INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

การเมืองไทย ณ วันนี้ 

S 5628215

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

การเมืองไทย ณ วันนี้

ผมเคยเขียนบทความเป็นภาษาอังกฤษไว้เรื่องหนึ่งสั้น ๆ ไว้ก่อนการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว หมายเตือนให้ต่างชาติได้เข้าใจ ประชาธิปไตยไทยยังอยู่ระกว่างการพัฒนาในช่วงต้นๆ เท่านั้น

โดยเฉพาะต่างชาติที่เป็น “สื่อตะวันตก” ที่มักจะเร่งให้ ไทย เป็นประธิปไตยเต็มใบโดยเร็ว

ไม่ได้สำเหนียกว่าการเป็น”ประชาธิปไตยเต็มใบ”นั้น จะต้องใช้เวลาค่อยๆ ปรับไป จนกว่าจะลงตัวเมื่อสิ่งแวดล้อมคอสภาวะทางสังคม-การเมืองอำนวย

และชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ต้องพร้อมเอาจริงเอาจังด้วย

ดูตัวอย่างจากอังกฤษเอง ซึ่งเป็นต้นแบบ”ประชาธิปไตยระบอบรัฐสภา”ก็ยังต้องใช้เวลานานกว่า ๘๐๐ ปี ในการพัฒนา

นับตั้งแต่ มีกำหนดใน”แมกนา คาตาร์ “หรือ”กฎบัตรใหญ่แห่งเสรีภาพ”ขึ้นมาใช้ กว่าจะเป็นประชาธิปไตยบริบูรณ์ เช่นในปัจจุบัน

“ประชาธิปไตยเต็มใบ”จะอย่างอังกฤษ จึงจะไปรอด

สำหรับไทย หากไม่พร้อมพรักจริงๆ ประชาธิปไตยก็จะล้มลุกคลุกคลานตลอดไปครับ

ข้อเขียนภาษาอังกฤษของผม มีดังนี้ครับ

March 2, 2019  ·

77397457 chanocha040914 rtr

THAIS’ SHAMEFUL DEMOCRACY !

It’s quite common that political campaign today in Thailand for the general election, on Sunday, 24 March 2019, is harsher despite of the dictatorial rule.Now the limit of freedom of speech is autonomously relaxed after the declaration of political unlock. Everyone feels at ease to criticise the military regime in any aspects. Political rally also returns after being forbidden for four years.

While the maintain of the military (a strongest part of the DEEP STATE) influence is clear by sending (unofficially) a representative,General Prayut Chan-o-cha, the Prime Minister, to be a candidate of Palang Pracharat Party for being chosen as the next prime minister. He can also make any campaign as the others with the permission of the Election Commission.

If anyone asks why the military tries to cling around politics.The answer is so simple.

1 The military considered itself the most important Pillar of nation with strong capacity to keep rule, order and peace.

2 Democracy in Thailand is too soft because the majority of the Thais,in general,have less and not learned lessons to become stronger ones. This is the worst and weakest point.

3 Some Thai politicians are unethical using power to gain profit and destroy democracy.

So what we can have here in Thailand ,right now, is just a LIMITED DEMOCRACY.

A real SHAME !

ขอขอบคุณเพื่อน”เฟซบุ๊ก” คือ Somsak Cheara ซึ่งช่วยแปลเอาไว้ดังนี้ครับ

ประชาธิปไตยที่น่าละอายของคนไทย !
เป็นเรื่องปกติที่การหาเสียงทางการเมืองในประเทศไทยในวันนี้เพื่อการเลือกตั้งทั่วไปในวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 จะรุนแรงขึ้นแม้จะมีการปกครองแบบเผด็จการก็ตาม ขณะนี้ข้อจำกัดของเสรีภาพในการพูดได้รับการผ่อนปรนอย่างเป็นอิสระหลังจากการประกาศปลดล็อกทางการเมือง ทุกคนสบายใจที่จะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทหารในแง่มุมต่างๆ การชุมนุมทางการเมืองกลับมาอีกครั้งหลังจากถูกห้ามเป็นเวลาสี่ปี
ในขณะที่การรักษาอิทธิพลของกองทัพ (ส่วนที่แข็งแกร่งที่สุดของ DEEP STATE) นั้นชัดเจน โดยส่งตัวแทน (อย่างไม่เป็นทางการ) คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงสมัครรับเลือกตั้งจากพรรคพลังประชารัฐเพื่อรับเลือกเป็น นายกรัฐมนตรีคนต่อไป นอกจากนี้ยังสามารถหาเสียงได้เหมือนคนอื่น ๆ โดยได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ถ้ามีใครถามว่าทำไมทหารถึงยึดการเมือง คำตอบนั้นง่ายมาก
กองทัพถือว่าตนเป็นเสาหลักที่สำคัญที่สุดของชาติ มีความสามารถที่แข็งแกร่งในการรักษากฎ ระเบียบ และความสงบเรียบร้อย
ประชาธิปไตยในประเทศไทยอ่อนแอเกินไป เพราะโดยทั่วไปแล้วคนไทยส่วนใหญ่มีน้อยและไม่ได้เรียนรู้บทเรียนที่จะเข้มแข็งขึ้น นี่คือจุดที่แย่ที่สุดและอ่อนแอที่สุด
นักการเมืองไทยบางคนใช้อำนาจเพื่อกอบโกยผลประโยชน์และจริง !ทำลายประชาธิปไตยโดยไร้จริยธรรม
ดังนั้นสิ่งที่เรามีได้ในประเทศไทยตอนนี้ คือ ประชาธิปไตยอันจำกัด
ความอัปยศ 

การจับภาพเว็บ 9 3 2023 12554 www.google.com

จะพบว่าสี่ปีที่ผ่านมาประชาธิปไตยไทย ก็มิได้พัฒนาไปในทางบวกสักเท่าไร เพราะมัวแต่”เล่นการเมือง”กัน

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ทุกฝ่ายพยาบามจะเรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยให้มากขึ้น จึงออกฤทธิ์ออกเดชกัน ด้วยประการต่างๆ นานา

ซึ่งผมก็เชื่อว่านี่คือ ระดับหนึ่ง ของการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยด้วยตัวของตัวมันเอง จากหลายฝักหลายฝ่ายและจากหลายอุดมการณ์

ข้อดีของการปกครองสี่ปีที่ผ่านมา(ความจริงต้องรวมกับการปกครองช่วงเป็นรัฐบาลเผด็จการด้วย)ก็คือ

๑ บ้านเมืองสงบขึ้น การก่อกวนค่อยๆ ลดลง เพราะเอาจริงเอาจังตามกฎหมาย ความเป็นฝักเป็นฝ่ายยังมี แต่ก็สงบเงียบ ไม่โฉ่งฉ่าง เหมือนสมัยก่อนหน้า

๒ การพัฒนาบางอย่างก้าวหน้าขึ้นชัดเจน เช่นในด้านโครงสร้างพื้นฐาน  เช่น รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ โครงการรถไฟฟ้าและการคมนาคมทางถนน

ผลงานอื่น ก็อย่างนั้น ๆ

แต่ที่ต้องชมก็คือการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของ”โคงวิด 19”ที่สามารถ”เอาอยู่”ได้ดีกว่าชาติอื่นๆ มากนัก

สรุปอีกที รัฐบาลประยุทธ์ มีผลงานที่ทำได้”ตามน้ำ”ดีที่สุดแล้ว

ยกเว้นแผนพัฒนาประชาธิปไตย ที่ยังเชื่องช้า ต้องค่อยๆกระดืบไป เพราะรัฐบาลประยุทธ์”ยังหวง”และ”ห่วง”กลัวว่าหากได้รัฐบาลอื่นมาบริหารแล้ว จะคุมไม่อยู่ จะเพริดจนเลยธง(ประชาธิปไตยแบบจำกัด)ไป และประชาชนเอง ก็จะรั้งไว้ไม่ไหว เพราะเล่ห์เหลี่ยมนักการเมืองไทย”ขี้ฉ้อ”นั้นไม่เบาเลย โดยเฉพาะในปัญหาเรื่องเอหรือไม่เอา”สถาบัน”

17964808 904

อะไรคือ”สถาบัน”โปรดคิดเอาเองครับ

สถาบันนี้เองที่ส่วนหนึ่งในกลุ่ม”รัฐลึก”คือทหาร ยังผูกพันห่วงใยมาก ว่าหากสถาบันนี้ ถูกขจัดไป ความเป็นประเทศ (คือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์) จะพังทลายตามไปด้วยในที่สุด

อย่างไรก็ตาม มองไปกว้างๆแล้ว ผมขอประเมินด้วยความรู้สึก ว่ารัฐบาลประยุทธ์เองในตอนนี้”สุ่มเสี่ยง”ที่จะเสียอำนาจไป ให้กลุ่ม”ประชาธิปไตย”มาก ในการเลือกตั้งคราวหน้า

พล.อ.ประยุทธ์ จึงพยายามออกหาเสียงอย่างสุดเหวี่ยง หมายสร้างความนิยม เพื่อที่จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี ต่อไปอีก

ที่มุ่งมั่นจะกลับมา ผมเชื่อครับว่า ไม่ได้เป็นเพราะ”อยาก”(ตามที่ท่านว่า)แต่พยายามทำ เพราะเชื่อว่า จะสามารถป้องกัน”สถาบันชาติ”ที่ตัวเขาศรัทธาเลื่อมใส เอาไว้ได้

“ชาติ”ต้องสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดและการได้เป็นนายกรัฐมนตรี ถือว่าเป็นผลพลอยได้เท่านั้น

วันนี้ ผมพยายามถอดใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เอาออกมาเขียน

โดยมิได้มีส่วนได้-เสียใดๆ ทั้งสิ้น

เพราะการเลือกตั้งคราวต่อไป ยังไงๆ ผมก็ยังจะเลือกผู้สมัคร ส.ส.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เช่นเดิม ครับ

ก็ผมอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตยเก่านี่

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *