กองกำลังของสหรัฐมีไว้เพื่อผดุงความดี ! จริงหรือ
คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
ทหารประชาธิปไตย
กองกำลังของสหรัฐมีไว้เพื่อผดุงความดี ! จริงหรือ
รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯประกาศว่า กองกำลังของสหรัฐฯที่คงไว้ในตะวันออกกลางเพื่อผดุงความดี แต่ถ้าได้พิจารณาอย่างใกล้ชิดก็จะพบหลักฐานหลายอย่างที่แสดงถึงการโกหกหลอกลวงอย่างขนานใหญ่ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะสหรัฐฯจะทำแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว
นอกจากนี้นายปอมปีโอ ยังกล่าวว่าข่าวดีก็คือยุคแห่งการที่สหรัฐฯต้องทำร้ายตัวเองด้วยความละอายได้สิ้นสุดลงแล้ว และนโยบายต่างๆที่จะทำให้สหรัฐฯต้องเจ็บปวดโดยไม่จำเป็นก็สิ้นสุดลงด้วย เขากล่าวท่ามกลางผู้ฟัง ณ มหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งไคโร อียิปต์
ภายใน 24 เดือน สหรัฐฯภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ จะปรับเปลี่ยนบทบาทที่เป็นแบบอย่างดั้งเดิมของสหรัฐฯ เข้ามาสู่ภูมิภาคนี้ (แสดงว่าที่ผ่านมาสหรัฐฯยอมรับว่าได้กระทำผิดพลาดในการทำลายประเทศต่างๆในภูมิภาคตะวันออกกลางและอาฟริกาเหนือ อย่างลิเบีย อิรักและซีเรีย กระนั้นหรือ)
นายปอมปีโอยังพล่ามต่อไปว่าเราจะกลับไปเหมือนเดิม ด้วยท่าทีใหม่ความสัมพันธ์ใหม่ และการปฏิเสธการโหมโรงโจมตีของฝ่ายศัตรูสหรัฐฯจะดำรงไว้เพื่อกำลังในการปลดแอก ไม่ใช่กำลังในการยึดครอง
มันเป็นความจริงที่จะไม่ค่อยมีการพูดกันนักในภูมิภาคนี้ แต่ข้าพเจ้าเป็นทหารที่ได้รับการฝึกฝนมา จึงขอพูดตรงๆว่า กองกำลังของสหรัฐฯเป็นกองกำลังเพื่อผดุงความดีในตะวันออกกลาง นายปอมปีโอกล่าว ส่วนเราฟังแล้วอยากสำรอก
เพราะจากหลักฐานที่ผ่านมากองกำลังสหรัฐฯ ได้ก่อกรรมทำเข็ญไว้ในภูมิภาคนี้ และในอาฟกานิสถาน จนทำให้ประเทศเหล่านี้ย่อยยับผู้คนล้มตายนับแสน ผู้อพยพอีกนับล้าน
ตัวอย่างเช่น ลิเบีย ก่อนการบุกของสหรัฐฯและนาโต้ปีค.ศ. 2011 เป็นประเทศที่มีมาตรฐานการครองชีพในระดับสูงกว่าทุกประเทศในอาฟริกาตามสถิติของ UN Human Development Index (HDI)
แต่แล้วสหรัฐฯก็สนับสนุนอัลกออิดะฮ์ ขบวนการก่อการร้ายให้เปิดสงครามกลางเมือง และสนับสนุนด้วยการ
โจมตีทางอากาศ การยกพลขึ้นบกของฝรั่งเศสและนาโต้ ตามด้วยการเปิดสงครามกลางเมืองกระจายไปทั่วด้วยกองกำลังอัลกออิดะฮ์ ซึ่งต่อมากลายเป็นขบวนการก่อการร้าย ISIS หรือ IS ตักฟิรีย์ และสงครามนี้ทำให้ลิเบียย่อยยับลงทันที ระบบสาธารณูปโภค และระบบสวัสดิการด้านสุขภาพและที่อยู่อาศัยของประชาชนพังพินาศโดยสิ้นเชิง จนปี 2015 ลิเบียหล่นไปอยู่ในอันดับที่ 27 ของอาฟริกา ด้วยการโจมตีของสหรัฐฯและกลุ่มนาโต้ ทำลายเขื่อนกักน้ำเลี้ยงประชาชน ทำให้ประชาชนตกอยู่ในฐานะลำบากสุดแสนจำนวนกว่า 70%
การล่มสลายของลิเบียก่อให้เกิดหายนะ และการจลาจลวุ่นวายกระจายไปทั่วอาฟริกาและภูมิภาคอื่นๆ เพราะคลังอาวุธจำนวนมากของลิเบียถูกกระจายจ่ายแจกไปยังขบวนการก่อการร้ายที่เป็นพวกสุดโต่งทางศาสนา เช่น กลุ่มโบโกฮาลามที่สั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลไนจีเรีย Peter Weber คอลัมน์นิสต์ของ The Week ระบุว่าโบโกฮารามได้รับผลประโยชน์อย่างมากในการเพิ่มประสิทธิภาพการรบของตน จากแค่อาวุธ AK-475 ที่ล้าสมัยยุค 2009 มาเป็นอาวุธที่ทันสมัยขึ้นแม้แต่อาวุธต่อต้านเครื่องบินและรถถัง และรายงานของ UN ในต้นปี 2012 ก็ยืนยันตามนั้น ตามด้วยรายงานของ The Civil Military Fusion Center ซึ่งกล่าวว่าอาวุธเหล่านั้นได้แพร่กระจายไปยังประเทศต่างๆโดยตลาดมืด โดยเฉพาะอาฟริกาและตะวันออกกลาง 
อาวุธอีกหลายส่วนจากลิเบียถูกลำเลียงผ่านตุรกี เพื่อไปสนับสนุนการกบฏในซีเรีย แลกเปลี่ยนกับน้ำมันที่ไอซิสนำมาขายจากดินแดนยึดครองในอิรักและซีเรีย
ความโกลาหลอลหม่านในภูมิภาคนี้ ถูกทำให้รุนแรง ระส่ำระสาย ในสมัยโอบามา ซึ่งสืบสานต่อจากการบุกถล่มอิรักของสหรัฐฯภายใต้บุช
ในซีเรียฝ่ายตะวันตกปฏิเสธข้อเสนอใดๆที่จะสร้างความสงบสุข เพราะเชื่อว่าฝ่ายขบฎจะชนะและอัสซาดจะต้องถูกโค่น แต่สื่อกระแสหลักของตะวันตกกลับโทษว่าความรุนแรงเหล่านี้เกิดจากพันธมิตรของอัสซาด โดยเฉพาะรัสเซียกับอิหร่านในขณะที่อิสราเอลและสหรัฐฯเข้าโจมตีซีเรียหลายครั้งมาก ทั้งๆที่เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ
ตรงข้ามรัสเซียเคยพยายามเสนอให้มีการเจรจาสงบศึกและสร้างสันติภาพโดยมีเงื่อนไขให้อัสซาดลงจากตำแหน่งก่อน และจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปโดยมีนานาชาติเข้าสังเกตการณ์ แต่ฝ่ายตะวันตกในขณะนั้นปฏิเสธเพราะเชื่อว่าอัสซาดต้องถูกโค่นแน่
มาบัดนี้สหรัฐฯภายใต้การนำของทรัมป์ตระหนักแล้วว่าอัสซาดเป็นฝ่ายชนะ จึงพยายามสร้างภาพว่าสหรัฐฯจะถอนทหารออกจากซีเรีย (ไม่รู้ว่าจะถอนจริงหรือเปล่า)
การอ้างว่ากองกำลังสหรัฐฯมีไว้เพื่อผดุงความดี ภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์จึงเป็นเพียงเกมการเมืองและการสร้างภาพ ที่โยนบาปไปให้โอบามา เพราะในสมัยทรัมป์เองการทำลายเมืองรักกา โดยกองกำลังสหรัฐฯทั้งทางอากาศและภาคพื้นดิน ทำให้พื้นที่กว่า 80% ไม่สามารถอยู่อาศัยได้โดยมนุษย์
การกล่าวอ้างว่าจะถอนทหารออกจากซีเรียภายหลังการทำลายล้างเมืองรักกาอย่างย่อยยับ ไม่อาจอ้างว่าเพื่อผดุงความดี มิหนำซ้ำเบื้องหลังการถอนทหารยังแอบไปเจรจาลับเพื่อช่วยให้กลุ่มก่อการร้ายตักฟิรีไอเอส ได้หลบหนีออกจากการปิดล้อมของกองกำลังพันธมิตร รัสเซีย-อิหร่าน-ตุรกี ที่มาช่วยอัสซาด
ภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์สหรัฐฯทำลายสถิติในการทิ้งระเบิดโจมตีอาฟกานิสถาน สนับสนุนซาอุดิอารเบียและพันธมิตรในการโจมตีเยเมนอย่างไร้มนุษยธรรม ทำให้เด็กๆและคนชราตกอยู่ในภาวะอดอยาก ไร้ยารักษาโรค และเสี่ยงต่อโรคร้ายต่างๆ เช่น อหิวาห์นับหลายแสนคน
ที่ผ่านมาสหรัฐฯได้เข่นฆ่าสังหารชาวมุสลิมในตะวันออกกลางไปถึง 4 ล้านคน นับแต่ปี 1990
ล่าสุดก็พยายามใช้กำลังและการโฆษณาชวนเชื่อในการเข้าไปทำลายและยึดครองเวเนซูเอล่า ซึ่งมีน้ำมันสำรองจำนวนมากด้วยการกระทำที่ไร้เหตุผลในการกล่าวหาว่าประธานาธิบดีมาดูโร ผ่านการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ และประกาศรับรองนายกวัยโด ประธานสมัชชาแห่งชาติให้รักษาการประธานาธิบดี พร้อมโหมโฆษณาชวนเชื่อในสื่อกระแสหลักของตะวันตก โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนาโต้ส่วนใหญ่
ในทางตรงข้ามเกาหลีเหนือที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวป่วนโลกไม่เคยทำอย่างนี้เลย จึงเห็นได้ว่าสหรัฐฯนั่นแหละคือตัวป่วนโลก และคำกล่าวอ้างของนายปอมปิโอว่ากองกำลังสหรัฐฯมีไว้เพื่อผดุงความดีจึงนับเป็นการกล่าวเท็จระดับโลกทีเดียว







