสมยาพิษเข้าไปในอาหาร โดย จินตนาการไปว่าทั้งสองคนต้องตายภายหลังจากกินอาหารนั้นเข้าใจ และเขาจะได้เป็นเจ้าของทองคำเหล่านี้ ในทางกลับกันอีกสองคนได้ และเป็นวางแผนร้ายกับคนที่สาม เพื่อที่จะฆ่าเขา และจะได้แบ่งตามกันในระหว่างสองคนนั้น ในที่สุดเมื่อชายคนที่สามกลับมา คนทั้งสองนี้จึงฆ่าเขา และจากนั้นจึงกินอาหารนั้นเข้าไปอย่างสบายอารมณ์ เพื่อที่จะตายตามไปในช้า เมื่ออีซาเสร็จธุระของเขาจึงเดิน กลับมา เขาจึงได้เห็นคนทั้งสามนอนตายอยู่ใกล้ๆกับทองคำแท่ง เหล่านี้ เขาจึงนำเอาชีวิตของคนทั้งสามกลับคืนมาโดยกล่าวว่า “จงลุกขึ้นยืนเถิดด้วยกับพระอนุมัติของอัลลอฮ์” จากนั้นเขาจึงถามพวก เขาว่า เขามิได้บอกพวกเขาไว้ล่วงหน้าดอกหรือว่า ก้อนอิฐเหล่านี้ ทำให้คนหลายคนต้องฆ่ากัน

มีกล่าวไว้ในหนังสือบางเล่มว่า ครั้งหนึ่งอีซามีธุระง่วนอยู่กับ การเดินทางไปเทศนากับผู้คนพร้อมด้วยสาวกสองสามคนของเขา เขาเดินทางผ่านจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เพื่อว่าเขาจะได้ชี้นำบรรดา ผู้ที่มีคุณค่าและปลดปล่อยพวกเขาจากสภาพของความหลงผิดของ

พวกเขา เมื่อพวกเขามาถึงใกล้ๆกับเมืองเมืองหนึ่ง พวกเขาเห็น ขุมสมบัติจำนวนหนึ่งที่ทำให้บรรดาสาวกของเขาอยากได้ จึงได้ ขอร้องต่ออีซาให้การอนุมัติต่อพวกเขาเพื่อจะได้รักษามันไว้ไม่ให้ สูญหายไปในป่า อีซาจึงบอกกับพวกเขาว่าทรัพย์สิน เหล่านั้นจะ

ไม่ให้อะไรกับพวกเขาเลย นอกจากความเศร้าเสียใจและความยุ่งยาก

ทำให้เกิดความยุ่งยากหรือความเศร้าโศกใดๆ ดัง โดยจริงๆแล้ว ฉันกำลังเดินทางไปหาทรัพย์สมบัติ ชนิดหนึ่งที่จะไม่

จนกว่าฉันจะกลับมา มาก พวกเขาบอกกับอีซาว่า ชาวเมืองนี้เป็นคนเลว พวกเขาจะสังหารใครก็ตามที่เข้าไปที่นั่น อีซาจึงกล่าวว่า พวกเขาจะสังหารเฉพาะผู้ที่มองดูทรัพย์สินและสมบัติของพวกเขา ด้วยกับตัณหา แต่ฉันไม่ได้ใส่ใจแม้สักนิดกับ

ขาวของเงินทองของ พวกเขา” อย่างไรก็ตาม อีซาจึงเดินทางเข้าไปในเมืองนั้นและเริ่มการ สำรวจดูถึงทุกๆสิ่งอย่างละเอียด

ในทันใดนั้น เขาเห็นบ้านเก่าที่ทรุดโทรมหลังหนึ่งที่มีขนาด เล็กที่สุด และไม่น่าดูที่สุด เขาจึงกล่าวกับตนเองว่าชุมสมบัตินั้น จะอยู่ในที่ที่เปล่าเปลี่ยวเสมอ ถ้าหากมีผู้ใดที่คุ้มค่าต่อการได้รับทางนำ เขาก็ควรจะอยู่ในบ้านที่ยากจนหลังนี้ เขาจึงเคาะประตู และมีหญิงชรา คนหนึ่งออกมาเปิดประตูให้ (นาง)จึงถามว่าเขาเป็นใครกัน อีซาจึง ตอบว่า เขาเป็นคนเดินทางที่เดินทางมาถึงเมืองของนาง และเขา มีเจตนาที่จะพักแรมสักคืนหนึ่งในบ้านของนาง เพราะมันก็มืดแล้ว มันเป็นบัญชาของพระราชาของพวกเขาที่จะไม่อนุญาตให้ผู้ต่างถิ่น คนใดเข้ามาพักอาศัยในบ้านของพวกเรา แต่เนื่องจากใบหน้าของท่าน ดูปรากฏให้เห็นว่ามีความอ่อนโยน ฉันจึงไม่กล้าที่จะปฏิเสธ แขกผู้มาเยือนเช่นท่านได้ “บิสมิลลาฮ์” (ยินดีต้อนรับอย่างที่สุดขอเชิญ ท่านเข้ามา) และจงดูเถิด ในด้านหนึ่งแสงอาทิตย์อัศดง ณ ซีกฟ้า ตะวันตก และอีกด้านหนึ่งแสงจันทร์แห่งการเป็นศาสนทูตส่องสว่าง ขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ณ บ้านหลังนั้นที่เป็นของหญิงชราผู้เป็นคน ขัดสนโดยเปลี่ยนมันเป็นสวนสวรรค์ เจ้าของบ้านที่ทรุดโทรม หลังนี้เป็นของคนตัดไม้ที่ทำงานหนักผู้ซึ่งเสียชีวิตไปและทิ้งแม่หม้าย ผู้ชราและลูกชายผู้เป็นกำพร้าคนนี้ไว้ บุตรชายของเขาก็เช่นกันเป็น คนทำงานอย่างหลังขดหลังแข็งเพื่อหาเงินมาเลี้ยงชีพแบบหาเช้ากิน คำด้วยรายได้เพียงเล็กน้อย เมื่อถึงเวลากลางคืนลูกชายจึงกลับมาบ้าน

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *