INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

สันดานกิเลศที่บังเอิญพ้องกัน

thai 1549030 340

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

สันดานกิเลศที่บังเอิญพ้องกัน

เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เกิดขึ้น ที่หมู่เกาะมาร์แชล กลางมหาสมุทรแปซิฟิกโน่น

เป็นเรื่อง”ขายชาติ”ที่วางแผนกระทำอย่างแยบยล

นำมาเขียนเตือนไว้ เผื่อใครคิดจะทำ หรือพยายามทำไปแล้ว แต่ไม่สำเร็จ

นำมาเล่า เพื่อสะท้อนความทะเยอทะยาน ที่เกิดจากความอยาก คือ”ตัณหา”(ของมนุษย์)อันไม่มีขอบเขตสิ้นสุด

เหมือนความพยายามที่ไม่จบสิ้น ของคนที่อยากจะกลับบ้าน แบบเท่ๆ โดยไม่ต้องติดคุก

ดื้อด้านพยายามอย่างไร เสี่ยงต่อความพินาศย่อยยับต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์แค่ไหน ล้วนเป็นที่ประจักษ์แล้ว ในอดีต

และยังพยามต่อไปไม่รู้จบ

istockphoto 1362303407 612x612 1

เมื่อเร็วๆนี้ คณะอัยการสหรัฐแถลงข้อกล่าวหาสามีภรรยาเชื้อสายจีนคู่หนึ่ง ว่าวางแผนก่อตั้งรัฐขนาดจิ๋วขึ้นในหมู่เกาะ”มาร์แชล” ด้วยการติดสินบน ส.ส.และเจ้าหน้าที่ของหมู่เกาะ ซึ่งมีสถานะเป็นประเทศมานานแล้ว นับแต่สหรัฐคืนการปกครองให้ในปี ๑๙๗๙ หรือเมื่อ ๔๓ ปีที่ผ่านมา

กระนั้น รัฐบาลหมู่เกาะมาร์แชลเอง กลับทำเฉยๆ ยังไม่ตั้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ แม้พรรคฝ่ายค้านจะโวยวาย เรียกร้องให้ตั้งข้อกล่าวหากันเสียงขรม

คู่สามีภรรยานี้คือ ”แครี ยาน”(๕๐)และ”จินา โจว”(๓๔) โดยทั้งสอง พยายามชี้ชวนบรรดา ส.ส.ให้ช่วยก่อตั้ง”ดินแดนกึ่งอัตโนมัติ” Semi-Autonomous Region ขึ้นบนเกาะปะการังแห่งหนึ่ง ที่อยู่ห่างออกไป

ถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือต้องการก่อตั้ง “เขตกึ่งปกครองตนเอง”

ซึ่งฟังดูดี เหมือนไม่ได้แยกออกไปตั้ง”รัฐเอกราช”ชัดๆ

อัยการสหรัฐ ซึ่งถือตนว่าเป็นชาติ”พี่ใหญ่”(คอยประคับประคอง”น้องเล็ก”) ตั้งกล่าวหาว่า สองสามีภรรยา”บ่อนทำลาย”อธิปไตยของหมู่เกาะแห่งนี้

การกล่าวหา เกิดจากข้อเท็จจริงที่ว่า มีการนำเสนอร่างกฎหมายเพื่อสถาปนา”ภูมิภาคกึ่งปกครองตนเอง”ต่อสภา เพื่อเปิดอภิปรายทั่วไประหว่างปี ๒๐๑๘ ถึง ๒๐๒๐ ปรากฏว่ามี ส.ส.หลายคน(ไม่ระบุชื่อ) โหวตเสียงสนับสนุนร่างกฎหมายนี้ หลังได้รับเงินสินบนคนละ ๗,๐๐๐ – ๒๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ

istockphoto 1005124908 612x612 1

สองสามีภรรยามาถูกจับขังในไทย เมื่อปี ๒๐๒๐ คือราวสองปีที่แล้ว เพิ่งถูกส่งตัวไปให้ ทางการสหรัฐดำเนินคดีเมื่อไม่กี่วันมานี้ ในข้อหากระทำความผิดฐานฉ้อราษฎร์บังหลวง(ในต่างประเทศ) ฟอกเงินและติดสินบนเจ้าหน้าที่

อัยการสหรัฐเปิดเผยว่า ตามปกติจำเลยทั้งสองทำงานองค์กรพัฒนาเอกชน มีสำนักงานอยู่ในนิวยอร์ก ใช้เงินองค์กรจ่ายเจ้าหน้าที่หมู่เกาะมาร์แชล ทั้งยังจ่ายต้อนรับขับสู้ หรือที่เรียกกันว่า”เอนเตอร์เทน”ด้วย

ทั้งนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี ๒๐๑๖ ด้วยการติดต่อกับ ส.ส.หมู่เกาะ ขอให้เดินเรื่องตามกฎหมาย ด้วยการนำเสนอเป็นร่างรัฐบัญญัติ แยกดินแดนเกาะปะการังชื่อ”รองจ์แลป” ออกเป็น”เขตกึ่งปกครองตนเอง”

ดินแดนนี้ถูกทิ้งร้างมานาน หลังสหรัฐใช้เป็นสถานที่ทดลองระเบิดไฮโดรเจน ในช่วงทศวรรษที่ ๑๙๕๐

ข้อหาชัดๆ ก็คือ “มุ่งเปลี่ยนแปลงกฎหมายขนานใหญ่ที่ใช้กับเกาะปะการัง” อันนำไปสู่การลดภาษีอย่างแรงและผ่อนคลายความเข้มงวดด้านการอพยพโยกย้าย

ทั้งนี้ เพื่อดึงดูดเงินทุนและนักลงทุนจากต่างประเทศ

ทั้งยังถูกกล่าวหาว่า มักเลี้ยงดูปูเสื่อเจ้าหน้าที่รัฐและส.ส.จากหมู่เกาะมาร์แชล ด้วยไวน์ชั้นเลิศและอาหารการกินชั้นเยี่ยม

รวมทั้งจ่ายค่าเครื่องบินไป-กลับ หมู่เกาะมาร์แชล- นิวยอร์กและฮ่องกง ทุกครั้ง ที่มีการประชุมหารือว่าด้วยการก่อตั้ง”เขตกึ่งปกครองตนเอง”

เจ้าที่ตำแหน่งระดับสูงคนหนึ่ง ถึงกับแต่งตั้ง“แครี ยาน”เป็นที่ปรึกษาพิเศษของหมู่เกาะมาร์แชลเลยทีเดียว ทำให้สองสามีภรรยากลายเป็นพลเมืองหมู่เกาะไปโดยอัตโนมัติ

สำนวนคดีจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุว่า จำเลยทั้งสองติดสินบน ส.ส.อย่างต่อเนื่องพร้อมกับให้ผลประโยชน์อื่นๆ แก่นักนิติบัญญัติ(ก็ ส.ส.นั่นแหละ)

แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่ผ่านการพิจารณา โดยประธานาธิบดี”ฮิลดา ไฮน์”(ในตอนนั้น)ไม่เห็นด้วย ชี้ว่าฝ่ายค้านทำงานให้จีน จึงพยามป้องกันรักษาเกาะปะการังเอาไว้ มิให้เกิดภาวะ”ประเทศซ้อนประเทศ”

แต่”ฮิลดา ไฮน์”เธอแพ้เลือกตั้งในปี ๒๐๑๙ สภาใหม่ในปี ๒๐๒๐ โหวตรับรองร่างกฎหมายวาระแรก อันจะแผ้วถางทางไปสู่ขั้นตอนออกกฎหมายอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อสถาปนา”เขตกึ่งปกครองตนเอง”

แต่สองสามีภรรยาถูกจับเสียก่อนในไทย ตามใบสั่งของสหรัฐ

คำถามก็คือ รัฐบาลชุดปัจจุบัน จะจัดการอย่างไรกับอนาคตของหมูเกาะมาร์แชล ในกรณีเกาะปะการัง จึงจะรักษาผลประโยชน์ของชาติไว้ดีที่สุด

กรณีที่เกิดขึ้นนี้ ชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงสองประการ

istockphoto 1363735962 612x612 1

ประการแรก ชี้ให้เห็นความ”ลุ่มลึก”หรือ”ตื้นเขิน”ของนักการเมือง ซึ่งมีทั้งประเภท””สายตายาวไกล”และประเภท”เฮงซวย ซังกะบ๊วย”

โดยเฉพาะประเภทหลังนี่ ซื้อ”ง่าย-ขายง่าย” เล่นการเมืองเอาตัวรอดไปวันๆ ไม่เคยคิดรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม

ชาติจะวินาศฉิบหายอย่างไรก็ช่าง “กูเอาตัวรอดไว้ก่อน”

ส.ส.อย่างนี้ น่าจะเลือกเข้ามาเป็นตัวแทนไหมครับ

ประการที่ ๒ ชี้ให้เห็นว่า คนอย่างสองสามีภรรยา ผู้ชอบทำฉ้อฉลเป็นนิจ นั้นมีอยู่จริงในโลก

เป็นคนมักโลภ ติดหล่อเลี้ยงกิเลศ ”โลภ-โกรธ-หลง” ชนิดที่ไม่ละอายอะไรทั้งสิ้น

ต่อไปนี้ คือเรื่องที่สะท้อนกิเลศที่ว่า :-

เป็นเรื่องจากคลิป”หลวงตาบัว”เทศน์อบรม”ทักษิณ”(มีคนส่งให้ผม เมื่อสองสามวันที่ผ่านมานี้)

“โลกเขาตำหนิติเตียนนะ / มาเหยียบชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ / อย่าทำไปนะ อย่าดื้อ อย่าด้าน / ไม่มีอันใดที่จะเหนือกรรมนี้ไปได้”

เล่นเอา”ทักษิณ”นั่งไม่ติด ต่อหน้าญาติโยมทั้งหลาย ต้องหยิบขวดน้ำมาดื่มหลายอึก

ถามว่า”ทักษิณ”ได้สำนึก แล้วแค่ไหน

สรุปว่า คนที่ดิ้นรน ทำทุกอย่าง เพียงเพื่อสนองกิเลศตัณหาด้วยความมัวเมา เช่น สองสามีภรรยา“แครี ยาน”และ“จินา โจว”

ยังคงมีอยู่ร่วมสมัย ยังไม่สูญพันธุ์ หายไปไหน

ทั้งนี้ เพราะในใจพวกเขา มีแต่ความดื้อด้าน ติดแน่นอยู่ลึกๆ

ไม่เคยมีคำสอนใด ช่วยกล่อมเกลาได้

ความพ้องของเรื่องนี้ อยู่ตรงที่”สันดานกิเลศ” ที่ขุดไม่ออกนั่นเอง

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *