INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ต้นกำเนิดซีเอสอาร์ 400 ปีของญี่ปุ่น

ต้นกำเนิดซีเอสอาร์ 400 ปีของญี่ปุ่น

แม้ว่าซีเอสอาร์สมัยใหม่กำเนิดส่วนใหญ่จากประสบการณ์ทุนนิยมตะวันตก แนวคิดอย่างเดียวกันได้มีอยู่ภายในญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงเวลาโทกุงาวะ ช่วงเวลาที่พ่อค้า อยู่ ณ ระดับล่างของชั้นสังคมได้เฟื่ิองฟู วัฒนธรรมเฉพาะและประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ยังคงมีอิทธิพลต่อซีเอสอาร์ของประเทศจนถึงวันนี้ และเเน่นอนเรามีบทเรียนที่สำคัญที่เราทุกคนควรจะเรียนรู้
การปฏิบัติทางศาสนาของญี่ปุ่นหลายอย่างได้รวมเอามุมมองซีเอสอาร์
ชินโตะ ศาสนาสมัยเดิมของญี่ปุ่นบูชาสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ ด้วย
พระเจ้าของศาสนาเชื่อมโยงกับหลายลักษณะของธรรมชาติ วัฒนธรรม และบุคคล ศาสนาพุธเป็นส่วนหนึ่งมายาวนานของวัฒนธรรมญี่ปุ่น
ด้วยการมุ่งเน้นความสามัคคี ปัจจัยที่สำคัญ่อย่างหนึ่งภายในซีเอสอาร์
การประชุมประจำปีครั้งที่ 50 ของสภาเศรษฐกิจโลก-ดับบลิวอีเอฟ ณ
ดาวอส เมื่อ ค.ศ 2020 ได้มุ่งที่ทุนนิยมผู้มีส่วนได้เสีย เคลาส์ ชวอป ผู้ก่อตั้ง
และประธานบริหารของดับบลิวอีเอฟ และผู้สนับสนุนมายาวนานของทฤษฎี
ผู้มีส่วนได้เสีย กล่าวว่า บุคคลกำลังรังเกียจต่อต้านชนชั้นนำเศรษฐกิจ พวกเขาเชื่อว่าได้หักหล้งพวกเขา และความพยายามของเราที่จะรักษาภาวะโลกร้อนจำกัดไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียสไม่เป็นไปตามที่คาดหวังอย่างน่ากลัว
ทุนนิยมผู้มีส่วนได้เสียเป็นรูปแบบหนึ่งของทุนนิยมที่บริษัทไม่ทำกำไร
สูงสุดเพื่อผู้ถือหุ้นเท่านั้น แต่แสวงหาการสร้างคุณค่าระยะยาว ด้วยการพิจารณาความต้องการของผู้มีส่านได้เสียทุกคนของพวกเขา และสังคมโดยทั่วไป
ทุนนิยมผู้มีส่วนได้เสียเป็นการวิวัฒนาการต่อไปของแนวคิดทุนนิยม
มันมุ่งหมายที่จะเกี่ยวพันผู้มีส่วนได้เสียทุกคนภายในกิจกรรมของบริษัท
ด้วบการมองความยั่งยืนจากมุมมองของการสร้างคุณค่าร่วม ทุนนิยมผู้มี
ส่วนได้เสียต้องพิจารณวิวัฒนาการของแนวคิดคุณค่า การเริ่มต้นด้วยโมเดลคลาสสิคของทุนนิยม ตรงที่ความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัทอยู่ที่การทำกำไรสูงสูงสุดเท่านั้น ไปสู่แนวคิดของการสร้างคุณค่าร่วม
ทุนนิยมผู้มีส่วนได้เสียไม่มีอะไรใหม่ต่อบริษัืญี่ปุ่นที่มีชื่อเพื่อมันอยู่แล้ว
ซัมโปะ โยชิ หมายถึงความพอใจสามทาง แนวคิด – เริ่มต้น 400 ปีที่แล้วท่าม
กลางพ่อค้าของญี่ปุ่น – กล่าวว่าธุรกิจควรจะให้ความพอใจแก่ผู้ขาย ผู้ซื้อ
และสังคม
ทุนนิยมผู้มีส่วนได้เสียได้คุ้นเคยมายาวนานภายในญี่ปุ่น ธุรกิจได้ตระ
หนักถึงความสำคัญของความผูกพันต่อผู้มีส่วนได้เสียหลายคน แลการกระทำเพื่อสิ่งที่ดีของสังคมนับตั้งแต่ช่วงเวลาเอโดะและยุคเมจิ มันทุกอย่างเริ่มต้นด้วยพ่อค้าโอมิืขาบมุ้งกันยุง ที่นอน ยา สิ่งทอ ปุ๋ย และสินค้าอื่น
วิวัฒนาการของแนวคิดซีเอสอาร์ของตะวันตกที่จริงแล้วเกิดขึ้นภายในญี่ปุ่นเมื่อพ่อค้าโอมิของศตวรรษที่ 17 สร้างเส้นทางการค้าที่ซับซ้อนผ่าน
ภายในประเทศ จากฐานของพวกเขาภายในจังหวัดโอมิ – ชิงะในขณะนี้
พ่อค้าที่ถ่อมตัวด้วยวิถีทางอย่างมีจริยธรรมทำให้พวกเขาเป็นพลังการค้า
โลก แม้แต่กระทั่งจนวันนี้ ผู้ประกอบการจากจังหวัดชิงะ บางครั้งจะถูกเรียกว่าพ่อค้า
โอมิ ในเเง่ชองคำศัพท์ พ่อค้าจากโอมิดำเนินการธุรกิจภายนอกแคว้นบ้านของพวกเขาเท่านั้นถูกเรียกว่าพ่อค้าโอมิ พวกเขาเป็นชายเดินทางใส่เสื้อผ้า
ด้วยรองแท้แตะฟาง หมวกทรงกลวยลาย ด้วยคานหามบนไหล่
พ่อค้าโอมิได้สร้างซัมโปะ โยชิ ด้วยการยึดถือว่าเมื่อพ่อค้าได้ประโยชน์
จากธุรกรรม พวกเขาต้องมั่นใจอยู่เสมอว่าพวกเขาทำให้ลูกค้าพอใจ และ
มีส่วนช่วยชุมชนท้องที่ในขณะเดียวกัน ผู้มาก่อน 400 ปีต่อสามบรรทัดสุดท้ายของจอห์น เอลคิงตัน โคโนสุเกะ มัทสุชิตะ ผู้ก่อตั้งพานาโซนิค
มีชื่อเสียงต่อถ้อยแถลงของเขาว่า ถ้าคุณทำดีต่อสังคม บุคคล และตัว
คุณเอง คุณจะบรรลุเป้าหมายของคุณ
ปรัชญาของพ่อค้าโอมิมุ่งไปสู่ความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัทอย่างเข้มแข็ง ถ้อยคำความรับผิดชอบของบริษัืทได้ใช้อย่างกว้างขวางภายในญี่ปุ่น ท่ามกลางเรื่องอื้อฉาวของเอ็นรอน และเวิรลดคอม ภายในอเมริกา
ไม่เหมือนกับกลุ่มพ่อค้าอื่น พ่อค้าโอมิ ได้ปฏิบัติความรับผิดชอบทางสังคมอย่างไม่เคยมีมาก่อน และสร้างความไว้วางใจและความชื่นชม เมื่อพวกเขา
ทำธุรกิจประจำวัน พร้อมกับการบริจาคแก่ศาลเจ้าท้องที่ สนับสุนการสร้าง
โรงเรียน ด้วยวิถีทางที่สำนึกทางสังคมต่อธุรกิจ ตามเส้นทางการค้าของ
พวกเขา พ่อค้าโอมิได้เจริญเติบโตกลายเป็นร่ำรวยและมีชื่อเสียงของบรรดากลุ่มพ่อค้าภายในญี่ปุ่น
ด้วยรอบความคิดที่พิสูจน์ความสำเร็จนี้ภายในการสร้างความไว้วางใจตลอดระยะยาว มันไม่น่าประหลาดใจที่แนวคิดหลายศตวรรษเหล่านี้อยู่
ณ หัวใจ ของปรัชญาธุรกิจของบริษัทโลกแนวหน้าของญี่ปุ่น เช่น พานาโซนิค ออมรอน อิเซอิ ฟามาซูติคอล และอิโตชู
ภายในบริษัทญี่ปุ่น เรามีความเข้าใจบริษัทเป็นองค์การสาธารณะของ
สังคม ผู้ก่อตั้งพานาโซนิคและออมรอนวางรากฐานปรัชญาธุรกิจของพวกเขาบนแนวคิดองค์การสาธารณะต่อสังคมนี้ วันนี้ซีเอสอาร์ของพวกเขา
อยู่บนรากฐานนี้ด้วย โคโนสุเกะ มัทสุชิตะ กล่าวว่า ทรัพยากรการบริหาร
ทุกอย่างของบริษัท – รวมทั้งบุคคล เงิน และผลิตภัณฑ์ ล้วนแล้วมาจาก
สังคม ในขณะที่บริษัทยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมธุรกิจใช้ทรัพยากรที่ไว้วางใจ
โดยสังคม บริษัทได้พัฒนาไปพร้อมกับสังคมด้วย และดังนั้นกิจกรรมของ
บริษัทต้องโปร่งใส ยุติธรรม และเสมอภาค นี่เป็นแก่นของซีเอสอาร์ของ
พานาโซนิค มันอยู่บนพื้นฐานความคิดของผู้ก่อตั้ง และบริษัืทภูมิใจต่อ
หลักการประเพณีเหล่านี้
จงพิจารณาตัวอย่าง มุมมองต่อความมุ่งหมายของธุรกิจ 1987 ของผู้ก่อตั้งพานาโซนิค โคโนสุเกะ มัทสุชิต ผู้บริหารทุกคนต้องถามตัวพวกเขาเองอยู่เสมอ ทำไมบริษัทนี้จำเป็น และคำตอบ บริษัทดำรงอยู่ที่จะให้ประโยชน์แก่บุคคลและปรับปรุงสังคม
โคโนสุเกะ มัทสุชิตะ ได้บุกเบิกการพัฒนาเศรษฐกิจของญี่ปุ่นต่อสาม
ทศวรรษภายหลังสงคราม เขาได้ส่งเสริมสภาวะการทำงานที่ดีขึ้น การ
มอบหมายงานและความรับผิดชอบ เขาได้ยืนยันว่าภารกิจของนักอุตสาหกรรมคือ การกำจัดความยากจน ธุรกิจสามารถกำจัดความยากจน
ด้วยการผลิตสินค้าอย่างเหลือเฟือ และขายมัน ณ ราคาที่ยุติธรรมเหมือน
น้ำแก่คนยากจน

ทุนนิยมผู้มีส่วนได้เสียเป็นคำตรงข้ามของทุนนิยมผู้ถือหุ้น ตามทุนนิยม
ผู้ถือหุ้น การทำกำไรสูงสุดของผู้ถือหุ้นภายในระยะสั้นเป็น
สิ่งสำคัญที่สุด และผลตามมาของหลักการอำนาจสูงสุดของผู้ถือหุ้นได้สร้าง
ปัญหา ด้วยการวางภาระแก่่บุคคลและชุมชนของบริษัท ดังนั้นทุนนิยม
ผู้มีส่วนได้เสียได้ขึ้นแท่น ทุนนิยมผู้มีส่วนได้เสียได้รับความสนใจทั่วโลกจากการประชุมของสภาเศรษฐกิจ ณ ดาวอส ณ การประชุม ผู้ก่อตั้ง
ดับบลิวอีเอฟ เคลาส์ ชวัป ระบุความต้องการของเขาที่จะให้ความหมาย
ที่มีตัวตนต่อเเนวคิดของทุนนิยมผู้มีส่วนได้เสีย
นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ฟูมิโอะ คิชิดะ ได้เข้าร่วมสภาเศรษฐกิจโลกออนไลน์
เขาได้ประกาศว่าญี่ปุ่นจะนำโลกบนเส้นทางไปสู่ “รูปแบบใหม่ของทุนนิยม”
ในขณะที่ภายในอเมริกาผู้นำธุรกิจพูดเกี่ยวกับการส่งเสริมทุนนิยมผู้มีส่วนได้เสียเหนือทุนนิยมผู้ถือหุ้น
เรามาถึงช่วงเวลาที่จะให้เกียรติแก่ปรัชญาซัมโป โยชิ คำสอนของเออิชิ
ชิบูซาวะ และทุนนิยมอย่างมีจริยธรรมของอิชิดะ ไบกัน ทำไมโลกต้องการ
การปฏิบัติของธุรกิจ 400 ปีของญี่ปุ่น
ด้วยโลกในขณะนี้รับรู้ทุนนิยมผู้มีส่วนได้เสียแล้ว แสวงหาที่จะแก้ไข
การบริหารบริษัทที่ให้ความสำคัญกำไรระยะสั้น บริษัทญี่ปุ่นและรัฐบาลญี่ปุ่นน่าจะมีความรู้สึกลึกลงไปของความภูมิใจภายในสิ่งนี้เป็นวิถีทางสมัยเดิมของโลกบริษัทของญี่ปุ่น และพวกเขาไม่น่าสงสัยเลยยินดีอย่างมากที่จะมองเห็นการพัฒนานี้ มันน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลที่รัฐบาลของฟูมิโอะ คิชิดะ ได้ยืนยันว่าญี่ปุ่นจะนำวิถีทางไปสู่ทุนนิยมใหม่
จงพิจารณาตัวอย่างของพ่อค้าโอมิ จากจังหวัดโอมิ ครั้งหนึ่งเดินทางขายไปทั่วญี่ปุ่น
พ่อค้าโอมิเหล่านี้ยึดถือจิตวิญญานของซัมโปะ โยชิ แปลตามตัวอักษร ความพอใจสามทาง สนับสนุนประโยชน์ต่อผู้ขาย ต่อผู้ซื้อ และต่อชุมชน ปรัชญา
ธุรกิจนี้เริ่มต้น 400 ปีที่แล้วท่ามกลางพ่อค้าโอมิ ต่อพ่อค้าโอมิแล้ว ความ
สำเร็จอยู่ที่การให้ความพอใจแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกคน พวกเขาได้ปฏิบัติ
ทุนนิยมที่ครอบคลุม
บริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากภูมิใจกับข้อเท็จจริงนั้นตั้งแต่สมัยโบราณ ผู้นำธุรกิจญี่ปุนมีกรอบความคิดของการทำงานเพื่อประโยชน์ของขอบเขตที่กว้างของผู้มีส่วนได้เสีย ไม่ใช่เพียงแค่แสวงหากำไรระยะสั้นของพวกเขาเองเท่านั้น พวกเขาต้องมีส่วนช่วยสังคม ญี่ปุ่นมีนักอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียง เออิชิ ชิบูซาวะ ด้วย ตลอด 100 ปีที่แล้วได้แสวงหาการบริหารธุรกิจที่มีจริยธรรมและศีลธรรมมากขึ้น การยืนยันว่าต้นกำเนิดของความมั่งคั่งคือมนุษย์และศีลธรรม แม้แต่เราเชื่อว่าทุนนิยมผู้มีส่วนได้เสียนี้มีรากเหง้ามายาวนาน
ภายในพื้นดินของญี่ปุ่น เรามีอิชะดะ ไบกัน เป็นนักปรัชญาและนักมนุษยธรรมของช่วงเวลาเอโดะ เขาเป็นพ่อค้ามีชีวิตอยู่ภายในเกียวโต
เออิชิ ชิบูชาวะ นักอุตสาหกรรมชาวญี่ปุ่น รู้จักกันอย่างกว้างขวางวันนี้
เป็นบิดาของทุนนิยมญี่ปุ่น เขาเป็นหัวหอกของการแนะนำทุนนิยมตะวันตก
แก่ญี่ปุ่นภายหลังการฟื้นฟูเมจิ เขาได้ช่วยสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ของญี่ปุ่นภายในปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 และเกี่ยวพันกับการสร้างและการบริหารเกือบ 500 บริษัท บทเรียนอะไรที่จะเรียนรู้ได้จากชายคนนี้ เขาต้องการระบบเศรษฐกิจทุนนิยมที่ยุติธรรมและครอบคลุม บนพื้นฐานความเชื่อที่ไม่เปลี่ยนแปลงของการวางความสำคัญไม่ใช่กำไรเท่านั้น แต่เป็นผลประโยชน์ของสาธารณะด้วย
ปรัชญาธุรกิจของเออิชิ ชิบูซาวะยืนตรงกันข้ามกับ “หลัการฟรีดแมน” นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบิล มิลตัน ฟรีดแมน ได้สนับสนุนทุนนิยมแบบ
ผู้มีส่วนได้เสีย ไม่เหมือนกับฟรีดแมนที่ยืนยันว่าบริษัทควรจะมุ่งการทำกำไรสูงสุดและผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นเท่านั้น เออิชิ ชิบูชาวะ อ้างว่าบริษัทต้องยึดถือ
ความรับผิดชอบทางสังคม เขาเสนอเเนะว่าบริษัทต้องมองทั้งข้อพิจารณา
ทางจริยธรรมและการเงิน แสวงหาผลประโยชน์เอกชนผ่านความตระหนักผลประโยชน์สาธารณะ และรับเอาธุรกิจที่ยั่งยืนเพื่อการสร้างคุณค่าระยะยาว
ความคิดของเออิชิ ชิบูชาวะมีอิทธิพลอย่างมากต่อผู้นำธุรกิจญี่ปุ่นภายในยุคสมัยใหม่ และสร้างรากฐานของวิถีทางผู้มีส่วนได้เสียของประเทศ ตัวอย่างหนึ่งคือ โคโนสุเกะ มัทสุชิตะ ผู้ก่อตั้งพานาโซนิค เขามีชื่อเสียงต่อการยืนยันว่าบริษัทต้องเป็นองค์การสาธารณะของสังคม และตอบสนองความมุ่งหมายทางสังคม
ยิ่งกว่านั้น ผู้เชี่ยวชาญได้อ้างความสำเร็จทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นส่วนหนึ่ง
ต่ออิทธิพลของเออิชิ ชิบูชาวะ นักวิชาการบริหารที่มีชื่อเสียง ปีเตอร์ ดรัคเกอร์
อ้างถึงภายในบทความฮาร์วาร์ด บิสซิเนส รีวิว ” Behind Japan’s Success”
ว่าปรัชญาการบริหารของชิบูซาวะมีส่วนช่วยต่อการลุกขึ้นของธุรกิจญี่ปุ่น
ภายหลีงสงครามโลกครั้งที่สอง
เออิชิ ชิบูซาวะ เป็นผู้ประกอบการที่สร้างญี่ปุ่นสมัยใหม่ เขาได้เริ่มต้นธนาคาร
แห่งเเรกของญี่ปุ่นเมื่อ ค.ศ 1873 บริษัทประกันภัยแห่งเเรกเมื่อ ค.ศ 1879 และการมีส่วนร่วมภายในการสร้างโรงเรียนและโรงพยาบาล เขาได้ช่วยนำรูปแบบเฉพาะ
ของทุนนิยมมาสู่ประเทศ เขาไม่ได้แนะนำทุนนิยมมาสู่ญี่ปุ่นเพื่อกำไรส่วน
บุคคล แต่เพราะว่าเขามองทุนนิยมเป็นวิถีทางที่จะนำภายในยุคใหม่ การ เปลี่ยนแปลงญี่ปุ่นไปสู่สังคมสมัยใหม่
โดยข้อเท็จจจริง เออิชิ อิบูชาวะ ไม่ได้ใช้ถ้อยคำทุนนิยม แปลเป็นภาษา
ญี่ปุ่นวันนี้ว่า ซิฮอน ชูกิ ชิฮอนคือทุน เขาเรียกมัน แกปปอน แสดงความ
รู้สึกของการรวมกัน อะไรที่เราเรียกกันวันนี้ทุนนิยมผู้มีส่วนได้เสีย
บุคคลทุกคนมีบทบาทที่จะเเสดงการสร้างคุณค่าของบริษัท
“The Analects and the Abacus” ของเออิชิ ชิบูซาวะ เป็นหนังสือของปรัชญา
การบริหารธุรกิจ มันได้รวมจริยธรรมของ The Analects of Confucius
กับการปฏิบัติธุรกิจที่ทำกำไรคือ “อบาคัส” ซิบูซาวะ ยืนยันว่าการปฏิบัติ
ของธุรกิจควรจะมีจริยธรรม และกำไรต้องถูกใช้บรรลุสังคมที่ดีขึ้น
เขาได้ก่อตั้งโทโยโบะ และสร้างบริษัทอื่น 500 บริษัท ด้วยความเชื่อว่า
ธุรกิจเป็นสถาบันสังคม เขาได้ทิ้งเราไว้ด้วยถ้อยคำ จัน ริ โซคุ ยุ ยึดต่อ
เหตุผลนำความเจริญรุ่งเรือง ปรัชญานำทางของเราอยู่เสมอ แกนของการ
บริหารของเรา และรากฐานการตัดสินใจทางธุรกิจของเรา ถ้อยคำของเขาได้ถูกใช้ดำเนินธุรกิจของเราตลอด 100 ปี
เออิชิ ชิบูซาวะ ได้กล่าวว่า ถ้าภาคธุรกิจไม่ทำงานหนักที่จะเพิ่มความมั่งคั่งแล้ว ประเทศจะไม่พัฒนา แต่บริษัทต้องคิดเกี่ยวกับผลประโยชน์สาธารณะและ
กำไรของพวกเขาเองด้วย ที่จะสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน อุดมการณ์ของ
กิจกรรมเศรษฐกิจเป็นถ้อยคำตรงที่ผลประโยชน์เอกชนและสาธารณะ
ประสานกัน
วิถีทางของการคิดนี้มีอยู่ก่อนยุคที่เออิชื ชิบูซาวะมีชีวิตอยู่ พ่อค้าโอมิภายในช่วง
เวลาเอโดะมีหลักการซัมโปะ โยชิ ดีภายในสามทิศทาง มันเป็นธรรมชาติ
ที่ผู้ขายและผู้ซื้อพอใจภายในกิจกรรมเศรษฐกิจ และธุรกิจที่ดีต้องมีส่วนช่วยสังคมด้วย
นอกจากนี้ อิชิดะ ไบกัน นักปรัชญาของช่วงเวลาโทกูงาวะ ได้พัฒนาแนว
คิดของปรัชญาศีลธรรมหรือจริยธรรมรู้จักกันเป็นชินกาคุ – การเรียนรู้หัวใจ
ตอนอายุสิบเอ็ดปี เขาไดู้กส่งไปเกียวโตเป็นผู้ฝึกหัดของพ่อค้า ที่นี่เขาได้ใช้เวลาว่างศึกษา
คำสอนของชินโต และเข้าฟังการสอนโดยนักวิขาการขงจื้อ และพระภิกษุสงฆ์ ที่มีอิทธิพลต่อ
เออิชิ ชิบูซาวะ ได้สนับสนุนการคิดของ เซกิมอน ชินกาคุ บนพื้นฐานของลัทธิ
ชินโต ลัทธิของจื้อ และพุทธศาสนา เขาสื่อสารไปยังบุคคลธรรมดาด้วย
ความคิดทางศีลธรรมที่เรียบง่ายและปฏิบัติได้ มันเป็นธรรมชาติที่บุคคล
ได้กำไรภายในธุรกิจ และพวกเขาต้องพิจารณาสังคมด้วย
อิชิดะ ไบกัน มองว่ากำไรของพ่อค้าเป็นอย่างเดียวกับเงินเดิอนของซามูไร เขาได้เสนอแนะว่ากำไรของพ่อค้าจากธุรกิจที่ยุติธรรมเป็นเพียงแค่ชอบธรรมเหมือนเงินเดือนเพื่อซามูไร และพ่อค้าควระถูกยอมให้ทำธุรกิจด้วย
การยกเว้นโทษ การแสวงหากำไรไม่มีอะไรน่าละอายตราบเท่าที่อยู่บน
พื้นฐานจริยธรรมของมนุษย์เพื่อโลกและบุคคล อิชิดะ ไบกันได้เสนอแนะว่า
ความมีศีลธรรมของพ่อค้าเป็นหลักการชีวิตเพื่อบุคคล และเน้นย้ำการ
ปฏิบัติของ ความซื่อสัตย์ ความประหยัด ความเรียบง่าย และความอดทน

อิชิดะ ไบกัน ได้แสวงหาที่จะพัฒนาจริยธรรมธุรกิจเพื่อพ่อค้า ยืนยันการได้รับกำไรของธุรกิจอย่างยุติธรรมเป็นการปฏิบัติที่เหมาะสมของ
การมีชืวิตอยู่ของพ่อค้า และมันชอบธรรม เพราะว่าพ่อค้าเป็นผู้รับใช้ – ผู้รับใช้ของสังคม บนถนน ดังนั้นเขาย้ำว่าพ่อค้าควรจะสร้างมุมมอง
ของพวกเขาเองเกี่ยวกับความหมายทางสังคมของธุรกรรมการค้า
ยิ่งกว่านั้น การถามความหมายที่แท้จริงของธุรกรรมควรจะเป็นอะไร เขายืนยันว่าพ่อค้าที่แท้จริงต้องให้ความพอใจลูกค้าของพวกเขาและตัวพวกเขาเองด้วย ด้วยคำพูดอีกอย่างหนึ่ง ธุรกรรมต้องให้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
ภายในการซื้อและการขาย ดังนั้นพ่อค้าต้องเคารพผลประโยชน์ของลูกค้า
ของพวกเขา อิชิดะ ไบก้นอธิบาย วิถีทางที่เหมาะสมของการเเสวงหากำไรเป็นปรัชญาส่วนบุคคลที่สำคัญ และได้ถูกสนับสนุนโดยคาซูโอ อินาโมริ ผู้ก่อตั้งเคียวเซรา คำสอนของอิชะดะ ไบกัน มักจะถูกรับเอาไว้และบรรยายโดยคาสุโอะ อินาโมริ เขาได้สนับสนุนพ่อค้าที่มีศีลธรรม

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com